<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!DOCTYPE book PUBLIC "-//OASIS//DTD DocBook XML V5.0//EN" "http://www.oasis-open.org/docbook/xml/4.5/docbookx.dtd">
<chapter id="s3b43">
	<title>ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔</title>
	<section id="s3b43c1" >
		<para id="s3b43c1p">
			<remark  id="s3b43c1l1" />                         พระอภิธรรมปิฎก   
			<remark  id="s3b43c1l2" />                         เล่ม ๑๐  
			<remark  id="s3b43c1l3" />                   ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔     
			<remark  id="s3b43c1l4" />    ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  
			<remark  id="s3b43c1l5" />                       สารัมมณทุกะ  
			<remark  id="s3b43c1l6" />                        ปฏิจจวาร   
			<remark  id="s3b43c1l7" />  [๑] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c1l8" />   คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน       
			<remark  id="s3b43c1l9" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c1l10" />  อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c1l11" />   คือ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ใน   
			<remark  id="s3b43c1l12" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c1l13" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c1l14" />    คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม เกิดขึ้น    
			<remark  id="s3b43c1l15" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c1l16" />  อนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c1l17" />   คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป   
			<remark  id="s3b43c1l18" />ทั้งหลาย เกิดขึ้น     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c2" >
		<para id="s3b43c2p">
			<remark  id="s3b43c2l1" />  สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c2l2" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c2l3" />    สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c2l4" />    คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ กฏัตตารูป  
			<remark  id="s3b43c2l5" />อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย    
			<remark  id="s3b43c2l6" />  สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c2l7" />    คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรมและหทัยวัตถุ      
			<remark  id="s3b43c2l8" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c2l9" />  อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c2l10" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c2l11" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c2l12" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น     
			<remark  id="s3b43c2l13" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c2l14" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ     
			<remark  id="s3b43c2l15" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย         
			<remark  id="s3b43c2l16" />    [๒] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c2l17" />   คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ ฯลฯ.               
			<remark  id="s3b43c2l18" />    สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c2l19" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c2l20" />    สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c2l21" />    คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ     
			<remark  id="s3b43c2l22" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c2l23" />  [๓] ในเหตุปัจจัย                    มีวาระ  ๙     
			<remark  id="s3b43c2l24" />       ในอารัมมณปัจจัย                 มี "      ๓     
			<remark  id="s3b43c2l25" />       ในอธิปติปัจจัย                   มี "      ๕    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c3" >
		<para id="s3b43c3p">
			<remark  id="s3b43c3l1" />       ในอนันตรปัจจัย                  มีวาระ   ๓      
			<remark  id="s3b43c3l2" />       ในสมนันตรปัจจัย                 มี "     ๓      
			<remark  id="s3b43c3l3" />       ในสหชาตปัจจัย                  มี "     ๙       
			<remark  id="s3b43c3l4" />       ในอัญญมัญญปัจจัย                 มี "     ๖     
			<remark  id="s3b43c3l5" />       ในนิสสยปัจจัย                   มี "     ๙      
			<remark  id="s3b43c3l6" />       ในอุปนิสสยปัจจัย                 มี "     ๓     
			<remark  id="s3b43c3l7" />       ในปุเรชาตปัจจัย                 มี "     ๑      
			<remark  id="s3b43c3l8" />       ในอาเสวนปัจจัย                 มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c3l9" />       ในกัมมปัจจัย                    มี "     ๙      
			<remark  id="s3b43c3l10" />       ในวิปากปัจจัย                   มี "     ๙      
			<remark  id="s3b43c3l11" />       ในอาหารปัจจัย                  มี "     ๙       
			<remark  id="s3b43c3l12" />       ในอินทริยปัจจัย                  มี "     ๙     
			<remark  id="s3b43c3l13" />       ในฌานปัจจัย                    มี "     ๙       
			<remark  id="s3b43c3l14" />       ในมัคคปัจจัย                    มี "     ๙      
			<remark  id="s3b43c3l15" />       ในสัมปยุตตปัจจัย                 มี "     ๓     
			<remark  id="s3b43c3l16" />       ในวิปปยุตตปัจจัย                 มี "     ๙     
			<remark  id="s3b43c3l17" />       ในอัตถิปัจจัย                    มี "     ๙     
			<remark  id="s3b43c3l18" />       ในนัตถิปัจจัย                    มี "     ๓     
			<remark  id="s3b43c3l19" />       ในวิคตปัจจัย                    มี "     ๓      
			<remark  id="s3b43c3l20" />       ในอวิคตปัจจัย                   มี "     ๙      
			<remark  id="s3b43c3l21" />   [๔] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c3l22" />    คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ            
			<remark  id="s3b43c3l23" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย  
			<remark  id="s3b43c3l24" />ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c4" >
		<para id="s3b43c4p">
			<remark  id="s3b43c4l1" />   อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c4l2" />   คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c4l3" />อเหตุกปฏิสนธิ.            
			<remark  id="s3b43c4l4" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c4l5" />    คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ซึ่งเป็น    
			<remark  id="s3b43c4l6" />อเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c4l7" />  อนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c4l8" />   คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c4l9" />   สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c4l10" />   คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.             
			<remark  id="s3b43c4l11" />    สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ   
			<remark  id="s3b43c4l12" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c4l13" />  คือ ในอเหตุกะปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ    
			<remark  id="s3b43c4l14" />กฏัตตารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.  
			<remark  id="s3b43c4l15" />  สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c4l16" />    คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c4l17" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c4l18" />  อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ   
			<remark  id="s3b43c4l19" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c4l20" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และ   
			<remark  id="s3b43c4l21" />มหาภูตรูปทั้งหลาย อเหตุกปฏิสนธิขณะ.  
			<remark  id="s3b43c4l22" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น     
			<remark  id="s3b43c4l23" />ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c4l24" />  คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และ        
			<remark  id="s3b43c4l25" />หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูป                  
			<remark  id="s3b43c4l26" />ทั้งหลาย.        
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c5" >
		<para id="s3b43c5p">
			<remark  id="s3b43c5l1" />  [๕] อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c5l2" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ           
			<remark  id="s3b43c5l3" />    อนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c5l4" />    คือ ตลอดจนถึงอสัญญสัตว์.  
			<remark  id="s3b43c5l5" />  อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ        
			<remark  id="s3b43c5l6" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c5l7" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c5l8" />ปฏิสนธิ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c5l9" />  [๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย              มีวาระ   ๙  
			<remark  id="s3b43c5l10" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย           มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c5l11" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย             มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c5l12" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย            มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c5l13" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย           มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c5l14" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย           มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c5l15" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย           มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c5l16" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย           มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c5l17" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย          มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c5l18" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย           มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c5l19" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย              มี "     ๒  
			<remark  id="s3b43c5l20" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย             มี "     ๕  
			<remark  id="s3b43c5l21" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย            มี "     ๑  
			<remark  id="s3b43c5l22" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย            มี "     ๑  
			<remark  id="s3b43c5l23" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย              มี "     ๒  
			<remark  id="s3b43c5l24" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย              มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c5l25" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย           มี "     ๓  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c6" >
		<para id="s3b43c6p">
			<remark  id="s3b43c6l1" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย           มีวาระ   ๒  
			<remark  id="s3b43c6l2" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย              มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c6l3" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย              มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c6l4" />   [๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c6l5" />       กับเหตุปัจจัย                       มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c6l6" />       ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c6l7" />       กับ ฯลฯ                          มี "     ๙.    
			<remark  id="s3b43c6l8" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c6l9" />  [๘] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c6l10" />      กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย              มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c6l11" />       ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ              มี "     ๙ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c6l12" />       ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ                มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c6l13" />       ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ               มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c6l14" />                สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร             
			<remark  id="s3b43c6l15" />                        ปัจจยวาร  
			<remark  id="s3b43c6l16" />  [๙] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย        
			<remark  id="s3b43c6l17" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c6l18" />  อนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c6l19" />   คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป   
			<remark  id="s3b43c6l20" />ทั้งหลาย.                 
			<remark  id="s3b43c6l21" />  สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c6l22" />   คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c6l23" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c6l24" />   สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย         
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c7" >
		<para id="s3b43c7p">
			<remark  id="s3b43c7l1" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย   
			<remark  id="s3b43c7l2" />มหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c7l3" />  สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c7l4" />    คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.      
			<remark  id="s3b43c7l5" />    อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c7l6" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c7l7" />ปฏิสนธิ.                  
			<remark  id="s3b43c7l8" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น     
			<remark  id="s3b43c7l9" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c7l10" />  คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c7l11" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.       
			<remark  id="s3b43c7l12" />    [๑๐] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c7l13" />   คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c7l14" />    สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c7l15" />   คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลาย      
			<remark  id="s3b43c7l16" />ที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.               
			<remark  id="s3b43c7l17" />   สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c7l18" />    คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c7l19" />ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c7l20" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c7l21" />  [๑๑] ในเหตุปัจจัย           มีวาระ   ๙              
			<remark  id="s3b43c7l22" />        ในอารัมมณปัจจัย        มี "     ๓              
			<remark  id="s3b43c7l23" />        ในอธิปติปัจจัย          มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c7l24" />        ในอนันตรปัจจัย         มี "     ๓              
			<remark  id="s3b43c7l25" />        ในสมนันตรปัจจัย        มี "     ๓              
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c8" >
		<para id="s3b43c8p">
			<remark  id="s3b43c8l1" />        ในสหชาตปัจจัย         มีวาระ   ๙               
			<remark  id="s3b43c8l2" />        ในอัญญมัญญปัจจัย        มี "     ๖             
			<remark  id="s3b43c8l3" />        ในนิสสยปัจจัย          มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c8l4" />        ในอุปนิสสยปัจจัย        มี "     ๓             
			<remark  id="s3b43c8l5" />        ในปุเรชาตปัจจัย        มี "     ๓              
			<remark  id="s3b43c8l6" />        ในอาเสวนปัจจัย        มี "     ๓               
			<remark  id="s3b43c8l7" />        ในกัมมปัจจัย           มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c8l8" />        ในวิปากปัจจัย          มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c8l9" />        ในอาหารปัจจัย         มี "     ๙               
			<remark  id="s3b43c8l10" />        ในอินทริยปัจจัย         มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c8l11" />        ในฌานปัจจัย           มี "     ๙               
			<remark  id="s3b43c8l12" />        ในมัคคปัจจัย           มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c8l13" />        ในสัมปยุตตปัจจัย        มี "     ๓             
			<remark  id="s3b43c8l14" />        ในวิปปยุตตปัจจัย        มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c8l15" />        ในอัตถิปัจจัย           มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c8l16" />        ในนัตถิปัจจัย           มี "     ๓             
			<remark  id="s3b43c8l17" />        ในวิคตปัจจัย           มี "     ๓              
			<remark  id="s3b43c8l18" />        ในอวิคตปัจจัย          มี "     ๙.             
			<remark  id="s3b43c8l19" />   [๑๒] สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย  
			<remark  id="s3b43c8l20" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c8l21" />  อนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c8l22" />   คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c8l23" />   สารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c8l24" />   คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น   
			<remark  id="s3b43c8l25" />สารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ           
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c9" >
		<para id="s3b43c9p">
			<remark  id="s3b43c9l1" />   ในปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ.       
			<remark  id="s3b43c9l2" />    สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ   
			<remark  id="s3b43c9l3" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c9l4" />  คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย   
			<remark  id="s3b43c9l5" />มหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c9l6" />  สารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c9l7" />    คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c9l8" />ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c9l9" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c9l10" />  อนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ   
			<remark  id="s3b43c9l11" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c9l12" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c9l13" />ปฏิสนธิ.                  
			<remark  id="s3b43c9l14" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม อาศัยสารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เกิดขึ้น     
			<remark  id="s3b43c9l15" />ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c9l16" />  คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c9l17" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย                
			<remark  id="s3b43c9l18" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรมและหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ                  
			<remark  id="s3b43c9l19" />กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ.                
			<remark  id="s3b43c9l20" />    [๑๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย        มีวาระ   ๙   
			<remark  id="s3b43c9l21" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย     มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c9l22" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย       มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c9l23" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c9l24" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย     มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c9l25" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย     มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c9l26" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย     มี "     ๓   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c10" >
		<para id="s3b43c10p">
			<remark  id="s3b43c10l1" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย     มีวาระ   ๙   
			<remark  id="s3b43c10l2" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย    มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c10l3" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย     มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c10l4" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย        มี "     ๔   
			<remark  id="s3b43c10l5" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย       มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c10l6" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย      มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c10l7" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย      มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c10l8" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย        มี "     ๔   
			<remark  id="s3b43c10l9" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย        มี "     ๙   
			<remark  id="s3b43c10l10" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย     มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c10l11" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปยุตตปัจจัย      มี "     ๒   
			<remark  id="s3b43c10l12" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย        มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c10l13" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย        มี "     ๓.   
			<remark  id="s3b43c10l14" />   [๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c10l15" />        กับเหตุปัจจัย                 มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c10l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c10l17" />        กับ ฯลฯ                    มี "     ๙          
			<remark  id="s3b43c10l18" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c10l19" />  [๑๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c10l20" />       ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย              มีวาระ   ๓    
			<remark  id="s3b43c10l21" />        ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ        มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c10l22" />        ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ       มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c10l23" />        ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ        มี "     ๙.       
			<remark  id="s3b43c10l24" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c10l25" />       ในมัคคปัจจัย  กับ ฯลฯ         มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c10l26" />        ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ         มี "     ๙.      
			<remark  id="s3b43c10l27" />                นิสสยวาร เหมือนกับปัจจยวาร.         
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c11" >
		<para id="s3b43c11p">
			<remark  id="s3b43c11l1" />                        สังสัฏฐวาร  
			<remark  id="s3b43c11l2" />   [๑๖] สารัมมณธรรม คลุกเคล้ากับสารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c11l3" />    คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์              
			<remark  id="s3b43c11l4" />๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c11l5" />  [๑๗] ในเหตุปัจจัย                 มีวาระ   ๑        
			<remark  id="s3b43c11l6" />        ในอารัมมณปัจจัย              มี "     ๑        
			<remark  id="s3b43c11l7" />        ในอธิปติปัจจัย                มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c11l8" />        ในปัจจัยทั้งปวง               มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c11l9" />        ในอวิคตปัจจัย                มี "     ๑        
			<remark  id="s3b43c11l10" />   [๑๘] สารัมมณธรรม คลุกเคล้ากับสารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c11l11" />    คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม ซึ่งเป็นเหตุกขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ              
			<remark  id="s3b43c11l12" />คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ฯลฯ.                
			<remark  id="s3b43c11l13" />    [๑๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย        มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l14" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย       มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l15" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย     มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย    มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l17" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย     มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l18" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย        มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l19" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย       มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l20" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย        มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l21" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย        มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l22" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย     มีวาระ    ๑   
			<remark  id="s3b43c11l23" />   การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.  
			<remark  id="s3b43c11l24" />                        ปัญหาวาร  
			<remark  id="s3b43c11l25" />  [๒๐] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c11l26" />   คือสารัมมณเหตุทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c12" >
		<para id="s3b43c12p">
			<remark  id="s3b43c12l1" />    สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c12l2" />   คือ สารัมมณเหตุทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c12l3" />ปฏิสนธิ.                  
			<remark  id="s3b43c12l4" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c12l5" />    คือ สารัมมณเหตุทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c12l6" />โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.    
			<remark  id="s3b43c12l7" />  [๒๑] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c12l8" />   คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ                  
			<remark  id="s3b43c12l9" />   บุคคลพิจารณาซึ่งกุศลธรรมนั้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรม                  
			<remark  id="s3b43c12l10" />นั้น ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น กุศลธรรมที่ตนอบรมแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ฌาน ฯลฯ พระอริยะทั้งหลาย                
			<remark  id="s3b43c12l11" />พิจารณาโคตรภู โวทาน       
			<remark  id="s3b43c12l12" />  พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสทั้งหลายที่  
			<remark  id="s3b43c12l13" />ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว  
			<remark  id="s3b43c12l14" />  บุคคลรู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยกำเริบแล้วในกาลก่อน   
			<remark  id="s3b43c12l15" />   บุคคลพิจารณาขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสารัมมณธรรม โดยเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส   
			<remark  id="s3b43c12l16" />เกิดขึ้น                  
			<remark  id="s3b43c12l17" />  บุคคลรู้จิตของบุคคลที่พร้อมเพรียงด้วยสารัมมณจิต ด้วยเจโตปริยญาณ   
			<remark  id="s3b43c12l18" />    อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ         
			<remark  id="s3b43c12l19" />   อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ     
			<remark  id="s3b43c12l20" />   สารัมมณขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ       
			<remark  id="s3b43c12l21" />                      แก่เจโตปริยญาณ   
			<remark  id="s3b43c12l22" />                      แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ          
			<remark  id="s3b43c12l23" />                      แก่ยถากัมมุปคญาณ                 
			<remark  id="s3b43c12l24" />                      แก่อนาคตังสญาณ   
			<remark  id="s3b43c12l25" />                      แก่อาวัชชนะ  
			<remark  id="s3b43c12l26" />      โดยอารัมมณปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c12l27" />  อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c13" >
		<para id="s3b43c13p">
			<remark  id="s3b43c13l1" />   คือพระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน   
			<remark  id="s3b43c13l2" />   นิพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู  
			<remark  id="s3b43c13l3" />                     แก่โวทาน  
			<remark  id="s3b43c13l4" />                     แก่มรรค  
			<remark  id="s3b43c13l5" />                     แก่ผล  
			<remark  id="s3b43c13l6" />                     แก่อาวัชชนะ  
			<remark  id="s3b43c13l7" />      โดยอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c13l8" />  บุคคลพิจารณาจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น         
			<remark  id="s3b43c13l9" />    บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง ด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c13l10" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ               
			<remark  id="s3b43c13l11" />    อนารัมมณขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ      
			<remark  id="s3b43c13l12" />                      แก่เจโตปริยญาณ   
			<remark  id="s3b43c13l13" />                      แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ          
			<remark  id="s3b43c13l14" />                      แก่ยถากัมมุปคญาณ                 
			<remark  id="s3b43c13l15" />                      แก่อนาคตังสญาณ   
			<remark  id="s3b43c13l16" />                      แก่อาวัชชนะ  
			<remark  id="s3b43c13l17" />      โดยอารัมมณปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c13l18" />  [๒๒] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c13l19" />   มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.           
			<remark  id="s3b43c13l20" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศลธรรม   
			<remark  id="s3b43c13l21" />นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำกุศลธรรมนั้นให้เป็น             
			<remark  id="s3b43c13l22" />อารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c13l23" />   กุศลธรรมที่อบรมแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว ทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่าง    
			<remark  id="s3b43c13l24" />หนักแน่น ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c13l25" />  พระอริยะทั้งหลายที่ออกจากมรรคแล้ว ทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ    
			<remark  id="s3b43c13l26" />ทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c14" >
		<para id="s3b43c14p">
			<remark  id="s3b43c14l1" />  บุคคลทำสารัมมณขันธ์ทั้งหลาย ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิด                 
			<remark  id="s3b43c14l2" />เพลิน เพราะทำสารัมมณขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c14l3" />    ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ สารัมมณอธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย                
			<remark  id="s3b43c14l4" />โดยอธิปติปัจจัย.          
			<remark  id="s3b43c14l5" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c14l6" />   มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่สารัมมณอธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน                 
			<remark  id="s3b43c14l7" />รูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c14l8" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม   
			<remark  id="s3b43c14l9" />   มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ สารัมมณอธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์              
			<remark  id="s3b43c14l10" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c14l11" />   อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c14l12" />   มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์                
			<remark  id="s3b43c14l13" />อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา   
			<remark  id="s3b43c14l14" />  นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c14l15" />    บุคคลทำจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิด                 
			<remark  id="s3b43c14l16" />เพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c14l17" />    [๒๓] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอนันตรปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c14l18" />   คือ สารัมมณธรรมที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c14l19" />    เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๗ นัยเหมือนกับ    
			<remark  id="s3b43c14l20" />สหชาตปัจจัย ในปฏิจจวาร    
			<remark  id="s3b43c14l21" />  เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับอัญญมัญญปัจจัยในปฏิจจวารมี ๖ นัย    
			<remark  id="s3b43c14l22" />เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๗ นัย เหมือนกับนิสสยปัจจัยในปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c14l23" />   [๒๔] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c14l24" />   มี ๓ อย่างคือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c14l25" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วย่อมให้ทาน ก่อมานะ  
			<remark  id="s3b43c14l26" />ถือทิฏฐิ   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c15" >
		<para id="s3b43c15p">
			<remark  id="s3b43c15l1" />  บุคคลเข้าไปอาศัย ศีล ปัญญา ความปรารถนา สุขอันเป็นไปทางกาย ทุกข์อันเป็นไป  
			<remark  id="s3b43c15l2" />ทางกาย แล้วย่อมให้ทาน ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c15l3" />  บุคคลยังสมาบัติให้เกิด ฆ่าสัตว์มีชีวิต ฯลฯ ทำลายสงฆ์   
			<remark  id="s3b43c15l4" />   ศรัทธา ปัญญา ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา สุขอันเป็นไปทางกาย ทุกข์อันเป็นไปทางกาย  
			<remark  id="s3b43c15l5" />เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขอันเป็นไปทางกาย แก่ทุกข์อันเป็นไป                 
			<remark  id="s3b43c15l6" />ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c15l7" />   อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่างคือ     
			<remark  id="s3b43c15l8" />อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ               
			<remark  id="s3b43c15l9" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัย ฤดู โภชนะ เสนาสนะแล้วให้   
			<remark  id="s3b43c15l10" />ทาน ยังสมาบัติให้เกิด ฆ่าสัตว์มีชีวิต ทำลายสงฆ์          
			<remark  id="s3b43c15l11" />   ฤดู โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่สุขอันเป็น    
			<remark  id="s3b43c15l12" />ไปทางกาย แก่ทุกข์อันเป็นไปทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.                
			<remark  id="s3b43c15l13" />    [๒๕] อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c15l14" />   มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c15l15" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่บุคคลพิจารณาจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยความเป็นของไม่เที่ยง            
			<remark  id="s3b43c15l16" />ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น        
			<remark  id="s3b43c15l17" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ     
			<remark  id="s3b43c15l18" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ.             
			<remark  id="s3b43c15l19" />    ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็น   
			<remark  id="s3b43c15l20" />ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่สารัมมณขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c15l21" />    [๒๖] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยปัจฉาชาต ปัจจัย มี ๑ นัย.            
			<remark  id="s3b43c15l22" />    [๒๗] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอาเสวนปัจจัย มี ๑ นัย.                
			<remark  id="s3b43c15l23" />    [๒๘] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยกัมมปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c15l24" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c15l25" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ สารัมมณเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมม                  
			<remark  id="s3b43c15l26" />ปัจจัย. 
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c16" >
		<para id="s3b43c16p">
			<remark  id="s3b43c16l1" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ สารัมมณเจตนา เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมม                  
			<remark  id="s3b43c16l2" />ปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c16l3" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยกัมมปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c16l4" />   มี ๒ อย่าง คือสหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c16l5" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ สารัมมณเจตนา เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย  
			<remark  id="s3b43c16l6" />กัมมปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c16l7" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่สารัมมณเจตนา เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมม   
			<remark  id="s3b43c16l8" />ปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c16l9" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม โดยกัมมปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c16l10" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c16l11" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ สารัมมณเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน   
			<remark  id="s3b43c16l12" />รูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c16l13" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ สารัมมณเจตนา เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และกฏัตตารูป  
			<remark  id="s3b43c16l14" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c16l15" />  [๒๙] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยวิปากปัจจัย มี ๓ นัย.                 
			<remark  id="s3b43c16l16" />    [๓๐] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอาหารปัจจัย มี ๓ นัย.                 
			<remark  id="s3b43c16l17" />    อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยอาหารปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c16l18" />   คือ กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c16l19" />   [๓๑] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอินทริยปัจจัย มี ๓ นัย.               
			<remark  id="s3b43c16l20" />    อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยอินทริยปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c16l21" />   คือ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c16l22" />    อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอินทริยปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c16l23" />   คือ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ   
			<remark  id="s3b43c16l24" />โดยอินทริยปัจจัย.         
			<remark  id="s3b43c16l25" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอินทริยปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c16l26" />    คือ จักขุนทรีย์ และจักขุวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ              
			<remark  id="s3b43c16l27" />โดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย์ และกายวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย   
			<remark  id="s3b43c16l28" />กายวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย. 
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c17" >
		<para id="s3b43c17p">
			<remark  id="s3b43c17l1" />  [๓๒] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย   
			<remark  id="s3b43c17l2" />    เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย   
			<remark  id="s3b43c17l3" />   เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ นัย.              
			<remark  id="s3b43c17l4" />   [๓๓] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c17l5" />   มี ๒ อย่างคือ สหชาต ปัจฉาชาต  
			<remark  id="s3b43c17l6" />  อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c17l7" />   มี ๒ อย่างคือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c17l8" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่สารัมมณขันธ์ทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c17l9" />โดยวิปปยุตตปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c17l10" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c17l11" />แก่กายวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c17l12" />  [๓๔] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c17l13" />   คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯ                 
			<remark  id="s3b43c17l14" />ปฏิสนธิ.                  
			<remark  id="s3b43c17l15" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c17l16" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c17l17" />   สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c17l18" />เหมือนกับปฏิจจวาร         
			<remark  id="s3b43c17l19" />  อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c17l20" />   คือ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์   
			<remark  id="s3b43c17l21" />   อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c17l22" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต  
			<remark  id="s3b43c17l23" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่สารัมมณขันธ์ทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c17l24" />โดยอัตถิปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c17l25" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ             
			<remark  id="s3b43c17l26" />โทมนัสเกิดขึ้น 
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c18" >
		<para id="s3b43c18p">
			<remark  id="s3b43c18l1" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ     
			<remark  id="s3b43c18l2" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ     
			<remark  id="s3b43c18l3" />จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็น                  
			<remark  id="s3b43c18l4" />ปัจจัยแก่สารัมมณขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c18l5" />   สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c18l6" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c18l7" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่                
			<remark  id="s3b43c18l8" />ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c18l9" />  ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ และกายายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิ  
			<remark  id="s3b43c18l10" />ปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c18l11" />  ขันธ์ ๑ ที่เป็นสารัมมณธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c18l12" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.      
			<remark  id="s3b43c18l13" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยอัตถิปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c18l14" />    มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.       
			<remark  id="s3b43c18l15" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ สารัมมณขันธ์ และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ                  
			<remark  id="s3b43c18l16" />ฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c18l17" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ สารัมมณขันธ์ และกพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้   
			<remark  id="s3b43c18l18" />โดยอัตถิปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c18l19" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ สารัมมณขันธ์ และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป                 
			<remark  id="s3b43c18l20" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c18l21" />  [๓๕] ในเหตุปัจจัย                  มีวาระ   ๓       
			<remark  id="s3b43c18l22" />        ในอารัมมณปัจจัย               มี "     ๒       
			<remark  id="s3b43c18l23" />        ในอธิปติปัจจัย                 มี "     ๔      
			<remark  id="s3b43c18l24" />        ในอนันตรปัจจัย                มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c18l25" />        ในสมนันตรปัจจัย               มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c18l26" />        ในสหชาตปัจจัย                มี "     ๗        
			<remark  id="s3b43c18l27" />        ในอัญญมัญญปัจจัย               มี "     ๖     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c19" >
		<para id="s3b43c19p">
			<remark  id="s3b43c19l1" />        ในนิสสยปัจจัย                 มีวาระ   ๗       
			<remark  id="s3b43c19l2" />        ในอุปนิสสยปัจจัย               มี "     ๒      
			<remark  id="s3b43c19l3" />        ในปุเรชาตปัจจัย               มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c19l4" />        ในปัจฉาชาตปัจจัย              มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c19l5" />        ในอาเสวนปัจจัย               มี "     ๑        
			<remark  id="s3b43c19l6" />        ในกัมมปัจจัย                  มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c19l7" />        ในวิปากปัจจัย                 มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c19l8" />        ในอาหารปัจจัย                มี "     ๔        
			<remark  id="s3b43c19l9" />        ในอินทริยปัจจัย                มี "     ๖      
			<remark  id="s3b43c19l10" />        ในฌานปัจจัย                  มี "     ๓        
			<remark  id="s3b43c19l11" />        ในมัคคปัจจัย                  มี "     ๓       
			<remark  id="s3b43c19l12" />        ในสัมปยุตตปัจจัย               มี "     ๑      
			<remark  id="s3b43c19l13" />        ในวิปปยุตตปัจจัย               มี "     ๒      
			<remark  id="s3b43c19l14" />        ในอัตถิปัจจัย                  มี "     ๗      
			<remark  id="s3b43c19l15" />        ในนัตถิปัจจัย                  มี "     ๑      
			<remark  id="s3b43c19l16" />        ในวิคตปัจจัย                  มี "     ๑       
			<remark  id="s3b43c19l17" />        ในอวิคตปัจจัย                 มี "     ๗       
			<remark  id="s3b43c19l18" />   [๓๖] สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย  
			<remark  id="s3b43c19l19" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c19l20" />   สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉา  
			<remark  id="s3b43c19l21" />ชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c19l22" />  สารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรมโดยสหชาตปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c19l23" />เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c19l24" />  อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย       
			<remark  id="s3b43c19l25" />อาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c19l26" />   อนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-  
			<remark  id="s3b43c19l27" />ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c20" >
		<para id="s3b43c20p">
			<remark  id="s3b43c20l1" />   สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สารัมมณธรรม โดยสหชาตปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c20l2" />เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c20l3" />  สารัมมณธรรม และอนารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อนารัมมณธรรม โดยสหชาตปัจจัย      
			<remark  id="s3b43c20l4" />เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c20l5" />    [๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ   ๗   
			<remark  id="s3b43c20l6" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย      มี "     ๗ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c20l7" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      มี "     ๗   
			<remark  id="s3b43c20l8" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย       มี "     ๖   
			<remark  id="s3b43c20l9" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย      มี "     ๖   
			<remark  id="s3b43c20l10" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย        มี "     ๖   
			<remark  id="s3b43c20l11" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย      มี "     ๗   
			<remark  id="s3b43c20l12" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      มี "     ๗   
			<remark  id="s3b43c20l13" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     มี "     ๗ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c20l14" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         มี "     ๗   
			<remark  id="s3b43c20l15" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย      มี "     ๖   
			<remark  id="s3b43c20l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c20l17" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย         มี "     ๔   
			<remark  id="s3b43c20l18" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย         มี "     ๗   
			<remark  id="s3b43c20l19" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย         มี "     ๗   
			<remark  id="s3b43c20l20" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย        มี "     ๔   
			<remark  id="s3b43c20l21" />   [๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c20l22" />        กับเหตุปัจจัย                  มี "     ๓      
			<remark  id="s3b43c20l23" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c20l24" />        กับ ฯลฯ                     มี "   ฯลฯ         
			<remark  id="s3b43c20l25" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c20l26" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๓         
			<remark  id="s3b43c20l27" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c20l28" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๑         
			<remark  id="s3b43c20l29" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c20l30" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๓ ฯลฯ    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c21" >
		<para id="s3b43c21p">
			<remark  id="s3b43c21l1" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c21l2" />        กับ ฯลฯ                     มีวาระ   ๓         
			<remark  id="s3b43c21l3" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c21l4" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๑         
			<remark  id="s3b43c21l5" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c21l6" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๑         
			<remark  id="s3b43c21l7" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c21l8" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๓         
			<remark  id="s3b43c21l9" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย         มี "       
			<remark  id="s3b43c21l10" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๓.        
			<remark  id="s3b43c21l11" />   [๓๙] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c21l12" />       กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มี "     ๒   
			<remark  id="s3b43c21l13" />        ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ          มี "     ๔     
			<remark  id="s3b43c21l14" />        ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ         มี "     ๑      
			<remark  id="s3b43c21l15" />                   พึงกระทำอนุโลมมาติกา.               
			<remark  id="s3b43c21l16" />        ในอวิคตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c21l17" />       กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ   ๗.  
			<remark  id="s3b43c21l18" />                     สารัมมณทุกะ จบ.   
			<remark  id="s3b43c21l19" />                         จิตตทุกะ  
			<remark  id="s3b43c21l20" />                       ปฏิจจวาร  
			<remark  id="s3b43c21l21" />  [๔๐] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิตเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c21l22" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต.       
			<remark  id="s3b43c21l23" />   ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป อาศัยจิต.   
			<remark  id="s3b43c21l24" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c22" >
		<para id="s3b43c22p">
			<remark  id="s3b43c22l1" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป             
			<remark  id="s3b43c22l2" />อาศัยขันธ์ ๒              
			<remark  id="s3b43c22l3" />      ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ          
			<remark  id="s3b43c22l4" />        มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ                
			<remark  id="s3b43c22l5" />       ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ จิต อาศัยขันธ์   
			<remark  id="s3b43c22l6" />        ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต  
			<remark  id="s3b43c22l7" />      ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต   
			<remark  id="s3b43c22l8" />       ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ.                
			<remark  id="s3b43c22l9" />       ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตเกิดขึ้น เพราะ   
			<remark  id="s3b43c22l10" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c22l11" />      คือ ขันธ์ ๒ จิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c22l12" />        ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ จิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๑ จิต               
			<remark  id="s3b43c22l13" />และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒   
			<remark  id="s3b43c22l14" />      ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c22l15" />       ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิตเกิดขึ้น เพราะเหตุ                
			<remark  id="s3b43c22l16" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c22l17" />      ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ         
			<remark  id="s3b43c22l18" />        ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต    
			<remark  id="s3b43c22l19" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c22l20" />      ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c22l21" />    [๔๑] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c22l22" />        คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c22l23" />       ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c22l24" />        คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c22l25" />       ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.      
			<remark  id="s3b43c22l26" />       ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย      
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c23" >
		<para id="s3b43c23p">
			<remark  id="s3b43c23l1" />        คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต          
			<remark  id="s3b43c23l2" />       ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่ จิต   
			<remark  id="s3b43c23l3" />       ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ                 
			<remark  id="s3b43c23l4" />       ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตเกิดขึ้นเพราะอารัมมณ              
			<remark  id="s3b43c23l5" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c23l6" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ                  
			<remark  id="s3b43c23l7" />ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c23l8" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c23l9" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะ   
			<remark  id="s3b43c23l10" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c23l11" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิตและจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c23l12" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c23l13" />   [๔๒] ในเหตุปัจจัย           มีวาระ   ๕              
			<remark  id="s3b43c23l14" />        ในอารัมมณปัจจัย        มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l15" />        ในอธิปติปัจจัย          มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c23l16" />        ในอนันตรปัจจัย         มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l17" />        ในสมนันตรปัจจัย        มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l18" />        ในสหชาตปัจจัย         มี "     ๕               
			<remark  id="s3b43c23l19" />        ในอัญญมัญญปัจจัย        มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c23l20" />        ในนิสสยปัจจัย          มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l21" />        ในอุปนิสสยปัจจัย        มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c23l22" />        ในปุเรชาตปัจจัย        มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l23" />        ในอาเสวนปัจจัย        มี "     ๕               
			<remark  id="s3b43c23l24" />        ในกัมมปัจจัย           มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l25" />        ในวิปากปัจจัย          มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c23l26" />        ในอาหารปัจจัย         มี "     ๕  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c24" >
		<para id="s3b43c24p">
			<remark  id="s3b43c24l1" />        ในอินทริยปัจจัย         มีวาระ   ๕             
			<remark  id="s3b43c24l2" />        ในฌานปัจจัย           มี "     ๕               
			<remark  id="s3b43c24l3" />        ในมัคคปัจจัย           มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c24l4" />        ในสัมปยุตตปัจจัย        มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c24l5" />        ในวิปยุตตปัจจัย         มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c24l6" />        ในอัตถิปัจจัย           มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c24l7" />        ในนัตถิปัจจัย           มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c24l8" />        ในวิคตปัจจัย           มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c24l9" />        ในอวิคตปัจจัย          มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c24l10" />   [๔๓] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิตเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c24l11" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอเหตุกจิต   
			<remark  id="s3b43c24l12" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย                
			<remark  id="s3b43c24l13" />อุทธัจจะ อาศัยจิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.  
			<remark  id="s3b43c24l14" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c24l15" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c24l16" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c24l17" />  อเหตุกปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย   
			<remark  id="s3b43c24l18" />อุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.                  
			<remark  id="s3b43c24l19" />    ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c24l20" />    คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ  
			<remark  id="s3b43c24l21" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต  
			<remark  id="s3b43c24l22" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ.              
			<remark  id="s3b43c24l23" />   ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c24l24" />    คือ ขันธ์ ๒ จิตและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c24l25" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c24l26" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c24l27" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่เป็นจิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c25" >
		<para id="s3b43c25p">
			<remark  id="s3b43c25l1" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ และ   
			<remark  id="s3b43c25l2" />จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ           
			<remark  id="s3b43c25l3" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต  
			<remark  id="s3b43c25l4" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c25l5" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ โมหะที่สหรคตด้วย   
			<remark  id="s3b43c25l6" />วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยจิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ              
			<remark  id="s3b43c25l7" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.    
			<remark  id="s3b43c25l8" />  [๔๔] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c25l9" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ปฏิสนธิ.                
			<remark  id="s3b43c25l10" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c25l11" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.       
			<remark  id="s3b43c25l12" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ          
			<remark  id="s3b43c25l13" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c25l14" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป       
			<remark  id="s3b43c25l15" />อาศัยจิต และมหาภูตรูปทั้งหลาย  
			<remark  id="s3b43c25l16" />  ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย กฏัตตารูป        
			<remark  id="s3b43c25l17" />อาศัยจิต และมหาภูตรูปทั้งหลาย.  
			<remark  id="s3b43c25l18" />  [๔๕] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปปัจจัย มี ๕ นัย.  
			<remark  id="s3b43c25l19" />    ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.   
			<remark  id="s3b43c25l20" />    [๔๖] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c25l21" />    คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต              
			<remark  id="s3b43c25l22" />    ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป อาศัยจิต.   
			<remark  id="s3b43c25l23" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c25l24" />    คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป   
			<remark  id="s3b43c25l25" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c26" >
		<para id="s3b43c26p">
			<remark  id="s3b43c26l1" />   ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c26l2" />    คือ ในอรูปภูมิ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต   
			<remark  id="s3b43c26l3" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต หทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c26l4" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต          
			<remark  id="s3b43c26l5" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c26l6" />  คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต  
			<remark  id="s3b43c26l7" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c26l8" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต         
			<remark  id="s3b43c26l9" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c26l10" />  คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต  
			<remark  id="s3b43c26l11" />สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต และจิต จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต และมหาภูตรูป             
			<remark  id="s3b43c26l12" />ทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c26l13" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ  
			<remark  id="s3b43c26l14" />กฏัตตารูป อาศัยจิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย กฏัตตารูป อาศัยจิต และมหาภูตรูปทั้งหลาย.    
			<remark  id="s3b43c26l15" />    ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c26l16" />   [๔๗] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c26l17" />    คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยจิต.  
			<remark  id="s3b43c26l18" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c26l19" />    คือ สัมมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐาน   
			<remark  id="s3b43c26l20" />รูป ฯลฯ. อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c26l21" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c26l22" />    คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต และจิต.  
			<remark  id="s3b43c26l23" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c26l24" />  [๔๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ   ๕   
			<remark  id="s3b43c26l25" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c26l26" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        มี "     ๕   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c27" >
		<para id="s3b43c27p">
			<remark  id="s3b43c27l1" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย       มีวาระ   ๓   
			<remark  id="s3b43c27l2" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c27l3" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c27l4" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c27l5" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l6" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l7" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l8" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c27l9" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l10" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย       มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c27l11" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย       มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c27l12" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย         มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l13" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l14" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปปยุตตปัจจัย     มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c27l15" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปยุตตปัจจัย       มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c27l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย         มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c27l17" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย         มี "     ๓.   
			<remark  id="s3b43c27l18" />   [๔๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c27l19" />        กับเหตุปัจจัย                  มีวาระ   ๓      
			<remark  id="s3b43c27l20" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c27l21" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๕.        
			<remark  id="s3b43c27l22" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c27l23" />  [๕๐] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c27l24" />       กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ   ๕   
			<remark  id="s3b43c27l25" />        ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ         มี "     ๕      
			<remark  id="s3b43c27l26" />        ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ         มี "     ๕     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c28" >
		<para id="s3b43c28p">
			<remark  id="s3b43c28l1" />        ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ           มีวาระ   ๓      
			<remark  id="s3b43c28l2" />        ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ          มี "     ๕.     
			<remark  id="s3b43c28l3" />        สหชาตวาร เหมือนกับ ปฏิจจวาร.   
			<remark  id="s3b43c28l4" />   [๕๑] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c28l5" />    คือสัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c28l6" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c28l7" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ   
			<remark  id="s3b43c28l8" />ตลอดถึงมหาภูตรูป ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c28l9" />   ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c28l10" />   คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต จิต อาศัยหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c28l11" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต     
			<remark  id="s3b43c28l12" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c28l13" />   ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุ   
			<remark  id="s3b43c28l14" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c28l15" />  คือ ขันธ์ ๒ จิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิต   
			<remark  id="s3b43c28l16" />และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ                  
			<remark  id="s3b43c28l17" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ จิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต           
			<remark  id="s3b43c28l18" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c28l19" />  ในปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c28l20" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c28l21" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c28l22" />ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิตและหทัยวัตถุ           
			<remark  id="s3b43c28l23" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต ขันธ์  
			<remark  id="s3b43c28l24" />๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c28l25" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิตและหทัยวัตถุ.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c29" >
		<para id="s3b43c29p">
			<remark  id="s3b43c29l1" />   [๕๒] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ นัย                
			<remark  id="s3b43c29l2" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c29l3" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c29l4" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c29l5" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต   
			<remark  id="s3b43c29l6" />ด้วยจักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ   
			<remark  id="s3b43c29l7" />ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยหทัยวัตถุ.                
			<remark  id="s3b43c29l8" />   ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c29l9" />    คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต จิต อาศัยหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c29l10" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต     
			<remark  id="s3b43c29l11" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ      
			<remark  id="s3b43c29l12" />อาศัยกายายตนะ.            
			<remark  id="s3b43c29l13" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะ   
			<remark  id="s3b43c29l14" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c29l15" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตและสัมปยุตต  
			<remark  id="s3b43c29l16" />ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c29l17" />  ในปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ      
			<remark  id="s3b43c29l18" />และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัย   
			<remark  id="s3b43c29l19" />กายายตนะ.                 
			<remark  id="s3b43c29l20" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c29l21" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่  
			<remark  id="s3b43c29l22" />ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c29l23" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย   
			<remark  id="s3b43c29l24" />ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ และจักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c29l25" />                           ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c30" >
		<para id="s3b43c30p">
			<remark  id="s3b43c30l1" />  [๕๓] ในเหตุปัจจัย            มีวาระ   ๕             
			<remark  id="s3b43c30l2" />        ในอารัมมณปัจจัย         มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c30l3" />        ในอธิปติปัจจัย           มี "     ๕            
			<remark  id="s3b43c30l4" />        ในปัจจัยทั้งปวง          มี "     ๕            
			<remark  id="s3b43c30l5" />        ในอวิคตปัจจัย           มี "     ๕.            
			<remark  id="s3b43c30l6" />   [๕๔] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c30l7" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอเหตุกจิต   
			<remark  id="s3b43c30l8" />   ในอเหตุปฏิสนธิขณะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย    
			<remark  id="s3b43c30l9" />จิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.           
			<remark  id="s3b43c30l10" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c30l11" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c30l12" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ   
			<remark  id="s3b43c30l13" />อาศัยจักขายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่   
			<remark  id="s3b43c30l14" />ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ            
			<remark  id="s3b43c30l15" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ.              
			<remark  id="s3b43c30l16" />    ธรรมที่เป็นจิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c30l17" />    คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ อเหตุก             
			<remark  id="s3b43c30l18" />ปฏิสนธิ ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c30l19" />  ในเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ อาศัย     
			<remark  id="s3b43c30l20" />กายายตนะ ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c30l21" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ             
			<remark  id="s3b43c30l22" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c30l23" />  คือ ขันธ์ ๒ จิตและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c30l24" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ อเหตุกปฏิสนธิ ฯลฯ                
			<remark  id="s3b43c30l25" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ อาศัย       
			<remark  id="s3b43c30l26" />จักขายตนะ ฯลฯ อาศัยกายายตนะ ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c31" >
		<para id="s3b43c31p">
			<remark  id="s3b43c31l1" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c31l2" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิต                
			<remark  id="s3b43c31l3" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์               
			<remark  id="s3b43c31l4" />ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต อาศัยจิต และหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ อาศัย              
			<remark  id="s3b43c31l5" />จักขายตนะ และจักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ               
			<remark  id="s3b43c31l6" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และจิต.   
			<remark  id="s3b43c31l7" />                           ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c31l8" />  [๕๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ   ๕   
			<remark  id="s3b43c31l9" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l10" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l11" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย       มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l12" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l13" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l14" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l15" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l17" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l18" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l19" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l20" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย       มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c31l21" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย       มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c31l22" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย         มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l23" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l24" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย      มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c31l25" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      มี "     ๕   
			<remark  id="s3b43c31l26" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย         มี "     ๓   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c32" >
		<para id="s3b43c32p">
			<remark  id="s3b43c32l1" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย         มีวาระ   ๓   
			<remark  id="s3b43c32l2" />   [๕๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c32l3" />        กับเหตุปัจจัย                  มีวาระ   ๓      
			<remark  id="s3b43c32l4" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c32l5" />        กับ ฯลฯ                     มี "     ๕.        
			<remark  id="s3b43c32l6" />   [๕๗] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c32l7" />       กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ   ๕   
			<remark  id="s3b43c32l8" />        ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ         มี "     ๕      
			<remark  id="s3b43c32l9" />        ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ         มี "     ๕     
			<remark  id="s3b43c32l10" />        ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ           มี "     ๓      
			<remark  id="s3b43c32l11" />        ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ          มี "     ๕.     
			<remark  id="s3b43c32l12" />        นิสสยวาร เหมือนกับปฏิจจาร.  
			<remark  id="s3b43c32l13" />                        สังสัฏฐวาร  
			<remark  id="s3b43c32l14" />   [๕๘] ธรรมที่ไม่ใช่จิต คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นจิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c32l15" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย คลุกเคล้ากับจิต ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c32l16" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c32l17" />    คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๑ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c32l18" />    ธรรมที่เป็นจิต คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c32l19" />    คือ จิตคลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c32l20" />   ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุ           
			<remark  id="s3b43c32l21" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c32l22" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.           
			<remark  id="s3b43c32l23" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุ           
			<remark  id="s3b43c32l24" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c32l25" />  คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.           
			<remark  id="s3b43c32l26" />                           ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c33" >
		<para id="s3b43c33p">
			<remark  id="s3b43c33l1" />  [๕๙] ในเหตุปัจจัย                  มีวาระ     ๕     
			<remark  id="s3b43c33l2" />        ในอารัมมณปัจจัย               มี "       ๕     
			<remark  id="s3b43c33l3" />        ในอธิปติปัจจัย                 มี "       ๕    
			<remark  id="s3b43c33l4" />        ในปัจจัยทั้งปวง                มี "       ๕    
			<remark  id="s3b43c33l5" />        ในอวิคตปัจจัย                 มี "       ๕.    
			<remark  id="s3b43c33l6" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c33l7" />  [๖๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         มีวาระ     ๕  
			<remark  id="s3b43c33l8" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        มี "       ๕  
			<remark  id="s3b43c33l9" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      มี "       ๕  
			<remark  id="s3b43c33l10" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     มี "       ๕  
			<remark  id="s3b43c33l11" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      มี "       ๕   
			<remark  id="s3b43c33l12" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         มี "       ๓  
			<remark  id="s3b43c33l13" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        มี "       ๕  
			<remark  id="s3b43c33l14" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย         มี "       ๕   
			<remark  id="s3b43c33l15" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         มี "       ๕  
			<remark  id="s3b43c33l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      มี "       ๕.  
			<remark  id="s3b43c33l17" />   การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้ทั้งหมด.               
			<remark  id="s3b43c33l18" />                         ปัญหาวาร  
			<remark  id="s3b43c33l19" />  [๖๑] ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยเหตุปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c33l20" />         คือ เหตุธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป         
			<remark  id="s3b43c33l21" />         ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c33l22" />        ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c33l23" />         คือ เหตุธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่จิต โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.              
			<remark  id="s3b43c33l24" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยเหตุปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c33l25" />    คือ เหตุธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป                  
			<remark  id="s3b43c33l26" />ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c34" >
		<para id="s3b43c34p">
			<remark  id="s3b43c34l1" />  [๖๒] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c34l2" />         คือ จิต ปรารภจิต เกิดขึ้น.  
			<remark  id="s3b43c34l3" />                       พึงกระทำมูล.   
			<remark  id="s3b43c34l4" />   ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ปรารภจิต เกิดขึ้น.        
			<remark  id="s3b43c34l5" />                       พึงกระทำมูล.   
			<remark  id="s3b43c34l6" />   จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ปรารภจิต เกิดขึ้น.     
			<remark  id="s3b43c34l7" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c34l8" />    คือ บุคคลให้ทาน รักษาศีล กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณาซึ่งกุศลธรรมนั้น ย่อม  
			<remark  id="s3b43c34l9" />ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น ราคะเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น         
			<remark  id="s3b43c34l10" />    กุศลธรรมที่ตนอบรมดีแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว พิจารณาซึ่งฌาน ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c34l11" />    พระอริยะทั้งหลาย ออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน                
			<remark  id="s3b43c34l12" />    นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดย         
			<remark  id="s3b43c34l13" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c34l14" />  พระอริยทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่ไม่ใช่จิต พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลส        
			<remark  id="s3b43c34l15" />ทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นในกาลก่อน  
			<remark  id="s3b43c34l16" />  บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ และขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต โดยความ                  
			<remark  id="s3b43c34l17" />เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c34l18" />  บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพยจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียง               
			<remark  id="s3b43c34l19" />ด้วยธรรมที่ไม่ใช่จิต ด้วยเจโตปริยญาณ  
			<remark  id="s3b43c34l20" />   อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c34l21" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c34l22" />    ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพ   
			<remark  id="s3b43c34l23" />นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.          
			<remark  id="s3b43c34l24" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c34l25" />   มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีตอนต้น ที่ว่าบุคคลให้ทาน ฯลฯ ไม่มีแตกต่างกัน.                
			<remark  id="s3b43c34l26" />ข้อที่ต่างกันมีแต่ว่า รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่ 
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c35" >
		<para id="s3b43c35p">
			<remark  id="s3b43c35l1" />กายวิญญาณ. ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ฯลฯ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ          
			<remark  id="s3b43c35l2" />ปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c35l3" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c35l4" />    มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีตอนต้น ที่ว่าบุคคลให้ทาน ฯลฯ ไม่มีแตกต่างกัน.                
			<remark  id="s3b43c35l5" />ข้อที่ต่างกันมีแต่ว่า รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพ            
			<remark  id="s3b43c35l6" />พายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็น             
			<remark  id="s3b43c35l7" />ปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ฯลฯ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c35l8" />   ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย    
			<remark  id="s3b43c35l9" />    คือ จิต ปรารภจิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย มี ๓ นัย.   
			<remark  id="s3b43c35l10" />   [๖๓] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอธิปติปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c35l11" />    มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จิต ทำจิตให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว                 
			<remark  id="s3b43c35l12" />เกิดขึ้น.                 
			<remark  id="s3b43c35l13" />  ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณา          
			<remark  id="s3b43c35l14" />ธิปติ สหชาตาธิปติ.       
			<remark  id="s3b43c35l15" />  ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ทำจิตให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก             
			<remark  id="s3b43c35l16" />แน่นแล้ว เกิดขึ้น         
			<remark  id="s3b43c35l17" />  ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ จิตตาธิปติธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต                  
			<remark  id="s3b43c35l18" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c35l19" />   ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอธิปติปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c35l20" />    มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ทำจิตให้   
			<remark  id="s3b43c35l21" />เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น.   
			<remark  id="s3b43c35l22" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c35l23" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.           
			<remark  id="s3b43c35l24" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ บุคคลกระทำกุศล   
			<remark  id="s3b43c35l25" />ธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำ             
			<remark  id="s3b43c35l26" />กุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c36" >
		<para id="s3b43c36p">
			<remark  id="s3b43c36l1" />    กุศลธรรมที่ตนอบรมดีแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c36l2" />   พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค ผล ฯลฯ นิพพาน ฯลฯ กระทำให้     
			<remark  id="s3b43c36l3" />เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c36l4" />  นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c36l5" />    บุคคลกระทำจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต ให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก            
			<remark  id="s3b43c36l6" />แน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก             
			<remark  id="s3b43c36l7" />แน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c36l8" />  ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ               
			<remark  id="s3b43c36l9" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c36l10" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c36l11" />   คำอธิบายทั้งสองอย่างนี้ เหมือนกับคำอธิบายตามบาลีตอนต้น ไม่มีแตกต่างกัน พึง   
			<remark  id="s3b43c36l12" />กระทำอารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.  
			<remark  id="s3b43c36l13" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอธิปติปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c36l14" />    มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ แม้ทั้ง ๓ นัย ธรรมที่พึงทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก               
			<remark  id="s3b43c36l15" />แน่น ก็เป็นอารัมมณาธิปติอย่างเดียว.  
			<remark  id="s3b43c36l16" />  [๖๔] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอนันตรปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c36l17" />    คือ จิตที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c36l18" />    ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอนันตรปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c36l19" />   คือ จิตที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตร             
			<remark  id="s3b43c36l20" />ปัจจัย จิตเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.         
			<remark  id="s3b43c36l21" />   ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอนันตรปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c36l22" />    คือ จิตที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย                 
			<remark  id="s3b43c36l23" />อนันตรปัจจัย.             
			<remark  id="s3b43c36l24" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอนันตรปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c36l25" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดย  
			<remark  id="s3b43c36l26" />อนันตรปัจจัย     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c37" >
		<para id="s3b43c37p">
			<remark  id="s3b43c37l1" />  ข้อความที่จะยกมาอธิบายบททั้งสองนี้โดยบริบูรณ์ เหมือนกับข้อความตามบาลีที่มีอยู่                
			<remark  id="s3b43c37l2" />ข้างต้น.                  
			<remark  id="s3b43c37l3" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอนันตรปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c37l4" />    คือ จิตที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ  
			<remark  id="s3b43c37l5" />โดยอนันตรปัจจัย.          
			<remark  id="s3b43c37l6" />                      พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c37l7" />   จิตที่เกิดก่อนๆ  และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตที่           
			<remark  id="s3b43c37l8" />เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดย  
			<remark  id="s3b43c37l9" />อนันตรปัจจัย.             
			<remark  id="s3b43c37l10" />                      พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c37l11" />   จิตที่เกิดก่อนๆ  และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย  เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ และ   
			<remark  id="s3b43c37l12" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c37l13" />   เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๕ นัย เหมือนกับ   
			<remark  id="s3b43c37l14" />ปฏิจจวาร                  
			<remark  id="s3b43c37l15" />  เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร  
			<remark  id="s3b43c37l16" />   เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๕ นัย เหมือนกับปัจจยวาร   
			<remark  id="s3b43c37l17" />   [๖๕] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c37l18" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c37l19" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่จิต โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.      
			<remark  id="s3b43c37l20" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอุปนิสสยปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c37l21" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c37l22" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาให้ทาน ฯลฯ ก่อมานะ ยึดถือ                  
			<remark  id="s3b43c37l23" />ทิฏฐิ  
			<remark  id="s3b43c37l24" />  เข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ และเสนาสนะ ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์   
			<remark  id="s3b43c37l25" />   ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลสมาบัติ  
			<remark  id="s3b43c37l26" />โดยอุปนิสสยปัจจัย.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c38" >
		<para id="s3b43c38p">
			<remark  id="s3b43c38l1" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c38l2" />    ข้อความที่จะยกมาอธิบายบททั้งสองนี้ให้สมบูรณ์ เหมือนกับข้อความตามบาลี ที่มีอยู่                
			<remark  id="s3b43c38l3" />ข้างต้น ไม่มีแตกต่างกัน.   
			<remark  id="s3b43c38l4" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c38l5" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c38l6" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิต   
			<remark  id="s3b43c38l7" />โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.  
			<remark  id="s3b43c38l8" />  [๖๖] ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c38l9" />    มีอย่าง ๒ คือ อารัมมณะปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c38l10" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็น                  
			<remark  id="s3b43c38l11" />ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c38l12" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c38l13" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ  
			<remark  id="s3b43c38l14" />เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c38l15" />   ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุ              
			<remark  id="s3b43c38l16" />วิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c38l17" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัย แก่ธรรมที่เป็นจิต โดยปุเรชาตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c38l18" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.    
			<remark  id="s3b43c38l19" />  ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของ
			<remark  id="s3b43c38l20" />ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c38l21" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c38l22" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ.             
			<remark  id="s3b43c38l23" />    ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ    
			<remark  id="s3b43c38l24" />เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c38l25" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c38l26" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต        
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c39" >
		<para id="s3b43c39p">
			<remark  id="s3b43c39l1" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยความเป็นของ                
			<remark  id="s3b43c39l2" />ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c39l3" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c39l4" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c39l5" />    ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์                
			<remark  id="s3b43c39l6" />ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c39l7" />หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c39l8" />    [๖๗] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.           
			<remark  id="s3b43c39l9" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c39l10" />    ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c39l11" />    [๖๘] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย.          
			<remark  id="s3b43c39l12" />    [๖๙] ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยกัมมปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c39l13" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c39l14" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่เจตนาที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตต              
			<remark  id="s3b43c39l15" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c39l16" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย และ                  
			<remark  id="s3b43c39l17" />กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c39l18" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยกัมมปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c39l19" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c39l20" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่จิต โดยกัมมปัจจัย.              
			<remark  id="s3b43c39l21" />    ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่วิบากจิต โดยกัมมปัจจัย.      
			<remark  id="s3b43c39l22" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยกัมมปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c39l23" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c39l24" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย จิต                  
			<remark  id="s3b43c39l25" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c40" >
		<para id="s3b43c40p">
			<remark  id="s3b43c40l1" />   ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย และจิต               
			<remark  id="s3b43c40l2" />และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c40l3" />  [๗๐] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยวิปากปัจจัย มี ๕ นัย เป็น                
			<remark  id="s3b43c40l4" />ปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๕ นัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๕ นัย.  
			<remark  id="s3b43c40l5" />   [๗๑] ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย เป็น                
			<remark  id="s3b43c40l6" />ปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย.  
			<remark  id="s3b43c40l7" />   [๗๒] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c40l8" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c40l9" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c40l10" />    มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.              
			<remark  id="s3b43c40l11" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยวิปปยุตต         
			<remark  id="s3b43c40l12" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c40l13" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c40l14" />หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c40l15" />   ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ            
			<remark  id="s3b43c40l16" />กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์              
			<remark  id="s3b43c40l17" />ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c40l18" />   ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน               
			<remark  id="s3b43c40l19" />โดยวิปปยุตตปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c40l20" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยวิปปยุตตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c40l21" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c40l22" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย.     
			<remark  id="s3b43c40l23" />    ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c40l24" />แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c40l25" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c40l26" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c41" >
		<para id="s3b43c41p">
			<remark  id="s3b43c41l1" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์                  
			<remark  id="s3b43c41l2" />ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c41l3" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ  และสัมปยุตตขันธ์   
			<remark  id="s3b43c41l4" />ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็น  
			<remark  id="s3b43c41l5" />ปัจจัยแก่จิต และวิปปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c41l6" />   ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c41l7" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.  
			<remark  id="s3b43c41l8" />                         ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c41l9" />  [๗๓] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอัตถิปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c41l10" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c41l11" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c41l12" />   มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c41l13" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c41l14" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c41l15" />  ที่เป็นสหชาตได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ                
			<remark  id="s3b43c41l16" />ขันธ์ที่ไม่ใช่จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดยอัตถิปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c41l17" />    ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ     
			<remark  id="s3b43c41l18" />เหมือนกับปุเรชาต ฯลฯ.     
			<remark  id="s3b43c41l19" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอัตถิปัจจัย    
			<remark  id="s3b43c41l20" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c41l21" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิต และจิตต                 
			<remark  id="s3b43c41l22" />สมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c41l23" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ไม่ใช่จิต ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c41l24" />   ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c41l25" />    ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต ฯลฯ.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c42" >
		<para id="s3b43c42p">
			<remark  id="s3b43c42l1" />    ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอัตถิปัจจัย    
			<remark  id="s3b43c42l2" />    มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.  
			<remark  id="s3b43c42l3" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่จิตและจิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตต                  
			<remark  id="s3b43c42l4" />สมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c42l5" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิต โดย                
			<remark  id="s3b43c42l6" />อัตถิปัจจัย แม้ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.                 
			<remark  id="s3b43c42l7" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป   
			<remark  id="s3b43c42l8" />โดยอัตถิปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c42l9" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตและมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป   
			<remark  id="s3b43c42l10" />โดยอัตถิปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c42l11" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน             
			<remark  id="s3b43c42l12" />โดยอัตถิปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c42l13" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกพฬิงการาหาร เป็นปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c42l14" />แก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c42l15" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c42l16" />แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c42l17" />   [๗๔] ในเหตุปัจจัย           มีวาระ   ๓              
			<remark  id="s3b43c42l18" />        ในอารัมมณปัจจัย        มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c42l19" />        ในอธิปติปัจจัย          มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c42l20" />        ในอนันตรปัจจัย         มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c42l21" />        ในสมนันตรปัจจัย        มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c42l22" />        ในสหชาตปัจจัย         มี "     ๕               
			<remark  id="s3b43c42l23" />        ในอัญญมัญญปัจจัย        มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c42l24" />        ในนิสสยปัจจัย          มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c42l25" />        ในอุปนิสสยปัจจัย        มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c42l26" />        ในปุเรชาตปัจจัย        มี "     ๓           
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c43" >
		<para id="s3b43c43p">
			<remark  id="s3b43c43l1" />        ในปัจฉาชาตปัจจัย       มีวาระ   ๓              
			<remark  id="s3b43c43l2" />        ในอาเสวนปัจจัย        มี "     ๙               
			<remark  id="s3b43c43l3" />        ในกัมมปัจจัย           มี "     ๓              
			<remark  id="s3b43c43l4" />        ในวิปากปัจจัย          มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c43l5" />        ในอาหารปัจจัย         มี "     ๕               
			<remark  id="s3b43c43l6" />        ในอินทริยปัจจัย         มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c43l7" />        ในฌานปัจจัย           มี "     ๓               
			<remark  id="s3b43c43l8" />        ในมัคคปัจจัย           มี "     ๓              
			<remark  id="s3b43c43l9" />        ในสัมปยุตตปัจจัย        มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c43l10" />        ในวิปปยุตตปัจจัย        มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c43l11" />        ในอัตถิปัจจัย           มี "     ๕             
			<remark  id="s3b43c43l12" />        ในนัตถิปัจจัย           มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c43l13" />        ในวิคตปัจจัย           มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c43l14" />        ในอวิคตปัจจัย          มี "     ๕.             
			<remark  id="s3b43c43l15" />   [๗๕] ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c43l16" />โดยอุปนิสสยปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c43l17" />  ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดย                  
			<remark  id="s3b43c43l18" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c43l19" />    ธรรมที่เป็นจิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c43l20" />เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c43l21" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย                 
			<remark  id="s3b43c43l22" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย   
			<remark  id="s3b43c43l23" />ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c43l24" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย   
			<remark  id="s3b43c43l25" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมม-              
			<remark  id="s3b43c43l26" />ปัจจัย.                  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c44" >
		<para id="s3b43c44p">
			<remark  id="s3b43c44l1" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c44l2" />เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็น               
			<remark  id="s3b43c44l3" />ปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.      
			<remark  id="s3b43c44l4" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต โดยอารัมมณปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c44l5" />เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c44l6" />  ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิต โดยอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c44l7" />เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.       
			<remark  id="s3b43c44l8" />    ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นจิต และธรรมที่ไม่ใช่จิต            
			<remark  id="s3b43c44l9" />โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c44l10" />   [๗๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                มีวาระ   ๙  
			<remark  id="s3b43c44l11" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย             มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c44l12" />        ในปัจจัยทั้งปวง                       มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c44l13" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                มี "     ๙.  
			<remark  id="s3b43c44l14" />   [๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c44l15" />        กับเหตุปัจจัย                         มีวาระ   ๓ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c44l16" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตร  
			<remark  id="s3b43c44l17" />       ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c44l18" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญ  
			<remark  id="s3b43c44l19" />        ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มี "     ๑   
			<remark  id="s3b43c44l20" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสย  
			<remark  id="s3b43c44l21" />        ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c44l22" />        ในปัจจัยทั้งปวงกับ ฯลฯ                 มี "     ๓  
			<remark  id="s3b43c44l23" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคค  
			<remark  id="s3b43c44l24" />       ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c44l25" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตต-  
			<remark  id="s3b43c44l26" />        ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มี "     ๑   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c45" >
		<para id="s3b43c45p">
			<remark  id="s3b43c45l1" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตต  
			<remark  id="s3b43c45l2" />        ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มีวาระ   ๓   
			<remark  id="s3b43c45l3" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิ  
			<remark  id="s3b43c45l4" />       ปัจจัยกับ ฯลฯ                        มี "     ๓   
			<remark  id="s3b43c45l5" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัยกับ ฯลฯ          มี "     ๓.  
			<remark  id="s3b43c45l6" />   [๗๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย   มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c45l7" />         ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ                 มี "     ๙  
			<remark  id="s3b43c45l8" />           พึงกระทำอนุโลม ปฏิโลมมาติกา.                
			<remark  id="s3b43c45l9" />                       จิตตตุกะ จบ  
			<remark  id="s3b43c45l10" />                        เจตสิกทุกะ  
			<remark  id="s3b43c45l11" />                        ปฏิจจวาร  
			<remark  id="s3b43c45l12" />  [๗๙] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c45l13" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c45l14" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c45l15" />    คือ จิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ในปฏิสนธิขณะ จิต   
			<remark  id="s3b43c45l16" />และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก.            
			<remark  id="s3b43c45l17" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะ                
			<remark  id="s3b43c45l18" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c45l19" />  คือ ขันธ์ ๒ จิตและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c45l20" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c45l21" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c45l22" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต  
			<remark  id="s3b43c45l23" />  ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยจิต หทัยวัตถุอาศัยจิต จิตอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต   
			<remark  id="s3b43c45l24" />รูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c46" >
		<para id="s3b43c46p">
			<remark  id="s3b43c46l1" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c46l2" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต                  
			<remark  id="s3b43c46l3" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก อาศัย        
			<remark  id="s3b43c46l4" />หทัยวัตถุ.                
			<remark  id="s3b43c46l5" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะ              
			<remark  id="s3b43c46l6" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c46l7" />  คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต   
			<remark  id="s3b43c46l8" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c46l9" />  ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c46l10" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะ                
			<remark  id="s3b43c46l11" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c46l12" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c46l13" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ                 
			<remark  id="s3b43c46l14" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต และหทัยวัตถุ       
			<remark  id="s3b43c46l15" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c46l16" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะ              
			<remark  id="s3b43c46l17" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c46l18" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต จิตตสมุฏฐานรูป  
			<remark  id="s3b43c46l19" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และมหาภูตรูปทั้งหลาย     
			<remark  id="s3b43c46l20" />   ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต  
			<remark  id="s3b43c46l21" />   ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และมหาภูตรูปทั้งหลาย        
			<remark  id="s3b43c46l22" />    ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c46l23" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่   
			<remark  id="s3b43c46l24" />ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c46l25" />   คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c47" >
		<para id="s3b43c47p">
			<remark  id="s3b43c47l1" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต       
			<remark  id="s3b43c47l2" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c47l3" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและหทัยวัตถุ ขันธ์ ๑   
			<remark  id="s3b43c47l4" />และจิต อาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c47l5" />  [๘๐] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c47l6" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c47l7" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c47l8" />    คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ปฏิสนธิ.    
			<remark  id="s3b43c47l9" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะ                
			<remark  id="s3b43c47l10" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c47l11" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.                 
			<remark  id="s3b43c47l12" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c47l13" />    คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ.                
			<remark  id="s3b43c47l14" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c47l15" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต                  
			<remark  id="s3b43c47l16" />   ในปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c47l17" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c47l18" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะ              
			<remark  id="s3b43c47l19" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c47l20" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c47l21" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะ                
			<remark  id="s3b43c47l22" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c47l23" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c47l24" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ           
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c48" >
		<para id="s3b43c48p">
			<remark  id="s3b43c48l1" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.          
			<remark  id="s3b43c48l2" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะ              
			<remark  id="s3b43c48l3" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c48l4" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ.                 
			<remark  id="s3b43c48l5" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่              
			<remark  id="s3b43c48l6" />เจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c48l7" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ซึ่งเป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c48l8" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c48l9" />  [๘๑] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย.          
			<remark  id="s3b43c48l10" />                           ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c48l11" />  [๘๒] ในเหตุปัจจัย           มีวาระ   ๙              
			<remark  id="s3b43c48l12" />        ในอารัมมณปัจจัย        มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c48l13" />        ในอธิปติปัจจัย          มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c48l14" />        ในอนันตรปัจจัย         มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c48l15" />        ในสมนันตรปัจจัย        มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c48l16" />        ในสหชาตปัจจัย         มี "     ๙               
			<remark  id="s3b43c48l17" />        ในอัญญมัญญปัจจัย        มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c48l18" />        ในนิสสยปัจจัย          มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c48l19" />        ในอุปนิสสยปัจจัย        มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c48l20" />        ในปุเรชาตปัจจัย        มี "     ๕              
			<remark  id="s3b43c48l21" />        ในอาเสวนปัจจัย        มี "     ๕               
			<remark  id="s3b43c48l22" />        ในกัมมปัจจัย           มี "     ๙              
			<remark  id="s3b43c48l23" />        ในปัจจัยทั้งปวง         มี "     ๙             
			<remark  id="s3b43c48l24" />        ในอวิคตปัจจัย          มี "     ๙.      
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c49" >
		<para id="s3b43c49p">
			<remark  id="s3b43c49l1" />   [๘๓] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c49l2" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ                 
			<remark  id="s3b43c49l3" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์                  
			<remark  id="s3b43c49l4" />ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.      
			<remark  id="s3b43c49l5" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c49l6" />    คือ จิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็นอเหตุกะ  
			<remark  id="s3b43c49l7" />อเหตุกปฏิสนธิ.            
			<remark  id="s3b43c49l8" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่               
			<remark  id="s3b43c49l9" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c49l10" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็น  
			<remark  id="s3b43c49l11" />อเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c49l12" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c49l13" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ          
			<remark  id="s3b43c49l14" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยจิต หทัยวัตถุอาศัยจิต จิตอาศัยหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c49l15" />มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.          
			<remark  id="s3b43c49l16" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c49l17" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c49l18" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต   
			<remark  id="s3b43c49l19" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก อาศัยหทัยวัตถุ โมหะที่สหรคต  
			<remark  id="s3b43c49l20" />ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยจิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.   
			<remark  id="s3b43c49l21" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่             
			<remark  id="s3b43c49l22" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c49l23" />  คือสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c50" >
		<para id="s3b43c50p">
			<remark  id="s3b43c50l1" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูป อาศัยจิต  
			<remark  id="s3b43c50l2" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c50l3" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่               
			<remark  id="s3b43c50l4" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c50l5" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c50l6" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ           
			<remark  id="s3b43c50l7" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ                
			<remark  id="s3b43c50l8" />โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย  
			<remark  id="s3b43c50l9" />วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และจิต.   
			<remark  id="s3b43c50l10" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่             
			<remark  id="s3b43c50l11" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c50l12" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิต  
			<remark  id="s3b43c50l13" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็นอเหตุกะ และมหาภูตรูปทั้งหลาย     
			<remark  id="s3b43c50l14" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต                
			<remark  id="s3b43c50l15" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และมหาภูตรูป  
			<remark  id="s3b43c50l16" />ทั้งหลาย ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ            
			<remark  id="s3b43c50l17" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่              
			<remark  id="s3b43c50l18" />เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c50l19" />   คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ซึ่งเป็นอเหตุกะ และจิต    
			<remark  id="s3b43c50l20" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต          
			<remark  id="s3b43c50l21" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c50l22" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c50l23" />  [๘๔] ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c50l24" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c51" >
		<para id="s3b43c51p">
			<remark  id="s3b43c51l1" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c51l2" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.  
			<remark  id="s3b43c51l3" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่             
			<remark  id="s3b43c51l4" />เพราะอารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c51l5" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และวิญญาณ และจิต       
			<remark  id="s3b43c51l6" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ   
			<remark  id="s3b43c51l7" />พึงทำทั้ง ๒ นัย.          
			<remark  id="s3b43c51l8" />                         ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c51l9" />  [๘๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c51l10" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c51l11" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c51l12" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย               มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c51l13" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย              มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c51l14" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c51l15" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c51l16" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c51l17" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c51l18" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c51l19" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c51l20" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c51l21" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย               มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c51l22" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย               มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c51l23" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c51l24" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c51l25" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c51l26" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปยุตตปัจจัย               มี  "       ๖   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c52" >
		<para id="s3b43c52p">
			<remark  id="s3b43c52l1" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                 มีวาระ      ๓   
			<remark  id="s3b43c52l2" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๓.   
			<remark  id="s3b43c52l3" />    [๘๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยกับเหตุปัจจัย     มี  "       ๓                 
			<remark  id="s3b43c52l4" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยกับ ฯลฯ          มี  "       ๙.                  
			<remark  id="s3b43c52l5" />                           ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c52l6" />  [๘๗] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c52l7" />       กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c52l8" />         ในอนันตรปัจจัย     กับ ฯลฯ             มี  "       ๙ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c52l9" />        ในปุเรชาตปัจจัย    กับ ฯลฯ             มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c52l10" />        ในอาเสวนปัจจัย    กับ ฯลฯ             มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c52l11" />        ในกัมมปัจจัย       กับ ฯลฯ             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c52l12" />        ในปัจจัยทั้งปวง     กับ ฯลฯ             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c52l13" />        ในมัคคปัจจัย       กับ ฯลฯ             มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c52l14" />        ในอวิคตปัจจัย      กับ ฯลฯ             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c52l15" />                สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร.            
			<remark  id="s3b43c52l16" />                        ปัจจยวาร  
			<remark  id="s3b43c52l17" />  [๘๘] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย               
			<remark  id="s3b43c52l18" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c52l19" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c52l20" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต จิต อาศัยหทัยวัตถุ      
			<remark  id="s3b43c52l21" />   ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิต อาศัยหทัยวัตถุ     
			<remark  id="s3b43c52l22" />มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ           
			<remark  id="s3b43c52l23" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c52l24" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยจิต ขันธ์อันเป็นเจตสิก อาศัยหทัยวัตถุ ใน    
			<remark  id="s3b43c52l25" />ปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c53" >
		<para id="s3b43c53p">
			<remark  id="s3b43c53l1" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c53l2" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c53l3" />  คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต จิตและสัมปยุตตขันธ์  
			<remark  id="s3b43c53l4" />ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.    
			<remark  id="s3b43c53l5" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c53l6" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c53l7" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัย   
			<remark  id="s3b43c53l8" />ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำ       
			<remark  id="s3b43c53l9" />ทั้ง ๒ นัย.               
			<remark  id="s3b43c53l10" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c53l11" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c53l12" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และ จิต จิตตสมุฏฐานรูป  
			<remark  id="s3b43c53l13" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก            
			<remark  id="s3b43c53l14" />และหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๓ นัย.               
			<remark  id="s3b43c53l15" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่              
			<remark  id="s3b43c53l16" />เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c53l17" />  คือ ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต          
			<remark  id="s3b43c53l18" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c53l19" />ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.  
			<remark  id="s3b43c53l20" />  [๘๙] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c53l21" />มี ๓ นัย เหมือนปฏิจจวาร.   
			<remark  id="s3b43c53l22" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c53l23" />    คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ จิตอาศัย           
			<remark  id="s3b43c53l24" />หทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.        
			<remark  id="s3b43c53l25" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c54" >
		<para id="s3b43c54p">
			<remark  id="s3b43c54l1" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ อาศัยกายายตนะ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c54l2" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ              
			<remark  id="s3b43c54l3" />พึงทำทั้ง ๒ นัย.          
			<remark  id="s3b43c54l4" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c54l5" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c54l6" />  คือ จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจักขายตนะ อาศัย             
			<remark  id="s3b43c54l7" />กายายตนะ ฯลฯ จิตและสัปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ            
			<remark  id="s3b43c54l8" />มี ๑ นัย.                 
			<remark  id="s3b43c54l9" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c54l10" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c54l11" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขุวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c54l12" />ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคต  
			<remark  id="s3b43c54l13" />ด้วยกายวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒   
			<remark  id="s3b43c54l14" />อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ มี ๒ นัย.              
			<remark  id="s3b43c54l15" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c54l16" />    คือ จักขุวิญญาณ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ    
			<remark  id="s3b43c54l17" />ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ จิตอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ                 
			<remark  id="s3b43c54l18" />มี ๑ นัย.                 
			<remark  id="s3b43c54l19" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรม   
			<remark  id="s3b43c54l20" />ที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c54l21" />   คือ ขันธ์ ๒ และจักขุวิญญาณ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และ       
			<remark  id="s3b43c54l22" />จักขายตนะ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และ       
			<remark  id="s3b43c54l23" />หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ มี ๑ นัย.                  
			<remark  id="s3b43c54l24" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c54l25" />  [๙๐] ในเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c54l26" />        ในอารัมมณปัจจัย                       มี  "       ๙  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c55" >
		<para id="s3b43c55p">
			<remark  id="s3b43c55l1" />        ในอธิปปัจจัย                          มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c55l2" />        ในปัจจัยทั้งปวง                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l3" />        ในปุเรชาตปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l4" />        ในอาเสวนปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l5" />        ในอวิคตปัจจัย                         มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c55l6" />   [๙๑] ธรรมที่เป็นเจตสิก อาศัยธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c55l7" />    คือ เจตสิกที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ. มีวาระ ๙ แม้ปัญจวิญญาณ พึงกระทำเหมือน       
			<remark  id="s3b43c55l8" />อารัมมณปัจจัย โมหะ มีในหัวข้อปัจจัย ๓ เท่านั้น หัวข้อปัจจัยทั้งปวง ผู้มีปัญญาพึงกระทำ              
			<remark  id="s3b43c55l9" />โดยปวัตติ และปฏิสนธิ.     
			<remark  id="s3b43c55l10" />  [๙๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c55l11" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c55l12" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c55l13" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย               มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c55l14" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย              มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c55l15" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c55l16" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c55l17" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l18" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l19" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l20" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c55l21" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l22" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย               มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c55l23" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย               มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c55l24" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l25" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c55l26" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c55l27" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๖   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c56" >
		<para id="s3b43c56p">
			<remark  id="s3b43c56l1" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                 มีวาระ      ๓   
			<remark  id="s3b43c56l2" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๓.   
			<remark  id="s3b43c56l3" />    [๙๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย    มี  "       ๓                 
			<remark  id="s3b43c56l4" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย   กับ ฯลฯ       มี  "       ๙.                  
			<remark  id="s3b43c56l5" />                           ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c56l6" />  [๙๔] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c56l7" />       ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                       มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c56l8" />        ในอนันตรปัจจัย     กับ ฯลฯ             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c56l9" />        ในปัจจัยทั้งปวง     กับ ฯลฯ             มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c56l10" />        ในมัคคปัจจัย       กับ ฯลฯ             มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c56l11" />        ในอวิคตปัจจัย      กับ ฯลฯ             มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c56l12" />                        สังสัฏฐวาร  
			<remark  id="s3b43c56l13" />   [๙๕] ธรรมที่เป็นเจตสิก คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย      
			<remark  id="s3b43c56l14" />    คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.                 
			<remark  id="s3b43c56l15" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c56l16" />    คือ จิต คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c56l17" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น               
			<remark  id="s3b43c56l18" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c56l19" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.          
			<remark  id="s3b43c56l20" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c56l21" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย คลุกเคล้ากับจิต ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c56l22" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เกิดขึ้น               
			<remark  id="s3b43c56l23" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c56l24" />  คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.          
			<remark  id="s3b43c56l25" />                           ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c57" >
		<para id="s3b43c57p">
			<remark  id="s3b43c57l1" />  [๙๖] ในเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๕  
			<remark  id="s3b43c57l2" />        ในอารัมมณปัจจัย                       มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l3" />        ในอธิปติปัจจัย                         มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l4" />        ในปัจจัยทั้งปวง                        มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l5" />        ในอวิคตปัจจัย                         มี  "       ๕.  
			<remark  id="s3b43c57l6" />   [๙๗] ธรรมที่เป็นเจตสิก คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ  
			<remark  id="s3b43c57l7" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c57l8" />  พึงกระทำหัวข้อปัจจัยทั้ง ๕ ข้ออย่างนี้ โมหะ มีในหัวข้อปัจจัย ๓ เท่านั้น.           
			<remark  id="s3b43c57l9" />                           ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c57l10" />  [๙๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๕  
			<remark  id="s3b43c57l11" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c57l12" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l13" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l14" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l15" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c57l16" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l17" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l18" />        ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c57l19" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๕.   
			<remark  id="s3b43c57l20" />    การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.  
			<remark  id="s3b43c57l21" />                        ปัญหาวาร  
			<remark  id="s3b43c57l22" />  [๙๙] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c57l23" />    คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c57l24" />ปฏิสนธิ.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c58" >
		<para id="s3b43c58p">
			<remark  id="s3b43c58l1" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c58l2" />    คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย  
			<remark  id="s3b43c58l3" />โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.    
			<remark  id="s3b43c58l4" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เป็นเจตสิก   
			<remark  id="s3b43c58l5" />โดยเหตุปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c58l6" />  คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิต และ   
			<remark  id="s3b43c58l7" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.             
			<remark  id="s3b43c58l8" />   [๑๐๐] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c58l9" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น            
			<remark  id="s3b43c58l10" />                        พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c58l11" />   จิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น.       
			<remark  id="s3b43c58l12" />                       พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c58l13" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น.        
			<remark  id="s3b43c58l14" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c58l15" />    คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณาผล พิจารณานิพพาน        
			<remark  id="s3b43c58l16" />   นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ             
			<remark  id="s3b43c58l17" />โดยอารัมมณปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c58l18" />  จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก โดย  
			<remark  id="s3b43c58l19" />ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต               
			<remark  id="s3b43c58l20" />เกิดขึ้น                  
			<remark  id="s3b43c58l21" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ     
			<remark  id="s3b43c58l22" />   บุคคลรู้ซึ่งจิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ซึ่งเป็นธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                  
			<remark  id="s3b43c58l23" />เจโตปริยญาณ               
			<remark  id="s3b43c58l24" />  อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c58l25" />   ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่  
			<remark  id="s3b43c58l26" />บุพเพนิวาสานุสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.       
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c59" >
		<para id="s3b43c59p">
			<remark  id="s3b43c59l1" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c59l2" />    คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น        
			<remark  id="s3b43c59l3" />    จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ที่ไม่ใช่เจตสิก โดยความเป็นของ   
			<remark  id="s3b43c59l4" />ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c59l5" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ     
			<remark  id="s3b43c59l6" />   บุคคลรู้ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก โดยเจโตปริยญาณ  
			<remark  id="s3b43c59l7" />   อากาสนัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ                 
			<remark  id="s3b43c59l8" />    รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c59l9" />    ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณแก่   
			<remark  id="s3b43c59l10" />บุพเพนิวาสานุสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ
			<remark  id="s3b43c59l11" />ปัจจัย.       
			<remark  id="s3b43c59l12" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c59l13" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c59l14" />  คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น.        
			<remark  id="s3b43c59l15" />    จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก โดยความเป็น                  
			<remark  id="s3b43c59l16" />ของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต และ   
			<remark  id="s3b43c59l17" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c59l18" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ.  
			<remark  id="s3b43c59l19" />  รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c59l20" />โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c59l21" />  ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่  
			<remark  id="s3b43c59l22" />บุพเพนิวาสานุสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ
			<remark  id="s3b43c59l23" />ปัจจัย.       
			<remark  id="s3b43c59l24" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก   
			<remark  id="s3b43c59l25" />โดยอารัมมณปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c59l26" />  คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เกิดขึ้น.    
			<remark  id="s3b43c59l27" />                        พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c59l28" />   จิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เกิดขึ้น.   
			<remark  id="s3b43c59l29" />                       พึงถามถึงมูล   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c60" >
		<para id="s3b43c60p">
			<remark  id="s3b43c60l1" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต  
			<remark  id="s3b43c60l2" />เกิดขึ้น                  
			<remark  id="s3b43c60l3" />  [๑๐๑] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c60l4" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.           
			<remark  id="s3b43c60l5" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก            
			<remark  id="s3b43c60l6" />ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น.                 
			<remark  id="s3b43c60l7" />   ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์                 
			<remark  id="s3b43c60l8" />ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c60l9" />                      พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c60l10" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ จิต ทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกให้เป็นอารมณ์อย่าง                
			<remark  id="s3b43c60l11" />หนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น     
			<remark  id="s3b43c60l12" />  ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัย แก่จิต       
			<remark  id="s3b43c60l13" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c60l14" />                       พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c60l15" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ทำขันธ์ทั้งหลาย                 
			<remark  id="s3b43c60l16" />ที่เป็นเจตสิกให้หนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c60l17" />   ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์                  
			<remark  id="s3b43c60l18" />ทั้งหลาย และจิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c60l19" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอธิปติปัจจัย.              
			<remark  id="s3b43c60l20" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.           
			<remark  id="s3b43c60l21" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น                
			<remark  id="s3b43c60l22" />แล้ว พิจารณา              
			<remark  id="s3b43c60l23" />  นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c60l24" />จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น              
			<remark  id="s3b43c60l25" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง จิต ทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว เกิดขึ้น.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c61" >
		<para id="s3b43c61p">
			<remark  id="s3b43c61l1" />    ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่จิต และจิต   
			<remark  id="s3b43c61l2" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c61l3" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอธิปติปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c61l4" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ            
			<remark  id="s3b43c61l5" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น                
			<remark  id="s3b43c61l6" />ฯลฯ มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น.            
			<remark  id="s3b43c61l7" />   จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิกให้หนักแน่น ย่อม   
			<remark  id="s3b43c61l8" />ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น           
			<remark  id="s3b43c61l9" />ทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ         
			<remark  id="s3b43c61l10" />  ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์                
			<remark  id="s3b43c61l11" />ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c61l12" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c61l13" />อธิปติปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c61l14" />  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ            
			<remark  id="s3b43c61l15" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย นิพพาน ฯลฯ มีคำอธิบายเหมือนกับ   
			<remark  id="s3b43c61l16" />ข้อความตามบาลีข้างต้น.    
			<remark  id="s3b43c61l17" />  บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่เจตสิกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อม                  
			<remark  id="s3b43c61l18" />เพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และ           
			<remark  id="s3b43c61l19" />จิต เกิดขึ้น.             
			<remark  id="s3b43c61l20" />  ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์                
			<remark  id="s3b43c61l21" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c61l22" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c61l23" />อธิปติปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c61l24" />  มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ มี ๓ นัย เป็นอารัมมณาธิปติอย่างเดียว.               
			<remark  id="s3b43c61l25" />    [๑๐๒] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอนันตรปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c61l26" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก            
			<remark  id="s3b43c61l27" />ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c62" >
		<para id="s3b43c62p">
			<remark  id="s3b43c62l1" />                      พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c62l2" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c62l3" />                        พึงถามถึงมูล   
			<remark  id="s3b43c62l4" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกที่เกิด         
			<remark  id="s3b43c62l5" />หลังๆ และจิต โดยอนันตรปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c62l6" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอนันตรปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c62l7" />    คือ จิตที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c62l8" />    อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c62l9" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอนันตรปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c62l10" />    พึงกระทำเป็น ๓ นัย ดังที่กล่าวมา พึงยังคำอธิบายให้บริบูรณ์ เหมือนกับข้อความตาม                
			<remark  id="s3b43c62l11" />บาลีข้างต้น ไม่มีแตกต่างกัน.  
			<remark  id="s3b43c62l12" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c62l13" />อนันตรปัจจัย มี ๓ นัย อาวัชชนะก็ดี วุฏฐานะก็ดี ไม่มี.    
			<remark  id="s3b43c62l14" />   เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย เหมือน                  
			<remark  id="s3b43c62l15" />กับปฏิจจวาร               
			<remark  id="s3b43c62l16" />  เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร เป็นปัจจัยโดย      
			<remark  id="s3b43c62l17" />นิสสยปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปัจจยวาร.                  
			<remark  id="s3b43c62l18" />   [๑๐๓] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c62l19" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c62l20" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย            
			<remark  id="s3b43c62l21" />ที่เป็นเจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c62l22" />                   พึงถามถึงมูล มี ๓ นัย              
			<remark  id="s3b43c62l23" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก อันเป็นที่เข้าไปอาศัย เป็นปัจจัยแก่จิต โดยอุปนิสสยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c62l24" />                     พึงถามถึงมูล มี ๓ นัย              
			<remark  id="s3b43c62l25" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิกอันเป็นที่เข้าไปอาศัย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก       
			<remark  id="s3b43c62l26" />และจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c62l27" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย       
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c63" >
		<para id="s3b43c63p">
			<remark  id="s3b43c63l1" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c63l2" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัย ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c63l3" />เสนาสนะ ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์                 
			<remark  id="s3b43c63l4" />   ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ปัญญา        
			<remark  id="s3b43c63l5" />แก่ราคะ ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ    
			<remark  id="s3b43c63l6" />โดยอุปนิสสยปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c63l7" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอุปนิสสยปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c63l8" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c63l9" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัย ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c63l10" />เสนาสนะ ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน มี ๓ นัย มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีข้างต้น   
			<remark  id="s3b43c63l11" />ไม่มีแตกต่างกัน.          
			<remark  id="s3b43c63l12" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c63l13" />อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.   
			<remark  id="s3b43c63l14" />  [๑๐๔] ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยปุเรชาตปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c63l15" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c63l16" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ  
			<remark  id="s3b43c63l17" />เป็นของไม่เที่ยง ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต เกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c63l18" />    บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c63l19" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ.             
			<remark  id="s3b43c63l20" />    ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะเป็น   
			<remark  id="s3b43c63l21" />ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c63l22" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยปุเรชาตปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c63l23" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c63l24" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ  
			<remark  id="s3b43c63l25" />เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c63l26" />   บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c63l27" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ  
			<remark  id="s3b43c63l28" />เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c64" >
		<para id="s3b43c64p">
			<remark  id="s3b43c64l1" />   ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วย                  
			<remark  id="s3b43c64l2" />จักขุวิญญาณ  กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c64l3" />ปุเรชาตปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c64l4" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c64l5" />ปุเรชาตปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c64l6" />  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c64l7" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ  
			<remark  id="s3b43c64l8" />เป็นของไม่เที่ยง ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิต และสัมปยุตต          
			<remark  id="s3b43c64l9" />ขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น    
			<remark  id="s3b43c64l10" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c64l11" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพพายตนะ   
			<remark  id="s3b43c64l12" />ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c64l13" /> ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์                
			<remark  id="s3b43c64l14" />ทั้งหลาย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย   
			<remark  id="s3b43c64l15" />ปุเรชาตปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c64l16" />  [๑๐๕] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.    
			<remark  id="s3b43c64l17" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.        
			<remark  id="s3b43c64l18" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c64l19" />ปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.       
			<remark  id="s3b43c64l20" />  [๑๐๖] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอาเสวนปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c64l21" />    [๑๐๗] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยกัมมปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c64l22" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c64l23" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c64l24" />    ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c64l25" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยกัมมปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c64l26" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c64l27" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย   
			<remark  id="s3b43c64l28" />โดยกัมมปัจจัย.     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c65" >
		<para id="s3b43c65p">
			<remark  id="s3b43c65l1" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่วิบากจิต และกฏัตตารูปทั้งหลาย                 
			<remark  id="s3b43c65l2" />โดยกัมมปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c65l3" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c65l4" />กัมมปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c65l5" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c65l6" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิต  
			<remark  id="s3b43c65l7" />และจิตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c65l8" />   ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาเจตสิก เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย และจิต  
			<remark  id="s3b43c65l9" />และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c65l10" />  [๑๐๘] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยวิปากปัจจัย มี ๙ นัย                
			<remark  id="s3b43c65l11" />เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๙ นัย เป็นปัจจัยโดย                
			<remark  id="s3b43c65l12" />ฌานปัจจัย มี ๓ นัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย.  
			<remark  id="s3b43c65l13" />    [๑๐๙] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c65l14" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c65l15" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c65l16" />    มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.              
			<remark  id="s3b43c65l17" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c65l18" />ในปฏิสนธิขณะ จิต เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย จิต เป็นปัจจัยแก่                
			<remark  id="s3b43c65l19" />หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย.                
			<remark  id="s3b43c65l20" />    ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c65l21" />กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตโดยวิปปยุตตปัจจัย.             
			<remark  id="s3b43c65l22" />    ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.       
			<remark  id="s3b43c65l23" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c65l24" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c65l25" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น                  
			<remark  id="s3b43c65l26" />เจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c66" >
		<para id="s3b43c66p">
			<remark  id="s3b43c66l1" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ             
			<remark  id="s3b43c66l2" />กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดยวิปปยุตตปัจจัย.       
			<remark  id="s3b43c66l3" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c66l4" />วิปปยุตตปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c66l5" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c66l6" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น                  
			<remark  id="s3b43c66l7" />เจตสิก และจิต โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c66l8" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์  
			<remark  id="s3b43c66l9" />ทั้งหลาย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย  
			<remark  id="s3b43c66l10" />วิปปยุตตปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c66l11" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c66l12" />วิปปยุตตปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c66l13" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c66l14" />   [๑๑๐] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย                
			<remark  id="s3b43c66l15" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c66l16" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอัตถิปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c66l17" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c66l18" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c66l19" />อัตถิปัจจัย มี ๑ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.                  
			<remark  id="s3b43c66l20" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอัตถิปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c66l21" />    มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c66l22" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c66l23" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c66l24" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก โดยอัตถิปัจจัย ใน             
			<remark  id="s3b43c66l25" />ปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก                  
			<remark  id="s3b43c66l26" />โดยอัตถิปัจจัย.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c67" >
		<para id="s3b43c67p">
			<remark  id="s3b43c67l1" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง                 
			<remark  id="s3b43c67l2" />ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต ไม่มีแตกต่างกัน.   
			<remark  id="s3b43c67l3" />   ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c67l4" />อัตถิปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c67l5" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c67l6" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตสมุฏฐานรูป   
			<remark  id="s3b43c67l7" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ             
			<remark  id="s3b43c67l8" />   ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต โดย  
			<remark  id="s3b43c67l9" />อัตถิปัจจัย.              
			<remark  id="s3b43c67l10" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง                 
			<remark  id="s3b43c67l11" />ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต ไม่มีแตกต่างกัน.   
			<remark  id="s3b43c67l12" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c67l13" />อัตถิปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c67l14" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c67l15" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็น     
			<remark  id="s3b43c67l16" />ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c67l17" />และจิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c67l18" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ และจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์               
			<remark  id="s3b43c67l19" />๒ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.  
			<remark  id="s3b43c67l20" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c67l21" />อัตถิปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c67l22" />  มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.  
			<remark  id="s3b43c67l23" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็น   
			<remark  id="s3b43c67l24" />ปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต   
			<remark  id="s3b43c67l25" />เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต               
			<remark  id="s3b43c67l26" />และมหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c67l27" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต                  
			<remark  id="s3b43c67l28" />โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๓ นัย.     
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c68" >
		<para id="s3b43c68p">
			<remark  id="s3b43c68l1" />   ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็น           
			<remark  id="s3b43c68l2" />ปุเรชาต โดยอัตถิปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c68l3" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต และกพฬิงการาหาร เป็น                  
			<remark  id="s3b43c68l4" />ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c68l5" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น              
			<remark  id="s3b43c68l6" />ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c68l7" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรม               
			<remark  id="s3b43c68l8" />ที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c68l9" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c68l10" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c68l11" />แก่ขันธ์ ๒ และจักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ และกายายตนะ                 
			<remark  id="s3b43c68l12" />เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c68l13" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒   
			<remark  id="s3b43c68l14" />และจิต โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.  
			<remark  id="s3b43c68l15" />   [๑๑๑] ในเหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๓    
			<remark  id="s3b43c68l16" />         ในอารัมมณปัจจัย              มี  "       ๙    
			<remark  id="s3b43c68l17" />         ในอธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c68l18" />         ในอนันตรปัจจัย               มี  "       ๙    
			<remark  id="s3b43c68l19" />         ในสมนันตรปัจจัย              มี  "       ๙    
			<remark  id="s3b43c68l20" />         ในสหชาตปัจจัย               มี  "       ๙     
			<remark  id="s3b43c68l21" />         ในอัญญมัญญปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c68l22" />         ในนิสสยปัจจัย                มี  "       ๙    
			<remark  id="s3b43c68l23" />         ในอุปนิสสยปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c68l24" />         ในปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๓    
			<remark  id="s3b43c68l25" />         ในปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๓    
			<remark  id="s3b43c68l26" />         ในอาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙     
			<remark  id="s3b43c68l27" />         ในกัมมปัจจัย                 มี  "       ๓    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c69" >
		<para id="s3b43c69p">
			<remark  id="s3b43c69l1" />         ในวิปากปัจจัย                มีวาระ      ๙    
			<remark  id="s3b43c69l2" />         ในอาหารปัจจัย               มี  "       ๙     
			<remark  id="s3b43c69l3" />         ในอินทริยปัจจัย               มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c69l4" />         ในฌานปัจจัย                 มี  "       ๓     
			<remark  id="s3b43c69l5" />         ในมัคคปัจจัย                 มี  "       ๓    
			<remark  id="s3b43c69l6" />         ในสัมปยุตตปัจจัย              มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c69l7" />         ในวิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c69l8" />         ในอัตถิปัจจัย                 มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c69l9" />         ในนัตถิปัจจัย                 มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c69l10" />         ในวิคตปัจจัย                 มี  "       ๙    
			<remark  id="s3b43c69l11" />         ในอวิคตปัจจัย                มี  "       ๙    
			<remark  id="s3b43c69l12" />   [๑๑๒] ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็น                  
			<remark  id="s3b43c69l13" />ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c69l14" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c69l15" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย               
			<remark  id="s3b43c69l16" />กัมมปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c69l17" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c69l18" />อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย   
			<remark  id="s3b43c69l19" />กัมมปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c69l20" />  ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c69l21" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย                
			<remark  id="s3b43c69l22" />ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c69l23" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c69l24" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c69l25" />    ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c69l26" />อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย   
			<remark  id="s3b43c69l27" />ปุเรชาตปัจจัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c70" >
		<para id="s3b43c70p">
			<remark  id="s3b43c70l1" />  ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก โดย   
			<remark  id="s3b43c70l2" />อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c70l3" />    ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก โดย                 
			<remark  id="s3b43c70l4" />อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย   
			<remark  id="s3b43c70l5" />ปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c70l6" />   ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเจตสิก และธรรม               
			<remark  id="s3b43c70l7" />ที่ไม่ใช่เจตสิก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c70l8" />    [๑๑๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c70l9" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c70l10" />          ในปัจจัยทั้งปวง                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c70l11" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๙.   
			<remark  id="s3b43c70l12" />    [๑๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c70l13" />         กับเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๓  
			<remark  id="s3b43c70l14" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c70l15" />         กับเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๓  
			<remark  id="s3b43c70l16" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย   กับ ฯลฯ      มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c70l17" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c70l18" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๑                  
			<remark  id="s3b43c70l19" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๓                  
			<remark  id="s3b43c70l20" />          ในปัจจัยทั้งปวง กับเหตุปัจจัย              มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c70l21" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c70l22" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๑                  
			<remark  id="s3b43c70l23" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๑                  
			<remark  id="s3b43c70l24" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓                  
			<remark  id="s3b43c70l25" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย     กับ ฯลฯ      มีวาระ      ๓.         
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c71" >
		<para id="s3b43c71p">
			<remark  id="s3b43c71l1" />    [๑๑๕] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c71l2" />        กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c71l3" />          ในอธิปติปัจจัย             กับ ฯลฯ      มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c71l4" />           พึงกระทำอนุโลมมาติกา.  
			<remark  id="s3b43c71l5" />        ในอวิคตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c71l6" />        กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙.                  
			<remark  id="s3b43c71l7" />                        เจตสิกทุกะ.  
			<remark  id="s3b43c71l8" />                      จิตตสัมปยุตตทุกะ                 
			<remark  id="s3b43c71l9" />                        ปฏิจจวาร  
			<remark  id="s3b43c71l10" />  [๑๑๖] จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c71l11" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ ใน  
			<remark  id="s3b43c71l12" />ปฏิสนธิ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c71l13" />  จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c71l14" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c71l15" />    จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ  
			<remark  id="s3b43c71l16" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c71l17" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c71l18" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.      
			<remark  id="s3b43c71l19" />  จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c71l20" />    คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ    
			<remark  id="s3b43c71l21" />มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.  
			<remark  id="s3b43c71l22" />   จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c71l23" />    คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.              
			<remark  id="s3b43c71l24" />    จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น       
			<remark  id="s3b43c71l25" />เพราะเหตุปัจจัย       
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c72" >
		<para id="s3b43c72p">
			<remark  id="s3b43c72l1" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ      
			<remark  id="s3b43c72l2" />กฏัตตารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.  
			<remark  id="s3b43c72l3" />  จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น       
			<remark  id="s3b43c72l4" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c72l5" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c72l6" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c72l7" />  จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ  
			<remark  id="s3b43c72l8" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c72l9" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป  
			<remark  id="s3b43c72l10" />ทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c72l11" />  ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และ      
			<remark  id="s3b43c72l12" />มหาภูตรูปทั้งหลาย.        
			<remark  id="s3b43c72l13" />  จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และ            
			<remark  id="s3b43c72l14" />จิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c72l15" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c72l16" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.   
			<remark  id="s3b43c72l17" />    [๑๑๗] จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c72l18" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.              
			<remark  id="s3b43c72l19" />    จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c72l20" />    คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.              
			<remark  id="s3b43c72l21" />    จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น       
			<remark  id="s3b43c72l22" />เพราะอารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c72l23" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c72l24" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c72l25" />                         ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c72l26" />  [๑๑๘] ในเหตุปัจจัย                        มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c72l27" />         ในอารัมมณปัจจัย                     มี  "       ๓  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c73" >
		<para id="s3b43c73p">
			<remark  id="s3b43c73l1" />         ในอธิปติปัจจัย                       มีวาระ      ๕  
			<remark  id="s3b43c73l2" />         ในอนันตรปัจจัย                      มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c73l3" />         ในสมนันตรปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c73l4" />         ในสหชาตปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l5" />         ในอัญญมัญญปัจจัย                     มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c73l6" />         ในนิสสยปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l7" />         ในอุปนิสสยปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c73l8" />         ในปุเรชาตปัจจัย                     มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c73l9" />         ในอาเสวนปัจจัย                     มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c73l10" />         ในกัมมปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l11" />         ในวิปากปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l12" />         ในอาหารปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l13" />         ในอินทริยปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c73l14" />        ในฌานปัจจัย    
			<remark  id="s3b43c73l15" />        ในมัคคปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l16" />         ในสัมปยุตตปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c73l17" />         ในวิปยุตตปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l18" />         ในอัตถิปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l19" />         ในนัตถิปัจจัย                        มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c73l20" />         ในวิคตปัจจัย                        มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c73l21" />         ในอวิคตปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c73l22" />   [๑๑๙] จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c73l23" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะขันธ์ ๒ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c73l24" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์   
			<remark  id="s3b43c73l25" />ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c74" >
		<para id="s3b43c74p">
			<remark  id="s3b43c74l1" />   พึงกระทำหัวข้อปัจจัยทั้ง ๙ ข้อดังกล่าวมา พึงกำหนดในบททั้งปวงว่า อเหตุกะ โมหมูล                
			<remark  id="s3b43c74l2" />อย่างเดียวเท่านั้น พึงให้เต็ม.  
			<remark  id="s3b43c74l3" />  [๑๒๐] จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c74l4" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ปฏิสนธิ.              
			<remark  id="s3b43c74l5" />    จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c74l6" />    คือ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.                  
			<remark  id="s3b43c74l7" />   จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่   
			<remark  id="s3b43c74l8" />เพราะอารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c74l9" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป  
			<remark  id="s3b43c74l10" />ทั้งหลายในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c74l11" />                          ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c74l12" />  [๑๒๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c74l13" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c74l14" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c74l15" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย               มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c74l16" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c74l17" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c74l18" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c74l19" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c74l20" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c74l21" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c74l22" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๒   
			<remark  id="s3b43c74l23" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c74l24" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย               มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c74l25" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย               มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c74l26" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c74l27" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๙   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c75" >
		<para id="s3b43c75p">
			<remark  id="s3b43c75l1" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย              มีวาระ      ๓   
			<remark  id="s3b43c75l2" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๒   
			<remark  id="s3b43c75l3" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                 มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c75l4" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๓.   
			<remark  id="s3b43c75l5" />    [๑๒๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c75l6" />         กับเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๓  
			<remark  id="s3b43c75l7" />         ในอธิปติปัจจัย             กับ ฯลฯ      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c75l8" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c75l9" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย    กับ ฯลฯ      มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c75l10" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c75l11" />         กับเหตุปัจจัย                          มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c75l12" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๑                  
			<remark  id="s3b43c75l13" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓                  
			<remark  id="s3b43c75l14" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓.                  
			<remark  id="s3b43c75l15" />    [๑๒๓] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c75l16" />        กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๓   
			<remark  id="s3b43c75l17" />          ในอนันตรปัจจัย            กับ ฯลฯ      มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c75l18" />         ในสมนันตรปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c75l19" />         ในอัญญมัญญปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c75l20" />         ในปุเรชาตปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c75l21" />         ในอาเสวนปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c75l22" />         ในกัมมปัจจัย              กับ ฯลฯ      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c75l23" />         ในมัคคปัจจัย              กับ ฯลฯ      มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c75l24" />         ในอวิคตปัจจัย             กับ ฯลฯ      มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c75l25" />         สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c76" >
		<para id="s3b43c76p">
			<remark  id="s3b43c76l1" />                        ปัจจยวาร  
			<remark  id="s3b43c76l2" />  [๑๒๔] จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย                 
			<remark  id="s3b43c76l3" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c76l4" />  จิตตวิปปยุตตถรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๑ นัย  
			<remark  id="s3b43c76l5" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c76l6" />  จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c76l7" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c76l8" />    จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ  
			<remark  id="s3b43c76l9" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c76l10" />  คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย                  
			<remark  id="s3b43c76l11" />มหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c76l12" />  จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ  
			<remark  id="s3b43c76l13" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c76l14" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c76l15" />ปฏิสนธิ.                  
			<remark  id="s3b43c76l16" />  จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ  
			<remark  id="s3b43c76l17" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c76l18" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป  
			<remark  id="s3b43c76l19" />ทั้งหลาย ปฏิสนธิ.         
			<remark  id="s3b43c76l20" />  จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และ            
			<remark  id="s3b43c76l21" />จิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c76l22" />   คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c76l23" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c76l24" />    [๑๒๕] จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c76l25" />มี ๑ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c76l26" />  จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย        
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c77" >
		<para id="s3b43c77p">
			<remark  id="s3b43c77l1" />    คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ     
			<remark  id="s3b43c77l2" />ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c77l3" />   จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะ  
			<remark  id="s3b43c77l4" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c77l5" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c77l6" />ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และ     
			<remark  id="s3b43c77l7" />หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c77l8" />   [๑๒๖] ในเหตุปัจจัย                        มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c77l9" />         ในอารัมมณปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c77l10" />         ในอธิปติปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c77l11" />         ในอนันตรปัจจัย                      มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c77l12" />         ในสมนันตรปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c77l13" />         ในสหชาตปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c77l14" />         ในอัญญมัญญปัจจัย                     มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c77l15" />         ในนิสสยปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c77l16" />         ในอุปนิสสยปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c77l17" />         ในปุเรชาตปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c77l18" />         ในอาเสวนปัจจัย                     มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c77l19" />         ในกัมมปัจจัย                        มี  "       ๙ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c77l20" />         ในอวิคตปัจจัย                       มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c77l21" />   [๑๒๗] จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c77l22" />มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c77l23" />  จิตตวิปปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c77l24" />    คือ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.                  
			<remark  id="s3b43c77l25" />   จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย        
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c78" >
		<para id="s3b43c78p">
			<remark  id="s3b43c78l1" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c78l2" />ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ โมหะ ที่               
			<remark  id="s3b43c78l3" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c78l4" />   จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปยุตตธรรม อาศัยจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่  
			<remark  id="s3b43c78l5" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c78l6" />  คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c78l7" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.           
			<remark  id="s3b43c78l8" />   จิตตสัมปยุตตธรรม อาศัยจิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เกิดขึ้น       
			<remark  id="s3b43c78l9" />ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c78l10" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ขันธ์ ๒     
			<remark  id="s3b43c78l11" />อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณและกายายตนะ ฯลฯ ขันธ์ ๒  อาศัยขันธ์ ๑  ที่เป็น   
			<remark  id="s3b43c78l12" />จิตตสัมปยุตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c78l13" />   ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย  
			<remark  id="s3b43c78l14" />ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c78l15" />    พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๒ ข้อดังกล่าวมาแล้ว ทั้งปวัตติ และปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c78l16" />                           ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c78l17" />  [๑๒๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c78l18" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c78l19" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c78l20" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย               มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c78l21" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c78l22" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c78l23" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c78l24" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c78l25" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c78l26" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๔   
			<remark  id="s3b43c78l27" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๙   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c79" >
		<para id="s3b43c79p">
			<remark  id="s3b43c79l1" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย               มีวาระ      ๑  
			<remark  id="s3b43c79l2" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย               มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c79l3" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c79l4" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c79l5" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย              มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c79l6" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๒   
			<remark  id="s3b43c79l7" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย                 มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c79l8" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๓.   
			<remark  id="s3b43c79l9" />    [๑๒๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c79l10" />         กับเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๓  
			<remark  id="s3b43c79l11" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓   
			<remark  id="s3b43c79l12" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย  กับ ฯลฯ      มี  "       ๑                  
			<remark  id="s3b43c79l13" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓                  
			<remark  id="s3b43c79l14" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย     กับ ฯลฯ      มี  "       ๓.                  
			<remark  id="s3b43c79l15" />    [๑๓๐] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c79l16" />        กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๓ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c79l17" />          ในมัคคปัจจัย              กับ ฯลฯ      มี  "       ๓ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c79l18" />          ในอวิคตปัจจัย             กับ ฯลฯ      มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c79l19" />         นิสสยวาร เหมือนกับปัจจยวาร.   
			<remark  id="s3b43c79l20" />                        สังสัฏฐวาร  
			<remark  id="s3b43c79l21" />   [๑๓๑] จิตตสัมปยุตตธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c79l22" />    คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.       
			<remark  id="s3b43c79l23" />    [๑๓๒] ในเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๑  
			<remark  id="s3b43c79l24" />         ในอารัมมณปัจจัย                       มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c79l25" />         ในอธิปติปัจจัย                         มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c79l26" />         ในปัจจัยทั้งปวง                        มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c79l27" />         ในอวิคตปัจจัย                         มี  "       ๑.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c80" >
		<para id="s3b43c80p">
			<remark  id="s3b43c80l1" />   [๑๓๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๑   
			<remark  id="s3b43c80l2" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l3" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l4" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l5" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c80l6" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l7" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l8" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c80l9" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l10" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c80l11" />    การนับทั้งสองนอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.  
			<remark  id="s3b43c80l12" />                        ปัญหาวาร  
			<remark  id="s3b43c80l13" />  [๑๓๔] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c80l14" />    คือ เหตุทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย   
			<remark  id="s3b43c80l15" />โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.    
			<remark  id="s3b43c80l16" />  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c80l17" />   คือ เหตุทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c80l18" />โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.    
			<remark  id="s3b43c80l19" />  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c80l20" />โดยเหตุปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c80l21" />  คือ เหตุทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต                  
			<remark  id="s3b43c80l22" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.               
			<remark  id="s3b43c80l23" />   [๑๓๕] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c80l24" />    คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำซึ่งอุโบสถกรรม แล้วพิจารณา ซึ่งกุศลธรรมนั้น  
			<remark  id="s3b43c80l25" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะเกิดขึ้น โทมนัสเกิดขึ้น       
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c81" >
		<para id="s3b43c81p">
			<remark  id="s3b43c81l1" />    กุศลกรรมที่ตนอบรมดีแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาซึ่งฌาน ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c81l2" />    พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสทั้งหลาย  
			<remark  id="s3b43c81l3" />ที่ละแล้ว ที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลาย ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน   
			<remark  id="s3b43c81l4" />    บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c81l5" />โทมนัส เกิดขึ้น           
			<remark  id="s3b43c81l6" />  บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตตสัมปยุตตธรรม โดยเจโตปริยญาณ               
			<remark  id="s3b43c81l7" />    อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่   
			<remark  id="s3b43c81l8" />เนวสัญญานาสัญญายตนะ       
			<remark  id="s3b43c81l9" />  ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ                  
			<remark  id="s3b43c81l10" />แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย       
			<remark  id="s3b43c81l11" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c81l12" />  จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c81l13" />    คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน   
			<remark  id="s3b43c81l14" />   นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดย         
			<remark  id="s3b43c81l15" />อารัมณปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c81l16" />  บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตวิปปยุตตธรรม                  
			<remark  id="s3b43c81l17" />โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น              
			<remark  id="s3b43c81l18" />   บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c81l19" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c81l20" />    ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่บุพเพนิวาสา                 
			<remark  id="s3b43c81l21" />นุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.                
			<remark  id="s3b43c81l22" />    [๑๓๖] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c81l23" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.           
			<remark  id="s3b43c81l24" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ บุคคลกระทำกุศล  
			<remark  id="s3b43c81l25" />นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำกุศล              
			<remark  id="s3b43c81l26" />กรรมนั้นให้หนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c82" >
		<para id="s3b43c82p">
			<remark  id="s3b43c82l1" />   กาลก่อน ฯลฯ ฌาน ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c82l2" />  พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ    
			<remark  id="s3b43c82l3" />กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา            
			<remark  id="s3b43c82l4" />   บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น  
			<remark  id="s3b43c82l5" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น                
			<remark  id="s3b43c82l6" />ทิฏฐิเกิดขึ้น.            
			<remark  id="s3b43c82l7" />  ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต            
			<remark  id="s3b43c82l8" />ขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c82l9" />  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c82l10" />    มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c82l11" />แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย,               
			<remark  id="s3b43c82l12" />   จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c82l13" />โดยอธิปติปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c82l14" />  มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c82l15" />แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c82l16" />   จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c82l17" />    มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระอริยะทั้งหลายทำนิพพาน ให้เป็นอารมณ์   
			<remark  id="s3b43c82l18" />อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา   
			<remark  id="s3b43c82l19" />  นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c82l20" />    บุคคลกระทำจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตวิปปยุตตธรรมให้เป็นอารมณ์               
			<remark  id="s3b43c82l21" />อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง            
			<remark  id="s3b43c82l22" />หนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น.  
			<remark  id="s3b43c82l23" />   [๑๓๗]  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c82l24" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม ที่เกิดก่อนๆ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ              
			<remark  id="s3b43c82l25" />โดยอนันตรปัจจัย.          
			<remark  id="s3b43c82l26" /> เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๗ นัย เหมือนกับ     
			<remark  id="s3b43c82l27" />ปฏิจจวาร ปัจจัยสงเคราะห์ไม่มี.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c83" >
		<para id="s3b43c83p">
			<remark  id="s3b43c83l1" />  เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c83l2" />   เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๗ นัย เหมือนกับปัจจยวาร ปัจจัยสงเคราะห์ไม่มี.          
			<remark  id="s3b43c83l3" />    [๑๓๘] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c83l4" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น     
			<remark  id="s3b43c83l5" />ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ก่อมานะ ย่อมยึดถือทิฏฐิ         
			<remark  id="s3b43c83l6" />    บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ความปรารถนา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ ทุกข์ทางกาย แล้วให้  
			<remark  id="s3b43c83l7" />ทาน ฯลฯ ฆ่าสัตว์ที่มีชีวิต ทำลายสงฆ์  
			<remark  id="s3b43c83l8" />   ศรัทธา ฯลฯ ทุกข์ทางกาย ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่มรรค ฯลฯ แก่ผลสมาบัติ   
			<remark  id="s3b43c83l9" />โดยอุปนิสสยปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c83l10" />  จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c83l11" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c83l12" />   ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ แล้ว  
			<remark  id="s3b43c83l13" />ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์      
			<remark  id="s3b43c83l14" />  ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ผลสมาบัติ โดย        
			<remark  id="s3b43c83l15" />อุปนิสสยปัจจัย.           
			<remark  id="s3b43c83l16" />  [๑๓๙] จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c83l17" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c83l18" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยความเป็นของ                
			<remark  id="s3b43c83l19" />ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c83l20" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c83l21" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c83l22" />    ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย   
			<remark  id="s3b43c83l23" />จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย  
			<remark  id="s3b43c83l24" />ปุเรชาตปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c83l25" />  [๑๔๐] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑   
			<remark  id="s3b43c83l26" />นัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๑ นัย ฯลฯ.         
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c84" >
		<para id="s3b43c84p">
			<remark  id="s3b43c84l1" />   [๑๔๑] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยกัมมปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c84l2" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c84l3" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์   
			<remark  id="s3b43c84l4" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c84l5" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยเก่าวิบากขันธ์   
			<remark  id="s3b43c84l6" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c84l7" />  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยกัมมปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c84l8" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c84l9" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป                  
			<remark  id="s3b43c84l10" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c84l11" />  ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป   
			<remark  id="s3b43c84l12" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c84l13" />  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c84l14" />โดยกัมมปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c84l15" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.  
			<remark  id="s3b43c84l16" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์   
			<remark  id="s3b43c84l17" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.                 
			<remark  id="s3b43c84l18" />   ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์   
			<remark  id="s3b43c84l19" />และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c84l20" />  [๑๔๒] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยวิปากปัจจัย มี ๓ นัย       
			<remark  id="s3b43c84l21" />    [๑๔๓] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอาหารปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c84l22" />มี ๓ นัย.                 
			<remark  id="s3b43c84l23" />  จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยอาหารปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c84l24" />   ได้แก่ กพฬิงการาหาร  เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c84l25" />   [๑๔๔] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอินทริยปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c84l26" />มี ๓ นัย.                 
			<remark  id="s3b43c84l27" />  จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยอินทริยปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c84l28" />    คือ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c84l29" />    จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอินทริยปัจจัย   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c85" >
		<para id="s3b43c85p">
			<remark  id="s3b43c85l1" />    คือ จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c85l2" />กายินทรีย์ ฯลฯ            
			<remark  id="s3b43c85l3" />  จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c85l4" />โดยอินทริยปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c85l5" />  คือ จักขุนทรีย์ และอุเบกขินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ           
			<remark  id="s3b43c85l6" />โดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย์และสุขินทรีย์ กายินทรีย์ และทุกขินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์              
			<remark  id="s3b43c85l7" />ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ โดยอินทริยปัจจัย.         
			<remark  id="s3b43c85l8" />   เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย  
			<remark  id="s3b43c85l9" />   เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย   
			<remark  id="s3b43c85l10" />   เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ นัย.               
			<remark  id="s3b43c85l11" />   [๑๔๕] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c85l12" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.                  
			<remark  id="s3b43c85l13" />   จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c85l14" />    มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c85l15" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น                  
			<remark  id="s3b43c85l16" />จิตตสัมปยุตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c85l17" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วย   
			<remark  id="s3b43c85l18" />จักขุวิญญาณ โดยวิปปยุตตปัจจัย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็น            
			<remark  id="s3b43c85l19" />จิตตสัมปยุตตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c85l20" />  [๑๔๖] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย                  
			<remark  id="s3b43c85l21" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c85l22" />  จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c85l23" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c85l24" />   จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม โดย    
			<remark  id="s3b43c85l25" />อัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c85l26" />  จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c85l27" />   มี ๓ อย่าง คือ สหชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c86" >
		<para id="s3b43c86p">
			<remark  id="s3b43c86l1" />   จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c86l2" />   มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c86l3" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น                  
			<remark  id="s3b43c86l4" />จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c86l5" />  ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง             
			<remark  id="s3b43c86l6" />ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต.     
			<remark  id="s3b43c86l7" />  จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c86l8" />โดยอัตถิปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c86l9" />  มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.  
			<remark  id="s3b43c86l10" />  ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c86l11" />แก่ ขันธ์ ๒ ฯลฯ กายายตนะ   
			<remark  id="s3b43c86l12" />  ขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒                 
			<remark  id="s3b43c86l13" />ฯลฯ ปฏิสนธิ.              
			<remark  id="s3b43c86l14" />  จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม        
			<remark  id="s3b43c86l15" />โดยอัตถิปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c86l16" />  มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.       
			<remark  id="s3b43c86l17" />   ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตตสัมปยุตตขันธ์ และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่   
			<remark  id="s3b43c86l18" />จิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c86l19" />   ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิตตสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่                 
			<remark  id="s3b43c86l20" />กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย.    
			<remark  id="s3b43c86l21" />  ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ จิตตสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c86l22" />แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c86l23" />   [๑๔๗] ในเหตุปัจจัย                        มีวาระ      ๓  
			<remark  id="s3b43c86l24" />         ในอารัมมณปัจจัย                     มี  "       ๒  
			<remark  id="s3b43c86l25" />         ในอธิปติปัจจัย                       มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c86l26" />         ในอนันตรปัจจัย                      มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c86l27" />         ในสมนันตรปัจจัย                     มี  "       ๑  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c87" >
		<para id="s3b43c87p">
			<remark  id="s3b43c87l1" />         ในสหชาตปัจจัย                      มีวาระ      ๗  
			<remark  id="s3b43c87l2" />         ในอัญญมัญญปัจจัย                     มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c87l3" />         ในนิสสยปัจจัย                       มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c87l4" />         ในอุปนิสสยปัจจัย                     มี  "       ๒  
			<remark  id="s3b43c87l5" />         ในปุเรชาตปัจจัย                     มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c87l6" />         ในปัจฉาชาตปัจจัย                    มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c87l7" />         ในอาเสวนปัจจัย                     มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c87l8" />         ในกัมมปัจจัย                        มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c87l9" />         ในวิปากปัจจัย                       มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c87l10" />         ในอาหารปัจจัย                      มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c87l11" />         ในอินทริยปัจจัย                      มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c87l12" />         ในฌานปัจจัย                        มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c87l13" />         ในมัคคปัจจัย                        มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c87l14" />         ในสัมปยุตตปัจจัย                     มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c87l15" />         ในวิปปยุตตปัจจัย                     มี  "       ๒  
			<remark  id="s3b43c87l16" />         ในอัตถิปัจจัย                        มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c87l17" />         ในนัตถิปัจจัย                        มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c87l18" />         ในวิคตปัจจัย                        มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c87l19" />         ในอวิคตปัจจัย                       มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c87l20" />   [๑๔๘] จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c87l21" />เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.        
			<remark  id="s3b43c87l22" />    จิตตสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c87l23" />โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.               
			<remark  id="s3b43c87l24" />   จิตตสัมปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c87l25" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c87l26" />   จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c87l27" />โดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c88" >
		<para id="s3b43c88p">
			<remark  id="s3b43c88l1" />   จิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c88l2" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c88l3" />    จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสัมปยุตตธรรม โดย    
			<remark  id="s3b43c88l4" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c88l5" />   จิตตสัมปยุตตธรรม และจิตตวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตวิปปยุตตธรรม โดย    
			<remark  id="s3b43c88l6" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริย
			<remark  id="s3b43c88l7" />ปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c88l8" />    [๑๔๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย               มีวาระ      ๗  
			<remark  id="s3b43c88l9" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย            มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l10" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย              มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l11" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย             มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l12" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย            มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l13" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย             มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c88l14" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย            มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c88l15" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย              มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c88l16" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย            มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l17" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย            มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l18" />         ในปัจจัยทั้งปวง                      มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l19" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย            มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c88l20" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย            มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c88l21" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย               มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c88l22" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย               มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l23" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย               มี  "       ๗  
			<remark  id="s3b43c88l24" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย              มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c88l25" />   [๑๕๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c88l26" />         กับเหตุปัจจัย                        มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c88l27" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c88l28" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๓  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c89" >
		<para id="s3b43c89p">
			<remark  id="s3b43c89l1" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c89l2" />         กับ ฯลฯ                           มีวาระ      ๓  
			<remark  id="s3b43c89l3" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c89l4" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c89l5" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c89l6" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c89l7" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c89l8" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c89l9" />         ในปัจจัยทั้งปวง   
			<remark  id="s3b43c89l10" />        กับ ฯลฯ                           มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c89l11" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c89l12" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c89l13" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c89l14" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c89l15" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c89l16" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c89l17" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c89l18" />         กับ ฯลฯ                           มี  "       ๓.  
			<remark  id="s3b43c89l19" />   [๑๕๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c89l20" />         ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                     มี  "       ๒  
			<remark  id="s3b43c89l21" />         ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ                มี  "       ๔  
			<remark  id="s3b43c89l22" />         พึงกระทำอนุโลมมาติกา.  
			<remark  id="s3b43c89l23" />  ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย          มี  "       ๗                  
			<remark  id="s3b43c89l24" />                     จิตตสัมปยุตตทุกะ จบ.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c90" >
		<para id="s3b43c90p">
			<remark  id="s3b43c90l1" />                      จิตตสังสัฏฐทุกะ                  
			<remark  id="s3b43c90l2" />                        ปฏิจจวาร  
			<remark  id="s3b43c90l3" />  [๑๕๒] จิตตสังสัฏฐธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c90l4" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.               
			<remark  id="s3b43c90l5" />    จิตตวิสังสัฏฐธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c90l6" />    คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏธรรม ปฏิสนธิ.                
			<remark  id="s3b43c90l7" />    จิตตสังสัฏฐทุกะ พึงกระทำเหมือนจิตตสัมปยุตตทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน.   
			<remark  id="s3b43c90l8" />                     จิตตสังสัฏฐทุกะ จบ.                
			<remark  id="s3b43c90l9" />                     จิตตสมุฏฐานทุกะ   
			<remark  id="s3b43c90l10" />                        ปฏิจจวาร  
			<remark  id="s3b43c90l11" />  [๑๕๓] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c90l12" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c90l13" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c90l14" />มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป               
			<remark  id="s3b43c90l15" />ทั้งหลาย.                 
			<remark  id="s3b43c90l16" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c90l17" />    คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม    
			<remark  id="s3b43c90l18" />   ในปฏิสนธิขณะ จิตและกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม.             
			<remark  id="s3b43c90l19" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิด  
			<remark  id="s3b43c90l20" />ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย      
			<remark  id="s3b43c90l21" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม  
			<remark  id="s3b43c90l22" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c90l23" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c90l24" />ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c91" >
		<para id="s3b43c91p">
			<remark  id="s3b43c91l1" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ                 
			<remark  id="s3b43c91l2" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c91l3" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิตอาศัยหทัยวัตถุ  
			<remark  id="s3b43c91l4" />มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.  
			<remark  id="s3b43c91l5" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c91l6" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ในปฏิสนธิขณะ         
			<remark  id="s3b43c91l7" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต  
			<remark  id="s3b43c91l8" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c91l9" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏ   
			<remark  id="s3b43c91l10" />ฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c91l11" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูปอาศัยจิต  
			<remark  id="s3b43c91l12" />   ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c91l13" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c91l14" />เกิดขึ้น เพราะเหตุเป็นจัย   
			<remark  id="s3b43c91l15" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต  
			<remark  id="s3b43c91l16" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c91l17" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c91l18" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรมและธรรม ที่ไม่ใช่จิตตสมุฏ   
			<remark  id="s3b43c91l19" />ฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c91l20" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต         
			<remark  id="s3b43c91l21" />    ในปฏิสนธิขณะ อุปาทารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูป                  
			<remark  id="s3b43c91l22" />ทั้งหลาย                  
			<remark  id="s3b43c91l23" />  ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ.           
			<remark  id="s3b43c91l24" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c91l25" />และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c91l26" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม  
			<remark  id="s3b43c91l27" />และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c92" >
		<para id="s3b43c92p">
			<remark  id="s3b43c92l1" />  ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ จิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์   
			<remark  id="s3b43c92l2" />๒ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c92l3" />  [๑๕๔] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c92l4" />    คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.               
			<remark  id="s3b43c92l5" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย      
			<remark  id="s3b43c92l6" />    คือ จิตอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c92l7" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิด  
			<remark  id="s3b43c92l8" />ขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c92l9" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.        
			<remark  id="s3b43c92l10" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ                 
			<remark  id="s3b43c92l11" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c92l12" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยหทัยวัตถุ.                
			<remark  id="s3b43c92l13" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย      
			<remark  id="s3b43c92l14" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต                  
			<remark  id="s3b43c92l15" />   ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต         
			<remark  id="s3b43c92l16" />   ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c92l17" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐาน                
			<remark  id="s3b43c92l18" />ธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c92l19" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c92l20" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c92l21" />เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c92l22" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ                 
			<remark  id="s3b43c92l23" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c92l24" />    ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์   
			<remark  id="s3b43c92l25" />๒ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c92l26" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต-   
			<remark  id="s3b43c92l27" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c93" >
		<para id="s3b43c93p">
			<remark  id="s3b43c93l1" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ.        
			<remark  id="s3b43c93l2" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c93l3" />และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c93l4" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และ   
			<remark  id="s3b43c93l5" />หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ     
			<remark  id="s3b43c93l6" />  [๑๕๕] ในเหตุปัจจัย                        มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c93l7" />         ในอารัมมณปัจจัย                     มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l8" />         ในอธิปติปัจจัย                       มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c93l9" />         ในอนันตรปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l10" />         ในสมนันตรปัจจัย                     มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l11" />         ในสหชาตปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l12" />         ในอัญญมัญญปัจจัย                     มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l13" />         ในนิสสยปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l14" />         ในอุปนิสสยปัจจัย                     มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l15" />         ในปุเรชาตปัจจัย                     มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c93l16" />         ในอาเสวนปัจจัย                     มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c93l17" />         ในกัมมปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l18" />         ในวิปากปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l19" />         ในอาหารปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l20" />         ในอินทริยปัจจัย                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l21" />         ในฌานปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l22" />         ในมัคคปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l23" />         ในสัมปยุตตปัจจัย                     มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l24" />         ในปัจจัยทั้งปวง                      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l25" />         ในวิคตปัจจัย                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c93l26" />         ในอวิคตปัจจัย                       มี  "       ๙.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c94" >
		<para id="s3b43c94p">
			<remark  id="s3b43c94l1" />   [๑๕๖] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c94l2" />    คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็น   
			<remark  id="s3b43c94l3" />อเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c94l4" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c94l5" />มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นจิตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูป               
			<remark  id="s3b43c94l6" />ทั้งหลาย โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย             
			<remark  id="s3b43c94l7" />วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.  
			<remark  id="s3b43c94l8" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c94l9" />    คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ   
			<remark  id="s3b43c94l10" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม.      
			<remark  id="s3b43c94l11" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c94l12" />เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c94l13" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิต และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม  
			<remark  id="s3b43c94l14" />ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c94l15" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่                
			<remark  id="s3b43c94l16" />เพราะเหตุปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c94l17" />  คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต จิตอาศัย     
			<remark  id="s3b43c94l18" />หทัยวัตถุ พึงกระทำมหาภูตรูป ๑ จนถึงอสัญญสัตว์.           
			<remark  id="s3b43c94l19" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c94l20" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิตซึ่งเป็นอเหตุกะ                
			<remark  id="s3b43c94l21" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c94l22" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ   
			<remark  id="s3b43c94l23" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ.  
			<remark  id="s3b43c94l24" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c94l25" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c94l26" />   คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกฏัตตารูปอาศัยจิต                  
			<remark  id="s3b43c94l27" />    ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c95" >
		<para id="s3b43c95p">
			<remark  id="s3b43c95l1" />    จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c95l2" />เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c95l3" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ซึ่งเป็น   
			<remark  id="s3b43c95l4" />อเหตุกะ และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c95l5" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต     
			<remark  id="s3b43c95l6" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c95l7" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ   
			<remark  id="s3b43c95l8" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย  
			<remark  id="s3b43c95l9" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และจิต.       
			<remark  id="s3b43c95l10" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c95l11" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c95l12" />   คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม  
			<remark  id="s3b43c95l13" />และจิต   
			<remark  id="s3b43c95l14" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และ  
			<remark  id="s3b43c95l15" />มหาภูตรูปทั้งหลาย         
			<remark  id="s3b43c95l16" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ.      
			<remark  id="s3b43c95l17" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และ  
			<remark  id="s3b43c95l18" />ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c95l19" />   คือ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐาน                  
			<remark  id="s3b43c95l20" />ธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c95l21" />  ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และ  
			<remark  id="s3b43c95l22" />หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.    
			<remark  id="s3b43c95l23" />  [๑๕๗] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ           
			<remark  id="s3b43c95l24" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c95l25" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม มหาภูตรูป ๑   
			<remark  id="s3b43c95l26" />ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c96" >
		<para id="s3b43c96p">
			<remark  id="s3b43c96l1" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ                
			<remark  id="s3b43c96l2" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c96l3" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม.               
			<remark  id="s3b43c96l4" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่                
			<remark  id="s3b43c96l5" />เพราะอารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c96l6" />  คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิต หทัยวัตถุ อาศัยจิต มหาภูตรูป ๑ ตลอด   
			<remark  id="s3b43c96l7" />ถึงอสัญญสัตว์.            
			<remark  id="s3b43c96l8" />  จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ                
			<remark  id="s3b43c96l9" />ปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c96l10" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต.  
			<remark  id="s3b43c96l11" />  จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c96l12" />เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c96l13" />  คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต        
			<remark  id="s3b43c96l14" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต และมหาภูตรูปทั้งหลาย.            
			<remark  id="s3b43c96l15" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c96l16" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย           
			<remark  id="s3b43c96l17" />   คือ ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต         
			<remark  id="s3b43c96l18" />    ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และ       
			<remark  id="s3b43c96l19" />มหาภูตรูปทั้งหลาย.        
			<remark  id="s3b43c96l20" />                         ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c96l21" />  [๑๕๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c96l22" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c96l23" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c96l24" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย               มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c96l25" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c96l26" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย              มี  "       ๖   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c97" >
		<para id="s3b43c97p">
			<remark  id="s3b43c97l1" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย              มีวาระ      ๖   
			<remark  id="s3b43c97l2" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c97l3" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c97l4" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c97l5" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมปัจจัย                  มี  "       ๔   
			<remark  id="s3b43c97l6" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c97l7" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย               มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c97l8" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย               มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c97l9" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c97l10" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c97l11" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c97l12" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c97l13" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                 มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c97l14" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๖.   
			<remark  id="s3b43c97l15" />    [๑๕๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัยกับเหตุปัจจัย     มีวาระ      ๖                
			<remark  id="s3b43c97l16" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c97l17" />         กับ ฯลฯ                             มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c97l18" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c97l19" />         กับ ฯลฯ                             มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c97l20" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c97l21" />         กับ ฯลฯ                             มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c97l22" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c97l23" />         กับ ฯลฯ                             มี  "       ๖  
			<remark  id="s3b43c97l24" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c97l25" />         กับเหตุปัจจัย                          มี  "       ๕  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c98" >
		<para id="s3b43c98p">
			<remark  id="s3b43c98l1" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                  
			<remark  id="s3b43c98l2" />         กับ ฯลฯ                             มีวาระ      ๖  
			<remark  id="s3b43c98l3" />         ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c98l4" />         กับ ฯลฯ                             มี  "       ๖.  
			<remark  id="s3b43c98l5" />   [๑๖๐] ในอารัมมณปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c98l6" />        กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c98l7" />          ในอนันตรปัจจัย            กับ ฯลฯ      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c98l8" />         ในสมนันตรปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c98l9" />         ในปุเรชาตปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c98l10" />         ในอาเสวนปัจจัย           กับ ฯลฯ      มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c98l11" />         ในฌานปัจจัย              กับ ฯลฯ      มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c98l12" />         ในมัคคปัจจัย              กับ ฯลฯ      มี  "       ๓  
			<remark  id="s3b43c98l13" />         ในอวิคตปัจจัย             กับ ฯลฯ      มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c98l14" />                สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร             
			<remark  id="s3b43c98l15" />                        ปัจจยวาร  
			<remark  id="s3b43c98l16" />  [๑๖๑] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย                  
			<remark  id="s3b43c98l17" />เหมือนกับปฏิจจวาร.        
			<remark  id="s3b43c98l18" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ                 
			<remark  id="s3b43c98l19" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c98l20" />  คือ จิต อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c98l21" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c98l22" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยจิต ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตต                
			<remark  id="s3b43c98l23" />สมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.   
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c99" >
		<para id="s3b43c99p">
			<remark  id="s3b43c99l1" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c99l2" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c99l3" />   คือ จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะเหมือนกับ     
			<remark  id="s3b43c99l4" />ปฏิจจวาร ทั้ง ๒ นัย.      
			<remark  id="s3b43c99l5" />  จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c99l6" />เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c99l7" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒   
			<remark  id="s3b43c99l8" />อาศัยขันธ์ ๑ เป็นที่จิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ เหมือน   
			<remark  id="s3b43c99l9" />กับปฏิจจวารทั้ง ๒ นัย.    
			<remark  id="s3b43c99l10" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c99l11" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c99l12" />   คือ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ   
			<remark  id="s3b43c99l13" />พึงทำทั้ง ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c99l14" />  จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c99l15" />และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c99l16" />   คือ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒   
			<remark  id="s3b43c99l17" />ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.      
			<remark  id="s3b43c99l18" />   [๑๖๒] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย    
			<remark  id="s3b43c99l19" />มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.  
			<remark  id="s3b43c99l20" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ      
			<remark  id="s3b43c99l21" />    อารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c99l22" />  คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ จิต อาศัยหทัยวัตถุ.   
			<remark  id="s3b43c99l23" />    จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย      
			<remark  id="s3b43c99l24" />    คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจักขุวิญญาณ กายวิญญาณ ฯลฯ สัมปยุตตขันธ์    
			<remark  id="s3b43c99l25" />ทั้งหลาย อาศัยจิต ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ                  
			<remark  id="s3b43c99l26" />พึงทำทั้ง ๒ นัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c100" >
		<para id="s3b43c100p">
			<remark  id="s3b43c100l1" />  จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c100l2" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c100l3" />   คือ จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c100l4" />จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.     
			<remark  id="s3b43c100l5" />   จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น                 
			<remark  id="s3b43c100l6" />เพราะอารัมมณปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c100l7" />  คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒   
			<remark  id="s3b43c100l8" />อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ พึงทำ   
			<remark  id="s3b43c100l9" />ทั้ง ๒ นัย.               
			<remark  id="s3b43c100l10" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต   
			<remark  id="s3b43c100l11" />ฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c100l12" />   คือ จักขุวิญญาณ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ ที่   
			<remark  id="s3b43c100l13" />สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ จิตอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ฯลฯ                
			<remark  id="s3b43c100l14" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ          
			<remark  id="s3b43c100l15" />  จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม      
			<remark  id="s3b43c100l16" />และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c100l17" />   คือ ขันธ์ ๒ และจักขุวิญญาณ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และ       
			<remark  id="s3b43c100l18" />จักขายตนะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิต อาศัยขันธ์ ๑    
			<remark  id="s3b43c100l19" />ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c100l20" />   [๑๖๓] ในเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๙  
			<remark  id="s3b43c100l21" />         ในอารัมมณปัจจัย                       มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c100l22" />         ในอธิปติปัจจัย                         มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c100l23" />         ในปัจจัยทั้งปวง                        มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c100l24" />         ในอวิคตปัจจัย                         มี  "       ๙.  
			<remark  id="s3b43c100l25" />   [๑๖๔] จิตตสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c100l26" />    พึงกระทำหัวข้อปัจจัยหมดทั้ง ๙ ข้อ เหมือนกับปฏิจจวาร แม้ปัญจวิญญาณ ก็พึง   
			<remark  id="s3b43c100l27" />กระทำโมหะ มีทั้ง ๓ นัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c101" >
		<para id="s3b43c101p">
			<remark  id="s3b43c101l1" />  [๑๖๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๙   
			<remark  id="s3b43c101l2" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l3" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c101l4" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย               มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l5" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l6" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l7" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l8" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c101l9" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c101l10" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c101l11" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มี  "       ๔   
			<remark  id="s3b43c101l12" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c101l13" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย               มี  "       ๑  
			<remark  id="s3b43c101l14" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย               มี  "       ๑   
			<remark  id="s3b43c101l15" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๙  
			<remark  id="s3b43c101l16" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๙   
			<remark  id="s3b43c101l17" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย              มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l18" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปยุตตปัจจัย               มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l19" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย                 มี  "       ๖   
			<remark  id="s3b43c101l20" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย                 มี  "       ๖.   
			<remark  id="s3b43c101l21" />    การนับทั้งสองนอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.  
			<remark  id="s3b43c101l22" />                        สังสัฏฐวาร  
			<remark  id="s3b43c101l23" />   [๑๖๖] จิตตสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c101l24" />คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.       
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c102" >
		<para id="s3b43c102p">
			<remark  id="s3b43c102l1" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ   
			<remark  id="s3b43c102l2" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c102l3" />  คือ จิต คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายเป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ปฏิสนธิ.  
			<remark  id="s3b43c102l4" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c102l5" />ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c102l6" />  คือ ขันธ์ ๒ และจิตคลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c102l7" />ปฏิสนธิ.                  
			<remark  id="s3b43c102l8" />  จิตตสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ   
			<remark  id="s3b43c102l9" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c102l10" />  คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย คลุกเคล้ากับจิต ปฏิสนธิ.   
			<remark  id="s3b43c102l11" />   จิตตสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต         
			<remark  id="s3b43c102l12" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c102l13" />   คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c102l14" />ปฏิสนธิ ฯลฯ.              
			<remark  id="s3b43c102l15" />  [๑๖๗] ในเหตุปัจจัย                          มีวาระ      ๕  
			<remark  id="s3b43c102l16" />         ในอารัมมณปัจจัย                       มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c102l17" />         ในปัจจัยทั้งปวง                        มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c102l18" />         ในอวิคตปัจจัย                         มี  "       ๕.  
			<remark  id="s3b43c102l19" />   [๑๖๘] จิตตสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ    
			<remark  id="s3b43c102l20" />เหตุปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c102l21" />  พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๕ โมหะมีทั้ง ๓ นัย.            
			<remark  id="s3b43c102l22" />   [๑๖๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 มีวาระ      ๕   
			<remark  id="s3b43c102l23" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย                มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c102l24" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย              มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c102l25" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย             มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c102l26" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย              มี  "       ๕  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c103" >
		<para id="s3b43c103p">
			<remark  id="s3b43c103l1" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย                 มีวาระ      ๓   
			<remark  id="s3b43c103l2" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย                มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c103l3" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย                 มี  "       ๕  
			<remark  id="s3b43c103l4" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย                 มี  "       ๕   
			<remark  id="s3b43c103l5" />          ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย              มี  "       ๕.                  
			<remark  id="s3b43c103l6" />    การนับทั้งสองนอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.  
			<remark  id="s3b43c103l7" />                        ปัญหาวาร  
			<remark  id="s3b43c103l8" />  [๑๗๐] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยเหตุปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c103l9" />    คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต   
			<remark  id="s3b43c103l10" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.               
			<remark  id="s3b43c103l11" />   จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยเหตุปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c103l12" />    คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิต โดยเหตุปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c103l13" />    ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตและกฏัตตา   
			<remark  id="s3b43c103l14" />รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c103l15" />  จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c103l16" />ธรรม โดยเหตุปัจจัย       
			<remark  id="s3b43c103l17" />  คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และ                 
			<remark  id="s3b43c103l18" />จิต และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c103l19" />   [๑๗๑] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอารัมมณปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c103l20" />    คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม              
			<remark  id="s3b43c103l21" />เกิดขึ้น.                 
			<remark  id="s3b43c103l22" />                      พึงกระทำมูล  
			<remark  id="s3b43c103l23" />   จิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น.  
			<remark  id="s3b43c103l24" />                       พึงกระทำมูล  
			<remark  id="s3b43c103l25" />   ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจิต ปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตต-   
			<remark  id="s3b43c103l26" />สมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c104" >
		<para id="s3b43c104p">
			<remark  id="s3b43c104l1" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c104l2" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c104l3" />  คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน                  
			<remark  id="s3b43c104l4" />   นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดย         
			<remark  id="s3b43c104l5" />อารัมมณปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c104l6" />  จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม                 
			<remark  id="s3b43c104l7" />โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้น จิต                
			<remark  id="s3b43c104l8" />เกิดขึ้น                  
			<remark  id="s3b43c104l9" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c104l10" />   บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต ที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c104l11" />เจโตปริยญาณ               
			<remark  id="s3b43c104l12" />  อากาสานัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะ ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c104l13" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c104l14" />   ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่             
			<remark  id="s3b43c104l15" />บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ   
			<remark  id="s3b43c104l16" />ปัจจัย.                  
			<remark  id="s3b43c104l17" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอารัมมณปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c104l18" />    คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีที่มี  
			<remark  id="s3b43c104l19" />อยู่ข้างต้น               
			<remark  id="s3b43c104l20" />  จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม                 
			<remark  id="s3b43c104l21" />โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น              
			<remark  id="s3b43c104l22" />   บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c104l23" />  รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ       
			<remark  id="s3b43c104l24" />    ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ                 
			<remark  id="s3b43c104l25" />แก่บุพเพนิวาสานุสติญาณ ฯลฯ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.                 
			<remark  id="s3b43c104l26" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต-               
			<remark  id="s3b43c104l27" />สมุฏฐานธรรม โดยอารัมมณปัจจัย  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c105" >
		<para id="s3b43c105p">
			<remark  id="s3b43c105l1" />  คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน มีคำอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีที่มีอยู่                 
			<remark  id="s3b43c105l2" />ข้างต้น   
			<remark  id="s3b43c105l3" />  บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ             
			<remark  id="s3b43c105l4" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น              
			<remark  id="s3b43c105l5" />ด้วยทิกพจักขุ ฯลฯ         
			<remark  id="s3b43c105l6" />  รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ        
			<remark  id="s3b43c105l7" />    ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ                 
			<remark  id="s3b43c105l8" />แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.                
			<remark  id="s3b43c105l9" />    จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c105l10" />ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย พึงกระทำ เพราะปรารภ ๓ นัย.        
			<remark  id="s3b43c105l11" />   [๑๗๒] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอธิปติปัจจัย                 
			<remark  id="s3b43c105l12" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.           
			<remark  id="s3b43c105l13" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม กระทำขันธ์ทั้ง               
			<remark  id="s3b43c105l14" />หลาย เป็นจิตตสมุฏฐานธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วเกิดขึ้น.  
			<remark  id="s3b43c105l15" />   ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่  
			<remark  id="s3b43c105l16" />สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c105l17" />   อารัมมณาธิปติก็ดีสหชาตาธิปติก็ดี พึงกระทำทั้ง ๓ นัย.   
			<remark  id="s3b43c105l18" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c105l19" />อธิปติปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c105l20" />  มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็น  
			<remark  id="s3b43c105l21" />อารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c105l22" />  บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น   
			<remark  id="s3b43c105l23" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น จิตเกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c105l24" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอธิปติปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c105l25" />    มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c106" >
		<para id="s3b43c106p">
			<remark  id="s3b43c106l1" />   ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่าง   
			<remark  id="s3b43c106l2" />หนักแน่น ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c106l3" />  บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น   
			<remark  id="s3b43c106l4" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น.   
			<remark  id="s3b43c106l5" />   ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรม ที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่   
			<remark  id="s3b43c106l6" />สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานธรรมรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c106l7" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่   
			<remark  id="s3b43c106l8" />จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอธิปติปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c106l9" />  มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็น  
			<remark  id="s3b43c106l10" />อารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c106l11" />  บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น   
			<remark  id="s3b43c106l12" />ฯลฯ จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.                
			<remark  id="s3b43c106l13" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c106l14" />ธรรม โดยอธิปติปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c106l15" />  มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ มี ๓ นัย เป็นอารัมมณาธิปติอย่างเดียว.               
			<remark  id="s3b43c106l16" />    [๑๗๓] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓   
			<remark  id="s3b43c106l17" />นัย วุฏฐานะไม่มี.         
			<remark  id="s3b43c106l18" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c106l19" />อนันตรปัจจัย              
			<remark  id="s3b43c106l20" />  คือ จิต ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่จิตที่เกิดหลังๆ ฯลฯ แก่ผู้ที่ออกจากนิโรธ เนว               
			<remark  id="s3b43c106l21" />สัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.   
			<remark  id="s3b43c106l22" />   การนับสองอย่างนอกจากนี้ พึงกระทำเหมือนอย่างนี้.     
			<remark  id="s3b43c106l23" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c106l24" />ธรรม โดยอนันตรปัจจัย พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๓ วุฏฐานะไม่มี.  
			<remark  id="s3b43c106l25" />   [๑๗๔] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยสหชาตปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c106l26" />เหมือนกับปฏิจจวาร.    
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c107" >
		<para id="s3b43c107p">
			<remark  id="s3b43c107l1" />  เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.      
			<remark  id="s3b43c107l2" />   เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เหมือนกับปัจจยวาร.         
			<remark  id="s3b43c107l3" />   [๑๗๕] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย               
			<remark  id="s3b43c107l4" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c107l5" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๓.      
			<remark  id="s3b43c107l6" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c107l7" />อุปนิสสยปัจจัย            
			<remark  id="s3b43c107l8" />  มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c107l9" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ   
			<remark  id="s3b43c107l10" />ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์  
			<remark  id="s3b43c107l11" />  ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต เป็นปัจจัยแก่จิต โดยอุปนิสสยปัจจัย.              
			<remark  id="s3b43c107l12" />    ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c107l13" />    มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็น     
			<remark  id="s3b43c107l14" />ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน   
			<remark  id="s3b43c107l15" />ทำลายสงฆ์                 
			<remark  id="s3b43c107l16" />  ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต เป็นปัจจัย แก่ศรัทธา ฯลฯ แก่มรรค        
			<remark  id="s3b43c107l17" />แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.  
			<remark  id="s3b43c107l18" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่   
			<remark  id="s3b43c107l19" />จิตตสมุฏฐานธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c107l20" />  มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ  
			<remark  id="s3b43c107l21" />   ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ   
			<remark  id="s3b43c107l22" />ฯลฯ จิต แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์  
			<remark  id="s3b43c107l23" />  ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ จิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตต  
			<remark  id="s3b43c107l24" />สมุฏฐานธรรม และจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c108" >
		<para id="s3b43c108p">
			<remark  id="s3b43c108l1" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม       
			<remark  id="s3b43c108l2" />    โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูป    
			<remark  id="s3b43c108l3" />นิสสยะ   
			<remark  id="s3b43c108l4" />  ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ มีหัวข้อปัจจัย ๓.            
			<remark  id="s3b43c108l5" />   [๑๗๖] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย                
			<remark  id="s3b43c108l6" />    มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นรูปทั้งหลาย ที่เป็น   
			<remark  id="s3b43c108l7" />จิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น         
			<remark  id="s3b43c108l8" />    บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c108l9" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย        
			<remark  id="s3b43c108l10" />    โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c108l11" />    จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c108l12" />    มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นรูปทั้งหลายที่เป็นจิตต                
			<remark  id="s3b43c108l13" />สมุฏฐานธรรม ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลายโดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน              
			<remark  id="s3b43c108l14" />ยิ่ง เพราะปรารภรูปเป็นต้น จิตเกิดขึ้น   
			<remark  id="s3b43c108l15" />   บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c108l16" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดย  
			<remark  id="s3b43c108l17" />ปุเรชาตปัจจัย.            
			<remark  id="s3b43c108l18" />  จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม                  
			<remark  id="s3b43c108l19" />โดยปุเรชาตปัจจัย          
			<remark  id="s3b43c108l20" />  มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นรูปทั้งหลาย ที่เป็น   
			<remark  id="s3b43c108l21" />จิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อม   
			<remark  id="s3b43c108l22" />เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภรูปเป็นต้น จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น                
			<remark  id="s3b43c108l23" />    บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c108l24" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c108l25" />โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ.         
			<remark  id="s3b43c108l26" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดย   
			<remark  id="s3b43c108l27" />ปุเรชาตปัจจัย      
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c109" >
		<para id="s3b43c109p">
			<remark  id="s3b43c109l1" />  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c109l2" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กาย ฯลฯ                  
			<remark  id="s3b43c109l3" />รูปทั้งหลาย ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เพราะปรารภจักขุเป็น   
			<remark  id="s3b43c109l4" />ต้นนั้น จิตเกิดขึ้น       
			<remark  id="s3b43c109l5" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c109l6" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ.   
			<remark  id="s3b43c109l7" />   ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ              
			<remark  id="s3b43c109l8" />หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดยปุเรชาตปัจจัย.             
			<remark  id="s3b43c109l9" />   ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c109l10" />    มี ๒ อย่างคือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.          
			<remark  id="s3b43c109l11" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความ  
			<remark  id="s3b43c109l12" />เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น  
			<remark  id="s3b43c109l13" />  บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ   
			<remark  id="s3b43c109l14" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ  
			<remark  id="s3b43c109l15" />ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c109l16" /> ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย  
			<remark  id="s3b43c109l17" />จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสมุฏฐาน   
			<remark  id="s3b43c109l18" />ธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย.    
			<remark  id="s3b43c109l19" />  ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่   
			<remark  id="s3b43c109l20" />จิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c109l21" />  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c109l22" />   ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นแก่จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดย   
			<remark  id="s3b43c109l23" />ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย   
			<remark  id="s3b43c109l24" />เกิดขึ้น                  
			<remark  id="s3b43c109l25" />  ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ ด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ               
			<remark  id="s3b43c109l26" />   รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ.  
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c110" >
		<para id="s3b43c110p">
			<remark  id="s3b43c110l1" />    ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตต   
			<remark  id="s3b43c110l2" />ขันธ์ทั้งหลาย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย   
			<remark  id="s3b43c110l3" />โดยปุเรชาตปัจจัย.         
			<remark  id="s3b43c110l4" />  จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน  
			<remark  id="s3b43c110l5" />ธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย     
			<remark  id="s3b43c110l6" />  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c110l7" />   คือ รูปายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย   
			<remark  id="s3b43c110l8" />ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย โผฏฐัพพายตนะที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ  
			<remark  id="s3b43c110l9" />รูปายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วย               
			<remark  id="s3b43c110l10" />จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และกายายตนะ ฯลฯ.  
			<remark  id="s3b43c110l11" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่   
			<remark  id="s3b43c110l12" />จิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย  
			<remark  id="s3b43c110l13" />  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c110l14" />   คือ รูปายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิตโดย      
			<remark  id="s3b43c110l15" />ปุเรชาตปัจจัย             
			<remark  id="s3b43c110l16" />  โผฏฐัพพายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c110l17" />   รูปายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ     
			<remark  id="s3b43c110l18" />โผฏฐัพพายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และกายายตนะ ฯลฯ      
			<remark  id="s3b43c110l19" />   จิตตสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธรรม                  
			<remark  id="s3b43c110l20" />และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย         
			<remark  id="s3b43c110l21" />   มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.         
			<remark  id="s3b43c110l22" />   คือ รูปายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และ     
			<remark  id="s3b43c110l23" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c110l24" />   โผฏฐัพพายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b43c110l25" />   รูปายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และ  
			<remark  id="s3b43c110l26" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย   
			<remark  id="s3b43c110l27" />   โผฏฐัพพายตนะ ที่เป็นจิตตสมุฏฐานธรรม ฯลฯ.         
		</para>
	</section>
	<section id="s3b43c111" >
		<para id="s3b43c111p">
			<remark  id="s3b43c111l1" />   [๑๗๗] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานธร
