<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!DOCTYPE book PUBLIC "-//OASIS//DTD DocBook XML V5.0//EN" "http://www.oasis-open.org/docbook/xml/4.5/docbookx.dtd">
<chapter id="s3b42">
	<title>มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓</title>
	<section id="s3b42c1" >
		<para id="s3b42c1p">
			<remark  id="s3b42c1l1" />					พระอภิธรรมปิฎก
			<remark  id="s3b42c1l2" />						เล่ม ๙
			<remark  id="s3b42c1l3" />				มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓
			<remark  id="s3b42c1l4" />ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
			<remark  id="s3b42c1l5" />						เหตุทุกะ
			<remark  id="s3b42c1l6" />						ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c1l7" />	[๑] เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c1l8" />	คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ อโลภะ อโมหะ อาศัยอโทสะ   อโลภะ อโทสะ
			<remark  id="s3b42c1l9" />อาศัยอโมหะ โมหะ อาศัยโลภะ โลภะ อาศัยโทสะ โทสะ    อาศัยโมหะ
			<remark  id="s3b42c1l10" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c1l11" />	นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c1l12" />	คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรมในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c1l13" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c1l14" />	คือ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป    อาศัยอโลภะ
			<remark  id="s3b42c1l15" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c1l16" />	โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะ  ฯลฯ ใน
			<remark  id="s3b42c1l17" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c1l18" />	นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c1l19" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ   ขันธ์ ๒ และ
			<remark  id="s3b42c1l20" /> จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c2" >
		<para id="s3b42c2p">
			<remark  id="s3b42c2l1" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหา-
			<remark  id="s3b42c2l2" />ภูตรูป ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c2l3" />	เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c2l4" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c2l5" />	ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c2l6" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c2l7" />	คือ ขันธ์ ๓ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑  ที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c2l8" />ฯลฯ ขันธ์ ๒ และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c2l9" />	ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c2l10" />	เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c2l11" />	คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c2l12" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c2l13" />	โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โมหะ อาศัยโทสะ   และสัมปยุตต-
			<remark  id="s3b42c2l14" />ขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c2l15" />	ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และหทัยวัตถุ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c2l16" />	นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c2l17" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม   และเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c2l18" />ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒  และเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c2l19" />	ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ และเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c2l20" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น   เพราะเหตุ
			<remark  id="s3b42c2l21" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c2l22" />	คือ ขันธ์ ๓ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c2l23" />และอโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อโทสะ อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป     อาศัยขันธ์ ๒ และอโลภะ
			<remark  id="s3b42c2l24" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c2l25" />	ขันธ์ ๓ และโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม   และโลภะ
			<remark  id="s3b42c2l26" />ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c3" >
		<para id="s3b42c3p">
			<remark  id="s3b42c3l1" />	ในปฏิสนธิขณะ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c3l2" />และอโลภะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c3l3" />	[๒] เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c3l4" />	ทิ้งรูปภูมิเสีย พึงกระทำวาระ ๙ ในอรูปภูมิเท่านั้น
			<remark  id="s3b42c3l5" />	เพราะอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี พึงกระทำให้บริบูรณ์ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c3l6" />จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย นี้เป็นข้อที่ต่างกัน
			<remark  id="s3b42c3l7" />	เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย   มีมหาภูตรูปทั้งหมด
			<remark  id="s3b42c3l8" />ตลอดถึงอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c3l9" />	เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย   เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c3l10" />เพราะอาเสวนปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี แม้ในภูมิทั้งสอง
			<remark  id="s3b42c3l11" />	    เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c3l12" />	    เพราะอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c3l13" />	[๓] ในเหตุปัจจัย             	มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c3l14" />	    ในอารัมมณปัจจัย          	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c3l15" />	    ปัจจัยทั้งปวง             		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c3l16" />	    ในอวิคตปัจจัย            	มี   "     ๙   พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c3l17" />	                  อนุโลมปัฏฐาน จบ
			<remark  id="s3b42c3l18" />	[๔] นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c3l19" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม   ซึ่งเป็นอเหตุกะ
			<remark  id="s3b42c3l20" />ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c3l21" />	ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย    อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c3l22" />มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ    อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
			<remark  id="s3b42c3l23" />อสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c3l24" />	เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c3l25" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c3l26" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c4" >
		<para id="s3b42c4p">
			<remark  id="s3b42c4l1" />	[๕] นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l2" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นเหตุธรรม   อาศัย
			<remark  id="s3b42c4l3" />นเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l4" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c4l5" />	ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหมด
			<remark  id="s3b42c4l6" />	นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l7" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยเหตุธรรม และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม ใน
			<remark  id="s3b42c4l8" />ปฏิสนธิขณะ ฯ
			<remark  id="s3b42c4l9" />	ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย พึงกระทำให้บริบูรณ์ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย   ไม่ใช่เพราะ
			<remark  id="s3b42c4l10" />สมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l11" />	[๖] เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l12" />	คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ
			<remark  id="s3b42c4l13" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c4l14" />	โมหะ อาศัยโลภะ โลภะ อาศัยโมหะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c4l15" />	นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l16" />	คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยเหตุธรรม จิตตสมุฏฐานรูป   อาศัย
			<remark  id="s3b42c4l17" />เหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c4l18" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c4l19" />	คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอโลภะ
			<remark  id="s3b42c4l20" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c4l21" />	โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ
			<remark  id="s3b42c4l22" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c4l23" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c4l24" />	นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c5" >
		<para id="s3b42c5p">
			<remark  id="s3b42c5l1" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l2" />ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l3" />	เหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c5l4" />	คือ ในอรูปภูมิ เหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม  ในปฏิสนธิ-
			<remark  id="s3b42c5l5" />ขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l6" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c5l7" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และนเหตุธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c5l8" />ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l9" />	เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c5l10" />	คือ ในอรูปภูมิ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c5l11" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c5l12" />	ในอรูปภูมิ โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c5l13" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c5l14" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l15" />	นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c5l16" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรมและเหตุธรรม  ฯลฯ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c5l17" />ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม และเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l18" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรมและนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
			<remark  id="s3b42c5l19" />ปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c5l20" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และอโทสะ อโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และ
			<remark  id="s3b42c5l21" />อโลภะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c5l22" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c5l23" />	ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และโลภะ
			<remark  id="s3b42c5l24" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c5l25" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c6" >
		<para id="s3b42c6p">
			<remark  id="s3b42c6l1" />	[๗] เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย   ฯลฯ ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c6l2" />เพราะอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l3" />	[๘] นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l4" />	คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c6l5" />	นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l6" />	คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม พาหิรรูป ฯลฯ   อาหาร-
			<remark  id="s3b42c6l7" />สมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c6l8" />	นเหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม และนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l9" />	คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c6l10" />	[๙] เหตุธรรม อาศัยเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย มี ๙ นัย
			<remark  id="s3b42c6l11" />	[๑๐] นเหตุธรรม อาศัยนเหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l12" />	คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c6l13" />	ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ   กฏัตตารูป ที่
			<remark  id="s3b42c6l14" />เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c6l15" />	[๑๑] ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l16" />	คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c6l17" />อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c6l18" />	ส่วนพวกอสัญญสัตว์ รูปชีวิตินทรีย์ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c6l19" />	[๑๒] ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l20" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c6l21" />อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c6l22" />	ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c6l23" />	[๑๓] ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c6l24" />	คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกธรรม ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c6l25" />ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป   ฯลฯ  ส่วนพวกอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c6l26" />ทั้งหลาย ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c7" >
		<para id="s3b42c7p">
			<remark  id="s3b42c7l1" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย   เหมือนที่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c7l2" />ปุเรชาตปัจจัย พึงกระทำวาระ ในอรูปภูมิเท่านั้น ฯลฯ   ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ฯลฯ ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c7l3" />เพราะวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c7l4" />	[๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย           มีวาระ  ๒
			<remark  id="s3b42c7l5" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย        มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l6" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย          	มี   "      ๙
			<remark  id="s3b42c7l7" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย         มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l8" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l9" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย    มี   "    ๓
			<remark  id="s3b42c7l10" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย       มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l11" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย        	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c7l12" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย      มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c7l13" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย        	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c7l14" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย           	มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l15" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย          	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c7l16" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย         	มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c7l17" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย         มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c7l18" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย           	มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c7l19" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย           	มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c7l20" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย        มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l21" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย        มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c7l22" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย           	มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l23" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย           	มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c7l24" />	                    ปัจจนียะ จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c8" >
		<para id="s3b42c8p">
			<remark  id="s3b42c8l1" />	[๑๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย     กับเหตุปัจจัย      	มีวาระ   ๙
			<remark  id="s3b42c8l2" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย         กับเหตุปัจจัย               มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c8l3" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย      กับ ฯลฯ                       มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c8l4" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย   กับ ฯลฯ                       มี   "     ๓ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c8l5" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l6" />	     	กับ ฯลฯ                      								 มีวาระ   ๙
			<remark  id="s3b42c8l7" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l8" />	     	กับ ฯลฯ                       								มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c8l9" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l10" />	     	กับ ฯลฯ                       								มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c8l11" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l12" />	     	กับ ฯลฯ                      								มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c8l13" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l14" />	     	กับเหตุปัจจัย                    							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c8l15" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l16" />	     	กับ ฯลฯ                       								มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c8l17" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l18" />	     	กับ ฯลฯ                       								มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c8l19" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l20" />	     	กับ ฯลฯ                       								มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c8l21" />	                  				อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c8l22" />	[๑๖] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c8l23" />	     	กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย           					มีวาระ   ๒
			<remark  id="s3b42c8l24" />	     	ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ           					มี   "       ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c8l25" />	     	ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ             						มี   "       ๒
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c9" >
		<para id="s3b42c9p">
			<remark  id="s3b42c9l1" />	     	ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ            						มีวาระ  ๑
			<remark  id="s3b42c9l2" />	     	ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ           						มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c9l3" />	     	ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ           						มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c9l4" />	     	ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ             						มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c9l5" />	     	ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ             						มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c9l6" />	     	ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ          					มี   "     ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c9l7" />	     	ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ            						มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c9l8" />	                   				ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c9l9" />						แม้สหชาตวาร ก็เหมือนกับปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c9l10" />	ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร วาระ เมื่อมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c9l11" />จบแล้ว พึงกระทำว่า "อาศัยหทัยวัตถุ" อายตนะ ๕ ย่อมได้ในอนุโลมก็ดี ในปัจจนียะก็ดี ฉันใด
			<remark  id="s3b42c9l12" />พึงกระทำฉันนั้น สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงทำให้บริบูรณ์ รูปภูมิไม่มี มีแต่อรูปภูมิเท่านั้น
			<remark  id="s3b42c9l13" />	                     				ปัญหาวาร
			<remark  id="s3b42c9l14" />	[๑๗] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย คือ อโลภะเป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c9l15" />อโทสะ แก่อโมหะ โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c9l16" />	                    				พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c9l17" />	โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยเหตุปัจจัย โทสะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ    โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c9l18" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c9l19" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c9l20" />	คือ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c9l21" />เหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c9l22" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c10" >
		<para id="s3b42c10p">
			<remark  id="s3b42c10l1" />	คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะอโมหะ และสัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c10l2" />ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c10l3" />	                    				พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c10l4" />	โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c10l5" />	[๑๘] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c10l6" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c10l7" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c10l8" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c10l9" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c10l10" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c10l11" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c10l12" />	คือ บุคคลให้ทาน  สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณาซึ่งกุศลกรรมนั้น
			<remark  id="s3b42c10l13" />	บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c10l14" />	บุคคลออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน
			<remark  id="s3b42c10l15" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค ฯลฯ ผล ฯลฯ   นิพพาน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c10l16" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ  โดย
			<remark  id="s3b42c10l17" />อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c10l18" />	 พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสทั้งหลายที่ละแล้ว ที่เป็นเหตุธรรม    กิเลสที่ข่ม
			<remark  id="s3b42c10l19" />แล้ว ฯลฯ รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c10l20" />	จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c10l21" />ความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา   ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c10l22" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c10l23" />	บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นเหตุธรรม โดยเจโตปริยญาณ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c11" >
		<para id="s3b42c11p">
			<remark  id="s3b42c11l1" />	อากาสานัญจายตนะกิริยา เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะกิริยา อากิญจัญญายตนกิริยา เป็น
			<remark  id="s3b42c11l2" />ปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยา รูปายตนะเป็น ปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ
			<remark  id="s3b42c11l3" />เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l4" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
			<remark  id="s3b42c11l5" />ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l6" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l7" />	พึงยกเอาเฉพาะข้อความในบาลีตอนที่ ๑ ว่า "บุคคลให้ทาน" เท่านั้น
			<remark  id="s3b42c11l8" />	มาใส่ในที่นี้ แต่ให้ตัดอาวัชชนะออกเสีย และข้อที่ว่า "รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุ-
			<remark  id="s3b42c11l9" />วิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ" นี้   ก็ให้ตัดออก
			<remark  id="s3b42c11l10" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l11" />	คือบุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c11l12" />ปรารภกุศลกรรมนั้น เหตุธรรมทั้งหลายและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c11l13" />	พึงยกเอาข้อความที่ตั้งอยู่ในบาลีนั้นมาใส่ที่นี้ ให้เหมือนกับข้อความในบาลีตอนที่ ๒
			<remark  id="s3b42c11l14" />	เหตุธรรมและนเหตุธรรมเป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l15" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c11l16" />	เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l17" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรมและสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c11l18" />ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c11l19" />	เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l20" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะปรารภเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c11l21" />และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c11l22" />	[๑๙] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c11l23" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c11l24" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะกระทำเหตุธรรมให้หนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c11l25" />เกิดขึ้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c12" >
		<para id="s3b42c12p">
			<remark  id="s3b42c12l1" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุ
			<remark  id="s3b42c12l2" />ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l3" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l4" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c12l5" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะกระทำเหตุธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์
			<remark  id="s3b42c12l6" />ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c12l7" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c12l8" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l9" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l10" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c12l11" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่เพราะกระทำเหตุธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุ
			<remark  id="s3b42c12l12" />ธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c12l13" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c12l14" />และเหตุธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l15" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l16" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c12l17" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ พึงยกเอาข้อความตามบาลีที่ว่า "บุคคลให้ทานแล้ว"    มาใส่ให้
			<remark  id="s3b42c12l18" />พิสดาร จนถึงคำว่าขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c12l19" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c12l20" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l21" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c12l22" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c12l23" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ พึงยกเอาข้อความตามบาลีข้างต้น
			<remark  id="s3b42c12l24" />มาใส่ จนถึงหทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c12l25" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุ
			<remark  id="s3b42c12l26" />ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c13" >
		<para id="s3b42c13p">
			<remark  id="s3b42c13l1" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l2" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c13l3" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม  ฯลฯ กระทำกุศล
			<remark  id="s3b42c13l4" />กรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา เพราะกระทำกุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง
			<remark  id="s3b42c13l5" />หนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรมและเหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c13l6" />	พึงยกเอาข้อความตามบาลีที่ว่า บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วใน
			<remark  id="s3b42c13l7" />กาลก่อน จนถึงหทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม มาใส่
			<remark  id="s3b42c13l8" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c13l9" />ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l10" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l11" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c13l12" />ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c13l13" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l14" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c13l15" />ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c13l16" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรมโดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l17" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และ สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c13l18" />ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c13l19" />	[๒๐] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l20" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดหลังๆ โดย
			<remark  id="s3b42c13l21" />อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l22" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l23" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิด
			<remark  id="s3b42c13l24" />หลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c13l25" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c14" >
		<para id="s3b42c14p">
			<remark  id="s3b42c14l1" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ
			<remark  id="s3b42c14l2" />และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l3" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l4" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c14l5" />นเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l6" />	อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c14l7" />ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l8" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l9" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l10" />	นเหตุมูลกนัย เป็นอย่างเดียวกันทั้ง ๓
			<remark  id="s3b42c14l11" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l12" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย    เป็นปัจจัยแก่เหตุ
			<remark  id="s3b42c14l13" />ธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l14" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l15" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย    เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c14l16" />ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l17" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม   โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l18" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย    เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c14l19" />ทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l20" />	[๒๑] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยสมนันตรปัจจัยเหมือนกับอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l21" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l22" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย ทั้ง ๒ ปัจจัยนี้เหมือนกับปัจจยวาร
			<remark  id="s3b42c14l23" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัย ในปัจจยวาร
			<remark  id="s3b42c14l24" />	[๒๒] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c14l25" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสย อนันตรรูปนิสสย ปกตูปนิสสยะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c15" >
		<para id="s3b42c15p">
			<remark  id="s3b42c15l1" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c15l2" />โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l3" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l4" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c15l5" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c15l6" />เป็นนเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l7" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l8" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c15l9" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c15l10" />และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l11" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l12" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c15l13" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ยัง
			<remark  id="s3b42c15l14" />สมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
			<remark  id="s3b42c15l15" />	บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c15l16" />	ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่มรรค
			<remark  id="s3b42c15l17" />แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l18" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l19" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c15l20" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ฯลฯ   เสนาสนะแล้ว
			<remark  id="s3b42c15l21" />ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c15l22" />	ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่มรรค
			<remark  id="s3b42c15l23" />แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l24" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c15l25" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c16" >
		<para id="s3b42c16p">
			<remark  id="s3b42c16l1" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ เหมือนกับอุปนิสสยปัจจัย ตอนที่ ๒
			<remark  id="s3b42c16l2" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l3" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c16l4" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c16l5" />เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l6" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l7" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c16l8" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c16l9" />เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l10" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม   โดยอุปนิสสย-
			<remark  id="s3b42c16l11" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l12" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c16l13" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c16l14" />เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l15" />	[๒๓] นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l16" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c16l17" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นหทัยวัตถุ โดยความ
			<remark  id="s3b42c16l18" />เป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c16l19" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c16l20" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c16l21" />โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l22" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ   โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l23" />ฯลฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c16l24" />ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l25" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c16l26" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c17" >
		<para id="s3b42c17p">
			<remark  id="s3b42c17l1" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c17l2" />โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c17l3" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c17l4" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย   โดยปุเรชาต-
			<remark  id="s3b42c17l5" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l6" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l7" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c17l8" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c17l9" />โทมนัส ฯลฯ ทิพพจักขุ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c17l10" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย    และสัมปยุตต-
			<remark  id="s3b42c17l11" />ขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l12" />	[๒๔] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l13" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน   โดยปัจฉาชาต-
			<remark  id="s3b42c17l14" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l15" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l16" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดย
			<remark  id="s3b42c17l17" />ปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l18" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l19" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้
			<remark  id="s3b42c17l20" />ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l21" />	[๒๕] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอาเสวนปัจจัย เหมือนกับอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l22" />	[๒๖] นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c17l23" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c18" >
		<para id="s3b42c18p">
			<remark  id="s3b42c18l1" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
			<remark  id="s3b42c18l2" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l3" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และ
			<remark  id="s3b42c18l4" />กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l5" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l6" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c18l7" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c18l8" />โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l9" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากเหตุทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c18l10" /> โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l11" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l12" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c18l13" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย 
			<remark  id="s3b42c18l14" />และเหตุธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l15" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c18l16" />และเหตุธรรมทั้งหลาย และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l17" />	[๒๗] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l18" />	คือ อโลภะ ที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่อโทสะ แก่อโมหะ โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l19" />	พึงกระทำวาระ ๙ ในวิปากวิภังค์ เหมือนกับปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c18l20" />	[๒๘] นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l21" />	คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c18l22" />ทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l23" />	ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l24" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c18l25" />	คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย โดยอาหาร
			<remark  id="s3b42c18l26" />ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c19" >
		<para id="s3b42c19p">
			<remark  id="s3b42c19l1" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l2" />	คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย แก่เหตุ-
			<remark  id="s3b42c19l3" />ธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย    ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c19l4" />	[๒๙] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอินทริยปัจจัย ในเหตุมูลกนัย มีหัวข้อ
			<remark  id="s3b42c19l5" />ปัจจัย ๓
			<remark  id="s3b42c19l6" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l7" />	คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c19l8" />รูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l9" />	ในปฏิสนธิขณะ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l10" />	อินทริยปัจจัย พึงให้พิสดารอย่างนี้ และมีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c19l11" />	[๓๐] นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยฌานปัจจัยมี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c19l12" />	[๓๑] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยมัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l13" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l14" />	ใน ๒ ปัจจัยนี้ มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c19l15" />	[๓๒] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l16" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c19l17" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c19l18" />วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l19" />	ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย    โดยวิปปยุตต-
			<remark  id="s3b42c19l20" />ปัจจัย เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l21" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน   โดยวิปปยุตต-
			<remark  id="s3b42c19l22" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l23" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c19l24" />	มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c19l25" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c19l26" />ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c20" >
		<para id="s3b42c20p">
			<remark  id="s3b42c20l1" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c20l2" />วิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c20l3" />วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l4" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c20l5" />หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l6" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน
			<remark  id="s3b42c20l7" />โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l8" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l9" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c20l10" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c20l11" />โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l12" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l13" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมและนเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l14" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c20l15" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c20l16" /> และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l17" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c20l18" />ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l19" />	เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l20" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c20l21" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c20l22" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ   เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตต-
			<remark  id="s3b42c20l23" />ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย   โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c20l24" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c20l25" />กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c21" >
		<para id="s3b42c21p">
			<remark  id="s3b42c21l1" />	[๓๓] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ อโลภะ   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l2" />แก่อโทสะ แก่อโมหะ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l3" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c21l4" />	โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l5" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c21l6" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c21l7" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l8" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c21l9" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์    และจิตตสมุฏ-
			<remark  id="s3b42c21l10" />ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c21l11" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดย
			<remark  id="s3b42c21l12" />อัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l13" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l14" />	คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ แก่อโมหะ แก่สัมปยุตตขันธ์   และจิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c21l15" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l16" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c21l17" />	โลภะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c21l18" />อัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l19" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c21l20" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c21l21" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c21l22" />	มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
			<remark  id="s3b42c21l23" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓    และจิตต-
			<remark  id="s3b42c21l24" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุ
			<remark  id="s3b42c21l25" />ธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลาย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c22" >
		<para id="s3b42c22p">
			<remark  id="s3b42c22l1" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c22l2" />	ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ    เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c22l3" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ   อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏ-
			<remark  id="s3b42c22l4" />ฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c22l5" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟัง
			<remark  id="s3b42c22l6" />เสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c22l7" />	รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ จักขายตนะ  ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c22l8" />กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c22l9" />นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l10" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน
			<remark  id="s3b42c22l11" />โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l12" />แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l13" />	 นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l14" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c22l15" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุ
			<remark  id="s3b42c22l16" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l17" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง  ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c22l18" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c22l19" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ หทัยวัตถุ    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c22l20" />เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l21" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมและนเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l22" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c22l23" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c22l24" />ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย   ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c22l25" />แก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c23" >
		<para id="s3b42c23p">
			<remark  id="s3b42c23l1" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง  ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c23l2" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c23l3" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสธาตุ
			<remark  id="s3b42c23l4" />	หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย  โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l5" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l6" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c23l7" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ อโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อโทสะ
			<remark  id="s3b42c23l8" />แก่อโมหะ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l9" />	                 				พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c23l10" />	โลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l11" />	                 				พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c23l12" />	ปฏิสนธิขณะ อโลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะ   โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l13" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c23l14" />	เหตุธรรมและนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l15" />	มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
			<remark  id="s3b42c23l16" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b42c23l17" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c23l18" />	ในปฏิสนธิขณะ เหตุธรรมและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย    ที่เป็นเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c23l19" />โดยอัตถิปัจจัย เหตุธรรมทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลายที่เกิดร่วมกัน เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c23l20" />รูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l21" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้
			<remark  id="s3b42c23l22" />โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l23" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป
			<remark  id="s3b42c23l24" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l25" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c23l26" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c24" >
		<para id="s3b42c24p">
			<remark  id="s3b42c24l1" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b42c24l2" />แก่อโทสะ แก่อโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c24l3" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c24l4" />	ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่โมหะ   และจิตตสมุฏ-
			<remark  id="s3b42c24l5" />ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c24l6" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c24l7" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุธรรม และอโลภะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c24l8" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c24l9" />	ในปฏิสนธิขณะ อโลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อโมหะและสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c24l10" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย โลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c24l11" />โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c24l12" />	     ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c24l13" />	     ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c24l14" />	     ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c24l15" />	[๓๔] ในเหตุปัจจัย           			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c24l16" />	     ในอารัมมณปัจจัย        			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l17" />	     ในอธิปติปัจจัย          				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l18" />	     ในอนันตรปัจจัย        			 มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l19" />	     ในสมนันตรปัจจัย       			 มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l20" />	     ในสหชาตปัจจัย        				 มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l21" />	     ในอัญญมัญญปัจจัย       			 มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l22" />	     ในนิสสยปัจจัย          				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l23" />	     ในอุปนิสสยปัจจัย       			 มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c24l24" />	     ในปุเรชาตปัจจัย        			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c24l25" />	     ในปัจฉาชาตปัจจัย       			มีวาระ ๓
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c25" >
		<para id="s3b42c25p">
			<remark  id="s3b42c25l1" />	     ในอาเสวนปัจจัย        			มีวาระ      ๙
			<remark  id="s3b42c25l2" />	     ในกัมมปัจจัย           				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c25l3" />	     ในวิปากปัจจัย          				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c25l4" />	     ในอาหารปัจจัย        				 มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c25l5" />	     ในอินทริยปัจจัย         			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l6" />	     ในฌานปัจจัย           				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c25l7" />	     ในมัคคปัจจัย           				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l8" />	     ในสัมปยุตตปัจจัย        			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l9" />	     ในวิปปยุตตปัจจัย        			มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c25l10" />	     ในอัตถิปัจจัย           				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l11" />	     ในนัตถิปัจจัย           				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l12" />	     ในวิคตปัจจัย           				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l13" />	     ในอวิคตปัจจัย          				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c25l14" />	                 		ผู้มีปัญญาพึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c25l15" />	                     		อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c25l16" />	[๓๕] เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-
			<remark  id="s3b42c25l17" />ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c25l18" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c25l19" />เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c25l20" />	เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย     เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c25l21" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c25l22" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c25l23" />เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย    เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็น
			<remark  id="s3b42c25l24" />ปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย    เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c26" >
		<para id="s3b42c26p">
			<remark  id="s3b42c26l1" />	นเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l2" />เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l3" />	นเหตุธรรม ปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย   เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c26l4" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l5" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l6" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l7" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย    เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l8" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l9" />	เหตุธรรม และนเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม และนเหตุธรรม     โดยอารัมมณ-
			<remark  id="s3b42c26l10" />ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l11" />	[๓๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย     				มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c26l12" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย  			มี   "     ๙ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c26l13" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย    				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c26l14" />	     	พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c26l15" />	                    				ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c26l16" />	[๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l17" />	     	กับเหตุปัจจัย              						มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c26l18" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l19" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c26l20" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l21" />	     	กับ ฯลฯ                 							มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c26l22" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l23" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c26l24" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c26l25" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c27" >
		<para id="s3b42c27p">
			<remark  id="s3b42c27l1" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l2" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c27l3" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l4" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l5" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l6" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c27l7" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l8" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l9" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l10" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l11" />	     	ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l12" />	     	กับ ฯลฯ                 							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l13" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c27l14" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c27l15" />	[๓๘] ในอารัมมณปัจจัย 					กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c27l16" />	                               								มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c27l17" />	     	ในอธิปติปัจจัย      	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c27l18" />	     	ในอนันตรปัจจัย     	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c27l19" />	     	ในสมนันตรปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c27l20" />	     	ในสหชาตปัจจัย     	กับ ฯลฯ    			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c27l21" />	     	ในอัญญมัญญปัจจัย    กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l22" />	     	ในนิสสยปัจจัย      	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l23" />	     	ในอุปนิสสยปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c27l24" />	     	ในปุเรชาตปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c27l25" />	     	ในปัจฉาชาตปัจจัย   	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c28" >
		<para id="s3b42c28p">
			<remark  id="s3b42c28l1" />	     	ในอาเสวนปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c28l2" />	     	ในกัมมปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l3" />	     	ในวิปากปัจจัย      		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l4" />	     	ในอาหารปัจจัย     	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l5" />	     	ในอินทริยปัจจัย     	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l6" />	     	ในฌานปัจจัย       		กับ ฯลฯ   			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l7" />	     	ในมัคคปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l8" />	     	ในสัมปยุตตปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l9" />	     	ในวิปปยุตตปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l10" />	     	ในอัตถิปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c28l11" />	     	ในนัตถิปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c28l12" />	     	ในวิคตปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c28l13" />	     	ในอวิคตปัจจัย      	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c28l14" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c28l15" />	                  			ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c28l16" />	                   			 เหตุทุกะ จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c29" >
		<para id="s3b42c29p">
			<remark  id="s3b42c29l1" />	                    			 สเหตุกทุกะ
			<remark  id="s3b42c29l2" />	                     			ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c29l3" />	[๓๙] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l4" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒    ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c29l5" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c29l6" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l7" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c29l8" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l9" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c29l10" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c29l11" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l12" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต     ด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c29l13" />มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป  อาศัยมหาภูตรูป
			<remark  id="s3b42c29l14" />ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c29l15" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l16" />	คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c29l17" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c29l18" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l19" />	คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
			<remark  id="s3b42c29l20" />ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c29l21" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ    กฏัตตารูป อาศัย
			<remark  id="s3b42c29l22" />มหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c29l23" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c29l24" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c29l25" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c30" >
		<para id="s3b42c30p">
			<remark  id="s3b42c30l1" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c30l2" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c30l3" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l4" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c30l5" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา   ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c30l6" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c30l7" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l8" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา    ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c30l9" />อุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c30l10" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c30l11" />กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c30l12" />	[๔๐] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l13" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c30l14" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l15" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c30l16" />ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c30l17" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l18" />	คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c30l19" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c30l20" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l21" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์
			<remark  id="s3b42c30l22" />ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c30l23" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c30l24" />	คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c30l25" />ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c31" >
		<para id="s3b42c31p">
			<remark  id="s3b42c31l1" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l2" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c31l3" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c31l4" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c31l5" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c31l6" />	[๔๑] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l7" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c31l8" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l9" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c31l10" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l11" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม   ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c31l12" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l13" />	คือ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c31l14" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l15" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c31l16" />	[๔๒] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l17" />	ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l18" />	[๔๓] ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l19" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c31l20" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c31l21" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โมหะ   ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c31l22" />วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่
			<remark  id="s3b42c31l23" />สหรคตด้วยอุทธัจจะ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c32" >
		<para id="s3b42c32p">
			<remark  id="s3b42c32l1" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l2" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l3" />ขันธ์ ๓ และโมหะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c32l4" />อุทธัจจะ ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l5" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l6" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม    ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l7" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c32l8" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหา-
			<remark  id="s3b42c32l9" />ภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ   อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
			<remark  id="s3b42c32l10" />อสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l11" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l12" />	ปัจจัยเหล่านี้ พึงกระทำเป็นวาระ ๕ เหมือนกับเหตุปัจจัยไม่มีแตกต่างกัน
			<remark  id="s3b42c32l13" />	[๔๔] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l14" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l15" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l16" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c32l17" />ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c32l18" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c32l19" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l20" />	คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c32l21" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l22" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c32l23" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c32l24" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c32l25" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c33" >
		<para id="s3b42c33p">
			<remark  id="s3b42c33l1" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม อาศัย
			<remark  id="s3b42c33l2" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c33l3" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l4" />	คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c33l5" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c33l6" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l7" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c33l8" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c33l9" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c33l10" />	[๔๕] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l11" />	ฯลฯ เพราะอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l12" />	ฯลฯ เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l13" />	ฯลฯ เพราะอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l14" />	ฯลฯ เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l15" />	ฯลฯ เพราะวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l16" />	ฯลฯ เพราะอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l17" />	ฯลฯ เพราะอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l18" />	ฯลฯ เพราะฌานปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l19" />	ฯลฯ เพราะมัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l20" />	ฌานปัจจัยก็ดี มัคคปัจจัยก็ดี เหมือนกับสหชาตปัจจัย พาหิรรูป มหาภูตรูป ไม่มี
			<remark  id="s3b42c33l21" />	ฯลฯ เพราะสัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l22" />	ฯลฯ เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l23" />	ฯลฯ เพราะอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c33l24" />	ฯลฯ เพราะนัตถิปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c34" >
		<para id="s3b42c34p">
			<remark  id="s3b42c34l1" />	ฯลฯ เพราะวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c34l2" />	ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c34l3" />	[๔๖] ในเหตุปัจจัย                  				มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c34l4" />	     ในอารัมมณปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l5" />	     ในอธิปติปัจจัย                 					มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c34l6" />	     ในอนันตรปัจจัย                				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l7" />	     ในสมนันตรปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l8" />	     ในสหชาตปัจจัย                					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l9" />	     ในอัญญมัญญปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l10" />	     ในนิสสยปัจจัย                 					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l11" />	     ในอุปนิสสยปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l12" />	     ในปุเรชาตปัจจัย               					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l13" />	     ในอาเสวนปัจจัย               					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l14" />	     ในกัมมปัจจัย                  					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l15" />	     ในวิปากปัจจัย                 					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l16" />	     ในอาหารปัจจัย                					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l17" />	     ในอินทริยปัจจัย                					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l18" />	     ในฌานปัจจัย                  					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l19" />	     ในมัคคปัจจัย                  					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l20" />	     ในสัมปยุตตปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l21" />	     ในวิปปยุตตปัจจัย               				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l22" />	     ในอัตถิปัจจัย                  					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l23" />	     ในนัตถิปัจจัย                  					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c34l24" />	     ในวิคตปัจจัย                  					มีวาระ ๖
			<remark  id="s3b42c34l25" />	     ในอวิคตปัจจัย                 					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c34l26" />							พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c34l27" />	                     			อนุโลม จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c35" >
		<para id="s3b42c35p">
			<remark  id="s3b42c35l1" />	[๔๗] อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l2" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c35l3" />ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c35l4" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l5" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม    ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c35l6" />ในปฏิสนธิขณะ พึงกระทำทั้งหมด ตลอดถึงอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c35l7" />	[๔๘] อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l8" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c35l9" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l10" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม จิตตสมุฏฐานรูป  อาศัย
			<remark  id="s3b42c35l11" />โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c35l12" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ    ส่วนพวกอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c35l13" />ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c35l14" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l15" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c35l16" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c35l17" />	[๔๙] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัยเหมือนกับ
			<remark  id="s3b42c35l18" />สหชาตปัจจัย ในอนุโลม
			<remark  id="s3b42c35l19" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l20" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l21" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l22" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l23" />	[๕๐] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c35l24" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c35l25" />สเหตุกธรรม ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c36" >
		<para id="s3b42c36p">
			<remark  id="s3b42c36l1" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l2" />	คือ ในอรูปภูมิ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ    อาศัยขันธ์
			<remark  id="s3b42c36l3" />ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ จิตตสมุฏฐานรูป     อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c36l4" />สเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c36l5" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l6" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา     ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c36l7" />ด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c36l8" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l9" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ    จิตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c36l10" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c36l11" />ด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c36l12" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ พึงให้พิสดาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์ สเหตุกธรรม     อาศัย
			<remark  id="s3b42c36l13" />อเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l14" />	คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา  ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c36l15" />ด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c36l16" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c36l17" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l18" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ    กฏัตตารูป
			<remark  id="s3b42c36l19" />อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c36l20" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l21" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c36l22" />และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c36l23" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c36l24" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c36l25" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c36l26" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c37" >
		<para id="s3b42c37p">
			<remark  id="s3b42c37l1" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม     เกิดขึ้น ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c37l2" />เพราะปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l3" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ  ขันธ์
			<remark  id="s3b42c37l4" />๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c37l5" />	[๕๑] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l6" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l7" />	[๕๒] ฯลฯ ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l8" />	คือ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c37l9" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l10" />	คือ เจตนาที่เป็นอเหตุกธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม     พาหิรรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c37l11" />อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c37l12" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l13" />	คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c37l14" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l15" />	คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c37l16" />อุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c37l17" />	[๕๓] ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี
			<remark  id="s3b42c37l18" />	[๕๔] อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l19" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l20" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l21" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l22" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l23" />	[๕๕] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c37l24" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c38" >
		<para id="s3b42c38p">
			<remark  id="s3b42c38l1" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l2" />	คือ ในอรูปภูมิ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ     อาศัยขันธ์
			<remark  id="s3b42c38l3" />ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c38l4" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l5" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c38l6" />ด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c38l7" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l8" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c38l9" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l10" />	คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา  ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c38l11" />ด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c38l12" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตต-
			<remark  id="s3b42c38l13" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l14" />	คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c38l15" /> และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c38l16" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l17" />	ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c38l18" />	[๕๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         			มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c38l19" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย      			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c38l20" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c38l21" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย       			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c38l22" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c38l23" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c38l24" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c38l25" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      			มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c39" >
		<para id="s3b42c39p">
			<remark  id="s3b42c39l1" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c39l2" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c39l3" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c39l4" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c39l5" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย       			มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c39l6" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย       			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c39l7" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย         			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c39l8" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c39l9" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย      			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l10" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c39l11" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย         			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l12" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย         			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l13" />							พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c39l14" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c39l15" />	[๕๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย         กับเหตุปัจจัย          	มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c39l16" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย         		กับ ฯลฯ                          มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c39l17" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย           	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l18" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย           	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l19" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย          	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l20" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย          	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c39l21" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย          	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c39l22" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย          	กับ ฯลฯ                          มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c39l23" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย          	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c39l24" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย             		กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c40" >
		<para id="s3b42c40p">
			<remark  id="s3b42c40l1" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย             	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c40l2" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย         	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c40l3" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย         	กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c40l4" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย            		กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c40l5" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย             		กับ ฯลฯ                          มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c40l6" />								พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c40l7" />	                  				อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c40l8" />	[๕๘] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c40l9" />	     กับเหตุปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย           					มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c40l10" />	     ในอนันตรปัจจัย      		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l11" />	     ในสมนันตรปัจจัย     	กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l12" />	     ในปัจจัยทั้งปวง      		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l13" />	     ในวิปากปัจจัย       		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c40l14" />	     ในอาหารปัจจัย      		กับ ฯลฯ         					มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c40l15" />	     ในอินทริยปัจจัย      		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l16" />	     ในฌานปัจจัย        		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l17" />	     ในมัคคปัจจัย        		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c40l18" />	     ในสัมปยุตตปัจจัย     		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l19" />		  ในอวิคตปัจจัย       		กับ ฯลฯ         					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c40l20" />		  						พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c40l21" />		  					ปัจจัยนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c40l22" />	             		สหชาตวาร เหมือนกับ ปฏิจจวาร
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c41" >
		<para id="s3b42c41p">
			<remark  id="s3b42c41l1" />	                     				ปัจจยวาร
			<remark  id="s3b42c41l2" />	[๕๙] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย     สเหตุกมูลกะนัย
			<remark  id="s3b42c41l3" />เหมือนกับปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c41l4" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม ฯลฯ เหมือนกับปฏิจจวารนั่นเอง
			<remark  id="s3b42c41l5" />	สเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c41l6" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย  อาศัย
			<remark  id="s3b42c41l7" />โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c41l8" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c41l9" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c41l10" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป    อาศัยมหาภูต-
			<remark  id="s3b42c41l11" />รูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ    ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
			<remark  id="s3b42c41l12" />ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c41l13" />	สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c41l14" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และ หทัยวัตถุ     ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b42c41l15" />อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ   ขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
			<remark  id="s3b42c41l16" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c41l17" />	อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c41l18" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c41l19" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา   ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ
			<remark  id="s3b42c41l20" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c41l21" />	สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม และ อเหตุธรรม     เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c41l22" />เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c41l23" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และ หทัยวัตถุ    ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c41l24" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และ   มหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ ๓ และ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c42" >
		<para id="s3b42c42p">
			<remark  id="s3b42c42l1" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c42l2" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c42l3" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ  ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c42l4" />ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม  และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c42l5" />	[๖๐] สเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l6" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c42l7" />	อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l8" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c42l9" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c42l10" />	สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l11" />	คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c42l12" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c42l13" />	อเหตุกธรรม อาศัย อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l14" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c42l15" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทัยวัตถุ จักขุวิญญาณ  อาศัยจักขายตนะ
			<remark  id="s3b42c42l16" />กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม  อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c42l17" />	สเหตุกธรรม อาศัย อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l18" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัย หทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย   อาศัย
			<remark  id="s3b42c42l19" />โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c42l20" />	สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม อาศัย อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l21" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ อาศัย-
			<remark  id="s3b42c42l22" />หทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c42l23" />	สเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c42l24" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ    ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b42c42l25" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c43" >
		<para id="s3b42c43p">
			<remark  id="s3b42c43l1" />	อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l2" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c43l3" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ หทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c43l4" />	สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม    เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c43l5" />เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l6" />	คือ ขันธ์ ๓ และ โมหะ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา  ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c43l7" />อุทธัจจะ และ โมหะ อาศัยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c43l8" />	[๖๑] สเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l9" />	ในอธิปติปัจจัย พึงกระทำวาระ ๙ เฉพาะในปวัตติกาลเท่านั้น
			<remark  id="s3b42c43l10" />	[๖๒] สเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l11" />	ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l12" />	[๖๓] ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l13" />	มี ๓ นัย เหมือนกับ ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c43l14" />	อเหตุกธรรม อาศัย อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ    ขันธ์ ๓ และ
			<remark  id="s3b42c43l15" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ    ปฏิสนธิขณะ  ตลอดถึง
			<remark  id="s3b42c43l16" />อสัญญสัตว์ จักขุวิญญาณ อาศัย จักขายตนะ กายวิญญาณ     อาศัย กายายตนะ ขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c43l17" />ที่เป็นอเหตุกธรรม อาศัย หทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c43l18" />	สเหตุกธรรม อาศัย อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l19" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัย หทัยวัตถุ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย  อาศัย
			<remark  id="s3b42c43l20" />โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c43l21" />	สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม อาศัย อเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c43l22" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม อาศัย หทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป    อาศัย
			<remark  id="s3b42c43l23" />มหาภูตรูปทั้งหลาย สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัย โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่
			<remark  id="s3b42c43l24" />สหรคตด้วยอุทธัจจะ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c44" >
		<para id="s3b42c44p">
			<remark  id="s3b42c44l1" />	สเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c44l2" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒   ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c44l3" />ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ  โมหะ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c44l4" />ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c44l5" />	อเหตุกธรรม อาศัย สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c44l6" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c44l7" />จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา    ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c44l8" />โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่
			<remark  id="s3b42c44l9" />สหรคตด้วยอุทธัจจะ  และหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c44l10" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม     เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c44l11" />สหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c44l12" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ    ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-
			<remark  id="s3b42c44l13" />สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b42c44l14" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c44l15" />อาศัยขันธ์ทั้งหลาย    ที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย    ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c44l16" />อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา     ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b42c44l17" />และโมหะ  อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ   ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c44l18" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c44l19" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c44l20" />ฯลฯ กฏัตตารูป  อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม    และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c44l21" />	[๖๔] สเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c44l22" />	ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c44l23" />	[๖๕] ในเหตุปัจจัย          			มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c44l24" />	     ในอารัมมณปัจจัย           			มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c44l25" />	     ในอธิปติปัจจัย             			มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c45" >
		<para id="s3b42c45p">
			<remark  id="s3b42c45l1" />	     ในปัจจัยทั้งปวง            			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c45l2" />	     ในอวิคตปัจจัย             			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c45l3" />	     				พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c45l4" />	                     		อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c45l5" />	[๖๖] อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c45l6" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย  ที่
			<remark  id="s3b42c45l7" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c45l8" />	อเหตุกธรรม อาศัยอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c45l9" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c45l10" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ  กาย-
			<remark  id="s3b42c45l11" />วิญญาณ   อาศัยกายายตนะ  ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม     และโมหะ อาศัยหทยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c45l12" />	อเหตุกธรรม อาศัยสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม  เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c45l13" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่
			<remark  id="s3b42c45l14" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c45l15" />	                       				ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c45l16" />	[๖๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย        			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c45l17" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย     			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c45l18" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c45l19" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย      			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c45l20" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย     			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c45l21" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย     		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c45l22" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย       			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c45l23" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย     			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c45l24" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย     			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c45l25" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย    			มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c46" >
		<para id="s3b42c46p">
			<remark  id="s3b42c46l1" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย     			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c46l2" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย        			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c46l3" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c46l4" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย      			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c46l5" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย      			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c46l6" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย        			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c46l7" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย        			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c46l8" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย     			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l9" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย     			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c46l10" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย        			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l11" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย        			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l12" />						พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c46l13" />	                    		ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c46l14" />	[๖๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย    	กับเหตุปัจจัย 		มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c46l15" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย      		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c46l16" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย     		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l17" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l18" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l19" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l20" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c46l21" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย   		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c46l22" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c46l23" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย       		กับเหตุปัจจัย    		มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c46l24" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย      		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c47" >
		<para id="s3b42c47p">
			<remark  id="s3b42c47l1" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l2" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l3" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l4" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย       			กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l5" />	     						พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c47l6" />	                  				อนุโลมปัจจนียา จบ
			<remark  id="s3b42c47l7" />	[๖๙] ในอารัมมณปัจจัย 		กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย    	มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c47l8" />	     ในอนันตรปัจจัย  			กับ ฯลฯ                				มี   "     ๓ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c47l9" />	     ในมัคคปัจจัย    				กับ ฯลฯ                				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l10" />	     ในสัมปยุตตปัจจัย 			กับ ฯลฯ                				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l11" />	     ในอวิคตปัจจัย   				กับ ฯลฯ                				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c47l12" />	     					พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c47l13" />	                  				ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c47l14" />	             		นิสสยวาร เหมือนกับ ปัจจยวาร
			<remark  id="s3b42c47l15" />	                    			 สังสัฏฐวาร
			<remark  id="s3b42c47l16" />	[๗๐] สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c47l17" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ     ในปฏิสนธิ-
			<remark  id="s3b42c47l18" />ขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c47l19" />	สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c47l20" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะคลุกเคล้ากับโมหะ  ที่
			<remark  id="s3b42c47l21" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา  ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c47l22" />	สหรคตธรรม  คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม  และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น    เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c47l23" />	คือ  ขันธ์   ๓   คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c47l24" />โมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c48" >
		<para id="s3b42c48p">
			<remark  id="s3b42c48l1" />	[๗๑] สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l2" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ   ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c48l3" />	อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l4" />	คือ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c48l5" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c48l6" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l7" />	คือ ขันธ์ ๓ และโมหะ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c48l8" />อุทธัจจะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c48l9" />	อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l10" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ   ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c48l11" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c48l12" />	สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l13" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะคลุกเคล้ากับโมหะ ที่
			<remark  id="s3b42c48l14" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c48l15" />	สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เกิดขึ้น   เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l16" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c48l17" />โมหะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c48l18" />	[๗๒] สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l19" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c48l20" />	[๗๓] สเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l21" />	ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l22" />	ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c48l23" />	[๗๔] ฯลฯ เพราะวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c48l24" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ขันธ์ ๒ ฯลฯ  ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c49" >
		<para id="s3b42c49p">
			<remark  id="s3b42c49l1" />	อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c49l2" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม  ซึ่งเป็นวิปากขันธ์  ๒  ฯลฯ  ใน
			<remark  id="s3b42c49l3" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c49l4" />	ฯลฯ เพราะฌานปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c49l5" />	ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c49l6" />	[๗๕] ในเหตุปัจจัย                  				มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c49l7" />	     ในอารัมมณปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l8" />	     ในอธิปติปัจจัย                 					มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c49l9" />	     ในอนันตรปัจจัย                				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l10" />	     ในสมนันตรปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l11" />	     ในสหชาตปัจจัย                					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l12" />	     ในอัญญมัญญปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l13" />	     ในนิสสยปัจจัย                 					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l14" />	     ในอุปนิสสยปัจจัย               				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l15" />	     ในปุเรชาตปัจจัย               					มี   "     ๖ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c49l16" />	     ในวิปากปัจจัย                 					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c49l17" />	     ในอาหารปัจจัย                					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l18" />	     ในอินทริยปัจจัย                					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l19" />	     ในฌานปัจจัย                  					มีวาระ ๖
			<remark  id="s3b42c49l20" />	     ในมัคคปัจจัย                  					มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c49l21" />	     ในอวิคตปัจจัย                 					มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c49l22" />	     					พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c49l23" />	                     			อนุโลม จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c50" >
		<para id="s3b42c50p">
			<remark  id="s3b42c50l1" />	[๗๖] อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c50l2" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c50l3" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c50l4" />	อเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c50l5" />	คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ    ในปฏิสนธิ
			<remark  id="s3b42c50l6" />ขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c50l7" />	                       				ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c50l8" />	[๗๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c50l9" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c50l10" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c50l11" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c50l12" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c50l13" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c50l14" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c50l15" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย         				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c50l16" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c50l17" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c50l18" />	     					พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c50l19" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c50l20" />	[๗๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย    	กับเหตุปัจจัย 		มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c50l21" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย  	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c50l22" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย 	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c50l23" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย  	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c50l24" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย     		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c51" >
		<para id="s3b42c51p">
			<remark  id="s3b42c51l1" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c51l2" />	     ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย  	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c51l3" />	                    				พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c51l4" />	                  				อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c51l5" />	[๗๙] ในอารัมมณปัจจัย 		กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย   มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c51l6" />	     ในอนันตรปัจจัย      			กับ ฯลฯ          			มี   "     ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c51l7" />	     ในกัมมปัจจัย        			กับ ฯลฯ          			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c51l8" />	     ในวิปากปัจจัย       			กับ ฯลฯ          			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c51l9" />	     ในอาหารปัจจัย      			กับ ฯลฯ          			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c51l10" />	     ในมัคคปัจจัย        			กับ ฯลฯ          			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c51l11" />	     ในอวิคตปัจจัย       			กับ ฯลฯ          			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c51l12" />	                    				พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c51l13" />	                   			ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c51l14" />	            		สัมปยุตตวาร เหมือนกับ สังสัฏฐวาร
			<remark  id="s3b42c51l15" />	                     				ปัญหาวาร
			<remark  id="s3b42c51l16" />	[๘๐] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c51l17" />	คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุ-
			<remark  id="s3b42c51l18" />ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c51l19" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c51l20" />	คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุ-
			<remark  id="s3b42c51l21" />ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c51l22" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c51l23" />	คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์  และจิตตสมุฏฐาน
			<remark  id="s3b42c51l24" />รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c52" >
		<para id="s3b42c52p">
			<remark  id="s3b42c52l1" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l2" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c52l3" />รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l4" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l5" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
			<remark  id="s3b42c52l6" />ขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l7" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l8" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c52l9" />และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l10" />	[๘๑] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l11" />	คือ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศลกรรมนั้น
			<remark  id="s3b42c52l12" />	บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c52l13" />	ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌานแล้ว
			<remark  id="s3b42c52l14" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล
			<remark  id="s3b42c52l15" />	กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาล
			<remark  id="s3b42c52l16" />ก่อน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c52l17" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ   โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c52l18" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c52l19" />	บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c52l20" />	อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l21" />แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ
			<remark  id="s3b42c52l22" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
			<remark  id="s3b42c52l23" />บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l24" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c52l25" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c52l26" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ  โทมนัส  เกิดขึ้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c53" >
		<para id="s3b42c53p">
			<remark  id="s3b42c53l1" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l2" />เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l3" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c53l4" />	คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
			<remark  id="s3b42c53l5" />ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l6" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c53l7" />	คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c53l8" />	จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยความ
			<remark  id="s3b42c53l9" />เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l10" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l11" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c53l12" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c53l13" />อเหตุกธรรม และ โมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l14" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c53l15" />	คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน
			<remark  id="s3b42c53l16" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c53l17" />	พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอเหตุกธรรม กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิด
			<remark  id="s3b42c53l18" />ขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c53l19" />	จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยความ
			<remark  id="s3b42c53l20" />เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l21" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c53l22" />	บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง ด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c53l23" />	บุคคลผู้จิตของบุคคลรู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c53l24" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ  แก่
			<remark  id="s3b42c53l25" />บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ   โดยอารัมมณปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c54" >
		<para id="s3b42c54p">
			<remark  id="s3b42c54l1" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c54l2" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c54l3" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และ อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c54l4" />	คือ เพราะปรารภจักขุ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c54l5" />และโมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c54l6" />	โสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และ โมหะ
			<remark  id="s3b42c54l7" /> ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ โมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c54l8" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c54l9" />	คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c54l10" />ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c54l11" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c54l12" />	คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c54l13" />โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c54l14" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c54l15" />อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c54l16" />	คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c54l17" />โมหะ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ  และโมหะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c54l18" />	[๘๒] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c54l19" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c54l20" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม     ฯลฯ กระทำ
			<remark  id="s3b42c54l21" />กุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
			<remark  id="s3b42c54l22" />	จากฌาน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c54l23" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ ผล
			<remark  id="s3b42c54l24" />ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c55" >
		<para id="s3b42c55p">
			<remark  id="s3b42c55l1" />	เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี
			<remark  id="s3b42c55l2" />ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ
			<remark  id="s3b42c55l3" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c55l4" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c55l5" />ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l6" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l7" />	มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c55l8" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l9" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l10" />	มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม     เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c55l11" />สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l12" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l13" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้หนักแน่น
			<remark  id="s3b42c55l14" />แล้ว พิจารณา
			<remark  id="s3b42c55l15" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l16" />	จักขุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์
			<remark  id="s3b42c55l17" />อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
			<remark  id="s3b42c55l18" />แน่นแล้ว ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c55l19" />	[๘๓] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l20" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c55l21" />สเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c55l22" />	อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค
			<remark  id="s3b42c55l23" />โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค    มรรค   เป็นปัจจัยแก่ผล   ผล   เป็นปัจจัยแก่ผล   อนุโลม    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c55l24" />ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ     เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดย
			<remark  id="s3b42c55l25" />อนันตรปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c56" >
		<para id="s3b42c56p">
			<remark  id="s3b42c56l1" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l2" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l3" />แก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l4" />	จุติจิต ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิต ที่เป็นอเหตุกธรรม  โดยอนันตร
			<remark  id="s3b42c56l5" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l6" />	ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l7" />	ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l8" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอเหตุกธรรม   โดยอนันตร-
			<remark  id="s3b42c56l9" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l10" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l11" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อน ๆ  เป็น
			<remark  id="s3b42c56l12" />ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะที่เกิดหลัง ๆ และโมหะ โดย
			<remark  id="s3b42c56l13" />อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l14" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l15" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อน ๆ  เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c56l16" />โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l17" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุก-
			<remark  id="s3b42c56l18" />ธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l19" />	อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l20" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l21" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆเป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c56l22" />ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l23" />	จุติจิตที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นสเหตุกธรรม  โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l24" />	ภวังค์ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c56l25" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นสเหตุกธรรม   โดยอนันตร-
			<remark  id="s3b42c56l26" />ปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c57" >
		<para id="s3b42c57p">
			<remark  id="s3b42c57l1" />	อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l2" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l3" />	คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ  เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c57l4" />ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ และโมหะ โดยอนันตร-
			<remark  id="s3b42c57l5" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l6" />	อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c57l7" />และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l8" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l9" />	คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ และ
			<remark  id="s3b42c57l10" />โมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดย
			<remark  id="s3b42c57l11" />อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l12" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l13" />	คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ และ
			<remark  id="s3b42c57l14" />โมหะ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ โดย
			<remark  id="s3b42c57l15" />อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l16" />	ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c57l17" />วุฏฐานะที่เป็นอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l18" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c57l19" />อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l20" />	คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดก่อนๆ และ
			<remark  id="s3b42c57l21" />โมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดหลังๆ
			<remark  id="s3b42c57l22" />และโมหะ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c57l23" />	[๘๔] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยสหชาตปัจจัย   เหมือนกับสหชาต-
			<remark  id="s3b42c57l24" />ปัจจัย ในปฏิจจวาร
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c58" >
		<para id="s3b42c58p">
			<remark  id="s3b42c58l1" />	               			ปัจจัยสงเคราะห์ในที่นี้ ไม่มี
			<remark  id="s3b42c58l2" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c58l3" />	ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัย ในปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c58l4" />	               			ปัจจัยสงเคราะห์ในที่นี้ ไม่มี
			<remark  id="s3b42c58l5" />	[๘๕] ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l6" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c58l7" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม    เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c58l8" />ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l9" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l10" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c58l11" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c58l12" />ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l13" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l14" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c58l15" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c58l16" />ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ   โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l17" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l18" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c58l19" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ สุขทางกาย เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย    แก่ทุกข์ทาง
			<remark  id="s3b42c58l20" />กาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l21" />	ทุกข์ทางกาย ฯลฯ อุตุ ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย
			<remark  id="s3b42c58l22" />แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l23" />	โมหะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c58l24" />	สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่สุขทาง
			<remark  id="s3b42c58l25" />กาย แก่ทุกข์ทางกาย และแก่โมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c59" >
		<para id="s3b42c59p">
			<remark  id="s3b42c59l1" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l2" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c59l3" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกายแล้วให้ทาน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c59l4" />ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c59l5" />	บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ อุตุ โภชนะ เสนาสนะ ฯลฯ    โมหะแล้ว ให้
			<remark  id="s3b42c59l6" />ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c59l7" />	สุขทางกาย ฯลฯ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ปัญญา    แก่ราคะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c59l8" />แก่ความปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l9" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l10" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c59l11" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ สุขทางกาย และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c59l12" />ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l13" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l14" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c59l15" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา   ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c59l16" />ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม   โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l17" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอุปนิสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l18" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c59l19" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา   ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c59l20" />ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรมและโมหะ โดยอุปนิสสย-
			<remark  id="s3b42c59l21" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l22" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c59l23" />อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c59l24" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c60" >
		<para id="s3b42c60p">
			<remark  id="s3b42c60l1" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา   ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c60l2" />อุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c60l3" />และโมหะ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l4" />	[๘๖] อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l5" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c60l6" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
			<remark  id="s3b42c60l7" />ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c60l8" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว อารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม   เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c60l9" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c60l10" />โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l11" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ    กายายตนะ เป็น
			<remark  id="s3b42c60l12" />ปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l13" />	หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ  โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l14" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l15" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c60l16" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c60l17" />โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c60l18" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบากที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c60l19" />	บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง ด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c60l20" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c60l21" />ปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l22" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c60l23" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c60l24" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย  ที่
			<remark  id="s3b42c60l25" />สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เกิดขึ้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c61" >
		<para id="s3b42c61p">
			<remark  id="s3b42c61l1" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
			<remark  id="s3b42c61l2" />ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l3" />	[๘๗] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l4" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน
			<remark  id="s3b42c61l5" />โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l6" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l7" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม ที่เกิดภายหลัง และโมหะ  เป็นปัจจัยแก่กายนี้
			<remark  id="s3b42c61l8" />ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l9" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l10" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ที่เกิดภายหลัง
			<remark  id="s3b42c61l11" />และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l12" />	[๘๘] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอาเสวนปัจจัย    เหมือนกับ อนันตร
			<remark  id="s3b42c61l13" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l14" />	 อาวัชชนะก็ดี ภวังค์ก็ดี ไม่มี ในอาเสวนปัจจัย พึงเว้นวาระทั้ง ๙
			<remark  id="s3b42c61l15" />	[๘๙] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l16" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c61l17" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c61l18" />โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l19" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c61l20" />สเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l21" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c61l22" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c61l23" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c61l24" />โดยกัมมปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c62" >
		<para id="s3b42c62p">
			<remark  id="s3b42c62l1" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c62l2" />อเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l3" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l4" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c62l5" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
			<remark  id="s3b42c62l6" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l7" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c62l8" />สเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l9" />	อเหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l10" />	คือ เจตนาที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c62l11" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l12" />	[๙๐] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l13" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓   ฯลฯ ขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b42c62l14" />ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c62l15" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l16" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c62l17" />ทั้งหลาย โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ   
			<remark  id="s3b42c62l18" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l19" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓    และจิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c62l20" />รูปทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c62l21" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c62l22" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม ซึ่งเป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓    และจิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c62l23" />รูปทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c62l24" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปากปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c63" >
		<para id="s3b42c63p">
			<remark  id="s3b42c63l1" />	[๙๑] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอาหารปัจจัยมี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c63l2" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l3" />	คือ อาหารทั้งหลาย ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c63l4" />รูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l5" />	[๙๒] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัยมี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c63l6" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l7" />	คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุตฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c63l8" />รูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c63l9" />	จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดย
			<remark  id="s3b42c63l10" />อินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l11" />	[๙๓] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยฌานปัจจัยมี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c63l12" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยฌานปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l13" />	คือ องค์ฌานทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์    และ
			<remark  id="s3b42c63l14" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c63l15" />	[๙๔] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c63l16" />	[๙๕] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย    เหมือนกับ
			<remark  id="s3b42c63l17" />สัมปยุตตปัจจัย ในปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c63l18" />	                			พึงกระทำวาระ ๖
			<remark  id="s3b42c63l19" />	[๙๖] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l20" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c63l21" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c63l22" />รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c63l23" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c63l24" />โดยวิปปยุตตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c64" >
		<para id="s3b42c64p">
			<remark  id="s3b42c64l1" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิด
			<remark  id="s3b42c64l2" />ก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l3" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l4" />	มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c64l5" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c64l6" />ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l7" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c64l8" />โดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุ เป็น
			<remark  id="s3b42c64l9" />ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l10" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l11" />แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม    และโมหะ โดย
			<remark  id="s3b42c64l12" />วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l13" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ   เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c64l14" />กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l15" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l16" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c64l17" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c64l18" />สเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l19" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c64l20" />วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l21" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l22" />	มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย  ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c64l23" />ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l24" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c64l25" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c65" >
		<para id="s3b42c65p">
			<remark  id="s3b42c65l1" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c65l2" />และโมหะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l3" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c65l4" />และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l5" />	[๙๗] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l6" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ขันธ์    ๒  ฯลฯ  ใน
			<remark  id="s3b42c65l7" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c65l8" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l9" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c65l10" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c65l11" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา   ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l12" />แก่โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c65l13" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้  ที่เกิด
			<remark  id="s3b42c65l14" />ก่อน โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l15" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l16" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์  ๓   และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c65l17" />โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ แก่
			<remark  id="s3b42c65l18" />โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c65l19" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c65l20" />	มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
			<remark  id="s3b42c65l21" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓   และจิตตสมุฏ-
			<remark  id="s3b42c65l22" />ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
			<remark  id="s3b42c65l23" />อุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ปฏิสนธิ พึงกระทำตลอดถึงอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c65l24" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c65l25" />เกิดขึ้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c66" >
		<para id="s3b42c66p">
			<remark  id="s3b42c66l1" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นอเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c66l2" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c66l3" />จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ  โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l4" />	หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ   โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l5" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอเหตุกธรรม และโมหะ   เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c66l6" />กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิ-
			<remark  id="s3b42c66l7" />ตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย    โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l8" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l9" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c66l10" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ    เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l11" />แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l12" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอัตถิ-
			<remark  id="s3b42c66l13" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l14" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c66l15" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c66l16" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นสเหตุกธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c66l17" />	บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c66l18" />	หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l19" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l20" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c66l21" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ  เป็น
			<remark  id="s3b42c66l22" />ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c66l23" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย  ที่สหรคต
			<remark  id="s3b42c66l24" />ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโทสะ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c66l25" />	หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c66l26" />และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c67" >
		<para id="s3b42c67p">
			<remark  id="s3b42c67l1" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l2" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c67l3" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c67l4" />โมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c67l5" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b42c67l6" />โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c67l7" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ   เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b42c67l8" />โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c67l9" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง
			<remark  id="s3b42c67l10" />คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
			<remark  id="s3b42c67l11" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็น
			<remark  id="s3b42c67l12" />ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l13" />	ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l14" />แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l15" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l16" />แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l17" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c67l18" />หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l19" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c67l20" />และโมหะ เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l21" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l22" />แก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l23" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l24" />แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c67l25" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c67l26" />อัตถิปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c68" >
		<para id="s3b42c68p">
			<remark  id="s3b42c68l1" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c68l2" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ
			<remark  id="s3b42c68l3" />เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย  โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c68l4" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และ
			<remark  id="s3b42c68l5" />หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโมหะ โดยอัตถิปัจจัย   ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c68l6" />	[๙๘] ในเหตุปัจจัย          			มีวาระ ๖
			<remark  id="s3b42c68l7" />	     ในอารัมมณปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c68l8" />	     ในอธิปติปัจจัย         				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c68l9" />	     ในอนันตรปัจจัย        			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c68l10" />	     ในสมนันตรปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c68l11" />	     ในสหชาตปัจจัย        				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c68l12" />	     ในอัญญมัญญปัจจัย       			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c68l13" />	     ในนิสสยปัจจัย         				มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c68l14" />	     ในอุปนิสสยปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c68l15" />	     ในปุเรชาตปัจจัย       				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c68l16" />	     ในปัจฉาชาตปัจจัย      			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c68l17" />	     ในอาเสวนปัจจัย       				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c68l18" />	     ในกัมมปัจจัย          				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c68l19" />	     ในวิปากปัจจัย         				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c68l20" />	     ในอาหารปัจจัย        				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c68l21" />	     ในอินทริยปัจจัย        				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c68l22" />	     ในฌานปัจจัย          				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c68l23" />	     ในมัคคปัจจัย          				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c68l24" />	     ในสัมปยุตตปัจจัย       			มี   "     ๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c69" >
		<para id="s3b42c69p">
			<remark  id="s3b42c69l1" />	     ในวิปปยุตตปัจจัย       			มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c69l2" />	     ในอัตถิปัจจัย          				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c69l3" />	     ในนัตถิปัจจัย          				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c69l4" />	     ในวิคตปัจจัย          				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c69l5" />	     ในอวิคตปัจจัย         				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c69l6" />	     			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c69l7" />	                     	อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c69l8" />	[๙๙] สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย    เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c69l9" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l10" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต-
			<remark  id="s3b42c69l11" />ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l12" />	สเหตุกธรรม เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย  เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l13" />โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l14" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l15" />เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย    เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย  เป็น
			<remark  id="s3b42c69l16" />ปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l17" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย  เป็นปัจจัยโดยสหชาต-
			<remark  id="s3b42c69l18" />ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l19" />	อเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย  เป็น
			<remark  id="s3b42c69l20" />ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย    เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l21" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
			<remark  id="s3b42c69l22" />ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l23" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
			<remark  id="s3b42c69l24" />ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย     เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c69l25" />	สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สเหตุกธรรม และอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c69l26" />อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c70" >
		<para id="s3b42c70p">
			<remark  id="s3b42c70l1" />	[๑๐๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย          		มีวาระ ๙ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c70l2" />	      ในปัจจัยทั้งปวง                 				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c70l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย         			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c70l4" />	      					พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c70l5" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c70l6" />	[๑๐๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย    	กับเหตุปัจจัย 		มีวาระ ๖          
			<remark  id="s3b42c70l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย      		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c70l8" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย     		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c70l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c70l10" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย    	กับ ฯลฯ    			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c70l11" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c70l12" />	      กับ ฯลฯ                             									มีหัวข้อ
			<remark  id="s3b42c70l13" />ปัจจัย ๖ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c70l14" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c70l15" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c70l16" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย    		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c70l17" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c70l18" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย       		กับ ฯลฯ    			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c70l19" />	      						พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c70l20" />	                  				อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c70l21" />	[๑๐๒] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c70l22" />	      กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย                 						มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c70l23" />	      ในอธิปติปัจจัย       					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c70l24" />	      ในอนันตรปัจจัย      					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c70l25" />	      ในสมนันตรปัจจัย     				กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c71" >
		<para id="s3b42c71p">
			<remark  id="s3b42c71l1" />	      ในสหชาตปัจจัย      					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l2" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย     				กับ ฯลฯ            		มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c71l3" />	      ในนิสสยปัจจัย       					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l4" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย     				กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l5" />	      ในปุเรชาตปัจจัย     					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c71l6" />	      ในปัจฉาชาตปัจจัย    				กับ ฯลฯ            		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c71l7" />	      ในอาเสวนปัจจัย     					กับ ฯลฯ            		มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c71l8" />	      ในกัมมปัจจัย        					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c71l9" />	      ในวิปากปัจจัย       					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c71l10" />	      ในอาหารปัจจัย      					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c71l11" />	      ในอินทริยปัจจัย      					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c71l12" />	      ในฌานปัจจัย        					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c71l13" />	      ในมัคคปัจจัย        					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c71l14" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย     				กับ ฯลฯ            		มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c71l15" />	      ในวิปปยุตตปัจจัย     					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c71l16" />	      ในอัตถิปัจจัย        					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l17" />	      ในนัตถิปัจจัย        					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l18" />	      ในวิคตปัจจัย        					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l19" />	      ในอวิคตปัจจัย       					กับ ฯลฯ            		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c71l20" />	      						พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c71l21" />	                  				ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c71l22" />	                   			สเหตุกทุกะ จบ
			<remark  id="s3b42c71l23" />	                   			เหตุสัมปยุตตทุกะ
			<remark  id="s3b42c71l24" />	                     				ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c71l25" />	[๑๐๓] เหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น   เพราะเหตุปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c72" >
		<para id="s3b42c72p">
			<remark  id="s3b42c72l1" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ    ในปฏิสนธิ-
			<remark  id="s3b42c72l2" />ขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c72l3" />	เหตุวิปปยุตตธรรม อาศัยเหตุสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c72l4" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเหตุสัมปยุตตธรรม     ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c72l5" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c72l6" />	พึงให้พิสดาร ด้วยเหตุนี้ เหมือนกับสเหตุกทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
			<remark  id="s3b42c72l7" />	                 		เหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
			<remark  id="s3b42c72l8" />	                   	เหตุสเหตุกทุกะ
			<remark  id="s3b42c72l9" />	                     	ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c72l10" />	[๑๐๔] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c72l11" />และสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c72l12" />	คือ อโทสะอโมหะ อาศัย อโลภะ
			<remark  id="s3b42c72l13" />	                    	พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c72l14" />	โมหะ อาศัย โลภะ
			<remark  id="s3b42c72l15" />	                    	พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c72l16" />	ในปฏิสนธิขณะ อโทสะอโมหะ อาศัย อโลภะ
			<remark  id="s3b42c72l17" />	                    	พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c72l18" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุก-
			<remark  id="s3b42c72l19" />ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c72l20" />	คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยเหตุธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c72l21" />	ธรรมเป็นที่ทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c72l22" />เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม เกิดขึ้น  เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c72l23" />	คือ อโทสะอโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยอโลภะ
			<remark  id="s3b42c72l24" />	                    	พึงผูกจักรนัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c73" >
		<para id="s3b42c73p">
			<remark  id="s3b42c73l1" />	โมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยโลภะ
			<remark  id="s3b42c73l2" />	                    	พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c73l3" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c73l4" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c73l5" />เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c73l6" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ขันธ์ ๒  ฯลฯ ใน
			<remark  id="s3b42c73l7" />ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c73l8" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c73l9" />เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c73l10" />	คือ เหตุธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม    ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c73l11" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c73l12" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c73l13" />เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น     เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c73l14" />	คือ ขันธ์ ๓ และเหตุธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c73l15" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c73l16" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม   และสเหตุก-
			<remark  id="s3b42c73l17" />ธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c73l18" />	คือ อโทสะอโมหะ อาศัยอโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c73l19" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c73l20" />	โมหะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c73l21" />	                    พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c73l22" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c73l23" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม   และสเหตุก-
			<remark  id="s3b42c73l24" />ธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c74" >
		<para id="s3b42c74p">
			<remark  id="s3b42c74l1" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม และเหตุธรรม ขันธ์
			<remark  id="s3b42c74l2" />๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c74l3" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c74l4" />เหตุธรรม  อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม  และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c74l5" />เหตุธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c74l6" />	คือขันธ์ ๓ และอโทสะอโมหะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c74l7" />และอโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c74l8" />	             			พึงให้พิสดารอย่างที่กล่าวมาแล้ว
			<remark  id="s3b42c74l9" />	[๑๐๕] ในเหตุปัจจัย         						มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c74l10" />	      ในอารัมมณปัจจัย      						มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c74l11" />	      ในอธิปติปัจจัย       							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c74l12" />	      ในอนันตรปัจจัย       						มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c74l13" />	      ในปัจจัยทั้งปวง       							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c74l14" />	      ในอวิคตปัจจัย        							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c74l15" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c74l16" />	                     			อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c74l17" />	[๑๐๖] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c74l18" />และสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c74l19" />	คือ อโทสะอโมหะ อาศัยอโลภะ
			<remark  id="s3b42c74l20" />	                    			พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c74l21" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c74l22" />	            		พึงกระทำวาระ ๙ ให้บริบูรณ์
			<remark  id="s3b42c74l23" />	      ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย  		มี ๙ นัย
			<remark  id="s3b42c74l24" />	      ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย 		มี ๙ นัย
			<remark  id="s3b42c74l25" />	      ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย  		มี ๙ นัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c75" >
		<para id="s3b42c75p">
			<remark  id="s3b42c75l1" />	 [๑๐๗] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และ
			<remark  id="s3b42c75l2" />สเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l3" />	คือสัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c75l4" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c75l5" />เหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l6" />	คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c75l7" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม    และ
			<remark  id="s3b42c75l8" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l9" />	คือสัมปยุตตเจตนา อาศัยเหตุธรรม และสัมปยุตขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c75l10" />	      ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l11" />	      ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l12" />	[๑๐๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        			มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c75l13" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c75l14" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c75l15" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c75l16" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c75l17" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c75l18" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c75l19" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c75l20" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c75l21" />	[๑๐๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l22" />	      กับเหตุปัจจัย                  						มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c75l23" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c75l24" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c76" >
		<para id="s3b42c76p">
			<remark  id="s3b42c76l1" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l2" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l4" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l6" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c76l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l8" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l10" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l11" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c76l12" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c76l13" />	[๑๑๐] ในเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l14" />	      กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        				มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c76l15" />	      ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l16" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l17" />	      ในอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l18" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l19" />	      ในอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c76l20" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c76l21" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c76l22" />	                  			ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c76l23" />	สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี  เหมือน
			<remark  id="s3b42c76l24" />กับปฏิจจวาร
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c77" >
		<para id="s3b42c77p">
			<remark  id="s3b42c77l1" />	                     			ปัญหาวาร
			<remark  id="s3b42c77l2" />	[๑๑๑] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c77l3" />และสเหตุกธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l4" />	คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะอโมหะ โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l5" />	เหมือนกับปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c77l6" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม   แต่
			<remark  id="s3b42c77l7" />ไม่ใช่เหตุธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l8" />	คือ เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย    ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c77l9" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c77l10" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c77l11" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม     โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l12" />	คือ อโลภะ เป็นปัจจัยแก่อโทสะอโมหะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย  โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l13" />	                    			พึงให้พิสดาร
			<remark  id="s3b42c77l14" />	[๑๑๒] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c77l15" />และสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l16" />	คือ เพราะปรารภเหตุธรรม เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c77l17" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c77l18" />เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l19" />	คือ เพราะปรารภเหตุธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c77l20" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c77l21" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c77l22" />	คือ เพราะปรารภเหตุธรรม เหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย   เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c77l23" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c77l24" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c78" >
		<para id="s3b42c78p">
			<remark  id="s3b42c78l1" />	คือ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศลกรรมนั้น
			<remark  id="s3b42c78l2" />	บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c78l3" />	บุคคลออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน
			<remark  id="s3b42c78l4" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสที่ละแล้ว
			<remark  id="s3b42c78l5" />พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c78l6" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยเป็นของไม่เที่ยง   ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c78l7" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c78l8" />	บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c78l9" />เจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c78l10" />	อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c78l11" />เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c78l12" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ  แก่
			<remark  id="s3b42c78l13" />เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ   แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณ
			<remark  id="s3b42c78l14" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c78l15" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c78l16" />สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c78l17" />	คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มีอธิบายเหมือนข้อความตามบาลีตอนต้น ไม่มีแตกต่างกัน
			<remark  id="s3b42c78l18" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c78l19" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c78l20" />	คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มีอธิบายเหมือนกับข้อความตามบาลีตอนต้น  ไม่มีแตกต่างกัน
			<remark  id="s3b42c78l21" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่เหตุ-
			<remark  id="s3b42c78l22" />ธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม   โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c78l23" />	คือ เพราะปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c78l24" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม     แต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c78l25" />เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c78l26" />	คือ เพราะปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย    ที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c78l27" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c79" >
		<para id="s3b42c79p">
			<remark  id="s3b42c79l1" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม      แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c79l2" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c79l3" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l4" />	คือ เพราะปรารภเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เหตุธรรมและสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c79l5" />ทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c79l6" />	[๑๑๓] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c79l7" />และสเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l8" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c79l9" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรมทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
			<remark  id="s3b42c79l10" />แน่น เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c79l11" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม   เป็น
			<remark  id="s3b42c79l12" />ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย              
			<remark  id="s3b42c79l13" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c79l14" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l15" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c79l16" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์
			<remark  id="s3b42c79l17" />ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c79l18" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l19" />แก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l20" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุธรรม   เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c79l21" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l22" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c79l23" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรมทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
			<remark  id="s3b42c79l24" />แน่น เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c79l25" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม  เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c79l26" />แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c80" >
		<para id="s3b42c80p">
			<remark  id="s3b42c80l1" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่
			<remark  id="s3b42c80l2" />ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l3" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c80l4" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรมแล้ว   กระทำ
			<remark  id="s3b42c80l5" />กุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
			<remark  id="s3b42c80l6" />	ในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น    แล้ว
			<remark  id="s3b42c80l7" />พิจารณา
			<remark  id="s3b42c80l8" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ แล้ว
			<remark  id="s3b42c80l9" />พิจารณา  กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
			<remark  id="s3b42c80l10" />	บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม แต่ไม่ใช่เหตุธรรมให้เป็นอารมณ์อย่าง
			<remark  id="s3b42c80l11" />หนักแน่นแล้วย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
			<remark  id="s3b42c80l12" />ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c80l13" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l14" />แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l15" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และ
			<remark  id="s3b42c80l16" />สเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l17" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c80l18" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มีอธิบายเหมือนข้อความตามบาลี
			<remark  id="s3b42c80l19" />ตอนต้นนั่นเอง
			<remark  id="s3b42c80l20" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l21" />แก่สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l22" />	 ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และ
			<remark  id="s3b42c80l23" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม  โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c80l24" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c80l25" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ มีอธิบายเหมือนข้อความตามบาลี
			<remark  id="s3b42c80l26" />ตอนต้นนั่นเอง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c81" >
		<para id="s3b42c81p">
			<remark  id="s3b42c81l1" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l2" />แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l3" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม   แต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c81l4" />เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l5" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c81l6" />ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c81l7" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม     แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c81l8" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม    โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l9" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c81l10" />ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c81l11" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม     แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c81l12" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c81l13" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l14" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำเหตุธรรม และสัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c81l15" />ทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c81l16" />	[๑๑๔] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c81l17" />และสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l18" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย    ที่เกิดหลังๆ โดย
			<remark  id="s3b42c81l19" />อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l20" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่
			<remark  id="s3b42c81l21" />ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l22" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่
			<remark  id="s3b42c81l23" />ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c81l24" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และ
			<remark  id="s3b42c81l25" />สเหตุกธรรม   แต่ไม่ใช่เหตุธรรม    โดยอนันตรปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c82" >
		<para id="s3b42c82p">
			<remark  id="s3b42c82l1" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย    ที่เกิดหลังๆ
			<remark  id="s3b42c82l2" />และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l3" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c82l4" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l5" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c82l6" />ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l7" />	อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน ฯลฯ   เนวสัญญานา
			<remark  id="s3b42c82l8" />สัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ   โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l9" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c82l10" />สเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l11" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c82l12" />เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l13" />	อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c82l14" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c82l15" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l16" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ที่เกิดก่อนๆ    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c82l17" />เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l18" />	อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู
			<remark  id="s3b42c82l19" />	สเหตุกนเหตุมูลกนัย แม้ทั้ง ๓ เป็นเช่นเดียวกัน
			<remark  id="s3b42c82l20" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c82l21" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม  โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l22" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c82l23" />ทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c82l24" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม    แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c82l25" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c83" >
		<para id="s3b42c83p">
			<remark  id="s3b42c83l1" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c83l2" />ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l3" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม    และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c83l4" />เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c83l5" />เหตุธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l6" />	คือ เหตุธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c83l7" />ทั้งหลายที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l8" />	[๑๑๕] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c83l9" />และสเหตุกธรรม โดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l10" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l11" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l12" />		ทั้ง ๓ ปัจจัยเหมือนกับเหตุปัจจัย ในปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c83l13" />	[๑๑๖] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c83l14" />และสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l15" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c83l16" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c83l17" />โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l18" />	เหตุธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c83l19" />โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l20" />	เหตุธรรมทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c83l21" />อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l22" />	พึงถามถึงมูลทั้งหลาย แห่งวาระทั้งหลาย แม้ทั้ง ๒ เหล่านี้
			<remark  id="s3b42c83l23" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c83l24" />แต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c83l25" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c84" >
		<para id="s3b42c84p">
			<remark  id="s3b42c84l1" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน    ฯลฯ ยังสมาบัติ
			<remark  id="s3b42c84l2" />ให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
			<remark  id="s3b42c84l3" />	บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ความปรารถนา แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c84l4" />	ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา    โดย
			<remark  id="s3b42c84l5" />อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l6" />	ในสเหตุมูลกนัย พึงให้พิสดารโดยเหตุนี้ ที่เหลือนอกนั้น มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c84l7" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c84l8" />ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม และสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l9" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c84l10" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุกธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็น
			<remark  id="s3b42c84l11" />ปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l12" />	                   พึงถามถึงมูล ๒
			<remark  id="s3b42c84l13" />	เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c84l14" />สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l15" />	                    พึงถามถึงมูล
			<remark  id="s3b42c84l16" />	เหตุธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่เหตุธรรมทั้งหลาย และ
			<remark  id="s3b42c84l17" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l18" />	[๑๑๗] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c84l19" />และสเหตุกธรรม โดยอาเสวนปัจจัย เหมือนกับอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l20" />	[๑๑๘] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
			<remark  id="s3b42c84l21" />สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c84l22" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c84l23" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c84l24" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c85" >
		<para id="s3b42c85p">
			<remark  id="s3b42c85l1" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม     เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c85l2" />ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l3" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c85l4" />สเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l5" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c85l6" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c85l7" />สัมปยุตตเหตุทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l8" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม    เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c85l9" />เหตุธรรมทั้งหลาย ที่เป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l10" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c85l11" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l12" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c85l13" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c85l14" />สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l15" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นสเหตุกธรรม   แต่ไม่ใช่เหตุธรรม  เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c85l16" />วิบากขันธ์ทั้งหลาย และเหตุธรรมทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l17" />	[๑๑๙] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c85l18" />และสเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัย
			<remark  id="s3b42c85l19" />	คือ อโลภะที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะ โดยวิปากปัจจัย    ในปฏิสนธิ-
			<remark  id="s3b42c85l20" />ขณะ อโลภะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c85l21" />	พึงให้พิสดาร เหมือนกับเหตุปัจจัย พึงกำหนดว่า วิบากทั้ง ๙ นัย
			<remark  id="s3b42c85l22" />	[๑๒๐] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่เหตุธรรม   เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
			<remark  id="s3b42c85l23" />สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอาหารปัจจัย มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c85l24" />	[๑๒๑] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
			<remark  id="s3b42c85l25" />เหตุธรรมและสเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c86" >
		<para id="s3b42c86p">
			<remark  id="s3b42c86l1" />	พึงกำหนดว่า อินทรีย์ พึงกระทำวาระ ๙ ให้บริบูรณ์
			<remark  id="s3b42c86l2" />	[๑๒๒] ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
			<remark  id="s3b42c86l3" />สเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c86l4" />	[๑๒๓] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
			<remark  id="s3b42c86l5" />เหตุธรรม และสเหตุกธรรม โดยมัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c86l6" />	      เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c86l7" />	      เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c86l8" />	      เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c86l9" />	      เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c86l10" />	      เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c86l11" />	[๑๒๔] ในเหตุปัจจัย                 			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c86l12" />	      ในอารัมมณปัจจัย              			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l13" />	      ในอธิปติปัจจัย                				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l14" />	      ในอนันตรปัจจัย               			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l15" />	      ในสมนันตรปัจจัย              			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l16" />	      ในสหชาตปัจจัย               				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l17" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย              			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l18" />	      ในนิสสยปัจจัย                				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l19" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย              			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l20" />	      ในอาเสวนปัจจัย              				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l21" />	      ในกัมมปัจจัย                 				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c86l22" />	      ในวิปากปัจจัย                				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c86l23" />	      ในอาหารปัจจัย               				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c86l24" />	      ในอินทริยปัจจัย               				มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c87" >
		<para id="s3b42c87p">
			<remark  id="s3b42c87l1" />	      ในฌานปัจจัย                 				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c87l2" />	      ในมัคคปัจจัย                 				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c87l3" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย              			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c87l4" />	      ในอัตถิปัจจัย                 				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c87l5" />	      ในนัตถิปัจจัย                 				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c87l6" />	      ในวิคตปัจจัย                 				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c87l7" />	      ในอวิคตปัจจัย                				มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c87l8" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c87l9" />	                     		อนุโลมจบ
			<remark  id="s3b42c87l10" />	[๑๒๕] ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c87l11" />และสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c87l12" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c87l13" />เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c87l14" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c87l15" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม    โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c87l16" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c87l17" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่
			<remark  id="s3b42c87l18" />ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย    เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็น
			<remark  id="s3b42c87l19" />ปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c87l20" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c87l21" />สเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย    เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็น
			<remark  id="s3b42c87l22" />ปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c87l23" />	ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและ
			<remark  id="s3b42c87l24" />สเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c87l25" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย     เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c88" >
		<para id="s3b42c88p">
			<remark  id="s3b42c88l1" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม      แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c88l2" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c88l3" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l4" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม     แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c88l5" />เหตุธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสเหตุกธรรมแต่ไม่ใช่เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
			<remark  id="s3b42c88l6" />ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l7" />	ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม     แต่ไม่ใช่เหตุธรรม
			<remark  id="s3b42c88l8" />เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งเหตุธรรมและสเหตุกธรรม และธรรมที่เป็นสเหตุกธรรม  แต่ไม่ใช่
			<remark  id="s3b42c88l9" />เหตุธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l10" />	[๑๒๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย           		มีวาระ ๙ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c88l11" />	      ในปัจจัยทั้งปวง                  				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c88l12" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c88l13" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c88l14" />	[๑๒๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l15" />	      กับเหตุปัจจัย                   					 มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c88l16" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l17" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c88l18" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l19" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c88l20" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l21" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c88l22" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c88l23" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c88l24" />	      ในปัจจัยทั้งปวง
			<remark  id="s3b42c88l25" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c89" >
		<para id="s3b42c89p">
			<remark  id="s3b42c89l1" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
			<remark  id="s3b42c89l2" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c89l4" />	      กับ ฯลฯ                       					มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c89l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c89l6" />	      กับ ฯลฯ                       					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l7" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c89l8" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c89l9" />	[๑๒๘] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c89l10" />	      กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย           			มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c89l11" />	      ในอธิปติปัจจัย       		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c89l12" />	      ในอนันตรปัจจัย      		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c89l13" />	      ในสมนันตรปัจจัย     	กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c89l14" />	      ในสหชาตปัจจัย      		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l15" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย     	กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l16" />	      ในนิสสยปัจจัย       		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l17" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย     	กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c89l18" />	      ในอาเสวนปัจจัย     		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c89l19" />	      ในกัมมปัจจัย        		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l20" />	      ในวิปากปัจจัย       		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l21" />	      ในอาหารปัจจัย      		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l22" />	      ในอินทริยปัจจัย      		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l23" />	      ในฌานปัจจัย        		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l24" />	      ในมัคคปัจจัย        		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c89l25" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย     	กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c90" >
		<para id="s3b42c90p">
			<remark  id="s3b42c90l1" />	      ในอัตถิปัจจัย        		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c90l2" />	      ในนัตถิปัจจัย        		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c90l3" />	      ในวิคตปัจจัย        		กับ ฯลฯ      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c90l4" />	      ในอวิคตปัจจัย       		กับ ฯลฯ      		มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c90l5" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c90l6" />	                  		ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c90l7" />	                  เ	หตุสเหตุกทุกะ จบ
			<remark  id="s3b42c90l8" />	                		 เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ
			<remark  id="s3b42c90l9" />	[๑๒๙] ธรรมที่เป็นเหตุและเหตุสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งเหตุและเหตุสัมป-
			<remark  id="s3b42c90l10" />ยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c90l11" />	คือ อโทสะ อโมหะ อาศัยอโลภะ
			<remark  id="s3b42c90l12" />	                    	พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c90l13" />	โมหะ อาศัยโลภะ
			<remark  id="s3b42c90l14" />	                    	พึงผูกจักรนัย
			<remark  id="s3b42c90l15" />	ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c90l16" />	พึงให้พิสดารเหมือนกับ เหตุสเหตุกทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
			<remark  id="s3b42c90l17" />	               เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ จบ
			<remark  id="s3b42c90l18" />	                   นเหตุสเหตุกทุกะ
			<remark  id="s3b42c90l19" />	[๑๓๐] นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c90l20" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ    ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c90l21" />ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c90l22" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c91" >
		<para id="s3b42c91p">
			<remark  id="s3b42c91l1" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม   ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c91l2" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c91l3" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c91l4" />	คือ   ขันธ์   ๓   และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c91l5" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c91l6" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c91l7" />	คือ ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ จิตตสมุฏฐานรูป   กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป
			<remark  id="s3b42c91l8" />อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c91l9" />	นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c91l10" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c91l11" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c91l12" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c91l13" />	คือในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ กฏัตตารูป
			<remark  id="s3b42c91l14" />ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c91l15" />	นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c91l16" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c91l17" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม    และหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c91l18" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c91l19" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c91l20" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c91l21" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม     และมหาภูตรูป
			<remark  id="s3b42c91l22" />ทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c91l23" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม    และนเหตุอเหตุก-
			<remark  id="s3b42c91l24" />ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c92" >
		<para id="s3b42c92p">
			<remark  id="s3b42c92l1" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม     และหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c92l2" />ขันธ์ ๒ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และมหาภูตรูป
			<remark  id="s3b42c92l3" />ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c92l4" />	[๑๓๑] นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c92l5" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ   ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c92l6" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c92l7" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c92l8" />	นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c92l9" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c92l10" />	นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c92l11" />อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c92l12" />	คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม    และหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c92l13" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c92l14" />	                 			ฯลฯ พึงจำแนกอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c92l15" />	[๑๓๒] ในเหตุปัจจัย                 				มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c92l16" />	      ในอารัมมณปัจจัย              				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c92l17" />	      ในอธิปติปัจจัย                					มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c92l18" />	      ในอนันตรปัจจัย               				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c92l19" />	      ในสมนันตรปัจจัย              				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c92l20" />	      ในสหชาตปัจจัย               					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c92l21" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย              				มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c92l22" />	      ในนิสสยปัจจัย                					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c92l23" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย              				มี   "     ๔
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c93" >
		<para id="s3b42c93p">
			<remark  id="s3b42c93l1" />	      ในปุเรชาตปัจจัย              					มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c93l2" />	      ในอาเสวนปัจจัย              					มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c93l3" />	      ในกัมมปัจจัย                 					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c93l4" />	      ในวิปากปัจจัย                					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c93l5" />	      ในอาหารปัจจัย               					มี   "     ๙ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c93l6" />	      ในปัจจัยทั้งปวง               					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c93l7" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย              				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c93l8" />	      ในวิปปยุตตปัจจัย              				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c93l9" />	      ในอัตถิปัจจัย                 					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c93l10" />	      ในนัตถิปัจจัย                 					มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c93l11" />	      ในวิคตปัจจัย                 					มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c93l12" />	      ในอวิคตปัจจัย                					มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c93l13" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c93l14" />	                     		อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c93l15" />	[๑๓๓] นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c93l16" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c93l17" />ปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะไม่มี
			<remark  id="s3b42c93l18" />	[๑๓๔] นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ-
			<remark  id="s3b42c93l19" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c93l20" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c93l21" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c93l22" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c93l23" />ตลอดถึงอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c93l24" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยเหตุนสเหตุกธรรม    เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c93l25" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม      และมหาภูตรูป
			<remark  id="s3b42c93l26" />ทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c93l27" />	                       					ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c94" >
		<para id="s3b42c94p">
			<remark  id="s3b42c94l1" />	[๑๓๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย          		มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c94l2" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย       		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย         			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c94l4" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย        		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย       		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l6" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย       		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย       		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l8" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c94l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย      		มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c94l10" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย       			มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c94l11" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย          			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c94l12" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย         			มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c94l13" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย        			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c94l14" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย        			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c94l15" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย          			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c94l16" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย          			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c94l17" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย       		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l18" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย       		มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c94l19" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย          			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c94l20" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย          			มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c94l21" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c94l22" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c94l23" />	[๑๓๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย      กับเหตุปัจจัย      	มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c94l24" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย       		กับ ฯลฯ               	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c94l25" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย       		กับ ฯลฯ             	มี   "     ๙
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c95" >
		<para id="s3b42c95p">
			<remark  id="s3b42c95l1" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      	กับ ฯลฯ            	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c95l2" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย      	กับ ฯลฯ                 มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c95l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย     	กับ ฯลฯ             	มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c95l4" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย       		กับ ฯลฯ            	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c95l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย      	กับ ฯลฯ            	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c95l6" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย       		กับ ฯลฯ            	มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c95l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย          		กับ ฯลฯ            	มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l8" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย         		กับ ฯลฯ              	มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c95l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย       	กับ ฯลฯ            	มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c95l10" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      	กับ ฯลฯ              	มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l11" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย         		กับ ฯลฯ             	มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c95l12" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย        		กับ ฯลฯ              	มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c95l13" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c95l14" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c95l15" />	[๑๓๗] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c95l16" />	      กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย           						มีวาระ ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c95l17" />	      ในอาหารปัจจัย        					กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l18" />	      ในฌานปัจจัย          					กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l19" />	      ในมัคคปัจจัย          					กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l20" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย       				กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l21" />	      ในวิปปยุตตปัจจัย       				กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l22" />	      ในวิคตปัจจัย          					กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l23" />	      ในอวิคตปัจจัย         					กับ ฯลฯ    		มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c95l24" />	                  			ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c95l25" />	             	แม้ในสหชาตวาร ก็พึงนับอย่างนี้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c96" >
		<para id="s3b42c96p">
			<remark  id="s3b42c96l1" />	                     			ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c96l2" />	[๑๓๘] นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น   เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c96l3" />มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c96l4" />	นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c96l5" />	คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ จิตตสมุฏฐานรูป   กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป
			<remark  id="s3b42c96l6" />อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c96l7" />	นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c96l8" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c96l9" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c96l10" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c96l11" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย
			<remark  id="s3b42c96l12" />มหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c96l13" />	 นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม    เกิดขึ้น เพราะ
			<remark  id="s3b42c96l14" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c96l15" />	ปัจจัยสงเคราะห์ มี ๓ ปวัตติ และปฏิสนธิ พึงกระทำให้บริบูรณ์ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c96l16" />	[๑๓๙] ในเหตุปัจจัย                 			มีวาระ ๙
			<remark  id="s3b42c96l17" />	      ในอารัมมณปัจจัย              			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c96l18" />	      ในอวิคตปัจจัย                				มี   "     ๙
			<remark  id="s3b42c96l19" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c96l20" />	                    		 อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c96l21" />	[๑๔๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย        	มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c96l22" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย     		มี   "     ๓ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c96l23" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย        		มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c96l24" />	                    		ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c96l25" />	              	นิสสยวาร เหมือนกับ ปัจจยวาร
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c97" >
		<para id="s3b42c97p">
			<remark  id="s3b42c97l1" />	                     		สังสัฏฐวาร
			<remark  id="s3b42c97l2" />	[๑๔๑] นเหตุสเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับ นเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น     เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c97l3" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c97l4" />	[๑๔๒] ในเหตุปัจจัย                 			มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c97l5" />	      ในอารัมมณปัจจัย              			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l6" />	      ในอธิปติปัจจัย                				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c97l7" />	      ในอนันตรปัจจัย               			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l8" />	      ในปัจจัยทั้งปวง               				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l9" />	      ในวิคตปัจจัย                 				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c97l10" />	      ในอวิคตปัจจัย                				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l11" />	                     			อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c97l12" />	[๑๔๓] นเหตุอเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับ นเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น   ไม่ใช่เพราะ
			<remark  id="s3b42c97l13" />เหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c97l14" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c97l15" />ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c97l16" />	[๑๔๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         	มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c97l17" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        		มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l18" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      		มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l19" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย     	มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l20" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย      		มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l21" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย         		มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l22" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย        		มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c97l23" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย         		มี   "     ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c98" >
		<para id="s3b42c98p">
			<remark  id="s3b42c98l1" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย         		มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c98l2" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย      	มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c98l3" />	                    		ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c98l4" />	การนับ ๑ อย่างแม้ที่ยังเหลือ พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c98l5" />	สัมปยุตตวาร เหมือนกับ สังสัฏฐวาร
			<remark  id="s3b42c98l6" />	                    		 ปัญหาวาร
			<remark  id="s3b42c98l7" />	[๑๔๕] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c98l8" />	คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศลกรรมนั้น
			<remark  id="s3b42c98l9" />	พิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฌาน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c98l10" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณาผล กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c98l11" />กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c98l12" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ  โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c98l13" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c98l14" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c98l15" />	บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c98l16" />	อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ   เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c98l17" />แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ
			<remark  id="s3b42c98l18" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c98l19" />แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c98l20" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุก-
			<remark  id="s3b42c98l21" />ธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c98l22" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุกอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c98l23" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง    ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c98l24" />เกิดขึ้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c99" >
		<para id="s3b42c99p">
			<remark  id="s3b42c99l1" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c99l2" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l3" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุก-
			<remark  id="s3b42c99l4" />ธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l5" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c99l6" />	คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่ อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c99l7" />	จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยความเป็นของ
			<remark  id="s3b42c99l8" />	ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l9" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก  ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เกิด
			<remark  id="s3b42c99l10" />ขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l11" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c99l12" />โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c99l13" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุก-
			<remark  id="s3b42c99l14" />ธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l15" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c99l16" />	คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน
			<remark  id="s3b42c99l17" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c99l18" />	จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยความเป็น
			<remark  id="s3b42c99l19" />ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l20" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c99l21" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c99l22" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c99l23" />	บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c99l24" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
			<remark  id="s3b42c99l25" />บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c100" >
		<para id="s3b42c100p">
			<remark  id="s3b42c100l1" />	เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุก-
			<remark  id="s3b42c100l2" />ธรรม เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c100l3" />	[๑๔๖] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l4" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c100l5" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลให้ทาน สมาทานศีลแล้วกระทำกุศลกรรมนั้น ให้
			<remark  id="s3b42c100l6" />เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น  แล้วพิจารณา
			<remark  id="s3b42c100l7" />	บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ออกจากฌานแล้ว
			<remark  id="s3b42c100l8" />กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
			<remark  id="s3b42c100l9" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
			<remark  id="s3b42c100l10" />กระทำผลให้หนักแน่นแล้ว พิจารณา
			<remark  id="s3b42c100l11" />	บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น  แล้ว
			<remark  id="s3b42c100l12" />ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิด
			<remark  id="s3b42c100l13" />ขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c100l14" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
			<remark  id="s3b42c100l15" />ขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l16" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l17" />	มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l18" />แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l19" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c100l20" />อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l21" />	มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l22" />แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l23" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c100l24" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์
			<remark  id="s3b42c100l25" />อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c101" >
		<para id="s3b42c101p">
			<remark  id="s3b42c101l1" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l2" />	จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรมให้เป็น
			<remark  id="s3b42c101l3" />อารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์
			<remark  id="s3b42c101l4" />อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c101l5" />	[๑๔๗] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l6" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c101l7" />เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l8" />	อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ โคตรภู ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c101l9" />	เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่ ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l10" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l11" />	คือ จุติจิตที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c101l12" />โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l13" />	ภวังค์ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ภวังค์ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c101l14" />เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม  เป็นปัจจัยแก่วุฏ-
			<remark  id="s3b42c101l15" />ฐานะที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l16" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l17" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c101l18" />ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l19" />	อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l20" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l21" />	คือ จุติจิตที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ อุปปัตติจิตที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c101l22" />โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l23" />	อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c101l24" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ วุฏฐานะที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c101l25" />โดยอนันตรปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c102" >
		<para id="s3b42c102p">
			<remark  id="s3b42c102l1" />	[๑๔๘] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุสเหตุกธรรม โดยสมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l2" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l3" />	ในที่นี้ปัจจัยสงเคราะห์ ไม่มี พึงกระทำวาระ ๗
			<remark  id="s3b42c102l4" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l5" />	                   	พึงกระทำวาระ ๖
			<remark  id="s3b42c102l6" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l7" />	พึงกระทำปวัตติ และ ปฏิสนธิ วาระ ๗ ในที่นี้ปัจจัยสงเคราะห์ไม่มี
			<remark  id="s3b42c102l8" />	[๑๔๙] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l9" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c102l10" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้ว ให้ทาน  ฯลฯ ก่อ
			<remark  id="s3b42c102l11" />มานะ ถือทิฏฐิ
			<remark  id="s3b42c102l12" />	บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ความปรารถนาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c102l13" />	ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่มรรค
			<remark  id="s3b42c102l14" />แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l15" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l16" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c102l17" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธา เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย
			<remark  id="s3b42c102l18" />โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l19" />	ศีล ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย     โดยอุปนิสสย-
			<remark  id="s3b42c102l20" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l21" />	ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย โดย
			<remark  id="s3b42c102l22" />อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l23" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุอเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c102l24" />	มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c103" >
		<para id="s3b42c103p">
			<remark  id="s3b42c103l1" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ สุขทางกาย เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย    แก่ทุกข์ทาง
			<remark  id="s3b42c103l2" />กาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c103l3" />	ทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย
			<remark  id="s3b42c103l4" />แก่ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c103l5" />	สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย แก่
			<remark  id="s3b42c103l6" />ทุกข์ทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c103l7" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุสเหตุกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย          
			<remark  id="s3b42c103l8" />	มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ
			<remark  id="s3b42c103l9" />	ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยสุขทางกายแล้วให้ทาน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c103l10" />ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c103l11" />	บุคคลเข้าไปอาศัยทุกข์ทางกาย ฯลฯ ฤดู ฯลฯ โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้
			<remark  id="s3b42c103l12" />ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
			<remark  id="s3b42c103l13" />	สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ความปรารถนา โดย
			<remark  id="s3b42c103l14" />อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c103l15" />	[๑๕๐] นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุอเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c103l16" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c103l17" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c103l18" />โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c103l19" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c103l20" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c103l21" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c103l22" />โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c103l23" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ     กายายตนะ เป็น
			<remark  id="s3b42c103l24" />ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย     ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c103l25" />ปุเรชาตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c104" >
		<para id="s3b42c104p">
			<remark  id="s3b42c104l1" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุสเหตุกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l2" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c104l3" />	ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c104l4" />โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c104l5" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c104l6" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c104l7" />	บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c104l8" />	ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ทั้งหลาย    ที่เป็นนเหตุสเหตุก-
			<remark  id="s3b42c104l9" />ธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l10" />	[๑๕๑] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l11" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน   โดย
			<remark  id="s3b42c104l12" />ปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l13" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l14" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน    โดยปัจฉา-
			<remark  id="s3b42c104l15" />ชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l16" />	[๑๕๒] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุกสเหตุธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l17" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c104l18" />เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l19" />	อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู    เป็นปัจจัยแก่มรรค
			<remark  id="s3b42c104l20" />โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l21" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l22" />	คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c104l23" />ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอาเสวนปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l24" />	[๑๕๓] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c104l25" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c105" >
		<para id="s3b42c105p">
			<remark  id="s3b42c105l1" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c105l2" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l3" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c105l4" />นเหตุสเหตุกธรรม ที่เป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l5" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l6" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c105l7" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c105l8" />ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l9" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c105l10" />เป็นนเหตุอเหตุกธรรมที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l11" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม    โดย
			<remark  id="s3b42c105l12" />กัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l13" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก
			<remark  id="s3b42c105l14" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ
			<remark  id="s3b42c105l15" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l16" />	ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
			<remark  id="s3b42c105l17" />เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l18" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l19" />	มีอย่างเดียว คือ สหชาต ได้แก่เจตนาที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c105l20" />สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l21" />	ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ
			<remark  id="s3b42c105l22" />กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c105l23" />	[๑๕๔] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัยมี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c105l24" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยวิปากปัจจัยมี ๑ นัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c106" >
		<para id="s3b42c106p">
			<remark  id="s3b42c106l1" />	[๑๕๕] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอาหารปัจจัย มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c106l2" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l3" />	คือ อาหารทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-
			<remark  id="s3b42c106l4" />สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l5" />	ในปฏิสนธิขณะ กวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอาหารปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l6" />	[๑๕๖] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l7" />มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c106l8" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l9" />	คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยสัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏ-
			<remark  id="s3b42c106l10" />ฐานรูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l11" />	ในปฏิสนธิขณะ รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l12" />	[๑๕๗] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยฌานปัจจัย พึงกระทำ
			<remark  id="s3b42c106l13" />ทั้ง ๔ นัย
			<remark  id="s3b42c106l14" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย
			<remark  id="s3b42c106l15" />	[๑๕๘] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l16" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c106l17" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l18" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ปฏิสนธิ
			<remark  id="s3b42c106l19" />	[๑๕๙] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c106l20" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c106l21" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน
			<remark  id="s3b42c106l22" />รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c106l23" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิด
			<remark  id="s3b42c106l24" />ก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c107" >
		<para id="s3b42c107p">
			<remark  id="s3b42c107l1" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l2" />	มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต
			<remark  id="s3b42c107l3" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c107l4" />รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ โดยวิปป-
			<remark  id="s3b42c107l5" />ยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย   โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l6" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c107l7" />กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l8" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้
			<remark  id="s3b42c107l9" />ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l10" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l11" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c107l12" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
			<remark  id="s3b42c107l13" />นเหตุสเหตุกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l14" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c107l15" />โดยวิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l16" />	[๑๖๐] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l17" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c107l18" />ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c107l19" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l20" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c107l21" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม โดยอัตถิ-
			<remark  id="s3b42c107l22" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c107l23" />	คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c107l24" />ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c108" >
		<para id="s3b42c108p">
			<remark  id="s3b42c108l1" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c108l2" />	มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
			<remark  id="s3b42c108l3" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์   ๓ และ
			<remark  id="s3b42c108l4" />จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ตลอดถึงอสัญญสัตว์
			<remark  id="s3b42c108l5" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง  ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c108l6" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c108l7" />	รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
			<remark  id="s3b42c108l8" />จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ ปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย  ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c108l9" />นเหตุอเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c108l10" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่
			<remark  id="s3b42c108l11" />เกิดก่อน กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดย
			<remark  id="s3b42c108l12" />อัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c108l13" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c108l14" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c108l15" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย  ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c108l16" />นเหตุสเหตุกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c108l17" />	ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง   ฯลฯ โทมนัส
			<remark  id="s3b42c108l18" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c108l19" />	เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบากที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b42c108l20" />เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c108l21" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอัตถิ-
			<remark  id="s3b42c108l22" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c108l23" />	มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
			<remark  id="s3b42c108l24" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ   เป็นปัจจัยแก่
			<remark  id="s3b42c108l25" />ขันธ์ ๓ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c109" >
		<para id="s3b42c109p">
			<remark  id="s3b42c109l1" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
			<remark  id="s3b42c109l2" />๓ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c109l3" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม    โดยอัตถิ-
			<remark  id="s3b42c109l4" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c109l5" />	มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
			<remark  id="s3b42c109l6" />	ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c109l7" />เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c109l8" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และกวฬิงการาหาร
			<remark  id="s3b42c109l9" />เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c109l10" />	ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และรูปชีวิตินทรีย์
			<remark  id="s3b42c109l11" />เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย     
			<remark  id="s3b42c109l12" />	[๑๖๑] ในอารัมมณปัจจัย              มีวาระ ๔
			<remark  id="s3b42c109l13" />	      ในอธิปติปัจจัย                				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c109l14" />	      ในอนันตรปัจจัย               			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c109l15" />	      ในสมนันตรปัจจัย              			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c109l16" />	      ในสหชาตปัจจัย               				มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c109l17" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย              			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c109l18" />	      ในนิสสยปัจจัย                				มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c109l19" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย              			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c109l20" />	      ในปุเรชาตปัจจัย              				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c109l21" />	      ในปัจฉาชาตปัจจัย             			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c109l22" />	      ในอาเสวนปัจจัย              				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c109l23" />	      ในกัมมปัจจัย                 				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c109l24" />	      ในวิปากปัจจัย                				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c109l25" />	      ในอาหารปัจจัย               				มี   "     ๔
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c110" >
		<para id="s3b42c110p">
			<remark  id="s3b42c110l1" />	      ในอินทริยปัจจัย               				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c110l2" />	      ในฌานปัจจัย                 				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c110l3" />	      ในมัคคปัจจัย                 				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c110l4" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย              			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c110l5" />	      ในวิปปยุตตปัจจัย              			มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c110l6" />	      ในอัตถิปัจจัย                 				มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c110l7" />	      ในนัตถิปัจจัย                 				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c110l8" />	      ในวิคตปัจจัย                 				มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c110l9" />	      ในอวิคตปัจจัย                				มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c110l10" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c110l11" />	                     		อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c110l12" />	[๑๖๒] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l13" />เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l14" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย    เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c110l15" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l16" />	นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c110l17" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l18" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย    เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c110l19" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต-
			<remark  id="s3b42c110l20" />ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l21" />	นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย    เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l22" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c110l23" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c110l24" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c111" >
		<para id="s3b42c111p">
			<remark  id="s3b42c111l1" />	นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดย
			<remark  id="s3b42c111l2" />สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริย-
			<remark  id="s3b42c111l3" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c111l4" />	[๑๖๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย          		มีวาระ ๗
			<remark  id="s3b42c111l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย       		มี   "     ๗ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c111l6" />	      ในปัจจัยทั้งปวง                 				มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c111l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย        		มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c111l8" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย       		มีวาระ ๖
			<remark  id="s3b42c111l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย         			มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c111l10" />	      ในปัจจัยทั้งปวง                 				มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c111l11" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย       		มี   "     ๖
			<remark  id="s3b42c111l12" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย       		มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c111l13" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย          			มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c111l14" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย          			มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c111l15" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย          			มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c111l16" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย         			มี   "     ๕
			<remark  id="s3b42c111l17" />	      				พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c111l18" />	                    		ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c111l19" />	[๑๖๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c111l20" />	      กับอารัมมณปัจจัย                				มีวาระ ๔
			<remark  id="s3b42c111l21" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c111l22" />	      กับ ฯลฯ                      						มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c111l23" />	      ในปัจจัยทั้งปวง
			<remark  id="s3b42c111l24" />	      กับ ฯลฯ                      						มี   "     ๔
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c112" >
		<para id="s3b42c112p">
			<remark  id="s3b42c112l1" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c112l2" />	      กับ ฯลฯ                      						มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c112l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c112l4" />	      กับ ฯลฯ                      						มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c112l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c112l6" />	      กับ ฯลฯ                      						มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c112l7" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c112l8" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c112l9" />	[๑๖๕] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c112l10" />	      กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย          			มีวาระ ๔
			<remark  id="s3b42c112l11" />	      ในอธิปติปัจจัย       	กับ ฯลฯ     			มี   "     ๔
			<remark  id="s3b42c112l12" />	      ในอวิคตปัจจัย       	กับ ฯลฯ     			มี   "     ๗
			<remark  id="s3b42c112l13" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c112l14" />	                 			 ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c112l15" />	                 			นเหตุสเหตุกทุกะ จบ
			<remark  id="s3b42c112l16" />	                    			สัปปัจจยทุกะ
			<remark  id="s3b42c112l17" />	                     			ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c112l18" />	[๑๖๖] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c112l19" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปัจจยธรรม    ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c112l20" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหา-
			<remark  id="s3b42c112l21" />ภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c112l22" />	[๑๖๗] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c112l23" />	ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c112l24" />	[๑๖๘] ในเหตุปัจจัย                    			มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c112l25" />	      ในอารัมมณปัจจัย                 			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c112l26" />	      ในอวิคตปัจจัย                   			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c112l27" />	                     			อนุโลม จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c113" >
		<para id="s3b42c113p">
			<remark  id="s3b42c113l1" />	[๑๖๙] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c113l2" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปัจจยธรรม    ซึ่งเป็นอเหตุกะ
			<remark  id="s3b42c113l3" />ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c113l4" />	ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่
			<remark  id="s3b42c113l5" />สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c113l6" />	[๑๗๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย            			มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c113l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย         			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c113l8" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย           			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c113l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย           				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c113l10" />	                    			ปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c113l11" />	[๑๗๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c113l12" />	      กับเหตุปัจจัย                     						มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c113l13" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c113l14" />	      กับ ฯลฯ                        						มี   "     ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c113l15" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c113l16" />	      กับ ฯลฯ                        						มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c113l17" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c113l18" />	[๑๗๒] ในอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c113l19" />	      กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย            				มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c113l20" />	      ในอนันตรปัจจัย       	กับ ฯลฯ      			มี   "     ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c113l21" />	      ในอวิคตปัจจัย        		กับ ฯลฯ      			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c113l22" />	                  			ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c113l23" />	             	สหชาตวาร เหมือนกับ ปฏิจจวาร
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c114" >
		<para id="s3b42c114p">
			<remark  id="s3b42c114l1" />	                     			ปัจจยวาร
			<remark  id="s3b42c114l2" />	[๑๗๓] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c114l3" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปัจจยธรรม
			<remark  id="s3b42c114l4" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหา-
			<remark  id="s3b42c114l5" />ภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c114l6" />	[๑๗๔] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c114l7" />	ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c114l8" />	ในปัจจัยทั้งปวง มีวาระ ๑ เท่านั้น
			<remark  id="s3b42c114l9" />	                     			ปัญหาวาร
			<remark  id="s3b42c114l10" />	[๑๗๕] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c114l11" />	คือ เหตุทั้งหลาย ที่เป็นสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์     และจิตตสมุฏฐาน-
			<remark  id="s3b42c114l12" />รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c114l13" />	[๑๗๖] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c114l14" />	คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่งกุศลกรรมนั้น
			<remark  id="s3b42c114l15" />	บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c114l16" />	 ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน
			<remark  id="s3b42c114l17" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c114l18" />กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
			<remark  id="s3b42c114l19" />	จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม โดยความเป็นของไม่
			<remark  id="s3b42c114l20" />เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c114l21" />	บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
			<remark  id="s3b42c114l22" />	บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสัปปัจจยธรรม โดยเจโตปริยญาณ
			<remark  id="s3b42c114l23" />	อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานา-
			<remark  id="s3b42c114l24" />สัญญายตนะ
			<remark  id="s3b42c114l25" />	รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c115" >
		<para id="s3b42c115p">
			<remark  id="s3b42c115l1" />	ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ   แก่
			<remark  id="s3b42c115l2" />บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ    แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l3" />	อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l4" />	คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน
			<remark  id="s3b42c115l5" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ-
			<remark  id="s3b42c115l6" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l7" />	[๑๗๗] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l8" />	มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
			<remark  id="s3b42c115l9" />	ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ    กระทำ
			<remark  id="s3b42c115l10" />กุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา
			<remark  id="s3b42c115l11" />	ในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c115l12" />	พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น แล้ว
			<remark  id="s3b42c115l13" />พิจารณา กระทำผลให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น
			<remark  id="s3b42c115l14" />	จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรมให้เป็นอารมณ์
			<remark  id="s3b42c115l15" />อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็น
			<remark  id="s3b42c115l16" />อารมณ์ อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
			<remark  id="s3b42c115l17" />	ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสัปปัจจยธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
			<remark  id="s3b42c115l18" />และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l19" />	อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l20" />	มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์
			<remark  id="s3b42c115l21" />อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
			<remark  id="s3b42c115l22" />	นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผลโดยอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l23" />	[๑๗๘] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c115l24" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย อุปนิสสยมูล มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c115l25" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c115l26" />	ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c115l27" />	ปัจจัยทั้งปวง มีวาระ ๑ เท่านั้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c116" >
		<para id="s3b42c116p">
			<remark  id="s3b42c116l1" />	[๑๗๙] ในเหตุปัจจัย                 			มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c116l2" />	      ในอารัมมณปัจจัย              			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l3" />	      ในอธิปติปัจจัย                				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l4" />	      ในอนันตรปัจจัย               			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l5" />	      ในสมนันตรปัจจัย              			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l6" />	      ในสหชาตปัจจัย               				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l7" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย              			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l8" />	      ในนิสสยปัจจัย                				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l9" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย              			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l10" />	      ในปุเรชาตปัจจัย              				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l11" />	      ในปัจจัยทั้งปวง               				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l12" />	      ในอวิคตปัจจัย                				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l13" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c116l14" />	                     		อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c116l15" />	[๑๘๐] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย     เป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b42c116l16" />โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c116l17" />ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c116l18" />	อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย   เป็นปัจจัยโดย
			<remark  id="s3b42c116l19" />อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c116l20" />	 [๑๘๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย         			มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c116l21" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย      			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c116l22" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย        				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l23" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย       				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l24" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย      			มี   "     ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c116l25" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย      			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l26" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย      				มี   "     ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c116l27" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย         				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l28" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย        				มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c116l29" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c116l30" />	                    			ปัจจนียะ จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c117" >
		<para id="s3b42c117p">
			<remark  id="s3b42c117l1" />	[๑๘๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l2" />	      กับเหตุปัจจัย                  						มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c117l3" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l4" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l5" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l6" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l7" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l8" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l9" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l10" />	      กับ ฯลฯ                     							มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c117l11" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l12" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c117l13" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l14" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l15" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l16" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l17" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l18" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l19" />	      ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l20" />	      กับ ฯลฯ                     							มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l21" />	                    			พึงนับอย่างนั้น
			<remark  id="s3b42c117l22" />	                  			อนุโลมปัจจนียะ จบ
			<remark  id="s3b42c117l23" />	[๑๘๓] ในอารัมมณปัจจัย      กับเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c117l24" />	      ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย               					มีวาระ ๒
			<remark  id="s3b42c117l25" />	      ในอธิปติปัจจัย        		กับ ฯลฯ   			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c117l26" />	      ในอนันตรปัจจัย       	กับ ฯลฯ   			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l27" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย      	กับ ฯลฯ   			มี   "     ๒
			<remark  id="s3b42c117l28" />	      ในปุเรชาตปัจจัย      		กับ ฯลฯ   			มี   "     ๑ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c117l29" />	      ในอวิคตปัจจัย        		กับ ฯลฯ   			มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c117l30" />	                    		พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c117l31" />	                  		ปัจจนียานุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c117l32" />	                   	สัปปัจจยทุกะ จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c118" >
		<para id="s3b42c118p">
			<remark  id="s3b42c118l1" />	                     		สังขตทุกะ
			<remark  id="s3b42c118l2" />	                     		ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c118l3" />	[๑๘๔] สังขตธรรม อาศัยสังขตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c118l4" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังขตธรรม
			<remark  id="s3b42c118l5" />	ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหา-
			<remark  id="s3b42c118l6" />ภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป   อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c118l7" />	ทุกะนี้ พึงกระทำเหมือนสัปปัจจยทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
			<remark  id="s3b42c118l8" />	                    		สังขตทุกะ จบ
			<remark  id="s3b42c118l9" />	                    		สนิทัสสนทุกะ
			<remark  id="s3b42c118l10" />	                     		ปฏิจจวาร
			<remark  id="s3b42c118l11" />	[๑๘๕] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c118l12" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑   ที่เป็นอนิทัสสน-
			<remark  id="s3b42c118l13" />ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c118l14" />	ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม   อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c118l15" />อนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย  ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ  มหาภูตรูป ๑
			<remark  id="s3b42c118l16" />ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูป
			<remark  id="s3b42c118l17" />ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c118l18" />	สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c118l19" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม
			<remark  id="s3b42c118l20" />	ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปที่เป็นสนิทัสสนธรรม
			<remark  id="s3b42c118l21" />อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c118l22" />	สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น    เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c118l23" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัย
			<remark  id="s3b42c118l24" />ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c119" >
		<para id="s3b42c119p">
			<remark  id="s3b42c119l1" />	ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม
			<remark  id="s3b42c119l2" />และอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c119l3" />	[๑๘๖] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
			<remark  id="s3b42c119l4" />	คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ    ในปฏิสนธิขณะ
			<remark  id="s3b42c119l5" />ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c119l6" />	[๑๘๗] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c119l7" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑   ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c119l8" />อนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c119l9" />ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c119l10" />	สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c119l11" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม
			<remark  id="s3b42c119l12" />จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c119l13" />	สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น   เพราะอธิปติปัจจัย
			<remark  id="s3b42c119l14" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม
			<remark  id="s3b42c119l15" />อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป    ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c119l16" />สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c119l17" />	               			ฯลฯ พึงกระทำทุกปัจจัย
			<remark  id="s3b42c119l18" />	[๑๘๘] ในเหตุปัจจัย                 				มีวาระ ๓
			<remark  id="s3b42c119l19" />	      ในอารัมมณปัจจัย              				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c119l20" />	      ในอธิปติปัจจัย                					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c119l21" />	      ในอนันตรปัจจัย               				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c119l22" />	      ในสมนันตรปัจจัย              				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c119l23" />	      ในสหชาตปัจจัย               					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c119l24" />	      ในอัญญมัญญปัจจัย              				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c119l25" />	      ในนิสสยปัจจัย                					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c119l26" />	      ในอุปนิสสยปัจจัย              				มี   "     ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c120" >
		<para id="s3b42c120p">
			<remark  id="s3b42c120l1" />	      ในปุเรชาตปัจจัย              					มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c120l2" />	      ในอาเสวนปัจจัย              					มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c120l3" />	      ในกัมมปัจจัย                 					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l4" />	      ในวิปากปัจจัย               					 มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l5" />	      ในปัจจัยทั้งปวง              					 มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l6" />	      ในมัคคปัจจัย                 					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l7" />	      ในสัมปยุตตปัจจัย              				มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c120l8" />	      ในวิปปยุตตปัจจัย              				มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l9" />	      ในอัตถิปัจจัย                 					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l10" />	      ในนัตถิปัจจัย                 					มี   "     ๑
			<remark  id="s3b42c120l11" />	      ในวิคตปัจจัย                 					มีวาระ ๑
			<remark  id="s3b42c120l12" />	      ในอวิคตปัจจัย                					มี   "     ๓
			<remark  id="s3b42c120l13" />	                    			พึงนับอย่างนี้
			<remark  id="s3b42c120l14" />	                     			อนุโลม จบ
			<remark  id="s3b42c120l15" />	[๑๘๙] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c120l16" />	คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c120l17" />อนิทัสสนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c120l18" />	ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ
			<remark  id="s3b42c120l19" />มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป   ที่เป็นอนิทัสสนธรรม  อาศัย
			<remark  id="s3b42c120l20" />มหาภูตรูปทั้งหลาย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c120l21" />	ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา    ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c120l22" />อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
			<remark  id="s3b42c120l23" />	สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
			<remark  id="s3b42c120l24" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม
			<remark  id="s3b42c120l25" />ซึ่งเป็นอเหตุกะ
			<remark  id="s3b42c120l26" />	ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม
		</para>
	</section>
	<section id="s3b42c121" >
		<para id="s3b42c121p">
			<remark  id="s3b42c121l1" />	อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป   ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
			<remark  id="s3b42c121l2" />อสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
			<remark  id="s3b42c121l3" />	สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น   ไม่ใช่เพราะเหตุ-
			<remark  id="s3b42c121l4" />ปัจจัย
			<remark  id="s3b42c121l5" />	คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม     อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
			<remark  id="s3b42c121l6" />อนิทัสสนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุทุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c121l7" />	ในปฏิสนธิขณะ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ    อาหารสมุฏฐานรูป
			<remark  id="s3b42c121l8" />ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
			<remark  id="s3b42c121l9" />	ส่วนพวกอสัญญสัตว์
