<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!DOCTYPE book PUBLIC "-//OASIS//DTD DocBook XML V5.0//EN" "http://www.oasis-open.org/docbook/xml/4.5/docbookx.dtd">
<chapter id="s3b36">
	<title>ธาตุกถา-ปุคคลปัญญัติปกรณ์</title>
	<section id="s3b36c1" >
		<para id="s3b36c1p">
			<remark  id="s3b36c1l1" />							พระอภิธรรมปิฎก
			<remark  id="s3b36c1l2" />								เล่ม ๓
			<remark  id="s3b36c1l3" />						ธาตุ-ปุคคลบัญญัติปกรณ์
			<remark  id="s3b36c1l4" />	ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
			<remark  id="s3b36c1l5" />								มาติกา
			<remark  id="s3b36c1l6" />						 ๑. นยมาติกา ๑๔ นัย
			<remark  id="s3b36c1l7" />	[๑]  ๑. สงฺคโห อสงฺคโห    		การสงเคราะห์ได้การสงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c1l8" />	        ๒. สงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ  	ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c1l9" />	        ๓. อสงฺคหิเตน สงฺคหิตํ  	ธรรมที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c1l10" />	       ๔. สงฺคหิเตน สงฺคหิตํ   	       ธรรมที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่ที่สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c1l11" />	      ๕. อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ 	ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c1l12" />	       ๖. สมฺปโยโค วิปฺปโยโค 	การประกอบได้ การประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c1l13" />	      ๗. สมฺปยุตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ 	ธรรมที่ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมที่ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c1l14" />	      ๘. วิปฺปยุตเตน สมฺปยุตฺตํ 	ธรรมที่ประกอบได้ด้วยธรรมที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c1l15" />	      ๙. สมฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺตํ 	ธรรมที่ประกอบได้ด้วยธรรมที่ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c1l16" />	     ๑๐. วิปฺปยุตเตน วิปฺปยุตฺตํ 	ธรรมที่ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c1l17" />	     ๑๑. สงฺคหิเตน สมฺปยุตฺตํ  	ธรรมที่ประกอบได้ ธรรมที่ประกอบไม่ได้  ด้วย
			<remark  id="s3b36c1l18" />		 วิปฺปยุตฺตํ          		ธรรมที่สงเคราะห์ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c2" >
		<para id="s3b36c2p">
			<remark  id="s3b36c2l1" />	  ๑๒. สมฺปยุตฺเตน สงฺคหิตํ  	ธรรมที่สงเคราะห์ได้ ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้  ด้วย
			<remark  id="s3b36c2l2" />อสงฺคหิตํ          		ธรรมที่ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c2l3" />	  ๑๓. อสงฺคหิเตน สมฺปยุตฺตํ 	ธรรมที่ประกอบได้ ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้   ด้วย
			<remark  id="s3b36c2l4" />		 วิปฺปยุตฺตํ          		ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c2l5" />	  ๑๔. วิปฺปยุตฺเตน สงฺคหิตํ  		ธรรมที่สงเคราะห์ได้ ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้  ด้วย
			<remark  id="s3b36c2l6" />		 อสงฺคหิตํ          		ธรรมที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c2l7" />			 ๒. อัพภันตรมาติกา ๑๒๕ บท
			<remark  id="s3b36c2l8" />	  ๑. ปฺจกฺขนฺธา         		ขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c2l9" />	  ๒. ทฺวาทสายตนานิ      	อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c2l10" />	  ๓. อฏฺารส ธาตุโย     		ธาตุ ๑๘
			<remark  id="s3b36c2l11" />	  ๔. จตฺตาริ สจฺจานิ      		สัจจะ ๔
			<remark  id="s3b36c2l12" />	  ๕. พาวีสตินฺทฺริยานิ      	อินทรีย์ ๒๒
			<remark  id="s3b36c2l13" />	  ๖. ปฏิจฺจสมุปฺปาโท      	ปฏิจจสมุปบาท
			<remark  id="s3b36c2l14" />	  ๗. จตฺตาโร สติปฏฺานา  	สติปัฏฐาน ๔
			<remark  id="s3b36c2l15" />	  ๘. จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา 	สัมมัปปธาน ๔
			<remark  id="s3b36c2l16" />	  ๙. จตฺตาโร อิทฺธิปาทา  	อิทธิบาท ๔
			<remark  id="s3b36c2l17" />	 ๑๐. จตฺตาริ ฌานานิ     		ฌาน ๔
			<remark  id="s3b36c2l18" />	 ๑๑. จตสฺโส อปฺปมฺาโย  อัปปมัญญา ๔
			<remark  id="s3b36c2l19" />	 ๑๒. ปฺจินฺทฺริยานิ       		อินทรีย์ ๕
			<remark  id="s3b36c2l20" />	 ๑๓. ปฺจ พลานิ        		พละ ๕
			<remark  id="s3b36c2l21" />	 ๑๔. สตฺต โพชฺฌงฺคา     	โพชฌงค์ ๗
			<remark  id="s3b36c2l22" />	 ๑๕. อริโย อฏงฺคิโค มคฺโค  อริยมรรคมีองค์ ๘
			<remark  id="s3b36c2l23" />	 ๑๖. ผสฺโส            			ผัสสะ
			<remark  id="s3b36c2l24" />	 ๑๗. เวทนา           			เวทนา
			<remark  id="s3b36c2l25" />	 ๑๘. สฺา            			สัญญา
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c3" >
		<para id="s3b36c3p">
			<remark  id="s3b36c3l1" />	 ๑๙. เจตนา           			เจตนา
			<remark  id="s3b36c3l2" />	 ๒๐. จิตฺตํ             			จิต
			<remark  id="s3b36c3l3" />	 ๒๑. อธิโมกฺโข         		อธิโมกข์
			<remark  id="s3b36c3l4" />	 ๒๒. มนสิกาโร        		 มนสิการ
			<remark  id="s3b36c3l5" />			๓. นยมุขมาติกา ๔ นัย
			<remark  id="s3b36c3l6" />	 ๑. ตีหิ สงฺคโห         		การสงเคราะห์ได้ด้วยธรรม ๓
			<remark  id="s3b36c3l7" />	 ๒. ตีหิ อสงฺคโห        	การสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรม ๓
			<remark  id="s3b36c3l8" />	 ๓. จตูหิ สมฺปโยโค      	การประกอบได้ด้วยธรรม ๔
			<remark  id="s3b36c3l9" />	 ๔. จตูหิ วิปฺปโยโค     	การประกอบไม่ได้ด้วยธรรม ๔
			<remark  id="s3b36c3l10" />			  ๔. ลักขณมาติกา ๒ ลักษณะ
			<remark  id="s3b36c3l11" />	 ๑. สภาโค            		ธรรมที่มีส่วนเสมอกัน
			<remark  id="s3b36c3l12" />	 ๒. วิสภาโค           		ธรรมที่มีส่วนไม่เสมอกัน
			<remark  id="s3b36c3l13" />			   ๕. พาหิรมาติกา
			<remark  id="s3b36c3l14" />		   ธรรมสังคณีปกรณ์ แม้ทั้งหมด เป็นมาติกาแห่งธาตุกถาปกรณ์ แล
			<remark  id="s3b36c3l15" />			     มาติกา จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c4" >
		<para id="s3b36c4p">
			<remark  id="s3b36c4l1" />			  ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c4l2" />	[๒] รูปขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? รูปขันธ์  สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c4l3" />ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์  อายตนะ ธาตุเท่าไร?
			<remark  id="s3b36c4l4" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c4l5" />	[๓] เวทนาขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? เวทนาขันธ์ 
			<remark  id="s3b36c4l6" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c4l7" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c4l8" />	[๔] สัญญาขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?  สัญญาขันธ์
			<remark  id="s3b36c4l9" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c4l10" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c4l11" />	[๕] สังขารขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c4l12" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c4l13" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c4l14" />	[๖] วิญญาณขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? วิญญาณขันธ์
			<remark  id="s3b36c4l15" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c4l16" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c4l17" />	[๗] รูปขันธ์และเวทนาขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ  เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c4l18" />รูปขันธ์และเวทนาขันธ์  สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c4l19" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c4l20" />	[๘] รูปขันธ์และสัญญาขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑.
			<remark  id="s3b36c4l21" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c4l22" />ธาตุ ๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c5" >
		<para id="s3b36c5p">
			<remark  id="s3b36c5l1" />	[๙] รูปขันธ์และสังขารขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑  ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c5l2" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c5l3" /> ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c5l4" />	[๑๐] รูปขันธ์และวิญญาณขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘
			<remark  id="s3b36c5l5" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะ
			<remark  id="s3b36c5l6" /> ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c5l7" />	[๑๑] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์และสัญญาขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์  อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c5l8" />เท่าไร? รูปขันธ์ เวทนาขันธ์และสัญญาขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c5l9" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c5l10" />ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c5l11" />	[๑๒] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์และสังขารขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c5l12" />ธาตุ ๑๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c5l13" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c5l14" />	[๑๓] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์และวิญญาณขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c5l15" /> ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c5l16" />ไม่มีอายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c5l17" />	[๑๔] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c5l18" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์  และสังขารขันธ์ สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c5l19" />ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c5l20" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c5l21" />	[๑๕] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และวิญญาณขันธ์   สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c5l22" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c5l23" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ ไม่มีอายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c6" >
		<para id="s3b36c6p">
			<remark  id="s3b36c6l1" />	[๑๖] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์และวิญญาณขันธ์ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c6l2" />ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? รูปขันธ์ เวทนาขันธ์สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์และ
			<remark  id="s3b36c6l3" />วิญญาณขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c6l4" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c6l5" />	[๑๗] ขันธ์ ๕ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ขันธ์ ๕ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c6l6" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c6l7" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c6l8" />	[๑๘] จักขวายตนะ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? จักขวายตนะ
			<remark  id="s3b36c6l9" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c6l10" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c6l11" />	[๑๙] โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ
			<remark  id="s3b36c6l12" />คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c6l13" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c6l14" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c6l15" />	[๒๐] มนายตนะ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c6l16" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c6l17" />	[๒๑] ธัมมายตนะ ยกเว้นอสังขตะ [คือนิพพาน] ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c6l18" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c6l19" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c6l20" />	[๒๒] จักขวายตนะและโสตายตนะ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c6l21" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c6l22" /> ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c6l23" />	[๒๓] จักขวายตนะและฆานายตนะ จักขวายตนะและชิวหายนะ จักขวายตนะ
			<remark  id="s3b36c6l24" />และกายายตนะ จักขวายตนะและรูปายตนะ จักขวายนะและสัททายตนะ จักขวายตนะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c7" >
		<para id="s3b36c7p">
			<remark  id="s3b36c7l1" />และคันธายตนะ จักขวายตนะและรสายตนะ จักขวายตนะและโผฏฐัพพายตนะ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c7l2" />ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c7l3" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c7l4" />	[๒๔] จักขวายตนะและมนายตนะ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c7l5" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c7l6" />ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c7l7" />	[๒๕] จักขวายตนะและธัมมายตนะ ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c7l8" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ  ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c7l9" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c7l10" />	[๒๖] อายตนะ ๑๒ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c7l11" />ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c7l12" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c7l13" />	[๒๗] จักขุธาตุ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? จักขุธาตุ
			<remark  id="s3b36c7l14" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c7l15" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c7l16" />	[๒๘] โสตธาตุ ฆานธาตุ ชิวหาธาตุ กายธาตุ รูปธาตุ สัททธาตุ คันธธาตุ
			<remark  id="s3b36c7l17" />รสธาตุ โผฏฐัพพธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ  ฆานวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c7l18" />ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c7l19" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c7l20" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c7l21" />	[๒๙] ธัมมธาตุ ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c7l22" />ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c7l23" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c8" >
		<para id="s3b36c8p">
			<remark  id="s3b36c8l1" />	[๓๐] จักขุธาตุและโสตธาตุ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c8l2" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c8l3" />ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c8l4" />	[๓๑] จักขุธาตุและฆานธาตุ จักขุธาตุและชิวหาธาตุ จักขุธาตุและกายธาตุ
			<remark  id="s3b36c8l5" />จักขุธาตุและรูปธาตุ จักขุธาตุและสัททธาตุ จักขุธาตุและคันธธาตุ จักขุธาตุและรสธาตุ
			<remark  id="s3b36c8l6" /> จักขุธาตุและโผฏฐัพพธาตุ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c8l7" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c8l8" />	[๓๒] จักขุธาตุและจักขุวิญญาณธาตุ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c8l9" />ธาตุ ๒ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b36c8l10" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c8l11" />	[๓๓] จักขุธาตุและโสตวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและฆานวิญญาณธาตุ จักขุธาตุ
			<remark  id="s3b36c8l12" />และชิวหาวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและกายวิญญาณธาตุจักขุธาตุและมโนธาตุ จักขุธาตุ
			<remark  id="s3b36c8l13" />และมโนวิญญาณธาตุ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c8l14" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c8l15" />	[๓๔] จักขุธาตุและธัมมธาตุ ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์  สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c8l16" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c8l17" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c8l18" />	[๓๕] ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ธาตุ ๑๘ ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c8l19" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c8l20" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c8l21" />	[๓๖] ทุกขสัจ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ทุกขสัจ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c8l22" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c8l23" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c9" >
		<para id="s3b36c9p">
			<remark  id="s3b36c9l1" />	[๓๗] สมุทยสัจ มรรคสัจ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c9l2" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c9l3" />	[๓๘] นิโรธสัจ ไม่มีขันธ์อะไรที่สงเคราะห์ได้ สงเคราะห์ได้ด้วย  อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c9l4" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c9l5" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c9l6" />	[๓๙] ทุกขสัจและสมุทยสัจ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.
			<remark  id="s3b36c9l7" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่
			<remark  id="s3b36c9l8" />สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c9l9" />	[๔๐] ทุกขสัจและมรรคสัจ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.
			<remark  id="s3b36c9l10" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c9l11" />ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c9l12" />	[๔๑] ทุกขสัจและนิโรธสัจ ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c9l13" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c9l14" /> ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c9l15" />	[๔๒] ทุกขสัจ สมุทยสัจ และมรรคสัจ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c9l16" />ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c9l17" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c9l18" />	[๔๓] ทุกขสัจ สมุทยสัจ และนิโรธสัจ ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c9l19" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่
			<remark  id="s3b36c9l20" />มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c9l21" />	[๔๔] ทุกขสัจ สมุทยสัจ มรรคสัจ และนิโรธสัจ ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c9l22" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c9l23" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c10" >
		<para id="s3b36c10p">
			<remark  id="s3b36c10l1" />	[๔๕] สัจจะ ๔ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สัจจะ ๔  ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c10l2" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c10l3" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c10l4" />	[๔๖] จักขุนทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? จักขุนทรีย์
			<remark  id="s3b36c10l5" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c10l6" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c10l7" />	[๔๗] โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c10l8" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c10l9" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c10l10" />	[๔๘] มนินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c10l11" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c10l12" />	[๔๙] ชีวิตินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c10l13" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c10l14" />	[๕๐] สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์
			<remark  id="s3b36c10l15" />สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c10l16" />อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c10l17" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c10l18" />	[๕๑] จักขุนทรีย์และโสตินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c10l19" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c10l20" /> ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c10l21" />	[๕๒] จักขุนทรีย์และฆานินทรีย์ จักขุนทรีย์และชิวหินทรีย์  จักขุนทรีย์และ
			<remark  id="s3b36c10l22" />กายินทรีย์ จักขุนทรีย์และอิตถินทรีย์ จักขุนทรีย์และปุริสินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c10l23" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c10l24" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c11" >
		<para id="s3b36c11p">
			<remark  id="s3b36c11l1" />	[๕๓] จักขุนทรีย์และมนินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘.
			<remark  id="s3b36c11l2" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c11l3" />ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c11l4" />	[๕๔] จักขุนทรีย์และชีวิตินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c11l5" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c11l6" />ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c11l7" />	[๕๕] จักขุนทรีย์และสุขินทรีย์ จักขุนทรีย์และทุกขินทรีย์  จักขุนทรีย์และ
			<remark  id="s3b36c11l8" />โสมนัสสินทรีย์ จักขุนทรีย์และโทมนัสสินทรีย์ จักขุนทรีย์และอุเปกขินทรีย์ จักขุนทรีย์
			<remark  id="s3b36c11l9" />และสัทธินทรีย์ จักขุนทรีย์และวิริยินทรีย์จักขุนทรีย์และสตินทรีย์ จักขุนทรีย์และ
			<remark  id="s3b36c11l10" />สมาธินทรีย์ จักขุนทรีย์และปัญญินทรีย์ จักขุนทรีย์และอนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ จักขุน
			<remark  id="s3b36c11l11" />ทรีย์และอัญญินทรีย์ จักขุนทรีย์และอัญญาตาวินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c11l12" />ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อาย
			<remark  id="s3b36c11l13" />ตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c11l14" />	[๕๖] อินทรีย์ ๒๒ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? อินทรีย์ ๒๒
			<remark  id="s3b36c11l15" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๗ ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c11l16" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๕ธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c11l17" />	[๕๗] อวิชชา สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c11l18" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c11l19" />	[๕๘] สังขาร เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.
			<remark  id="s3b36c11l20" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c11l21" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c11l22" />	[๕๙] วิญญาณ เพราะสังขารเป็นปัจจัย สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c11l23" />ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c11l24" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c12" >
		<para id="s3b36c12p">
			<remark  id="s3b36c12l1" />	[๖๐] นามรูป เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑.
			<remark  id="s3b36c12l2" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c12l3" /> ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c12l4" />	[๖๑] สฬายตนะ เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๖
			<remark  id="s3b36c12l5" />ธาตุ ๑๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อาย
			<remark  id="s3b36c12l6" />ตนะ ๖ ธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c12l7" />	[๖๒] ผัสสะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนา เพราะผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหา
			<remark  id="s3b36c12l8" /> เพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทาน เพราะตัณหาเป็นปัจจัยกัมมภพ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b36c12l9" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c12l10" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c12l11" />	[๖๓] อุปปัตติภพ กามภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c12l12" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c12l13" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c12l14" />	[๖๔] รูปภพ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๕ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c12l15" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย อายตนะ ๗
			<remark  id="s3b36c12l16" />ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c12l17" />	[๖๕] อรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c12l18" /> อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c12l19" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c12l20" />	[๖๖] อสัญญาภพ เอกโวการภพ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c12l21" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c12l22" />ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c12l23" />	[๖๗] ชาติ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ ชรา สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ มรณะ
			<remark  id="s3b36c12l24" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c12l25" /> เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c13" >
		<para id="s3b36c13p">
			<remark  id="s3b36c13l1" />	[๖๘] โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน  สัมมัปปธาน
			<remark  id="s3b36c13l2" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c13l3" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c13l4" />	[๖๙] อิทธิบาท สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c13l5" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c13l6" />	[๗๐] ฌาน สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c13l7" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c13l8" />	[๗๑] อัปปมัญญา ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘
			<remark  id="s3b36c13l9" />ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์ มนสิการสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c13l10" />ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c13l11" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c13l12" />	[๗๒] จิต สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c13l13" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c13l14" />	[๗๓] กุศลธรรม อกุศลธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ  ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c13l15" />กุศลธรรม อกุศลธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c13l16" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c13l17" />	[๗๔] อัพยากตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c13l18" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c13l19" />อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c13l20" />	[๗๕] สุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม  สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c13l21" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c13l22" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c13l23" />	[๗๖] อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c13l24" /> ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c13l25" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c14" >
		<para id="s3b36c14p">
			<remark  id="s3b36c14l1" />	[๗๗] วิปากธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่
			<remark  id="s3b36c14l2" />ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c14l3" />	[๗๘] วิปากธัมมธรรม สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c14l4" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c14l5" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c14l6" />	[๗๙] เนววิปากนวิปากธัมมธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c14l7" />ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มี
			<remark  id="s3b36c14l8" />ขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้  สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c14l9" />	[๘๐] อุปาทินนุปาทานิยธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗.
			<remark  id="s3b36c14l10" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อะไรๆที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c14l11" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c14l12" />	[๘๑] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๗ ธาตุ ๘.
			<remark  id="s3b36c14l13" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c14l14" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๕ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c14l15" />	[๘๒] อนุปาทินนานุปาทานิยธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c14l16" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c14l17" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c14l18" />	[๘๓] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.
			<remark  id="s3b36c14l19" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่
			<remark  id="s3b36c14l20" />สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c14l21" />	[๘๔] สวิตักกสวิจารธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓.
			<remark  id="s3b36c14l22" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c14l23" /> ธาตุ ๑๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c15" >
		<para id="s3b36c15p">
			<remark  id="s3b36c15l1" />	[๘๕] อวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c15l2" /> ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c15l3" />	[๘๖] อวิตักกาวิจารธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c15l4" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ อะไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c15l5" />อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c15l6" />	[๘๗] สุขสหคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c15l7" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c15l8" />	[๘๘] อุเปกขาสหคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๗.
			<remark  id="s3b36c15l9" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c15l10" />ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c15l11" />	[๘๙] ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c15l12" />ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรม
			<remark  id="s3b36c15l13" />มหัคคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c15l14" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c15l15" />	[๙๐] เนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพธรรม เนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c15l16" />เนวาจยคามีนาปจยคามีธรรม เนวเสกขานาเสกขธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c15l17" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒  ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c15l18" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c15l19" />	[๙๑] ปริตตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c15l20" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c15l21" />ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c15l22" />	[๙๒] อัปปมาณธรรม ปณีตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c15l23" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c15l24" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c16" >
		<para id="s3b36c16p">
			<remark  id="s3b36c16l1" />	[๙๓] ปริตตารัมมณธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔  อายตนะ ๒  ธาตุ ๘.
			<remark  id="s3b36c16l2" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c16l3" />ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c16l4" />	[๙๔] มหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณธรรม หีนธรรมมิจฉัตตนิยตธรรม
			<remark  id="s3b36c16l5" />สัมมัตตนิยตธรรม มัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรม มัคคาธิบดีธรรม สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c16l6" />ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c16l7" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c16l8" />	[๙๕] มัชฌิมธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c16l9" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c16l10" />	[๙๖] อนิยตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c16l11" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c16l12" />ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c16l13" />	[๙๗] อุปปันนธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c16l14" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c16l15" />	[๙๘] อนุปปันนธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๗ ธาตุ ๘.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c16l16" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c16l17" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๕ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c16l18" />	[๙๙] อุปปาทีธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c16l19" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c16l20" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c16l21" />	[๑๐๐] อตีตธรรม อนาคตธรรม ปัจจุปปันนธรรม อัชฌัตตธรรม อัชฌัตตพหิท
			<remark  id="s3b36c16l22" />ธาธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c16l23" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c17" >
		<para id="s3b36c17p">
			<remark  id="s3b36c17l1" />	[๑๐๑] พหิทธาธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c17l2" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ  เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c17l3" />อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c17l4" />	[๑๐๒] อตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c17l5" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c17l6" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c17l7" />	[๑๐๓] ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c17l8" />อัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c17l9" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c17l10" />ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c17l11" />	[๑๐๔] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.
			<remark  id="s3b36c17l12" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c17l13" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c17l14" />	[๑๐๕] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๙ ธาตุ ๙.
			<remark  id="s3b36c17l15" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๓
			<remark  id="s3b36c17l16" />ธาตุ ๙
			<remark  id="s3b36c17l17" />	[๑๐๖] อนิทัสสนาปปฏิฆธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c17l18" />ขันธ์ ๕ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c17l19" />อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c17l20" />	[๑๐๗] เหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม  สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c17l21" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c17l22" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c18" >
		<para id="s3b36c18p">
			<remark  id="s3b36c18l1" />	[๑๐๘] นเหตุธรรม อเหตุกธรรม เหตุวิปปยุตตธรรม นเหตุอเหตุกธรรม ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c18l2" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c18l3" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c18l4" />	[๑๐๙] สเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตตธรรม สเหตุกนเหตุธรรม  เหตุสัมปยุตตนเหตุ
			<remark  id="s3b36c18l5" />ธรรม นเหตุสเหตุกธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c18l6" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c18l7" />	[๑๑๐] สัปปัจจยธรรม สังขตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c18l8" />ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c18l9" />อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c18l10" />	[๑๑๑] อัปปัจจยธรรม อสังขตธรรม ไม่มีขันธ์ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ได้ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c18l11" />ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่
			<remark  id="s3b36c18l12" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c18l13" />	[๑๑๒] สนิทัสสนธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c18l14" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c18l15" />	[๑๑๓] อนิทัสสนธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c18l16" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ  เท่าไร? ไม่มีขันธ์  อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c18l17" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c18l18" />	[๑๑๔] สัปปฏิฆธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c18l19" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c18l20" />	[๑๑๕] อัปปฏิฆธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c18l21" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ  เท่าไร? ไม่มีขันธ์อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c18l22" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c18l23" />	[๑๑๖] รูปีธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c18l24" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายนะ ๑ ธาตุ ๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c19" >
		<para id="s3b36c19p">
			<remark  id="s3b36c19l1" />	[๑๑๗] อรูปีธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c19l2" />ธาตุ ๘ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c19l3" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c19l4" />	[๑๑๘] โลกิยธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c19l5" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c19l6" />ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c19l7" />	[๑๑๙] โลภุตตรธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c19l8" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c19l9" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c19l10" />	[๑๒๐]  เกนจิวิญเญยยธรรม เกนจินวิญเญยยธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c19l11" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c19l12" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c19l13" />	[๑๒๑] อาสวธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c19l14" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c19l15" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c19l16" />	[๑๒๒] โนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c19l17" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c19l18" /> เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c19l19" />	[๑๒๓] สาสวธรรม สาสวโนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตสาสวธรรม สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c19l20" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c19l21" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c19l22" />	[๑๒๔] อนาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c19l23" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c19l24" /> เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c20" >
		<para id="s3b36c20p">
			<remark  id="s3b36c20l1" />	[๑๒๕] อาสวสัมปยุตตธรรม อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c20l2" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c20l3" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c20l4" />	[๑๒๖] สัญโญชนธรรม คันถธรรม โอฆธรรม โยคธรรม นีวรณธรรม
			<remark  id="s3b36c20l5" />ปรามาสธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.
			<remark  id="s3b36c20l6" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c20l7" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c20l8" />	[๑๒๗] โนปรามาสธรรม ปรามาสวิปปยุตตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c20l9" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c20l10" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c20l11" />	[๑๒๘] ปรามัฏฐธรรม ปรามัฏฐโนปรามาสธรรม ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐ
			<remark  id="s3b36c20l12" />ธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c20l13" /> ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c20l14" />	[๑๒๙] อปรามัฏฐธรรม ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม ยกเว้นอสังขตะออก
			<remark  id="s3b36c20l15" />จากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c20l16" />ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c20l17" />	[๑๓๐] ปรามาสสัมปยุตตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c20l18" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c20l19" />ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c20l20" />	[๑๓๑] สารัมมณธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c20l21" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c20l22" />	[๑๓๒] อนารัมมณธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c20l23" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c20l24" />ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c21" >
		<para id="s3b36c21p">
			<remark  id="s3b36c21l1" />	[๑๓๓] จิตตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c21l2" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c21l3" />	[๑๓๔] โนจิตตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c21l4" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c21l5" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c21l6" />	[๑๓๕] เจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c21l7" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c21l8" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c21l9" />	[๑๓๖] อเจตสิกธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c21l10" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c21l11" />ด้วยขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c21l12" />	[๑๓๗] จิตตวิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม ยกเว้นอสังขตะ ออกจากขันธ์แล้ว
			<remark  id="s3b36c21l13" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c21l14" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c21l15" />	[๑๓๘] จิตตสมุฏฐานธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๖ ธาตุ ๖.
			<remark  id="s3b36c21l16" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๖
			<remark  id="s3b36c21l17" />ธาตุ ๑๒
			<remark  id="s3b36c21l18" />	[๑๓๙] โนจิตตสมุฏฐานธรรม โนจิตตสหภูธรรม โนจิตตนานุปริวัตติธรรม
			<remark  id="s3b36c21l19" />ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c21l20" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c21l21" />อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c21l22" />	[๑๔๐] จิตตสหภูธรรม จิตตานุปริวัตติธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c21l23" /> ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c21l24" /> อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c22" >
		<para id="s3b36c22p">
			<remark  id="s3b36c22l1" />	[๑๔๑] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐ
			<remark  id="s3b36c22l2" />สมุฏฐานานุปริวัตติธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c22l3" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c22l4" />	[๑๔๒] โนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม
			<remark  id="s3b36c22l5" />โนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c22l6" />ขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c22l7" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c22l8" />	[๑๔๓] อัชฌัตติกธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๖ ธาตุ ๑๒. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c22l9" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๖ ธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c22l10" />	[๑๔๔] พาหิรธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c22l11" />อายตนะ ๖ ธาตุ ๖. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c22l12" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๖ ธาตุ ๑๒
			<remark  id="s3b36c22l13" />	[๑๔๕] อุปาทาธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c22l14" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c22l15" />	[๑๔๖] โนอุปาทาธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c22l16" />อายตนะ ๓ ธาตุ ๙. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c22l17" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย อายตนะ ๙ธาตุ ๙
			<remark  id="s3b36c22l18" />	[๑๔๗] อุปาทินนธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗.
			<remark  id="s3b36c22l19" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c22l20" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c22l21" />	[๑๔๘] อนุปาทินนธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c22l22" />อายตนะ ๗ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c22l23" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๕ธาตุ ๑๐
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c23" >
		<para id="s3b36c23p">
			<remark  id="s3b36c23l1" />	[๑๔๙] อุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c23l2" />กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c23l3" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c23l4" />	[๑๕๐] โนกิเลสธรรม อสังกิลิฏฐธรรม กิเลสวิปปยุตตธรรม ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c23l5" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c23l6" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c23l7" />	[๑๕๑] สังกิเลสิกธรรม สังกิเลสิกโนกิเลสธรรม กิเลสวิปปยุตต สังกิเลสิกธรรม 
			<remark  id="s3b36c23l8" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c23l9" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c23l10" />	[๑๕๒] อสังกิเลสิกธรรม กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจาก
			<remark  id="s3b36c23l11" />ขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c23l12" />ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c23l13" />	[๑๕๓] สังกิลิฏฐธรรม กิเลสสัมปยุตตธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมป
			<remark  id="s3b36c23l14" />ยุตตโนกิเลสธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c23l15" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c23l16" />	[๑๕๔] ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c23l17" />ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c23l18" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c23l19" />ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c23l20" />	[๑๕๕] นทัสสนปหาตัพพธรรม นภาวนาปหาตัพพธรรม นทัสสนปหาตัพพ
			<remark  id="s3b36c23l21" />เหตุกธรรม นภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c23l22" />ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c23l23" />อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c24" >
		<para id="s3b36c24p">
			<remark  id="s3b36c24l1" />	[๑๕๖] สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓.
			<remark  id="s3b36c24l2" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c24l3" /> ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c24l4" />	[๑๕๗] อวิตักกธรรม อวิจารธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์  สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c24l5" />ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c24l6" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c24l7" />	[๑๕๘] สัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c24l8" />ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c24l9" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c24l10" />	[๑๕๙] อัปปีติกธรรม นปีติสหคตธรรม นสุขสหคตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจาก
			<remark  id="s3b36c24l11" />ขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c24l12" />ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c24l13" />	[๑๖๐] สุขสหคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓.สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c24l14" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c24l15" />	[๑๖๑] อุเปกขาสหคตธรรม สงเคราะห์ได้ด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๗.
			<remark  id="s3b36c24l16" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c24l17" />ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c24l18" />	[๑๖๒] นอุเปกขาสหคตธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c24l19" />ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c24l20" />อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c24l21" />	[๑๖๓] กามาวจรธรรม ปริยาปันนธรรม สอุตตรธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c24l22" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c24l23" />อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c25" >
		<para id="s3b36c25p">
			<remark  id="s3b36c25l1" />	[๑๖๔] นกามาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม อนุตตรธรรม ยกเว้น อสังขตะออกจาก
			<remark  id="s3b36c25l2" />ขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c25l3" />ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c25l4" />	[๑๖๕] รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม สรณธรรม
			<remark  id="s3b36c25l5" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c25l6" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c25l7" />	[๑๖๖] นรูปาวจรธรรม นอรูปาวจรธรรม อนิยยานิกธรรม อนิยตธรรม อสรณ
			<remark  id="s3b36c25l8" />ธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?อรณธรรม ยกเว้นอสังขตะออกจาก
			<remark  id="s3b36c25l9" />ขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c25l10" />ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c25l11" />			  สังคหาสังคหปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c25l12" />			๒. สังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c25l13" />	[๑๖๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยจักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ธรรม
			<remark  id="s3b36c25l14" />เหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยจักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุโดยขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c25l15" />ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c25l16" />ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c25l17" />	[๑๖๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยจักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆาน
			<remark  id="s3b36c25l18" />วิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุมโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ โดย
			<remark  id="s3b36c25l19" />ขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c25l20" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๒
			<remark  id="s3b36c25l21" />	[๑๖๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยจักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหิน
			<remark  id="s3b36c25l22" />ทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ โดยขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตน
			<remark  id="s3b36c25l23" />สังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c26" >
		<para id="s3b36c26p">
			<remark  id="s3b36c26l1" />	[๑๗๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยอสัญญาภพ เอกโวการภพโดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c26l2" /> แต่สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c26l3" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๓ ธาตุ ๙
			<remark  id="s3b36c26l4" />	[๑๗๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยปริเทวะ และ สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย
			<remark  id="s3b36c26l5" />ขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c26l6" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c26l7" />	[๑๗๒] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมโดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c26l8" />แต่สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c26l9" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c26l10" />	[๑๗๓] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยสนิทัสสนธรรม โดยขันธสังคหะ แต่
			<remark  id="s3b36c26l11" />สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c26l12" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c26l13" />	[๑๗๔] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยสัปปฏิฆธรรม อุปาทาธรรมโดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c26l14" /> แต่สงเคราะห์ไม่ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c26l15" /> อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c26l16" />	อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๗ อินทรีย์ ๗ อสัญญาภพ ๑ เอกโวการภพ ๑ ปริเทวะ ๑
			<remark  id="s3b36c26l17" />สนิทัสสนธรรม ๑ สัปปฏิฆธรรม ๑ อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ๑อุปาทาธรรม ๑ ด้วยประการ
			<remark  id="s3b36c26l18" />ฉะนี้
			<remark  id="s3b36c26l19" />			สังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c26l20" />			๓. อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c26l21" />	[๑๗๕] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c26l22" />ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ โดยขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ได้ โดย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c27" >
		<para id="s3b36c27p">
			<remark  id="s3b36c27l1" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c27l2" />ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c27l3" />	[๑๗๖] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยนิโรธสัจ โดยขันธสังคหะแต่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c27l4" />ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c27l5" />ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c27l6" />	[๑๗๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ชีวิตินทรีย์ โดยขันธสังคหะ แต่
			<remark  id="s3b36c27l7" />สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c27l8" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c27l9" />	[๑๗๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์สุขินทรีย์ ทุกขิน
			<remark  id="s3b36c27l10" />ทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c27l11" />สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์
			<remark  id="s3b36c27l12" />อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะ
			<remark  id="s3b36c27l13" />ผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานเพราะตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพ
			<remark  id="s3b36c27l14" />เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย โดยขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c27l15" /> ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c27l16" />	[๑๗๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยชาติ ชรา มรณะ ฌาน โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c27l17" />แต่สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจาก
			<remark  id="s3b36c27l18" />ขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c27l19" />	[๑๘๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยโสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏ
			<remark  id="s3b36c27l20" />ฐาน สัมมัปปธาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗อริยมรรคมีองค์ ๘
			<remark  id="s3b36c27l21" /> ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์ มนสิการเหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุ
			<remark  id="s3b36c27l22" />เหตุสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะแต่สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c27l23" /> ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c28" >
		<para id="s3b36c28p">
			<remark  id="s3b36c28l1" />	[๑๘๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอัปปัจจยธรรม อสังขตธรรม โดยขันธ
			<remark  id="s3b36c28l2" />สังคหะ แต่สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c28l3" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c28l4" />	[๑๘๒] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสว
			<remark  id="s3b36c28l5" />สัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรม
			<remark  id="s3b36c28l6" />เหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c28l7" />	[๑๘๓] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถธรรมโอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c28l8" />โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรมโดยขันธสังคหะ แต่
			<remark  id="s3b36c28l9" />สงเคราะห์ได้ โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c28l10" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c28l11" />	[๑๘๔] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตต
			<remark  id="s3b36c28l12" />สังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐ
			<remark  id="s3b36c28l13" />สมุฏฐานานุปริวัตติธรรม โดยขันธสังคหะแต่สงเคราะห์ได้โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c28l14" />ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c28l15" />	[๑๘๕] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจิตตสหภูธรรม จิตตานุปริวัตติธรรม
			<remark  id="s3b36c28l16" /> โดยขันธสังคหะ แต่สงเคราะห์ได้โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c28l17" />อะไรๆ ที่สงเคราะห์ได้ สงเคราะห์ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c28l18" />	[๑๘๖] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย อุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลสสัง
			<remark  id="s3b36c28l19" />กิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรมโดยขันธสังคหะ แต่
			<remark  id="s3b36c28l20" />สงเคราะห์ได้โดยอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c28l21" /> ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c28l22" /> ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c28l23" />			อสังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c29" >
		<para id="s3b36c29p">
			<remark  id="s3b36c29l1" />			 ๔. สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c29l2" />	[๑๘๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วย สมุทยสัจ มัคคสัจ โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c29l3" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c29l4" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c29l5" />ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c29l6" />	[๑๘๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วย อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ สุขินทรีย์
			<remark  id="s3b36c29l7" />ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์
			<remark  id="s3b36c29l8" />สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตา
			<remark  id="s3b36c29l9" />วินทรีย์ อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b36c29l10" />ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานเพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพเพราะอุปาทาน
			<remark  id="s3b36c29l11" />เป็นปัจจัย โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน  สัมมัปปธาน
			<remark  id="s3b36c29l12" />อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เจตนา
			<remark  id="s3b36c29l13" />อธิโมกข์ มนสิการ เหตุกรรม เหตุสเหตุกธรรมเหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาสวธรรม
			<remark  id="s3b36c29l14" />สัญโญชนธรรม คันถธรรม โอฆธรรมโยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม
			<remark  id="s3b36c29l15" />อุปาทานธรรม กิเลสธรรมกิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมป
			<remark  id="s3b36c29l16" />ยุตตธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c29l17" />ธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนะสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c29l18" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c29l19" />ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c29l20" />			 สังคหิเตนสังคหิตปทนิทเทส จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c30" >
		<para id="s3b36c30p">
			<remark  id="s3b36c30l1" />			๕. อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c30l2" />	[๑๘๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c30l3" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c30l4" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c30l5" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c30l6" />	[๑๙๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c30l7" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c30l8" /> โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c30l9" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c30l10" />	[๑๙๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุ
			<remark  id="s3b36c30l11" />วิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ มนินทรีย์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c30l12" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c30l13" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c30l14" />	[๑๙๒] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจักขายตนะ ฯลฯโผฏฐัพพายตนะ
			<remark  id="s3b36c30l15" />จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c30l16" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c30l17" />	[๑๙๓] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์
			<remark  id="s3b36c30l18" />ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c30l19" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c30l20" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c30l21" />	[๑๙๔] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสมุทยสัจ มรรคสัจ  นิโรธสัจ
			<remark  id="s3b36c30l22" /> โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c30l23" /> โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c30l24" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c31" >
		<para id="s3b36c31p">
			<remark  id="s3b36c31l1" />	[๑๙๕] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ โดยขันธ
			<remark  id="s3b36c31l2" />สังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c31l3" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c31l4" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c31l5" />	[๑๙๖] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c31l6" />โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์
			<remark  id="s3b36c31l7" />อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารเพราะอวิชชา
			<remark  id="s3b36c31l8" />เป็นปัจจัย โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c31l9" />ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c31l10" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c31l11" />	[๑๙๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย โดย
			<remark  id="s3b36c31l12" />ขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c31l13" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c31l14" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c31l15" />	[๑๙๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยนามรูปเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย โดย
			<remark  id="s3b36c31l16" />ขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c31l17" /> โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c31l18" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c31l19" />	[๑๙๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสฬายตนะเพราะนามรูปเป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b36c31l20" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c31l21" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b36c31l22" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c31l23" />	[๒๐๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b36c31l24" /> เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัยอุปาทานเพราะตัณหาเป็น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c32" >
		<para id="s3b36c32p">
			<remark  id="s3b36c32l1" />ปัจจัย กรรมภพ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ  ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c32l2" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c32l3" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c32l4" />	[๒๐๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปภพ เนวสัญญานา สัญญาภพ
			<remark  id="s3b36c32l5" />จตุโวการภพ อิทธิบาท โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c32l6" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c32l7" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c32l8" />	[๒๐๒] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอสัญญาภพ เอกโวการภพ ชาติ
			<remark  id="s3b36c32l9" />ชรา มรณะ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c32l10" />ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c32l11" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c32l12" />	[๒๐๓] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยปริเทวะ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c32l13" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c32l14" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c32l15" />	[๒๐๔] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยโสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส
			<remark  id="s3b36c32l16" />สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗
			<remark  id="s3b36c32l17" />อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์   มนสิการ
			<remark  id="s3b36c32l18" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c32l19" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c32l20" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c32l21" />	[๒๐๕] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจิต โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c32l22" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c32l23" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c33" >
		<para id="s3b36c33p">
			<remark  id="s3b36c33l1" />	[๒๐๖] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยกุศลธรรม อกุศลธรรม  สุขเวทนา
			<remark  id="s3b36c33l2" />สัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม วิปากธรรม
			<remark  id="s3b36c33l3" />วิปากธัมมธรรม อนุปาทินนานุปาทานิยธรรม สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเล
			<remark  id="s3b36c33l4" />สิกธรรม สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม
			<remark  id="s3b36c33l5" />อุเปกขาสหคตธรรม ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุก
			<remark  id="s3b36c33l6" />ธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรม
			<remark  id="s3b36c33l7" /> มหัคคตธรรม อัปปมาณธรรม ปริตตารัมมณธรรม มหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c33l8" /> หีนธรรมปณีตธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรม   มัคคารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c33l9" />มัคคเหตุกธรรม มัคคาธิบดีธรรม อตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม ปัจจุปันนา
			<remark  id="s3b36c33l10" />รัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรมอัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c33l11" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c33l12" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c33l13" />อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c33l14" />	[๒๐๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสน
			<remark  id="s3b36c33l15" />สัปปฏิฆธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c33l16" />ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c33l17" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c33l18" />	[๒๐๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุ
			<remark  id="s3b36c33l19" />เหตุสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่าใด สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c33l20" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c33l21" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c34" >
		<para id="s3b36c34p">
			<remark  id="s3b36c34l1" />	[๒๐๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c34l2" />สเหตุกนเหตุธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c34l3" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c34l4" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c34l5" /> ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c34l6" />	[๒๑๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอัปปัจจยธรรม อสังขตธรรม โดย
			<remark  id="s3b36c34l7" />ขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c34l8" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c34l9" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c34l10" />	[๒๑๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสนิทัสสนธรรม สัปปฏิฆธรรม โดย
			<remark  id="s3b36c34l11" />ขันธสังคหะ อายตนะสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c34l12" /> โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c34l13" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๘
			<remark  id="s3b36c34l14" />	[๒๑๒] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปีธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c34l15" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c34l16" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c34l17" />	[๒๑๓] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปีธรรม โลกุตตรธรรม โดย
			<remark  id="s3b36c34l18" />ขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c34l19" />โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c34l20" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c34l21" />	[๒๑๔] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสาสวธรรม อาสว
			<remark  id="s3b36c34l22" />อาสวสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c34l23" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c34l24" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c35" >
		<para id="s3b36c35p">
			<remark  id="s3b36c35l1" />	[๒๑๕] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนาสวธรรม อาสวสัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c35l2" />อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l3" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l4" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c35l5" />	[๒๑๖] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถธรรม โอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c35l6" /> โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรม โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l7" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l8" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c35l9" /> ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c35l10" />	[๒๑๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอปรามัฏฐธรรม ปรามาสสัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c35l11" />ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม สารัมมณธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l12" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l13" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c35l14" />	[๒๑๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม โนจิตตธรรม
			<remark  id="s3b36c35l15" />จิตตวิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม จิตตสมุฏฐานธรรมจิตตสหภูธรรม จิตตานุ
			<remark  id="s3b36c35l16" />ปริวัตติธรรม พาหิรธรรม อุปาทาธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l17" />ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l18" /> ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c35l19" />	[๒๑๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยจิตตธรรม โดยขันธสังคหะ อายตน
			<remark  id="s3b36c35l20" />สังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c35l21" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c35l22" />ธาตุ ๑๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c36" >
		<para id="s3b36c36p">
			<remark  id="s3b36c36l1" />	[๒๒๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยเจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c36l2" />จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐ
			<remark  id="s3b36c36l3" />สมุฏฐานานุปริวัตติธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c36l4" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l5" /> ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c36l6" />	[๒๒๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอัชฌัตติกธรรม โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l7" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l8" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c36l9" /> ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c36l10" />	[๒๒๒] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลส
			<remark  id="s3b36c36l11" />สังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l12" />อายตนะสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l13" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c36l14" />ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c36l15" />	[๒๒๓] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอสังกิเลสิกธรรม สังกิลิฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c36l16" /> กิเลสสัมปยุตตธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรม กิเลสวิปปยุตต
			<remark  id="s3b36c36l17" />อสังกิเลสิกธรรม ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c36l18" />ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม
			<remark  id="s3b36c36l19" />สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคตธรรม นกามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม  อรูปาวจรธรรม
			<remark  id="s3b36c36l20" />อปริยาปันนธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม อนุตตรธรรม สรณธรรม โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l21" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c36l22" /> อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c36l23" />เท่าไร?ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c37" >
		<para id="s3b36c37p">
			<remark  id="s3b36c37l1" />			ข้อธรรมในอสังคหิเตนอสังคหิตบท
			<remark  id="s3b36c37l2" />รูป ธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์  นามรูป ภพ ๒ ชาติ
			<remark  id="s3b36c37l3" />ชรา มรณะ รูป อนารัมมณธรรม โนจิตตะจิตตวิปปยุตตะ วิสังสัฏฐะ สมุฏฐานะ
			<remark  id="s3b36c37l4" /> สหภู อนุปริวัตติ พาหิระอุปาทา
			<remark  id="s3b36c37l5" />		     รวม ๒๒ นัย นี้เป็นนัยที่ให้รู้ได้ง่าย
			<remark  id="s3b36c37l6" />			อสังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c37l7" />			 ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c37l8" />	[๒๒๔] รูปขันธ์ ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c37l9" /> ธาตุที่ประกอบได้ ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c37l10" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c37l11" />	[๒๒๕] เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c37l12" /> ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c37l13" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c37l14" /> ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c37l15" />	[๒๒๖] วิญญาณขันธ์ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.
			<remark  id="s3b36c37l16" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c37l17" /> ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c37l18" />	[๒๒๗] จักขวายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c37l19" /> ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c38" >
		<para id="s3b36c38p">
			<remark  id="s3b36c38l1" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c38l2" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c38l3" />	[๒๒๘] มนายตนะ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.
			<remark  id="s3b36c38l4" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c38l5" /> ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c38l6" />	[๒๒๙] จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?
			<remark  id="s3b36c38l7" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c38l8" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรม
			<remark  id="s3b36c38l9" />บางอย่าง
			<remark  id="s3b36c38l10" />	[๒๓๐] จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c38l11" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c38l12" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ 
			<remark  id="s3b36c38l13" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c38l14" />	[๒๓๑] สมุทยสัจ มัคคสัจ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c38l15" />ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c38l16" />เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c38l17" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c38l18" />	[๒๓๒] นิโรธสัจ จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c38l19" />ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c38l20" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c38l21" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c38l22" />	[๒๓๓] มนินทรีย์ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c38l23" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c38l24" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c39" >
		<para id="s3b36c39p">
			<remark  id="s3b36c39l1" />	[๒๓๔] สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c39l2" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบ
			<remark  id="s3b36c39l3" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c39l4" /> ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c39l5" />	[๒๓๕] อุเปกขินทรีย์ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๖ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c39l6" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c39l7" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c39l8" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c39l9" />	[๒๓๖] สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญ
			<remark  id="s3b36c39l10" />ตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
			<remark  id="s3b36c39l11" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c39l12" /> ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c39l13" />อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c39l14" />	[๒๓๗] วิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c39l15" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c39l16" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c39l17" />	[๒๓๘] ผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c39l18" /> ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c39l19" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c39l20" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c39l21" />	[๒๓๙] เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c39l22" />ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c39l23" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c39l24" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c40" >
		<para id="s3b36c40p">
			<remark  id="s3b36c40l1" />	[๒๔๐] ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานเพราะตัณหา เป็นปัจจัย กัมมภพ
			<remark  id="s3b36c40l2" />เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c40l3" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c40l4" /> ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c40l5" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c40l6" />	[๒๔๑] รูปภพ ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c40l7" />ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c40l8" /> อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๓
			<remark  id="s3b36c40l9" />	[๒๔๒] อรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพ ประกอบได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c40l10" />อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c40l11" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c40l12" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c40l13" />	[๒๔๓] อสัญญาภพ เอกโวการภพ ปริเทวะ ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c40l14" /> ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c40l15" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c40l16" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c40l17" />	[๒๔๔] โสกะ ทุกข์ โทมนัส ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c40l18" />ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c40l19" /> ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c40l20" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c40l21" />	[๒๔๕] อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c40l22" /> ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c40l23" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c40l24" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c41" >
		<para id="s3b36c41p">
			<remark  id="s3b36c41l1" />	[๒๔๖] อิทธิบาท ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๒ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c41l2" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c41l3" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c41l4" />	[๒๔๗] ฌาน ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c41l5" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c41l6" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c41l7" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c41l8" />	[๒๔๘] อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘
			<remark  id="s3b36c41l9" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c41l10" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c41l11" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c41l12" />	[๒๔๙] ผัสสะ เจตนา มนสิการ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c41l13" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c41l14" /> ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c41l15" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c41l16" />	[๒๕๐] เวทนา สัญญา ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c41l17" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c41l18" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c41l19" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c41l20" />	[๒๕๑] จิต ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบ
			<remark  id="s3b36c41l21" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c41l22" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c42" >
		<para id="s3b36c42p">
			<remark  id="s3b36c42l1" />	[๒๕๒] อธิโมกข์ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๒ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c42l2" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c42l3" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c42l4" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c42l5" />	[๒๕๓] กุศลธรรม อกุศลธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c42l6" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c42l7" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c42l8" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c42l9" />	[๒๕๔] สุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรมประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c42l10" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c42l11" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c42l12" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c42l13" />	[๒๕๕] อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c42l14" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c42l15" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c42l16" />	[๒๕๖] วิปากธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c42l17" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ประกอบ
			<remark  id="s3b36c42l18" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c42l19" />	[๒๕๗] วิปากธัมมธรรม สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ประกอบได้ด้วย ขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c42l20" /> ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c42l21" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย ขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c42l22" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c42l23" />	[๒๕๘] เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อนุปาทินนุปาทานิยธรรมประกอบได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c42l24" />อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c42l25" />ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c43" >
		<para id="s3b36c43p">
			<remark  id="s3b36c43l1" />	[๒๕๙] อนุปาทินนานุปาทานิยธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c43l2" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c43l3" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c43l4" />ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c43l5" />	[๒๖๐] สวิตักกสวิจารธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c43l6" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c43l7" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c43l8" />	[๒๖๑] อวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c43l9" />ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c43l10" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c43l11" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c43l12" />	[๒๖๒] อวิตักกาวิจารธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุหรือ? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c43l13" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c43l14" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c43l15" />	[๒๖๓] สุขสหคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ ประกอบได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c43l16" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c43l17" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c43l18" />	[๒๖๔] อุเปกขาสหคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c43l19" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c43l20" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c43l21" />	[๒๖๕] ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c43l22" />ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรมอปจยคามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรม
			<remark  id="s3b36c43l23" />มหัคคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c43l24" />ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c43l25" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c44" >
		<para id="s3b36c44p">
			<remark  id="s3b36c44l1" />	[๒๖๖] อัปปมาณธรรม ปณีตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?
			<remark  id="s3b36c44l2" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c44l3" /> ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c44l4" />	[๒๖๗] ปริตตารัมมณธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ  หรือ? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c44l5" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบ
			<remark  id="s3b36c44l6" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c44l7" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c44l8" />	[๒๖๘] มหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณธรรม หีนธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม
			<remark  id="s3b36c44l9" />สัมมัตตนิยตธรรม มัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรมมัคคาธิบดีธรรม ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c44l10" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c44l11" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c44l12" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c44l13" />	[๒๖๙] อนุปปันนธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c44l14" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c44l15" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c44l16" />	[๒๗๐] อตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c44l17" /> ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c44l18" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c44l19" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c44l20" />	[๒๗๑] ปัจจุปปันนารัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c44l21" />อัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c44l22" /> ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c44l23" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c45" >
		<para id="s3b36c45p">
			<remark  id="s3b36c45l1" />	[๒๗๒] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c45l2" /> อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c45l3" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c45l4" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c45l5" />	[๒๗๓] เหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c45l6" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.
			<remark  id="s3b36c45l7" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c45l8" /> ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c45l9" />	[๒๗๔] สเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c45l10" />หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c45l11" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c45l12" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c45l13" />	[๒๗๕] สเหตุกนเหตุธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม ประกอบ
			<remark  id="s3b36c45l14" />ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c45l15" />ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c45l16" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c45l17" />	[๒๗๖] อัปปัจจยธรรม อสังขตธรรม สนิทัสสนธรรม สัปปฏิฆธรรม รูปีธรรม
			<remark  id="s3b36c45l18" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.
			<remark  id="s3b36c45l19" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c45l20" />ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c45l21" />	[๒๗๗] โลกุตตรธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c45l22" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มี
			<remark  id="s3b36c45l23" />ขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c46" >
		<para id="s3b36c46p">
			<remark  id="s3b36c46l1" />	[๒๗๘] อาสวธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c46l2" />ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c46l3" /> ธรรมบางอย่าง ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c46l4" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c46l5" />	[๒๗๙] อนาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c46l6" />ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c46l7" />ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วย ธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c46l8" />	[๒๘๐] อาสวสัมปยุตตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?
			<remark  id="s3b36c46l9" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c46l10" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c46l11" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c46l12" />	[๒๘๑] อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c46l13" />ธรรมบางอย่าง ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c46l14" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c46l15" />	[๒๘๒] สัญโญชนธรรม คันถธรรม โอฆธรรม โยคธรรม นีวรณธรรม
			<remark  id="s3b36c46l16" />ปรามาสธรรมปรามาสปรามัฏฐธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c46l17" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c46l18" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c46l19" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c46l20" />	[๒๘๓] อปรามัฏฐธรรม ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c46l21" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ  ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c46l22" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c46l23" />ไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c47" >
		<para id="s3b36c47p">
			<remark  id="s3b36c47l1" />	[๒๘๔] ปรามาสสัมปยุตตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c47l2" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c47l3" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c47l4" />	[๒๘๕] สารัมมณธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c47l5" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ประกอบ
			<remark  id="s3b36c47l6" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรม
			<remark  id="s3b36c47l7" />บางอย่าง
			<remark  id="s3b36c47l8" />	[๒๘๖] อนารัมมณธรรม จิตตวิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม อุปาทาธรรม
			<remark  id="s3b36c47l9" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ ที่ประกอบได้.
			<remark  id="s3b36c47l10" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c47l11" />ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๗ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c47l12" />	[๒๘๗] จิตตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.
			<remark  id="s3b36c47l13" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c47l14" /> ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c47l15" />	[๒๘๘] เจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏ
			<remark  id="s3b36c47l16" />ฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม
			<remark  id="s3b36c47l17" /> ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c47l18" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c47l19" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c47l20" />	[๒๘๙] อนุปาทินนธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c47l21" />อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c47l22" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c47l23" />	[๒๙๐] อุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c47l24" /> กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วย
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c48" >
		<para id="s3b36c48p">
			<remark  id="s3b36c48l1" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c48l2" />เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c48l3" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c48l4" />	[๒๙๑] อสังกิเลสิกธรรม กิเลสวิปปยุตต   อสังกิเลสิกธรรมประกอบได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c48l5" />อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c48l6" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c48l7" />ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c48l8" />	[๒๙๒] สังกิลิฏฐธรรม กิเลสสัมปยุตตธรรม ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ
			<remark  id="s3b36c48l9" />หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c48l10" />เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c48l11" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c48l12" />	[๒๙๓] สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรมประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c48l13" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c48l14" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c48l15" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c48l16" />	[๒๙๔] ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c48l17" />ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c48l18" />ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c48l19" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c48l20" />	[๒๙๕] สวิตักกธรรม สวิจารธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c48l21" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c48l22" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c49" >
		<para id="s3b36c49p">
			<remark  id="s3b36c49l1" />	[๒๙๖] อวิตักกธรรม อวิจารธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ หรือ?
			<remark  id="s3b36c49l2" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c49l3" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c49l4" />	[๒๙๗] สัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c49l5" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c49l6" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c49l7" />	[๒๙๘] สุขสหคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c49l8" />. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c49l9" />ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c49l10" />	[๒๙๙] อุเปกขาสหคตธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c49l11" />ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c49l12" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c49l13" />	[๓๐๐] นกามาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม อนุตตรธรรม ประกอบได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c49l14" />อายตนะ ธาตุ หรือ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c49l15" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c49l16" />ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c49l17" />	[๓๐๑] รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม สรณธรรม
			<remark  id="s3b36c49l18" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ ที่ประกอบได้.
			<remark  id="s3b36c49l19" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c49l20" />ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c49l21" />			 สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c50" >
		<para id="s3b36c50p">
			<remark  id="s3b36c50l1" />			๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c50l2" />	[๓๐๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c50l3" />วิญญาณขันธ์ มนายตนะ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c50l4" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c50l5" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c50l6" />	[๓๐๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ
			<remark  id="s3b36c50l7" />มโนวิญญาณธาตุ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c50l8" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c50l9" />	[๓๐๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย มนินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c50l10" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c50l11" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c50l12" />	[๓๐๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c50l13" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c50l14" />ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c50l15" />	[๓๐๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ผัสสะ
			<remark  id="s3b36c50l16" />เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัยธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c50l17" /> ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต มนสิการธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c50l18" />ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c50l19" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c50l20" />	[๓๐๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อธิโมกข์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c50l21" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c50l22" />ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c50l23" />	[๓๐๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม อุเปกขา
			<remark  id="s3b36c50l24" />สหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c50l25" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c51" >
		<para id="s3b36c51p">
			<remark  id="s3b36c51l1" />	[๓๐๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สวิตักกสวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c51l2" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c51l3" />ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c51l4" />	[๓๑๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จิตตธรรม เจตสิกธรรมจิตตสัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c51l5" />จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐ
			<remark  id="s3b36c51l6" />สมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c51l7" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c51l8" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c51l9" />	[๓๑๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสวิตักกธรรม สวิจารธรรมธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c51l10" /> ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c51l11" />ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c51l12" />	[๓๑๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c51l13" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c51l14" />เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c51l15" />ธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c51l16" />			    สรุปข้อธรรม
			<remark  id="s3b36c51l17" />	ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ อินทรีย์ ๒ ปฏิจจสมุปบาท ๓ ธรรมมีผัสสะ
			<remark  id="s3b36c51l18" />เป็นที่ ๕ อธิโมกขเจตสิก มนสิการเจตสิก ธรรม ๓ บทในติกะ ธรรม ๗ บทใน
			<remark  id="s3b36c51l19" />มหันตรทุกะ ธรรมที่สัมปยุตด้วยมนายตนะอีก ๒ คือที่สัมปยุตด้วยวิตก วิจาร และที่
			<remark  id="s3b36c51l20" />สัมปยุตด้วยอุเบกขา
			<remark  id="s3b36c51l21" />			สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c52" >
		<para id="s3b36c52p">
			<remark  id="s3b36c52l1" />			๘. วิปปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c52l2" />	[๓๑๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย รูปขันธ์ ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c52l3" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c52l4" />	[๓๑๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c52l5" />วิญญาณขันธ์ ฯลฯ สรณธรรม อรณธรรม ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c52l6" /> ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c52l7" />			วิปปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c52l8" />			๙. สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c52l9" />	[๓๑๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c52l10" />ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c52l11" />ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c52l12" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c52l13" />	[๓๑๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุวิญญาณ
			<remark  id="s3b36c52l14" />ธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรม
			<remark  id="s3b36c52l15" />เหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c52l16" />	[๓๑๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสมุทยสัจ มรรคสัจ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c52l17" /> ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c52l18" /> ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c52l19" />	[๓๑๘] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยมนินทรีย์ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c52l20" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c52l21" />	[๓๑๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c52l22" />โทมนัสสินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c52l23" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c53" >
		<para id="s3b36c53p">
			<remark  id="s3b36c53l1" />	[๓๒๐] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยอุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c53l2" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๖ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c53l3" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c53l4" />	[๓๒๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์  สตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c53l5" />สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์
			<remark  id="s3b36c53l6" />อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรม
			<remark  id="s3b36c53l7" />เหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c53l8" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c53l9" />	[๓๒๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย วิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ธรรม
			<remark  id="s3b36c53l10" />เหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c53l11" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c53l12" />	[๓๒๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ผัสสะเพราะสฬายตนะ เป็นปัจจัย ธรรม
			<remark  id="s3b36c53l13" />เหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c53l14" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c53l15" />	[๓๒๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c53l16" />ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c53l17" /> ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c53l18" />	[๓๒๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทาน
			<remark  id="s3b36c53l19" />เพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c53l20" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c53l21" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c53l22" />	[๓๒๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย โสกะ ทุกขะ โทมนัส ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c53l23" />ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c53l24" />ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c54" >
		<para id="s3b36c54p">
			<remark  id="s3b36c54l1" />	[๓๒๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ธรรม
			<remark  id="s3b36c54l2" />เหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c54l3" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l4" />	[๓๒๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อิทธิบาท ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรม
			<remark  id="s3b36c54l5" />เหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๒ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c54l6" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l7" />	[๓๒๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ฌาน ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรม
			<remark  id="s3b36c54l8" />เหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c54l9" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l10" />	[๓๓๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕
			<remark  id="s3b36c54l11" />โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c54l12" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c54l13" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l14" />	[๓๓๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ผัสสะ เจตนา มนสิการ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c54l15" />ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c54l16" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l17" />	[๓๓๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เวทนา สัญญา ธรรมเหล่าใด ประกอบ
			<remark  id="s3b36c54l18" />ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c54l19" />ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l20" />	[๓๓๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จิต ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรม
			<remark  id="s3b36c54l21" />เหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรม
			<remark  id="s3b36c54l22" />บางอย่าง
			<remark  id="s3b36c54l23" />	[๓๓๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อธิโมกข์ ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c54l24" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๒ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c54l25" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c55" >
		<para id="s3b36c55p">
			<remark  id="s3b36c55l1" />	[๓๓๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมป
			<remark  id="s3b36c55l2" />ยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c55l3" />ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l4" />	[๓๓๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักก วิจารมัตตธรรม
			<remark  id="s3b36c55l5" />ปีติสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c55l6" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l7" />	[๓๓๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคตธรรม ธรรม
			<remark  id="s3b36c55l8" />เหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c55l9" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l10" />	[๓๓๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุเหตุสัมป
			<remark  id="s3b36c55l11" />ยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b36c55l12" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l13" />	[๓๓๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สเหตุกนเหตุธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b36c55l14" />นเหตุสเหตุกธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c55l15" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l16" />	[๓๔๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อาสวธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสว
			<remark  id="s3b36c55l17" />สัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c55l18" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l19" />	[๓๔๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c55l20" />ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c55l21" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c55l22" />	[๓๔๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สัญโญชนธรรม คันถธรรมโอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c55l23" />โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรมธรรมเหล่าใด ประกอบ
			<remark  id="s3b36c55l24" />ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้
			<remark  id="s3b36c55l25" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c56" >
		<para id="s3b36c56p">
			<remark  id="s3b36c56l1" />	[๓๔๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ปรามาสสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c56l2" />ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c56l3" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c56l4" />	[๓๔๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จิตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c56l5" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c56l6" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c56l7" />	[๓๔๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตต
			<remark  id="s3b36c56l8" />สังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐ
			<remark  id="s3b36c56l9" />สมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c56l10" /> ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c56l11" />	[๓๔๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลสสังกิเล
			<remark  id="s3b36c56l12" />สิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรมธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c56l13" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c56l14" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c56l15" />	[๓๔๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโน
			<remark  id="s3b36c56l16" />กิเลสธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สัปปีติกธรรมปีติสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c56l17" />ประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c56l18" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c56l19" />	[๓๔๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคตธรรม
			<remark  id="s3b36c56l20" />ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c56l21" />เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c56l22" />			สัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c57" >
		<para id="s3b36c57p">
			<remark  id="s3b36c57l1" />		     ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c57l2" />	[๓๔๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย รูปขันธ์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c57l3" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c57l4" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c57l5" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c57l6" />	[๓๕๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c57l7" />วิญญาณขันธ์ มนายตนะ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c57l8" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c57l9" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c57l10" />	[๓๕๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย จักขวายตนะ ฯลฯโผฏฐัพพายตนะ
			<remark  id="s3b36c57l11" />จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c57l12" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c57l13" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c57l14" />	[๓๕๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ
			<remark  id="s3b36c57l15" /> มโนวิญญาณธาตุ สมุทยสัจ มรรคสัจ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c57l16" />ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c57l17" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c57l18" />	[๓๕๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย นิโรธสัจ จักขุนทรีย์ ฯลฯกายินทรีย์
			<remark  id="s3b36c57l19" />อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c57l20" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c57l21" /> ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c58" >
		<para id="s3b36c58p">
			<remark  id="s3b36c58l1" />	[๓๕๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย มนินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c58l2" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c58l3" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c58l4" />	[๓๕๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c58l5" />โทมนัสสินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบ
			<remark  id="s3b36c58l6" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรม
			<remark  id="s3b36c58l7" />บางอย่าง
			<remark  id="s3b36c58l8" />	[๓๕๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่าใด ประกอบ
			<remark  id="s3b36c58l9" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c58l10" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c58l11" />	[๓๕๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c58l12" />สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์
			<remark  id="s3b36c58l13" />อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c58l14" />ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c58l15" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c58l16" />	[๓๕๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย วิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ผัสสะ
			<remark  id="s3b36c58l17" />เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c58l18" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c58l19" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c58l20" />	[๓๕๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทาน
			<remark  id="s3b36c58l21" />เพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c58l22" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c58l23" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c59" >
		<para id="s3b36c59p">
			<remark  id="s3b36c59l1" />	[๓๖๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย รูปภพ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c59l2" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c59l3" />ด้วยธาตุ ๓
			<remark  id="s3b36c59l4" />	[๓๖๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อสัญญาภพ เอกโวการภพ ปริเทวะ
			<remark  id="s3b36c59l5" />ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c59l6" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c59l7" />	[๓๖๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ
			<remark  id="s3b36c59l8" /> จตุโวการภพ โสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐานสัมมัปปธาน อิทธิบาท
			<remark  id="s3b36c59l9" />ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c59l10" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c59l11" /> ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c59l12" />	[๓๖๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต
			<remark  id="s3b36c59l13" /> มนสิการ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c59l14" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c59l15" />	[๓๖๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อธิโมกข์ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c59l16" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c59l17" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c59l18" />	[๓๖๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย กุศลธรรม อกุศลธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c59l19" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c59l20" /> ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c59l21" />	[๓๖๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สุขเวทนาสัมปตยุตธรรม  ทุกขเวทนา
			<remark  id="s3b36c59l22" />สัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c59l23" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c60" >
		<para id="s3b36c60p">
			<remark  id="s3b36c60l1" />	[๓๖๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อทุกขมสุขเวทนา สัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c60l2" />ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c60l3" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c60l4" />	[๓๖๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย วิปากธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบ
			<remark  id="s3b36c60l5" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c60l6" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c60l7" />	[๓๖๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย วิปากธัมมธรรม สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
			<remark  id="s3b36c60l8" /> ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c60l9" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c60l10" />	[๓๗๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย เนววิปากนวิปากธัมมธรรม อนุปาทินนุ
			<remark  id="s3b36c60l11" />ปาทานิยธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c60l12" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c60l13" />	[๓๗๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อนุปาทินนานุปาทานิยธรรม อสังกิลิฏฐา
			<remark  id="s3b36c60l14" />สังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c60l15" />อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c60l16" />	[๓๗๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย สวิตักกสวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c60l17" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c60l18" /> ธาตุ ๑๕ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c60l19" />	[๓๗๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วย อวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม
			<remark  id="s3b36c60l20" />ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c60l21" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c60l22" />	[๓๗๔] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกาวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c60l23" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c60l24" /> ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c61" >
		<para id="s3b36c61p">
			<remark  id="s3b36c61l1" />	[๓๗๕] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสุขสหคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c61l2" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c61l3" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c61l4" />	[๓๗๖] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบ
			<remark  id="s3b36c61l5" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c61l6" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c61l7" />	[๓๗๗] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพ
			<remark  id="s3b36c61l8" />ธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจย
			<remark  id="s3b36c61l9" />คามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรมมหัคคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรม
			<remark  id="s3b36c61l10" />เหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c61l11" />อายตนะ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c61l12" />	[๓๗๘] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอัปปมาณธรรม ปณีตธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c61l13" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c61l14" />ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c61l15" />	[๓๗๙] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยปริตตารัมมณธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบ
			<remark  id="s3b36c61l16" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c61l17" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c61l18" />	[๓๘๐] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยมหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณ
			<remark  id="s3b36c61l19" />ธรรม หีนธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรมมัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c61l20" />มัคคาธิบดีธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c61l21" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c61l22" />	[๓๘๑] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอนุปปันนธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c61l23" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c61l24" />ด้วยธาตุ ๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c62" >
		<para id="s3b36c62p">
			<remark  id="s3b36c62l1" />	[๓๘๒] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c62l2" />ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c62l3" />๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c62l4" />	[๓๘๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปัจจุบันนารัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณ
			<remark  id="s3b36c62l5" />ธรรม พหิทธารัมมณธรรม อัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรมธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c62l6" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c62l7" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c62l8" />	[๓๘๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆ
			<remark  id="s3b36c62l9" />ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c62l10" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c62l11" />	[๓๘๕] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยเหตุธรรม สเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตต
			<remark  id="s3b36c62l12" />ธรรม เหตุสเหตุกธรรม สเหตุกนเหตุธรรม เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุ
			<remark  id="s3b36c62l13" />ธรรม นเหตุสเหตุกธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c62l14" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c62l15" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c62l16" />	[๓๘๖] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอัปปัจจยธรรม อสังขตธรรม สนิทัสสน
			<remark  id="s3b36c62l17" />ธรรม สัปปฏิฆธรรม รูปีธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c62l18" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรม
			<remark  id="s3b36c62l19" />บางอย่าง
			<remark  id="s3b36c62l20" />	[๓๘๗] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยโลกุตตรธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c62l21" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c62l22" />ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c62l23" />	[๓๘๘] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสัมปยุตตธรรม อาสว
			<remark  id="s3b36c62l24" />สาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c63" >
		<para id="s3b36c63p">
			<remark  id="s3b36c63l1" />ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖.
			<remark  id="s3b36c63l2" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c63l3" />	[๓๘๙] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอนาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรม
			<remark  id="s3b36c63l4" />ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบ
			<remark  id="s3b36c63l5" />ไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c63l6" />	[๓๙๐] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถธรรมโอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c63l7" />โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสสัมปยุตตธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c63l8" />ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c63l9" />๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c63l10" />	[๓๙๑] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอปรามัฏฐธรรม ปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐ
			<remark  id="s3b36c63l11" />ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ
			<remark  id="s3b36c63l12" />ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วย ธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c63l13" />	[๓๙๒] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสารัมมณธรรม จิตตธรรม เจตสิกธรรม
			<remark  id="s3b36c63l14" />จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
			<remark  id="s3b36c63l15" />สหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c63l16" />ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c63l17" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c63l18" />	[๓๙๓] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม จิตตวิปปยุตตธรรม จิตต
			<remark  id="s3b36c63l19" />วิสังสัฏฐธรรม อุปาทาธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c63l20" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรม
			<remark  id="s3b36c63l21" />บางอย่าง
			<remark  id="s3b36c63l22" />	[๓๙๔] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอนุปาทินนธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่
			<remark  id="s3b36c63l23" />ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c63l24" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c64" >
		<para id="s3b36c64p">
			<remark  id="s3b36c64l1" />	[๓๙๕] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทานธรรม กิเลสธรรม สังกิลิฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c64l2" />กิเลสสัมปยุตตธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม
			<remark  id="s3b36c64l3" />กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c64l4" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c64l5" />ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c64l6" />	[๓๙๖] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอสังกิเลสิกธรรม กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิก
			<remark  id="s3b36c64l7" />ธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่
			<remark  id="s3b36c64l8" />ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c64l9" />	[๓๙๗] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม
			<remark  id="s3b36c64l10" />ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c64l11" />ธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c64l12" />ด้วยอายตนะ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c64l13" />	[๓๙๘] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสวิตักกธรรม สวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c64l14" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c64l15" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c64l16" />	[๓๙๙] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกธรรม อวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c64l17" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c64l18" />ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c64l19" />	[๔๐๐] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c64l20" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c64l21" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c64l22" />	[๔๐๑] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยสุขสหคตธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c64l23" />ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ ประกอบ
			<remark  id="s3b36c64l24" />ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c65" >
		<para id="s3b36c65p">
			<remark  id="s3b36c65l1" />	[๔๐๒] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด
			<remark  id="s3b36c65l2" />ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c65l3" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c65l4" />	[๔๐๓] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยนกามาวจรกรรม อปริยาปันนธรรม
			<remark  id="s3b36c65l5" />อนุตตรธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c65l6" />อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c65l7" />	[๔๐๔] ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยรูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม
			<remark  id="s3b36c65l8" />นิยยานิกธรรม นิยตธรรม สรณธรรม ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c65l9" />ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ธรรมเหล่านั้นประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c65l10" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c65l11" />			วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c65l12" />		   ๑๑ สังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c65l13" />	[๔๐๕] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสมุทยสัจ มรรคสัจ โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c65l14" />อายตนสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c65l15" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c65l16" /> ธรรมบางอย่าง ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c65l17" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c65l18" />	[๔๐๖] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c65l19" />อายตนะสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c65l20" /> ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c66" >
		<para id="s3b36c66p">
			<remark  id="s3b36c66l1" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c66l2" />ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c66l3" />	[๔๐๗] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c66l4" />โทมนัสสินทรีย์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c66l5" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง ประกอบ
			<remark  id="s3b36c66l6" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c66l7" />ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c66l8" />	[๔๐๘] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอุเปกขินทรีย์ โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c66l9" />อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๒
			<remark  id="s3b36c66l10" />ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่างประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c66l11" />เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕  ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c66l12" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c66l13" />	[๔๐๙] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยสิทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c66l14" />สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์
			<remark  id="s3b36c66l15" />อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ตัณหาเพราะ
			<remark  id="s3b36c66l16" />เวทนาเป็นปัจจัยอุปาทานเพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c66l17" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c66l18" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c66l19" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c66l20" /> ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c66l21" />	[๔๑๐] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยปริเทวะ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c66l22" /> ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c66l23" /> ธาตุ ที่ประกอบได้ ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c66l24" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c67" >
		<para id="s3b36c67p">
			<remark  id="s3b36c67l1" />	[๔๑๑] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยโสกะ ทุกข์ โทมนัส โดยขันธสังคหะ
			<remark  id="s3b36c67l2" /> อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c67l3" /> ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c67l4" />เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c67l5" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c67l6" />	[๔๑๒] ธรรมเหล่าใดสงเคราะห์ได้ด้วยอุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน
			<remark  id="s3b36c67l7" />อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เจตนา
			<remark  id="s3b36c67l8" />อธิโมกข์ มนสิการ เหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม อาสวธรรม
			<remark  id="s3b36c67l9" />อาสวสาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม สัญโญชนธรรม คันถธรรม โอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c67l10" />โยคธรรมนีวรณธรรม ปรามาสธรรม อุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม
			<remark  id="s3b36c67l11" /> กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c67l12" /> ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้นประกอบด้วย
			<remark  id="s3b36c67l13" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง.
			<remark  id="s3b36c67l14" /> ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c67l15" />ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c67l16" />		   สังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c67l17" />		   ๑๒. สัมปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c67l18" />	[๔๑๓] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c67l19" />ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c67l20" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c67l21" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c68" >
		<para id="s3b36c68p">
			<remark  id="s3b36c68l1" />	[๔๑๔] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วยวิญญาณขันธ์ มนายตนะ จักขุวิญญาณ
			<remark  id="s3b36c68l2" />ธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c68l3" /> ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒
			<remark  id="s3b36c68l4" />อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c68l5" />	[๔๑๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c68l6" />ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c68l7" />	[๔๑๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยมนินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c68l8" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์  อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c68l9" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c68l10" />	[๔๑๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c68l11" />โทมนัสสินทรีย์  ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c68l12" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c68l13" />	[๔๑๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c68l14" />ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c68l15" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑
			<remark  id="s3b36c68l16" />	[๔๑๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c68l17" />สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์
			<remark  id="s3b36c68l18" />อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c68l19" /> ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c68l20" /> อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c68l21" />	[๔๒๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ธรรม
			<remark  id="s3b36c68l22" />เหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c68l23" />ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c69" >
		<para id="s3b36c69p">
			<remark  id="s3b36c69l1" />	[๔๒๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c69l2" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c69l3" />ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c69l4" />	[๔๒๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเวทนาเพราะผัสสะเป็น ปัจจัย ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c69l5" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c69l6" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒  อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c69l7" />	[๔๒๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทาน
			<remark  id="s3b36c69l8" />เพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c69l9" />ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c69l10" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c69l11" />	[๔๒๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยโสกะ ทุกข์ โทมนัส ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c69l12" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c69l13" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c69l14" />	[๔๒๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน ธรรม
			<remark  id="s3b36c69l15" />เหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c69l16" />ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c69l17" />	[๔๒๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอิทธิบาท ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c69l18" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c69l19" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c69l20" />	[๔๒๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยฌาน ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b36c69l21" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c69l22" />ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c69l23" />	[๔๒๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗
			<remark  id="s3b36c69l24" />อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c70" >
		<para id="s3b36c70p">
			<remark  id="s3b36c70l1" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c70l2" /> ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c70l3" />	[๔๒๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยผัสสะ เจตนา มนสิการ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c70l4" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c70l5" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c70l6" />	[๔๓๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเวทนา สัญญา ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c70l7" />ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ  เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c70l8" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c70l9" />	[๔๓๑] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วย จิต ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓
			<remark  id="s3b36c70l10" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c70l11" />ขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c70l12" />	[๔๓๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอธิโมกข์ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c70l13" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c70l14" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c70l15" />	[๔๓๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนา
			<remark  id="s3b36c70l16" />สัมปยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจารมัตตธรรม
			<remark  id="s3b36c70l17" />ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรมอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c70l18" /> อายตนะ ๑ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c70l19" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c70l20" />	[๔๓๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเหตุธรรม เหตุสเหตุกธรรม เหตุเหตุ
			<remark  id="s3b36c70l21" />สัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒.  สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c70l22" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c70l23" />	[๔๓๕] ธรรมเหล่า ใดประกอบได้ด้วยสเหตุกนเหตุธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุ
			<remark  id="s3b36c70l24" />ธรรม นเหตุสเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c71" >
		<para id="s3b36c71p">
			<remark  id="s3b36c71l1" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c71l2" /> ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c71l3" />	[๔๓๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสว
			<remark  id="s3b36c71l4" />สัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c71l5" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c71l6" />	[๔๓๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c71l7" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c71l8" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c71l9" />	[๔๓๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถธรรมโอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c71l10" />โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c71l11" />ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c71l12" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c71l13" />	[๔๓๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยปรามาสสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c71l14" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c71l15" /> เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c71l16" />	[๔๔๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยจิตตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c71l17" />ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c71l18" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c71l19" />	[๔๔๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสัง
			<remark  id="s3b36c71l20" />สัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏ
			<remark  id="s3b36c71l21" />ฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗.
			<remark  id="s3b36c71l22" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑
			<remark  id="s3b36c71l23" />ธาตุ ๑๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c72" >
		<para id="s3b36c72p">
			<remark  id="s3b36c72l1" />	[๔๔๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุปาทานธรรม กิเลสธรรม กิเลสสังกิเลสิก
			<remark  id="s3b36c72l2" />ธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรมธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c72l3" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c72l4" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c72l5" />	[๔๔๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโน
			<remark  id="s3b36c72l6" />กิเลสธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สัปปีติกธรรมปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม
			<remark  id="s3b36c72l7" />อุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรม
			<remark  id="s3b36c72l8" />เหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c72l9" />ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
			<remark  id="s3b36c72l10" />		   สัมปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c72l11" />		  ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c72l12" />	[๔๔๔] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ
			<remark  id="s3b36c72l13" />ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c72l14" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c72l15" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้
			<remark  id="s3b36c72l16" />ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c72l17" />	[๔๔๕] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธัมมายตนะ ธรรมธาตุ  อิตถินทรีย์
			<remark  id="s3b36c72l18" />ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ นามรูปเพราะวิญญาณเป็นปัจจัยอสัญญาภพ เอกโวการภพ
			<remark  id="s3b36c72l19" />ชาติ ชรา มรณะ โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบ
			<remark  id="s3b36c72l20" />ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c72l21" />ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c72l22" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c73" >
		<para id="s3b36c73p">
			<remark  id="s3b36c73l1" />	[๔๔๖] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ
			<remark  id="s3b36c73l2" />จตุโวการภพ อิทธิบาท โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c73l3" />ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุที่ประกอบได้.
			<remark  id="s3b36c73l4" />ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c73l5" /> ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c73l6" />	[๔๔๗] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยกุศลธรรม อกุศลธรรม สุขเวทนา
			<remark  id="s3b36c73l7" />สัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม วิปากธรรม
			<remark  id="s3b36c73l8" /> วิปากธัมมธรรม อนุปาทินนานุปาทานิยธรรมสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเล
			<remark  id="s3b36c73l9" />สิกธรรม สวิตักกสวิจารธรรมอวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม
			<remark  id="s3b36c73l10" />อุเปกขาสหคตธรรมทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุก
			<remark  id="s3b36c73l11" />ธรรมภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรม
			<remark  id="s3b36c73l12" /> มหัคคตธรรม อัปปมาณธรรม ปริตตารัมมณธรรม มหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณ
			<remark  id="s3b36c73l13" />ธรรม หีนธรรม ปณีตธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรม มัคคารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c73l14" />มัคคเหตุกธรรมมัคคาธิบดีธรรม อตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม ปัจจุปปันนา
			<remark  id="s3b36c73l15" />รัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม อัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c73l16" />สเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตตธรรม สเหตุกนเหตุธรรม   เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม
			<remark  id="s3b36c73l17" />นเหตุสเหตุกธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้
			<remark  id="s3b36c73l18" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c73l19" />อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c73l20" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c73l21" />	[๔๔๘] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปีธรรม โดยขันธสังคหะ อายตน
			<remark  id="s3b36c73l22" />สังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c74" >
		<para id="s3b36c74p">
			<remark  id="s3b36c74l1" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c74l2" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c74l3" />	[๔๔๙] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปีธรรม โลกุตตรธรรม อนาสวธรรม
			<remark  id="s3b36c74l4" />อาสวสัมปยุตตธรรม อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรม
			<remark  id="s3b36c74l5" />อสัญโญชนิยธรรม อคันถนิยธรรม อโนฆนิยธรรมอโยคนิยธรรม อนีวรณิยธรรม
			<remark  id="s3b36c74l6" />อปรามัฏฐธรรม ปรามาสสัมปยุตตธรรมปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม สารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c74l7" /> โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c74l8" />ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c74l9" /> ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c74l10" /> ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c74l11" />	[๔๕๐] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม โนจิตตธรรม
			<remark  id="s3b36c74l12" />จิตตวิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม จิตตสมุฏฐานธรรมจิตตสหภูธรรม จิตตานุ
			<remark  id="s3b36c74l13" />ปริวัตติธรรม พาหิรธรรม อุปาทาธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ
			<remark  id="s3b36c74l14" /> ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c74l15" />ขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c74l16" />ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c74l17" />ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c74l18" />	[๔๕๑] ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนุปาทานิยธรรม อุปาทานสัมปยุตต
			<remark  id="s3b36c74l19" />ธรรม อุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานธรรม อุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม อสังกิเลสิก
			<remark  id="s3b36c74l20" />ธรรม อสังกิลิฏฐธรรม กิเลสสัมปยุตตธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโน
			<remark  id="s3b36c74l21" />กิเลสธรรมกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรม ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม
			<remark  id="s3b36c74l22" />ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม
			<remark  id="s3b36c74l23" />สัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรมอุเปกขาสหคตธรรม นกามาวจรธรรม
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c75" >
		<para id="s3b36c75p">
			<remark  id="s3b36c75l1" />รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม อนุตตรธรรม
			<remark  id="s3b36c75l2" />สรณธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c75l3" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c75l4" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c75l5" />อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
			<remark  id="s3b36c75l6" />		   อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c75l7" />		   ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
			<remark  id="s3b36c75l8" />	[๔๕๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c75l9" />ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
			<remark  id="s3b36c75l10" /> ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑
			<remark  id="s3b36c75l11" />อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c75l12" />	[๔๕๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c75l13" />วิญญาณขันธ์ มนายตนะ มนินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c75l14" />ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c75l15" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c75l16" />	[๔๕๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยจักขวายตนะ ฯลฯโผฏฐัพพายตนะ
			<remark  id="s3b36c75l17" /> จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘.
			<remark  id="s3b36c75l18" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c75l19" />ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c75l20" />	[๔๕๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยจักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c75l21" />ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุมโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c76" >
		<para id="s3b36c76p">
			<remark  id="s3b36c76l1" />ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗.
			<remark  id="s3b36c76l2" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c76l3" />ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c76l4" />	[๔๕๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยทุกขสัจ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c76l5" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c76l6" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐  ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c76l7" />	[๔๕๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c76l8" />ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c76l9" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c76l10" />ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c76l11" />	[๔๕๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนิโรธสัจ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c76l12" />ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c76l13" />ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c76l14" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c76l15" />	[๔๕๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยมนินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c76l16" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c76l17" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c76l18" />	[๔๖๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c76l19" />โทมนัสสินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c76l20" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c76l21" /> อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c76l22" />	[๔๖๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c76l23" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๓.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c76l24" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c76l25" />ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c77" >
		<para id="s3b36c77p">
			<remark  id="s3b36c77l1" />	[๔๖๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธิน
			<remark  id="s3b36c77l2" />ทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา
			<remark  id="s3b36c77l3" /> สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c77l4" />ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c77l5" /> ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c77l6" />	[๔๖๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ผัสสะ
			<remark  id="s3b36c77l7" />เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c77l8" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c77l9" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c77l10" />	[๔๖๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยตัณหาเพราะเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทาน
			<remark  id="s3b36c77l11" />เพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c77l12" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c77l13" /> ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c77l14" />	[๔๖๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปปัตติภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพ
			<remark  id="s3b36c77l15" />ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c77l16" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c77l17" />	[๔๖๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยกามภพ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c77l18" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๕. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c77l19" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๓
			<remark  id="s3b36c77l20" />	[๔๖๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยรูปภพ อสัญญาภพ เอกโวการภพ ปริเทวะ
			<remark  id="s3b36c77l21" />ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c77l22" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c77l23" />	[๔๖๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโว
			<remark  id="s3b36c77l24" />การภพ โสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐานสัมมัปปธาน อิทธิบาท ฌาน
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c78" >
		<para id="s3b36c78p">
			<remark  id="s3b36c78l1" />อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c78l2" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c78l3" />ขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c78l4" />	[๔๖๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต มนสิการ
			<remark  id="s3b36c78l5" />ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑.
			<remark  id="s3b36c78l6" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑
			<remark  id="s3b36c78l7" /> ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c78l8" />	[๔๗๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอธิโมกข์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c78l9" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c78l10" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c78l11" />ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c78l12" />	[๔๗๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยกุศลธรรม อกุศลธรรม สุขเวทนาสัม
			<remark  id="s3b36c78l13" />ปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c78l14" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c78l15" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c78l16" />	[๔๗๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอัพยากตธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c78l17" />ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c78l18" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c78l19" />	[๔๗๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม วิปาก
			<remark  id="s3b36c78l20" />ธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c78l21" />ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c78l22" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c78l23" />	[๔๗๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยวิปากธัมมธรรม สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
			<remark  id="s3b36c78l24" />ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c79" >
		<para id="s3b36c79p">
			<remark  id="s3b36c79l1" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่
			<remark  id="s3b36c79l2" />สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c79l3" />	[๔๗๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม อนุปาทินนุ
			<remark  id="s3b36c79l4" />ปาทานิยธรรม อนุปาทินนานุปาทานิยธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c79l5" /> สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c79l6" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c79l7" />	[๔๗๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทินนุปาทานิยธรรมธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c79l8" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c79l9" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๕
			<remark  id="s3b36c79l10" />	[๔๗๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c79l11" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c79l12" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c79l13" />	[๔๗๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสวิตักกสวิจารธรรม ธรรมเหล่านั้น ยก
			<remark  id="s3b36c79l14" />เว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c79l15" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c79l16" />ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
			<remark  id="s3b36c79l17" />	[๔๗๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม สุข
			<remark  id="s3b36c79l18" />สหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c79l19" /> ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c79l20" /> อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c79l21" />	[๔๘๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกาวิจารธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c79l22" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c79l23" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c80" >
		<para id="s3b36c80p">
			<remark  id="s3b36c80l1" />	[๔๘๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c80l2" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c80l3" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c80l4" />ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c80l5" />	[๔๘๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพ
			<remark  id="s3b36c80l6" />ธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามี
			<remark  id="s3b36c80l7" />ธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรมมหัคคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c80l8" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c80l9" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c80l10" />	[๔๘๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพธรรม เนว
			<remark  id="s3b36c80l11" />ทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม เนวาจยคามีนาปจยคามีธรรม เนวเสกขานาเสกขธรรม
			<remark  id="s3b36c80l12" />ปริตตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่
			<remark  id="s3b36c80l13" />ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c80l14" />	[๔๘๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอัปปมาณธรรม ปณีตธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c80l15" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c80l16" /> เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c80l17" />	[๔๘๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปริตตารัมมณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c80l18" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c80l19" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่
			<remark  id="s3b36c80l20" />ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c80l21" />	[๔๘๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยมหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณ
			<remark  id="s3b36c80l22" />ธรรม หีนธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรมมัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรม
			<remark  id="s3b36c80l23" /> มัคคาธิบดีธรรม ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c80l24" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c80l25" /> ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c81" >
		<para id="s3b36c81p">
			<remark  id="s3b36c81l1" />	[๔๘๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยมัชฌิมธรรม อนิยตธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c81l2" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c81l3" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c81l4" />	[๔๘๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปปันนธรรม อนุปปันนธรรม
			<remark  id="s3b36c81l5" />อุปปาทีธรรม อตีตธรรม อนาคตธรรม ปัจจุปปันนธรรมอัชฌัตตธรรม พหิทธาธรรม
			<remark  id="s3b36c81l6" />สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c81l7" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c81l8" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c81l9" />	[๔๘๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม
			<remark  id="s3b36c81l10" />อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c81l11" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c81l12" />เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c81l13" />	[๔๙๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปัจจุปปันนารัมมณธรรม อัชฌัตต
			<remark  id="s3b36c81l14" />พหิทธารัมมณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕
			<remark  id="s3b36c81l15" />อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์
			<remark  id="s3b36c81l16" />อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
			<remark  id="s3b36c81l17" />	[๔๙๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยเหตุธรรม สเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตต
			<remark  id="s3b36c81l18" />ธรรม เหตุสเหตุกธรรม สเหตุกนเหตุธรรม เหตุเหตุสัมปยุตตธรรม เหตุสัมปยุตตน
			<remark  id="s3b36c81l19" />เหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c81l20" />ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c81l21" />ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c82" >
		<para id="s3b36c82p">
			<remark  id="s3b36c82l1" />	[๔๙๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอเหตุกธรรม เหตุวิปปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c82l2" />นเหตุอเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.
			<remark  id="s3b36c82l3" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c82l4" />ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c82l5" />	[๔๙๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอัปปัจจยธรรม อสังขตธรรม
			<remark  id="s3b36c82l6" />สนิทัสสนธรรม สัปปฏิฆธรรม รูปีธรรม โลกุตตรธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c82l7" />ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c82l8" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c82l9" />	[๔๙๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยโลกิยธรรม ธรรมเหล่านั้น  สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c82l10" />ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c82l11" /> สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c82l12" />	[๔๙๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสัมปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c82l13" /> อาสวสาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม อาสววิปปยุตตโนอาสวธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c82l14" />ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c82l15" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c82l16" />ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c82l17" />	[๔๙๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสาสวธรรม อาสววิปปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c82l18" />สาสวโนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตสาสวธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c82l19" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c82l20" />ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c82l21" />	[๔๙๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอนาสวธรรม อาสววิปปยุตตอนาสวธรรม
			<remark  id="s3b36c82l22" />ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c82l23" />อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c83" >
		<para id="s3b36c83p">
			<remark  id="s3b36c83l1" />	[๔๙๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถธรรมโอฆธรรม
			<remark  id="s3b36c83l2" />โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสสัมปยุตตธรรมปรามาสปรามัฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c83l3" />ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.
			<remark  id="s3b36c83l4" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ
			<remark  id="s3b36c83l5" />ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c83l6" />	[๔๙๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปรามัฏฐธรรม ปรามาสวิปปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c83l7" /> ปรามัฏฐโนปรามาสธรรม ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c83l8" />ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c83l9" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c83l10" />	[๕๐๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปรามัฏฐธรรม ปรามาสวิปปยุตต
			<remark  id="s3b36c83l11" />อปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c83l12" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c83l13" />	[๕๐๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสารัมมณธรรม จิตตธรรม เจตสิกธรรม
			<remark  id="s3b36c83l14" />จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
			<remark  id="s3b36c83l15" />สหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์
			<remark  id="s3b36c83l16" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c83l17" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
			<remark  id="s3b36c83l18" />	[๕๐๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม จิตตวิปปยุตตธรรม
			<remark  id="s3b36c83l19" />จิตตวิสังสัฏฐธรรม อุปาทาธรรม อนุปาทินนธรรมธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔
			<remark  id="s3b36c83l20" />อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c83l21" />ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c83l22" />	[๕๐๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทินนธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c83l23" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c83l24" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c84" >
		<para id="s3b36c84p">
			<remark  id="s3b36c84l1" />	[๕๐๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทานธรรม กิเลสธรรม สังกิลิฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c84l2" /> กิเลสสัมปยุตตธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลสสังกิลิฏฐธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม
			<remark  id="s3b36c84l3" />กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะ
			<remark  id="s3b36c84l4" />ออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
			<remark  id="s3b36c84l5" />อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c84l6" />	[๕๐๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสังกิเลสิกธรรม อสังกิลิฏฐธรรม
			<remark  id="s3b36c84l7" />กิเลสวิปปยุตตธรรม สังกิเลสิกโนกิเลสธรรม กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c84l8" /> สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c84l9" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c84l10" />	[๕๐๖] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอสังกิเลสิกธรรม กิเลสวิปปยุตตอสัง
			<remark  id="s3b36c84l11" />กิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c84l12" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c84l13" />	[๕๐๗] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพ
			<remark  id="s3b36c84l14" />ธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c84l15" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c84l16" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c84l17" />	[๕๐๘] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนทัสสนปหาตัพพธรรม นภาวนาปหา
			<remark  id="s3b36c84l18" />ตัพพธรรม นทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม นภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c84l19" />สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c84l20" />เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c84l21" />	[๕๐๙] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสวิตักกธรรม สวิจารธรรม ธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c84l22" />ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c84l23" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c84l24" />สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c85" >
		<para id="s3b36c85p">
			<remark  id="s3b36c85l1" />	[๕๑๐] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคต
			<remark  id="s3b36c85l2" />ธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
			<remark  id="s3b36c85l3" />ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ
			<remark  id="s3b36c85l4" />อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c85l5" />	[๕๑๑] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้น
			<remark  id="s3b36c85l6" />อสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c85l7" />ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c85l8" />ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
			<remark  id="s3b36c85l9" />	[๕๑๒] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยกามาวจรธรรม ปริยาปันนธรรม สอุตตร
			<remark  id="s3b36c85l10" />ธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วย
			<remark  id="s3b36c85l11" />ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
			<remark  id="s3b36c85l12" />	[๕๑๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนกามาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม
			<remark  id="s3b36c85l13" />อนุตตรธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่
			<remark  id="s3b36c85l14" />ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
			<remark  id="s3b36c85l15" />	[๕๑๔] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยรูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม นิยยานิก
			<remark  id="s3b36c85l16" />ธรรม นิยตธรรม สรณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้
			<remark  id="s3b36c85l17" />ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘.สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?
			<remark  id="s3b36c85l18" /> ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
			<remark  id="s3b36c85l19" />	[๕๑๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนรูปาวจรธรรม นอรูปาวจรธรรม
			<remark  id="s3b36c85l20" />อนิยยานิกธรรม อนิยตธรรม อสรณธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ
			<remark  id="s3b36c85l21" /> ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์
			<remark  id="s3b36c85l22" />ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
			<remark  id="s3b36c85l23" />ธาตุ ๑๖
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c86" >
		<para id="s3b36c86p">
			<remark  id="s3b36c86l1" />			  สรุปข้อธรรมดังกล่าวมาแล้ว
			<remark  id="s3b36c86l2" />	ธัมมายตนะ ธัมมธาตุ ชีวิตินทรีย์ นามรูป สฬายตนะ ชาติ  ชรา และมรณะ
			<remark  id="s3b36c86l3" /> ไม่ได้ ๒ ติกะ
			<remark  id="s3b36c86l4" />	ในหมวดแรก ได้ธรรม ๗ และ ๑๐ ในหมวดถัดมาได้ธรรม ๑๔ ในหมวดสุดท้าย
			<remark  id="s3b36c86l5" />ได้ธรรม ๖
			<remark  id="s3b36c86l6" />	ธรรม ๔๗ เหล่านี้ ดังพรรณนามาฉะนี้ ย่อมได้โดยสมุจเฉท และโดยโมฆปุจฉกะ
			<remark  id="s3b36c86l7" /> ฉะนี้แล
			<remark  id="s3b36c86l8" />		   วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c86l9" />			ธาตุกถาปกรณ์ จบบริบูรณ์
			<remark  id="s3b36c86l10" />			    ---------
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c87" >
		<para id="s3b36c87p">
			<remark  id="s3b36c87l1" />			     อุทเทสวาร
			<remark  id="s3b36c87l2" />			  [๑] บัญญัติ ๖ คือ
			<remark  id="s3b36c87l3" />			       ๑. ขันธบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l4" />			       ๒. อายตนบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l5" />			       ๓. ธาตุบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l6" />			       ๔. สัจจบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l7" />			       ๕. อินทริยบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l8" />			       ๖. ปุคคลบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l9" />			    ๑. ขันธบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l10" />	[๒] การบัญญัติธรรมที่เป็นหมวดหมู่กันว่า ขันธ์ มีเท่าไร ธรรมที่เป็นหมวดหมู่กัน
			<remark  id="s3b36c87l11" />มี ๕ คือ
			<remark  id="s3b36c87l12" />			       ๑. รูปขันธ์
			<remark  id="s3b36c87l13" />			       ๒. เวทนาขันธ์
			<remark  id="s3b36c87l14" />			       ๓. สัญญาขันธ์
			<remark  id="s3b36c87l15" />			       ๔. สังขารขันธ์
			<remark  id="s3b36c87l16" />			       ๕. วิญญาณขันธ์
			<remark  id="s3b36c87l17" />	การบัญญัติธรรมที่เป็นหมวดหมู่กันว่า ขันธ์ ก็มี ๕ ตามจำนวนหมวดธรรมเหล่านี้
			<remark  id="s3b36c87l18" />			   ๒. อายตนบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c87l19" />	[๓] การบัญญัติธรรมอันเป็นบ่อเกิดว่า อายตนะ มีเท่าไร ธรรมอันเป็นบ่อเกิดมี
			<remark  id="s3b36c87l20" />๑๒ คือ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c88" >
		<para id="s3b36c88p">
			<remark  id="s3b36c88l1" />			       ๑. จักขวายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l2" />			       ๒. รูปายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l3" />			       ๓. โสตายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l4" />			       ๔. สัททายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l5" />			       ๕. ฆานายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l6" />			       ๖. คันธายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l7" />			       ๗. ชิวหายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l8" />			       ๘. รสายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l9" />			       ๙. กายายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l10" />			      ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l11" />			      ๑๑. มนายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l12" />			      ๑๒. ธัมมายตนะ
			<remark  id="s3b36c88l13" />	การบัญญัติธรรมที่เป็นบ่อเกิดว่า อายตนะ ก็มี ๑๒ ตามจำนวนธรรมเหล่านี้
			<remark  id="s3b36c88l14" />			    ๓. ธาตุบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c88l15" />	[๔] การบัญญัติธรรมที่ทรงตัวอยู่ว่า ธาตุ มีเท่าไร ธรรมที่ทรงตัวอยู่มี ๑๘ คือ
			<remark  id="s3b36c88l16" />			       ๑. จักขุธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l17" />			       ๒. รูปธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l18" />			       ๓. จักขุวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l19" />			       ๔. โสตธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l20" />			       ๕. สัททธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l21" />			       ๖. โสตวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l22" />			       ๗. ฆานธาตุ
			<remark  id="s3b36c88l23" />			       ๘. คันธธาตุ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c89" >
		<para id="s3b36c89p">
			<remark  id="s3b36c89l1" />			       ๙. ฆานวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l2" />			      ๑๐. ชิวหาธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l3" />			      ๑๑. รสธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l4" />			      ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l5" />			      ๑๓. กายธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l6" />			      ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l7" />			      ๑๕. กายวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l8" />			      ๑๖. มโนธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l9" />			      ๑๗. ธัมมธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l10" />			      ๑๘. มโนวิญญาณธาตุ
			<remark  id="s3b36c89l11" />	การบัญญัติธรรมที่ทรงตัวอยู่ว่า ธาตุ ก็มี ๑๘ ตามจำนวนธรรมเหล่านี้
			<remark  id="s3b36c89l12" />			    ๔. สัจจบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c89l13" />	[๕] การบัญญัติธรรมที่เป็นของจริงว่า สัจจะ มีเท่าไร ธรรมที่เป็นของจริง
			<remark  id="s3b36c89l14" />มี ๔ คือ
			<remark  id="s3b36c89l15" />			       ๑. ทุกขสัจจะ
			<remark  id="s3b36c89l16" />			       ๒. สมุทยสัจจะ
			<remark  id="s3b36c89l17" />			       ๓. นิโรธสัจจะ
			<remark  id="s3b36c89l18" />			       ๔. มัคคสัจจะ
			<remark  id="s3b36c89l19" />	การบัญญัติธรรมที่เป็นของจริงว่า สัจจะ ก็มี ๔ ตามจำนวนธรรมเหล่านี้
			<remark  id="s3b36c89l20" />			   ๕. อินทริยบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c89l21" />	[๖] การบัญญัติธรรมที่เป็นใหญ่ว่า อินทรีย์ มีเท่าไร ธรรมที่เป็นใหญ่มี ๒๒ คือ
			<remark  id="s3b36c89l22" />			       ๑. จักขุนทรีย์
			<remark  id="s3b36c89l23" />			       ๒. โสตินทรีย์
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c90" >
		<para id="s3b36c90p">
			<remark  id="s3b36c90l1" />			       ๓. ฆานินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l2" />			       ๔. ชิวหินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l3" />			       ๕. กายินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l4" />			       ๖. มนินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l5" />			       ๗. อิตถินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l6" />			       ๘. ปุริสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l7" />			       ๙. ชีวิตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l8" />			      ๑๐. สุขินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l9" />			      ๑๑. ทุกขินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l10" />			      ๑๒. โสมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l11" />			      ๑๓. โทมนัสสินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l12" />			      ๑๔. อุเปกขินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l13" />			      ๑๕. สัทธินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l14" />			      ๑๖. วิริยินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l15" />			      ๑๗. สตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l16" />			      ๑๘. สมาธินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l17" />			      ๑๙. ปัญญินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l18" />			      ๒๐. อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l19" />			      ๒๑. อัญญินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l20" />			      ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์
			<remark  id="s3b36c90l21" />	การบัญญัติธรรมที่เป็นใหญ่ว่า อินทรีย์ ก็มี ๒๒ ตามจำนวนธรรมเหล่านี้
			<remark  id="s3b36c90l22" />			   ๖. บุคคลบัญญัติ
			<remark  id="s3b36c90l23" />	การบัญญัติจำพวกบุคคลของบุคคลทั้งหลาย มีเท่าไร
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c91" >
		<para id="s3b36c91p">
			<remark  id="s3b36c91l1" />			    เอกกมาติกา
			<remark  id="s3b36c91l2" />			  (บุคคล ๑ จำพวก)
			<remark  id="s3b36c91l3" />	[๗] บุคคลผู้พ้นแล้วในสมัย
			<remark  id="s3b36c91l4" />	  บุคคลผู้ที่มิใช่พ้นแล้วในสมัย
			<remark  id="s3b36c91l5" />	  บุคคลผู้มีธรรมกำเริบ
			<remark  id="s3b36c91l6" />	  บุคคลผู้มีธรรมไม่กำเริบ
			<remark  id="s3b36c91l7" />	  บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม
			<remark  id="s3b36c91l8" />	  บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม
			<remark  id="s3b36c91l9" />	  บุคคลผู้ควรโดยเจตนา
			<remark  id="s3b36c91l10" />	  บุคคลผู้ควรโดยตามรักษา
			<remark  id="s3b36c91l11" />	  บุคคลผู้ที่เป็นปุถุชน
			<remark  id="s3b36c91l12" />	  โคตรภูบุคคล
			<remark  id="s3b36c91l13" />	  บุคคลผู้งดเว้นเพราะกลัว
			<remark  id="s3b36c91l14" />	  บุคคลมิใช่ผู้งดเว้นเพราะกลัว
			<remark  id="s3b36c91l15" />	  บุคคลผู้ควรแก่การบรรลุมรรคผล
			<remark  id="s3b36c91l16" />	  บุคคลผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล
			<remark  id="s3b36c91l17" />	  บุคคลผู้เที่ยงแล้ว
			<remark  id="s3b36c91l18" />	  บุคคลผู้ไม่เที่ยง
			<remark  id="s3b36c91l19" />	  บุคคลผู้ปฏิบัติ
			<remark  id="s3b36c91l20" />	  บุคคลผู้ตั้งอยู่แล้วในผล
			<remark  id="s3b36c91l21" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สมสีสี
			<remark  id="s3b36c91l22" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า ฐิตกัปปี
			<remark  id="s3b36c91l23" />	  บุคคลผู้เป็นอริยะ
			<remark  id="s3b36c91l24" />	  บุคคลผู้ไม่เป็นอริยะ
			<remark  id="s3b36c91l25" />	  บุคคลผู้เป็นเสกขะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c92" >
		<para id="s3b36c92p">
			<remark  id="s3b36c92l1" />	  บุคคลผู้เป็นอเสกขะ
			<remark  id="s3b36c92l2" />	  บุคคลผู้เป็นเสกขะก็มิใช่ ผู้เป็นอเสกขะก็มิใช่
			<remark  id="s3b36c92l3" />	  บุคคลผู้มีวิชชา ๓
			<remark  id="s3b36c92l4" />	  บุคคลผู้มีอภิญญา ๖
			<remark  id="s3b36c92l5" />	  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
			<remark  id="s3b36c92l6" />	  พระปัจเจกพุทธเจ้า
			<remark  id="s3b36c92l7" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อุภโตภาควิมุต
			<remark  id="s3b36c92l8" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า ปัญญาวิมุต
			<remark  id="s3b36c92l9" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า กายสักขี
			<remark  id="s3b36c92l10" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ
			<remark  id="s3b36c92l11" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธาวิมุต
			<remark  id="s3b36c92l12" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า ธัมมานุสารี
			<remark  id="s3b36c92l13" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธานุสารี
			<remark  id="s3b36c92l14" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สัตตักขัตตุปรมะ
			<remark  id="s3b36c92l15" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า โกลังโกละ
			<remark  id="s3b36c92l16" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า เอกพีชี
			<remark  id="s3b36c92l17" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สกทาคามี
			<remark  id="s3b36c92l18" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อนาคามี
			<remark  id="s3b36c92l19" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อันตราปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c92l20" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อุปหัจจปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c92l21" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อสังขารปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c92l22" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สสังขารปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c92l23" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี
			<remark  id="s3b36c92l24" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า โสดาบัน
			<remark  id="s3b36c92l25" />	  บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c93" >
		<para id="s3b36c93p">
			<remark  id="s3b36c93l1" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า สกทาคามี
			<remark  id="s3b36c93l2" />	  บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
			<remark  id="s3b36c93l3" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อนาคามี
			<remark  id="s3b36c93l4" />	  บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล
			<remark  id="s3b36c93l5" />	  บุคคลผู้ชื่อว่า อรหันต์
			<remark  id="s3b36c93l6" />	  บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล
			<remark  id="s3b36c93l7" />			   เอกกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c93l8" />			     ทุกมาติกา
			<remark  id="s3b36c93l9" />	[๘] บุคคล ๒ จำพวก
			<remark  id="s3b36c93l10" />	  บุคคลผู้มักโกรธ
			<remark  id="s3b36c93l11" />	  บุคคลผู้ผูกโกรธ
			<remark  id="s3b36c93l12" />	  บุคคลผู้ลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น
			<remark  id="s3b36c93l13" />	  บุคคลผู้ตีเสมอผู้อื่น
			<remark  id="s3b36c93l14" />	  บุคคลผู้มีความริษยา
			<remark  id="s3b36c93l15" />	  บุคคลผู้มีความตระหนี่
			<remark  id="s3b36c93l16" />	  บุคคลผู้โอ้อวด
			<remark  id="s3b36c93l17" />	  บุคคลผู้มีมารยา
			<remark  id="s3b36c93l18" />	  บุคคลผู้ไม่มีหิริ
			<remark  id="s3b36c93l19" />	  บุคคลผู้ไม่มีโอตตัปปะ
			<remark  id="s3b36c93l20" />	  บุคคลผู้ว่ายาก
			<remark  id="s3b36c93l21" />	  บุคคลผู้มีมิตรชั่ว
			<remark  id="s3b36c93l22" />	  บุคคลผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b36c93l23" />	  บุคคลผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนะ
			<remark  id="s3b36c93l24" />	  บุคคลผู้มีสติหลง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c94" >
		<para id="s3b36c94p">
			<remark  id="s3b36c94l1" />	  บุคคลผู้ไม่มีสัมปชัญญะ
			<remark  id="s3b36c94l2" />	  บุคคลผู้มีศีลวิบัติ
			<remark  id="s3b36c94l3" />	  บุคคลผู้มีทิฐิวิบัติ
			<remark  id="s3b36c94l4" />	  บุคคลผู้มีสัญโญชน์ในภายใน
			<remark  id="s3b36c94l5" />	  บุคคลผู้มีสัญโญชน์ในภายนอก
			<remark  id="s3b36c94l6" />	  บุคคลผู้ไม่มักโกรธ
			<remark  id="s3b36c94l7" />	  บุคคลผู้ไม่ผูกโกรธ
			<remark  id="s3b36c94l8" />	  บุคคลผู้ไม่ลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น
			<remark  id="s3b36c94l9" />	  บุคคลผู้ไม่ตีเสมอผู้อื่น
			<remark  id="s3b36c94l10" />	  บุคคลผู้ไม่มีความริษยา
			<remark  id="s3b36c94l11" />	  บุคคลผู้ไม่มีความตระหนี่
			<remark  id="s3b36c94l12" />	  บุคคลผู้ไม่โอ้อวด
			<remark  id="s3b36c94l13" />	  บุคคลผู้ไม่มีมารยา
			<remark  id="s3b36c94l14" />	  บุคคลผู้มีหิริ
			<remark  id="s3b36c94l15" />	  บุคคลผู้มีโอตตัปปะ
			<remark  id="s3b36c94l16" />	  บุคคลผู้ว่าง่าย
			<remark  id="s3b36c94l17" />	  บุคคลผู้มีมิตรดี
			<remark  id="s3b36c94l18" />	  บุคคลผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b36c94l19" />	  บุคคลผู้รู้ประมาณในโภชนะ
			<remark  id="s3b36c94l20" />	  บุคคลผู้มีสติตั้งมั่น
			<remark  id="s3b36c94l21" />	  บุคคลผู้มีสัมปชัญญะ
			<remark  id="s3b36c94l22" />	  บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยศีล
			<remark  id="s3b36c94l23" />	  บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ
			<remark  id="s3b36c94l24" />	  บุคคล ๒ จำพวกที่หาได้ยากในโลก
			<remark  id="s3b36c94l25" />	  บุคคล ๒ จำพวกที่ให้อิ่มได้ยาก
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c95" >
		<para id="s3b36c95p">
			<remark  id="s3b36c95l1" />		บุคคล ๒ จำพวกที่ให้อิ่มได้ง่าย
			<remark  id="s3b36c95l2" />		อาสวะย่อมเจริญแก่บุคคล ๒ จำพวก
			<remark  id="s3b36c95l3" />		อาสวะย่อมไม่เจริญแก่บุคคล ๒ จำพวก
			<remark  id="s3b36c95l4" />		บุคคลผู้มีอัธยาศัยเลว
			<remark  id="s3b36c95l5" />		บุคคลผู้มีอัธยาศัยประณีต
			<remark  id="s3b36c95l6" />		บุคคลผู้อิ่มแล้ว
			<remark  id="s3b36c95l7" />		บุคคลผู้ให้คนอื่นอิ่ม
			<remark  id="s3b36c95l8" />			    ทุกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c95l9" />			     ติกมาติกา
			<remark  id="s3b36c95l10" />	[๙]  บุคคล ๓ จำพวก
			<remark  id="s3b36c95l11" />		บุคคลผู้ไม่มีความหวัง
			<remark  id="s3b36c95l12" />		บุคคลผู้มีความหวัง
			<remark  id="s3b36c95l13" />		บุคคลผู้มีความหวังปราศไปแล้ว
			<remark  id="s3b36c95l14" />		บุคคลเปรียบด้วยคนไข้ ๓ จำพวก
			<remark  id="s3b36c95l15" />		บุคคลผู้ชื่อว่า กายสักขี
			<remark  id="s3b36c95l16" />		บุคคลผู้ชื่อว่า ทิฏฐิปัตตะ
			<remark  id="s3b36c95l17" />		บุคคลผู้ชื่อว่า สัทธาวิมุต
			<remark  id="s3b36c95l18" />		บุคคลผู้มีวาจาเหมือนคูถ
			<remark  id="s3b36c95l19" />		บุคคลผู้มีวาจาเหมือนดอกไม้
			<remark  id="s3b36c95l20" />		บุคคลผู้มีวาจาเหมือนน้ำผึ้ง
			<remark  id="s3b36c95l21" />		บุคคลผู้มีจิตเหมือนแผลเรื้อรัง
			<remark  id="s3b36c95l22" />		บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าแลบ
			<remark  id="s3b36c95l23" />		บุคคลผู้มีจิตเหมือนฟ้าผ่า
			<remark  id="s3b36c95l24" />		บุคคลผู้บอด
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c96" >
		<para id="s3b36c96p">
			<remark  id="s3b36c96l1" />		บุคคลผู้มีตาข้างเดียว
			<remark  id="s3b36c96l2" />		บุคคลผู้มีตาสองข้าง
			<remark  id="s3b36c96l3" />		บุคคลผู้มีปัญญาดังหม้อคว่ำ
			<remark  id="s3b36c96l4" />		บุคคลผู้มีปัญญาดังหน้าตัก
			<remark  id="s3b36c96l5" />		บุคคลผู้มีปัญญามาก
			<remark  id="s3b36c96l6" />		บุคคลบางจำพวกยังไม่สิ้นทั้งกามราคะและภวราคะ
			<remark  id="s3b36c96l7" />		บุคคลบางจำพวกสิ้นกามราคะแล้วแต่ภวราคะยังมีอยู่
			<remark  id="s3b36c96l8" />		บุคคลบางจำพวกสิ้นหมดแล้วทั้งกามราคะและภวราคะ
			<remark  id="s3b36c96l9" />		บุคคลเสมือนรอยขีดในหิน
			<remark  id="s3b36c96l10" />		บุคคลเสมือนรอยขีดในแผ่นดิน
			<remark  id="s3b36c96l11" />		บุคคลเสมือนรอยขีดในน้ำ
			<remark  id="s3b36c96l12" />		บุคคลเปรียบด้วยผ้าป่าน ๓ จำพวก
			<remark  id="s3b36c96l13" />		บุคคลเปรียบด้วยผ้าแคว้นกาสี ๓ จำพวก
			<remark  id="s3b36c96l14" />		บุคคลที่ประมาณได้ง่าย
			<remark  id="s3b36c96l15" />		บุคคลที่ประมาณได้ยาก
			<remark  id="s3b36c96l16" />		บุคคลที่ประมาณไม่ได้
			<remark  id="s3b36c96l17" />		บุคคลบางคนไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
			<remark  id="s3b36c96l18" />		บุคคลบางคนควรสมาคม ควรคบ ควรเข้าใกล้
			<remark  id="s3b36c96l19" />		บุคคลบางคนควรสักการะเคารพแล้ว จึงสมาคมจึงคบ จึงเข้าใกล้
			<remark  id="s3b36c96l20" />		บุคคลบางคนควรเกลียด ไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
			<remark  id="s3b36c96l21" />		บุคคลบางคนควรเฉยๆ เสีย ไม่ควรสมาคม ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้
			<remark  id="s3b36c96l22" />		บุคคลบางคนควรสมาคม ควรคบ ควรเข้าใกล้
			<remark  id="s3b36c96l23" />		บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีล มีปกติทำพอประมาณในสมาธิ มีปกติ
			<remark  id="s3b36c96l24" />ทำพอประมาณในปัญญา
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c97" >
		<para id="s3b36c97p">
			<remark  id="s3b36c97l1" />		บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีลด้วย มีปกติทำให้บริบูรณ์ในสมาธิด้วย
			<remark  id="s3b36c97l2" />มีปกติทำพอประมาณในปัญญา
			<remark  id="s3b36c97l3" />		บุคคลบางคนมีปกติทำให้บริบูรณ์ในศีลด้วย มีปกติทำให้บริบูรณ์ในสมาธิด้วย
			<remark  id="s3b36c97l4" />มีปกติทำให้บริบูรณ์ในปัญญาด้วย
			<remark  id="s3b36c97l5" />		ศาสดา ๓ ประเภท
			<remark  id="s3b36c97l6" />		ศาสดา ๓ ประเภท แม้อื่นอีก
			<remark  id="s3b36c97l7" />			    ติกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c97l8" />			    จตุกกมาติกา
			<remark  id="s3b36c97l9" />	[๑๐] บุคคล ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c97l10" />		คนที่เป็นอสัตบุรุษ
			<remark  id="s3b36c97l11" />		คนที่เป็นอสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ
			<remark  id="s3b36c97l12" />		คนที่เป็นสัตบุรุษ
			<remark  id="s3b36c97l13" />		คนที่เป็นสัตบุรุษยิ่งกว่าสัตบุรุษ
			<remark  id="s3b36c97l14" />		คนลามก
			<remark  id="s3b36c97l15" />		คนลามกยิ่งกว่าคนลามก
			<remark  id="s3b36c97l16" />		คนดี
			<remark  id="s3b36c97l17" />		คนดียิ่งกว่าคนดี
			<remark  id="s3b36c97l18" />		คนมีธรรมลามก
			<remark  id="s3b36c97l19" />		คนมีธรรมลามกยิ่งกว่าคนมีธรรมลามก
			<remark  id="s3b36c97l20" />		คนมีธรรมงาม
			<remark  id="s3b36c97l21" />		คนมีธรรมงามยิ่งกว่าคนมีธรรมงาม
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c98" >
		<para id="s3b36c98p">
			<remark  id="s3b36c98l1" />		คนมีที่ติ
			<remark  id="s3b36c98l2" />		คนมีที่ติมาก
			<remark  id="s3b36c98l3" />		คนมีที่ติน้อย
			<remark  id="s3b36c98l4" />		คนไม่มีที่ติ
			<remark  id="s3b36c98l5" />		บุคคลผู้เป็นอุคฆฏิตัญญู
			<remark  id="s3b36c98l6" />		บุคคลผู้เป็นวิปัญจิตัญญู
			<remark  id="s3b36c98l7" />		บุคคลผู้เป็นเนยยะ
			<remark  id="s3b36c98l8" />		บุคคลผู้เป็นปทปรมะ
			<remark  id="s3b36c98l9" />		บุคคลผู้โต้ตอบถูกต้องแต่ไม่ว่องไว
			<remark  id="s3b36c98l10" />		บุคคลผู้โต้ตอบว่องไวแต่ไม่ถูกต้อง
			<remark  id="s3b36c98l11" />		บุคคลผู้โต้ตอบถูกต้องและว่องไว
			<remark  id="s3b36c98l12" />		บุคคลผู้โต้ตอบไม่ถูกต้องและไม่ว่องไว
			<remark  id="s3b36c98l13" />		บุคคลผู้เป็นธรรมกถึก ๔ ประเภท
			<remark  id="s3b36c98l14" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l15" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยหนู ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l16" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l17" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l18" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l19" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยโคถึก ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l20" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวก
			<remark  id="s3b36c98l21" />		บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ไม่ควรสรรเสริญ
			<remark  id="s3b36c98l22" />		บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรสรรเสริญ
			<remark  id="s3b36c98l23" />		บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว มีความเลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควร
			<remark  id="s3b36c98l24" />เลื่อมใส
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c99" >
		<para id="s3b36c99p">
			<remark  id="s3b36c99l1" />		บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส
			<remark  id="s3b36c99l2" />		บุคคลบางคนใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน
			<remark  id="s3b36c99l3" />		บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ
			<remark  id="s3b36c99l4" />		บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส
			<remark  id="s3b36c99l5" />		บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส
			<remark  id="s3b36c99l6" />		บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูดสรรเสริญ
			<remark  id="s3b36c99l7" />คนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
			<remark  id="s3b36c99l8" />		บุคคลบางคนพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูด
			<remark  id="s3b36c99l9" />ติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล
			<remark  id="s3b36c99l10" />		บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และพูดสรรเสริญ
			<remark  id="s3b36c99l11" />คนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
			<remark  id="s3b36c99l12" />		บุคคลบางคนไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และไม่พูด
			<remark  id="s3b36c99l13" />สรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล
			<remark  id="s3b36c99l14" />		บุคคลผู้ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ
			<remark  id="s3b36c99l15" />		บุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น
			<remark  id="s3b36c99l16" />		บุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นด้วย ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วย
			<remark  id="s3b36c99l17" />		บุคคลผู้มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น ทั้งมิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่ง
			<remark  id="s3b36c99l18" />บุญด้วย
			<remark  id="s3b36c99l19" />		บุคคลผู้มีความมืดมามืดไป
			<remark  id="s3b36c99l20" />		บุคคลผู้มีความมืดมาสว่างไป
			<remark  id="s3b36c99l21" />		บุคคลผู้สว่างมามืดไป
			<remark  id="s3b36c99l22" />		บุคคลผู้สว่างมาสว่างไป
			<remark  id="s3b36c99l23" />		บุคคลผู้ต่ำมาแล้วต่ำไป
			<remark  id="s3b36c99l24" />		บุคคลผู้ต่ำมาแล้วสูงไป
			<remark  id="s3b36c99l25" />		บุคคลผู้สูงมาแล้วต่ำไป
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c100" >
		<para id="s3b36c100p">
			<remark  id="s3b36c100l1" />		บุคคลผู้สูงมาแล้วสูงไป
			<remark  id="s3b36c100l2" />		บุคคลผู้เปรียบด้วยต้นไม้ ๔ อย่าง
			<remark  id="s3b36c100l3" />		บุคคลผู้ถือรูปเป็นประมาณเลื่อมใสในรูป
			<remark  id="s3b36c100l4" />		บุคคลผู้ถือเสียงเป็นประมาณเลื่อมใสในเสียง
			<remark  id="s3b36c100l5" />		บุคคลผู้ถือความเศร้าหมองเป็นประมาณเลื่อมใสในความเศร้าหมอง
			<remark  id="s3b36c100l6" />		บุคคลผู้ถือธรรมเป็นประมาณเลื่อมใสในธรรม
			<remark  id="s3b36c100l7" />		บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น
			<remark  id="s3b36c100l8" />		บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน
			<remark  id="s3b36c100l9" />		บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนด้วย ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่นด้วย
			<remark  id="s3b36c100l10" />		บุคคลบางคนไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น
			<remark  id="s3b36c100l11" />		บุคคลบางคนทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อน
			<remark  id="s3b36c100l12" />		บุคคลบางคนทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน
			<remark  id="s3b36c100l13" />		บุคคลบางคนทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนด้วย
			<remark  id="s3b36c100l14" />ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อนด้วย
			<remark  id="s3b36c100l15" />	บุคคลบางคนไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อน
			<remark  id="s3b36c100l16" />ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน บุคคลนั้นไม่ทำตน
			<remark  id="s3b36c100l17" />ให้เดือดร้อน ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน เป็นผู้หมดหิว เป็นผู้ดับแล้ว เป็นผู้เย็นแล้ว เสวย
			<remark  id="s3b36c100l18" />ความสุขมีตนอันประเสริฐ สำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐธรรมเทียว
			<remark  id="s3b36c100l19" />	บุคคลมีราคะ
			<remark  id="s3b36c100l20" />	บุคคลมีโทสะ
			<remark  id="s3b36c100l21" />	บุคคลมีโมหะ
			<remark  id="s3b36c100l22" />	บุคคลมีมานะ
			<remark  id="s3b36c100l23" />	บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม กล่าวคือ
			<remark  id="s3b36c100l24" />อธิปัญญา
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c101" >
		<para id="s3b36c101p">
			<remark  id="s3b36c101l1" />	บุคคลบางคนได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญา แต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายใน
			<remark  id="s3b36c101l2" />	บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายในด้วย ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญาด้วย
			<remark  id="s3b36c101l3" />	บุคคลบางคนไม่ได้เจโตสมถะในภายในด้วย ไม่ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม คือ
			<remark  id="s3b36c101l4" />อธิปัญญาด้วย
			<remark  id="s3b36c101l5" />	บุคคลผู้ไปตามกระแส
			<remark  id="s3b36c101l6" />	บุคคลผู้ไปทวนกระแส
			<remark  id="s3b36c101l7" />	บุคคลผู้ตั้งตัวได้แล้ว
			<remark  id="s3b36c101l8" />	บุคคลผู้ข้ามถึงฝั่งยืนอยู่บนบก เป็นพราหมณ์
			<remark  id="s3b36c101l9" />	บุคคลผู้มีสุตะน้อย และไม่ได้ประโยชน์เพราะสุตะ
			<remark  id="s3b36c101l10" />	บุคคลผู้มีสุตะน้อย แต่ได้ประโยชน์เพราะสุตะ
			<remark  id="s3b36c101l11" />	บุคคลมีสุตะมาก แต่ไม่ได้ประโยชน์เพราะสุตะ
			<remark  id="s3b36c101l12" />	บุคคลมีสุตะมาก และได้ประโยชน์เพราะสุตะ
			<remark  id="s3b36c101l13" />	สมณะไม่หวั่นไหว
			<remark  id="s3b36c101l14" />	สมณะดังบัวหลวง
			<remark  id="s3b36c101l15" />	สมณะดังบัวขาว
			<remark  id="s3b36c101l16" />	สมณะสุขุมาลในหมู่สมณะ
			<remark  id="s3b36c101l17" />			   จตุกกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c101l18" />			    ปัญจกมาติกา
			<remark  id="s3b36c101l19" />	[๑๑] บุคคล ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c101l20" />	บุคคลบางคนต้องอาบัติด้วย เดือดร้อนด้วย ทั้งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุติ
			<remark  id="s3b36c101l21" /> ซึ่งปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของบุคคลนั้น
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c102" >
		<para id="s3b36c102p">
			<remark  id="s3b36c102l1" />	บุคคลบางคนต้องอาบัติ แต่ไม่เดือดร้อน ทั้งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโต
			<remark  id="s3b36c102l2" />วิมุติ ซึ่งปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของ
			<remark  id="s3b36c102l3" />บุคคลนั้น
			<remark  id="s3b36c102l4" />	บุคคลบางคนไม่ต้องอาบัติ แต่เดือดร้อน ทั้งไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโต
			<remark  id="s3b36c102l5" />วิมุติ ซึ่งปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของ
			<remark  id="s3b36c102l6" />บุคคลนั้น
			<remark  id="s3b36c102l7" />	บุคคลบางคนไม่ต้องอาบัติ ไม่เดือดร้อน แต่ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโต
			<remark  id="s3b36c102l8" />วิมุติ ซึ่งปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของ
			<remark  id="s3b36c102l9" />บุคคลนั้น
			<remark  id="s3b36c102l10" />	บุคคลบางคนไม่ต้องอาบัติ ไม่เดือดร้อน ทั้งรู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุติ
			<remark  id="s3b36c102l11" />ซึ่งปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับโดยไม่เหลือ แห่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วเหล่านั้นของ
			<remark  id="s3b36c102l12" />บุคคลนั้น
			<remark  id="s3b36c102l13" />	บุคคลให้แล้วดูหมิ่น
			<remark  id="s3b36c102l14" />	บุคคลดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วม
			<remark  id="s3b36c102l15" />	บุคคลผู้เชื่อง่าย
			<remark  id="s3b36c102l16" />	บุคคลโลเล
			<remark  id="s3b36c102l17" />	บุคคลโง่งมงาย
			<remark  id="s3b36c102l18" />	บุคคลเปรียบด้วยนักรบอาชีพ ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c102l19" />	ภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c102l20" />	ภิกษุผู้ถือห้ามภัตอันนำมาเมื่อภายหลังเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c102l21" />	ภิกษุผู้ถือนั่งฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c102l22" />	ภิกษุผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c102l23" />	ภิกษุผู้ถือเพียงไตรจีวรเป็นวัตร ๕ จำพวก
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c103" >
		<para id="s3b36c103p">
			<remark  id="s3b36c103l1" />	ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l2" />	ภิกษุผู้ถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l3" />	ภิกษุผู้ถืออยู่ในที่แจ้งเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l4" />	ภิกษุผู้ถือการนั่งเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l5" />	ภิกษุผู้ถือการอยู่ในเสนาสนะตามที่ท่านจัดให้เป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l6" />	ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร ๕ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l7" />			   ปัญจกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c103l8" />			     ฉักกมาติกา
			<remark  id="s3b36c103l9" />	[๑๒] บุคคล ๖ จำพวก
			<remark  id="s3b36c103l10" />	บุคคลบางคนแทงตลอดสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย ที่มิได้ สดับแล้วในก่อน
			<remark  id="s3b36c103l11" />ทั้งบรรลุความเป็นสัพพัญญูในธรรมนั้นด้วย ทั้งถึงความชำนาญในธรรมเป็นกำลังทั้งหลายด้วย
			<remark  id="s3b36c103l12" />	บุคคลบางคนแทงตลอดสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย ที่มิได้สดับแล้วในก่อน
			<remark  id="s3b36c103l13" />แต่มิได้บรรลุความเป็นสัพพัญญูในธรรมนั้นด้วย ทั้งมิได้ถึงความชำนาญในธรรมเป็นกำลัง
			<remark  id="s3b36c103l14" />ทั้งหลายด้วย
			<remark  id="s3b36c103l15" />	บุคคลบางคนไม่แทงตลอดสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย ที่มิได้สดับแล้วในก่อน
			<remark  id="s3b36c103l16" />เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในทิฏฐธรรมเทียว ทั้งลุสาวกบารมีด้วย
			<remark  id="s3b36c103l17" />	บุคคลบางคนไม่แทงตลอดสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย ที่มิได้สดับแล้วในก่อน
			<remark  id="s3b36c103l18" />เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ในทิฏฐธรรมเทียว แต่ไม่ได้บรรลุสาวกบารมี
			<remark  id="s3b36c103l19" />	บุคคลบางคนไม่แทงตลอดสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย ที่มิได้สดับแล้วในก่อน
			<remark  id="s3b36c103l20" />ทั้งมิได้ทำที่สุดทุกข์ในทิฏฐธรรมเทียว เป็นอนาคามี ไม่มาแล้วสู่ความเป็นอย่างนี้
			<remark  id="s3b36c103l21" />	บุคคลบางคนไม่แทงตลอดสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย ที่มิได้สดับแล้วในก่อน
			<remark  id="s3b36c103l22" />ทั่งไม่ทำที่สุดทุกข์ในทิฏฐธรรมเทียว เป็นโสดาบัน และสกทาคามี มาแล้วสู่ความเป็น
			<remark  id="s3b36c103l23" />อย่างนี้
			<remark  id="s3b36c103l24" />			   ฉักกมาติกา จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c104" >
		<para id="s3b36c104p">
			<remark  id="s3b36c104l1" />			    สัตตกมาติกา
			<remark  id="s3b36c104l2" />	[๑๓] บุคคล ๗ จำพวก
			<remark  id="s3b36c104l3" />	บุคคลเปรียบด้วยคนจมน้ำ ๗ เหล่า คือ
			<remark  id="s3b36c104l4" />	บุคคลจมแล้วคราวเดียว ย่อมจมอยู่นั่นเอง
			<remark  id="s3b36c104l5" />	บุคคลโผล่ขึ้นมาแล้ว จมลงอีก
			<remark  id="s3b36c104l6" />	บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว หยุดอยู่
			<remark  id="s3b36c104l7" />	บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว เหลียวมองดู
			<remark  id="s3b36c104l8" />	บุคคลโผล่ขึ้นแล้ว ว่ายข้ามไป
			<remark  id="s3b36c104l9" />	บุคคลโผล่ขึ้น และว่ายไปถึงที่ตื้นพอหยั่งถึงแล้ว
			<remark  id="s3b36c104l10" />	บุคคลโผล่ขึ้นและข้ามไปถึงฝั่งแล้ว เป็นพราหมห์ยืนอยู่บนบก
			<remark  id="s3b36c104l11" />	บุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต
			<remark  id="s3b36c104l12" />	บุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต
			<remark  id="s3b36c104l13" />	บุคคลผู้เป็นกายสักขี
			<remark  id="s3b36c104l14" />	บุคคลผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ
			<remark  id="s3b36c104l15" />	บุคคลเป็นสัทธาวิมุต
			<remark  id="s3b36c104l16" />	บุคคลผู้เป็นธัมมานุสารี
			<remark  id="s3b36c104l17" />	บุคคลผู้เป็นสัทธานุสารี
			<remark  id="s3b36c104l18" />			   สัตตกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c104l19" />			    อัฏฐกมาติกา
			<remark  id="s3b36c104l20" />	[๑๔] บุคคล ๘ จำพวก
			<remark  id="s3b36c104l21" />	บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๔
			<remark  id="s3b36c104l22" />	บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยผล ๔
			<remark  id="s3b36c104l23" />			   อัฏฐกมาติกา จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c105" >
		<para id="s3b36c105p">
			<remark  id="s3b36c105l1" />			     นวกมาติกา
			<remark  id="s3b36c105l2" />	[๑๕] บุคคล ๙ จำพวก
			<remark  id="s3b36c105l3" />	พระสัมมาสัมพุทธะ
			<remark  id="s3b36c105l4" />	พระปัจเจกพุทธะ
			<remark  id="s3b36c105l5" />	บุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต
			<remark  id="s3b36c105l6" />	บุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต
			<remark  id="s3b36c105l7" />	บุคคลผู้เป็นกายสักขี
			<remark  id="s3b36c105l8" />	บุคคลผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ
			<remark  id="s3b36c105l9" />	บุคคลผู้เป็นสัทธาวิมุต
			<remark  id="s3b36c105l10" />	บุคคลผู้เป็นธัมมานุสารี
			<remark  id="s3b36c105l11" />	บุคคลผู้เป็นสัทธานุสารี
			<remark  id="s3b36c105l12" />			   นวกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c105l13" />			     ทสกมาติกา
			<remark  id="s3b36c105l14" />	[๑๖] บุคคล ๑๐ จำพวก
			<remark  id="s3b36c105l15" />	ความสำเร็จของพระอริยบุคคล ๕ จำพวก ในกามาวจรภูมินี้
			<remark  id="s3b36c105l16" />	ความสำเร็จของพระอริยบุคคล ๕ จำพวก เมื่อละกามาจรภูมินี้ไปแล้ว
			<remark  id="s3b36c105l17" />			   ทสกมาติกา จบ
			<remark  id="s3b36c105l18" />			 มาติกาปุคคลปัญญัติ จบ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c106" >
		<para id="s3b36c106p">
			<remark  id="s3b36c106l1" />			    เอกกนิทเทส
			<remark  id="s3b36c106l2" />	[๑๗] บุคคลผู้พ้นแล้วในสมัย เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c106l3" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย ในกาลโดยกาลในสมัยโดยสมัย
			<remark  id="s3b36c106l4" />แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ อนึ่ง อาสวะบางอย่างของบุคคลนั้น หมดสิ้นแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา
			<remark  id="s3b36c106l5" />บุคคลนี้เรียกว่า ผู้พ้นแล้วในสมัย
			<remark  id="s3b36c106l6" />	[๑๘] บุคคลผู้มิใช่พ้นแล้วในสมัย เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c106l7" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ มิได้ถูกต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย ในกาลโดยกาลในสมัยโดย
			<remark  id="s3b36c106l8" />สมัย สำเร็จอิริยาบถอยู่ อนึ่ง อาสวะทั้งหลายของบุคคลนั้น หมดสิ้นแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา
			<remark  id="s3b36c106l9" />บุคคลนี้เรียกว่าผู้มิใช่พ้นแล้วในสมัย พระอริยบุคคลแม้ทั้งปวง ชื่อว่าผู้มิใช่พ้นแล้วในสมัย
			<remark  id="s3b36c106l10" />ในวิโมกข์ ส่วนที่เป็นอริยะ
			<remark  id="s3b36c106l11" />	[๑๙] บุคคลผู้มีธรรมอันกำเริบ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c106l12" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือสหรคตด้วย
			<remark  id="s3b36c106l13" />อรูปฌาน แต่บุคคลนั้น มิใช่เป็นผู้ได้ตามปรารถนา มิใช่เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก มิใช่เป็นผู้ได้โดย
			<remark  id="s3b36c106l14" />ไม่ลำบาก ไม่สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใดในที่ใด นานเท่าใด ตามปรารถนา ข้อนี้ก็เป็น
			<remark  id="s3b36c106l15" />ฐานะอยู่แล ที่สมาบัติเหล่านั้นจะพึงกำเริบได้ เพราะอาศัยความประมาทของบุคคลนั้น บุคคลนี้
			<remark  id="s3b36c106l16" />เรียกว่า ผู้มีธรรมอันกำเริบ
			<remark  id="s3b36c106l17" />	[๒๐] บุคคลผู้มีธรรมอันไม่กำเริบ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c106l18" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือสหรคตด้วย
			<remark  id="s3b36c106l19" />อรูปฌาน แต่บุคคลนั้น เป็นผู้ได้ตามต้องการ เป็นผู้ได้โดยไม่ยากเป็นผู้ได้โดยไม่ลำบาก
			<remark  id="s3b36c106l20" />สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใดในที่ใด นานเท่าใดได้ตามปรารถนา ข้อนี้ไม่เป็นฐานะ
			<remark  id="s3b36c106l21" />ไม่เป็นโอกาสที่สมาบัติเหล่านั้นจะพึงกำเริบเพราะอาศัยความประมาทของบุคคลนั้น บุคคลนี้
			<remark  id="s3b36c106l22" />เรียกว่า ผู้มีธรรมอันไม่กำเริบพระอริยบุคคลแม้ทั้งหมดชื่อว่าผู้มีธรรมอันไม่กำเริบ ในวิโมกข์
			<remark  id="s3b36c106l23" />ส่วนที่เป็นอริยะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c107" >
		<para id="s3b36c107p">
			<remark  id="s3b36c107l1" />	[๒๑] บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c107l2" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือสหรคตด้วย
			<remark  id="s3b36c107l3" />อรูปฌาน แต่บุคคลนั้น มิใช่เป็นผู้ได้ตามต้องการ มิใช่เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก มิใช่เป็นผู้ได้โดย
			<remark  id="s3b36c107l4" />ไม่ลำบาก ไม่สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใด ในที่ใด นานเท่าใดตามปรารถนา ข้อนี้ก็เป็น
			<remark  id="s3b36c107l5" />ฐานะอยู่แล ที่บุคคลนั้น จะพึงเสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้นได้ เพราะอาศัยความประมาท บุคคล
			<remark  id="s3b36c107l6" />นี้เรียกว่า ผู้มีธรรมอันเสื่อม
			<remark  id="s3b36c107l7" />	[๒๒] บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c107l8" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือสหรคตด้วย
			<remark  id="s3b36c107l9" />อรูปฌาน แต่บุคคลนั้นเป็นผู้ได้ตามต้องการ เป็นผู้ได้โดยไม่ยากเป็นผู้ได้โดยไม่ลำบาก
			<remark  id="s3b36c107l10" />สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใด ในที่ใด นานเท่าใดตามปรารถนา ข้อนี้ไม่เป็นฐานะไม่เป็น
			<remark  id="s3b36c107l11" />โอกาสที่บุคคลนั้นจะพึงเสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้น เพราะอาศัยความประมาท บุคคลนี้เรียกว่า
			<remark  id="s3b36c107l12" /> ผู้มีธรรมอันไม่เสื่อมพระอริยบุคคลแม้ทั้งปวงเป็นผู้มีธรรมอันไม่เสื่อมในวิโมกข์ส่วนที่
			<remark  id="s3b36c107l13" />เป็นอริยะ
			<remark  id="s3b36c107l14" />	[๒๓] บุคคลผู้ควรโดยเจตนา เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c107l15" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสรหคตด้วยรูปฌาน หรือสหรคตด้วย
			<remark  id="s3b36c107l16" />อรูปฌาน แต่บุคคลนั้นมิใช่เป็นผู้ได้ตามต้องการ มิใช่ได้โดยไม่ยากมิใช่เป็นผู้ได้โดยไม่ลำบาก
			<remark  id="s3b36c107l17" /> ไม่สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใด ในที่ใด นานเท่าใดได้ตามปรารถนา หากว่าคอยใส่ใจอยู่
			<remark  id="s3b36c107l18" />ย่อมไม่เสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้นหากไม่เอาใจใส่ก็เสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้น บุคคลนี้เรียกว่า
			<remark  id="s3b36c107l19" /> ผู้ควรโดยเจตนา
			<remark  id="s3b36c107l20" />	[๒๔] บุคคลผู้ควรโดยการตามรักษา เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c107l21" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสรหคตด้วยรูปฌาน หรือสรหคตด้วย
			<remark  id="s3b36c107l22" />อรูปฌาน และบุคคลนั้นแลมิใช่เป็นผู้ได้ตามต้องการ มิใช่เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก มิใช่เป็นผู้ได้
			<remark  id="s3b36c107l23" />โดยไม่ลำบาก ไม่สามารถจะเข้าหรือออกสมาบัติใดในที่ใด นานเท่าใดได้ตามปรารถนา
			<remark  id="s3b36c107l24" /> หากว่าคอยรักษาอยู่ ย่อมไม่เสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้น หากว่าไม่คอยรักษาก็เสื่อมจากสมาบัติ
			<remark  id="s3b36c107l25" />เหล่านั้น บุคคลนี้เรียกว่าผู้ควรโดยการตามรักษา
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c108" >
		<para id="s3b36c108p">
			<remark  id="s3b36c108l1" />	[๒๕] บุคคลที่เป็นปุถุชน เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l2" />	สัญโญชน์ ๓ อันบุคคลใดละไม่ได้ ทั้งไม่ปฏิบัติเพื่อละธรรมเหล่านั้นบุคคลนี้เรียกว่า
			<remark  id="s3b36c108l3" />ปุถุชน
			<remark  id="s3b36c108l4" />	[๒๖] โคตรภูบุคคล เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l5" />	ความย่างลงสู่อริยธรรมในลำดับแห่งธรรมเหล่าใด บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น
			<remark  id="s3b36c108l6" />นี้เรียกว่า โคตรภูบุคคล
			<remark  id="s3b36c108l7" />	[๒๗] บุคคลผู้งดเว้นเพราะกลัว เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l8" />	พระเสขะ ๗ จำพวก และบุคคลปุถุชนผู้มีศีล ชื่อว่าผู้งดเว้นเพราะกลัว พระอรหันต์
			<remark  id="s3b36c108l9" />ชื่อว่ามิใช่ผู้งดเว้นเพราะกลัว
			<remark  id="s3b36c108l10" />	[๒๘] บุคคลผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l11" />	บุคคลที่ประกอบด้วยกัมมาวรณ์ ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์ ประกอบด้วยวิปากาวรณ์
			<remark  id="s3b36c108l12" />ไม่มีศรัทธา ไม่มีฉันทะ มีปัญญาทราม โง่เขลา เป็นผู้ไม่ควรหยั่งลงสู่นิยามอันถูกในกุศลธรรม
			<remark  id="s3b36c108l13" />ทั้งหลาย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า ผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล
			<remark  id="s3b36c108l14" />	[๒๙] บุคคลผู้ควรแก่การบรรลุมรรคผล เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l15" />	บุคคลที่ไม่ประกอบด้วยกัมมาวรณ์ ไม่ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์ ไม่ประกอบด้วย
			<remark  id="s3b36c108l16" />วิปากาวรณ์ มีศรัทธา มีฉันทะ มีปัญญา ไม่โง่เขลา เป็นผู้ควรเพื่อหยั่งลงสู่นิยามอันถูกใน
			<remark  id="s3b36c108l17" />กุศลธรรมทั้งหลาย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า ผู้ควรแก่การบรรลุมรรคผล
			<remark  id="s3b36c108l18" />	[๓๐] บุคคลผู้เที่ยงแล้ว เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l19" />	บุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม ๕ จำพวก บุคคลผู้เป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ และพระอริยบุคคล 
			<remark  id="s3b36c108l20" />๘ ชื่อว่า ผู้เที่ยงแล้ว บุคคลนอกนั้นชื่อว่า ผู้ไม่เที่ยง
			<remark  id="s3b36c108l21" />	[๓๑] บุคคลผู้ปฏิบัติ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l22" />	บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๔ ชื่อว่าผู้ปฏิบัติ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยผล ๔ ชื่อว่า
			<remark  id="s3b36c108l23" />ผู้ตั้งอยู่แล้วในผล
			<remark  id="s3b36c108l24" />	[๓๒] บุคคลชื่อว่าสมสีสี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c108l25" />	การสิ้นไปแห่งอาสวะ และการสิ้นไปแห่งชีวิตของบุคคลใด มีไม่ก่อนไม่หลังกัน
			<remark  id="s3b36c108l26" />บุคคลนี้เรียกว่า สมสีสี
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c109" >
		<para id="s3b36c109p">
			<remark  id="s3b36c109l1" />	[๓๓] บุคคลชื่อว่าฐิตกัปปี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l2" />	บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล และเวลาที่กัลป์ไหม้จะพึงมี
			<remark  id="s3b36c109l3" />กัลป์ก็ไม่พึงไหม้ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผลบุคคลนี้เรียกว่า ฐิตกัปปี
			<remark  id="s3b36c109l4" />บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรคแม้ทั้งหมด ชื่อว่าเป็นผู้มีกัลป์ตั้งอยู่แล้ว
			<remark  id="s3b36c109l5" />	[๓๔] บุคคลเป็นอริยะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l6" />	พระอริยบุคคล ๘ เป็นอริยะ บุคคลนอกนั้น ไม่ใช่อริยะ
			<remark  id="s3b36c109l7" />	[๓๕] บุคคลเป็นเสขะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l8" />	บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๔ พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๓ เป็นเสขะพระอรหันต์เป็น
			<remark  id="s3b36c109l9" />อเสขะ บุคคลนอกนั้น เป็นเสขะก็มิใช่ เป็นอเสขะก็มิใช่
			<remark  id="s3b36c109l10" />	[๓๖] บุคคลผู้มีวิชชา ๓ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l11" />	บุคคลประกอบด้วยวิชชา ๓ ชื่อว่าผู้มีวิชชา ๓
			<remark  id="s3b36c109l12" />	[๓๗] บุคคลผู้มีอภิญญา ๖ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l13" />	บุคคลประกอบด้วยอภิญญา ๖ ชื่อว่าผู้มีอภิญญา ๖
			<remark  id="s3b36c109l14" />	[๓๘] บุคคลเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l15" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ตรัสรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ซึ่งสัจจะด้วยตนเองในธรรมทั้งหลาย
			<remark  id="s3b36c109l16" />ที่ตนมิได้เคยสดับมาแล้วในก่อน บรรลุความเป็นพระสัพพัญญูในธรรมนั้น และบรรลุความเป็น
			<remark  id="s3b36c109l17" />ผู้มีความชำนาญในธรรมเป็นกำลังทั้งหลายบุคคลนี้เรียกว่า พระสัมมาสัมพุทธะ
			<remark  id="s3b36c109l18" />	[๓๙] บุคคลเป็นพระปัจเจกพุทธะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l19" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมตรัสรู้ซึ่งสัจจะทั้งหลายด้วยตนเอง ในธรรมทั้งหลายที่ตน
			<remark  id="s3b36c109l20" />ไม่ได้สดับมาแล้วในก่อน แต่มิได้บรรลุความเป็นพระสัพพัญญูในธรรมนั้น ทั้งไม่ถึงความเป็น
			<remark  id="s3b36c109l21" />ผู้ชำนาญในธรรมอันเป็นกำลังทั้งหลาย บุคคลนี้เรียกว่า พระปัจเจกพุทธะ
			<remark  id="s3b36c109l22" />	[๔๐] บุคคลชื่อว่า อุภโตภาควิมุต เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c109l23" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ ทั้งอาสวะ
			<remark  id="s3b36c109l24" />ของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า อุภโตภาควิมุต
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c110" >
		<para id="s3b36c110p">
			<remark  id="s3b36c110l1" />	[๔๑] บุคคลชื่อว่าปัญญาวิมุต เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c110l2" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ มิได้ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย สำเร็จอิริยาบถอยู่ แต่อาสวะ
			<remark  id="s3b36c110l3" />ของผู้นั้นสิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ปัญญาวิมุต
			<remark  id="s3b36c110l4" />	[๔๒] บุคคลชื่อว่ากายสักขี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c110l5" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ ทั้งอาสวะ
			<remark  id="s3b36c110l6" />บางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญาบุคคลนี้เรียกว่า กายสักขี
			<remark  id="s3b36c110l7" />	[๔๓] บุคคลชื่อว่าทิฏฐิปัตตะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c110l8" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความ
			<remark  id="s3b36c110l9" />เป็นจริงว่า นี้เหตุให้เกิดทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่านี้ความดับทุกข์ ย่อมรู้ชัด
			<remark  id="s3b36c110l10" />ตามความเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์อนึ่ง ธรรมทั้งหลายที่พระตถาคตประกาศ
			<remark  id="s3b36c110l11" />แล้ว ผู้นั้นเห็นชัดแล้ว ดำเนินไปดีแล้วด้วยปัญญา อนึ่งอาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว
			<remark  id="s3b36c110l12" /> เพราะเห็นด้วยปัญญาบุคคลนี้เรียกว่า ทิฏฐิปัตตะ
			<remark  id="s3b36c110l13" />	[๔๔] บุคคลชื่อว่าสัทธาวิมุต เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c110l14" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความ
			<remark  id="s3b36c110l15" />เป็นจริงว่า นี้เหตุให้เกิดทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่านี้ความดับทุกข์ ย่อมรู้ชัดตาม
			<remark  id="s3b36c110l16" />ความเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์อนึ่งธรรมทั้งหลายที่พระตถาคตประกาศแล้ว
			<remark  id="s3b36c110l17" /> ผู้นั้นเห็นชัดแล้ว ดำเนินไปดีแล้วด้วยปัญญา อนึ่ง อาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว
			<remark  id="s3b36c110l18" /> เพราะเห็นด้วยปัญญาแต่มิใช่เหมือนบุคคลผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ บุคคลนี้เรียกว่าสัทธาวิมุต
			<remark  id="s3b36c110l19" />	[๔๕] บุคคลชื่อว่าธัมมานุสารี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c110l20" />	ปัญญินทรีย์ของบุคคลใด ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผลมีประมาณยิ่ง บุคคลนั้น
			<remark  id="s3b36c110l21" />ย่อมอบรมซึ่งอริยมรรคอันมีปัญญาเป็นเครื่องนำมา มีปัญญาเป็นประธานให้เกิดขึ้น บุคคลนี้
			<remark  id="s3b36c110l22" />เรียกว่า ธัมมานุสารี บุคคลผู้ปฏิบัติแล้ว เพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ชื่อว่าธัมมานุสารี
			<remark  id="s3b36c110l23" />บุคคลผู้ตั้งอยู่แล้วในผล ชื่อว่าทิฏฐิปัตตะ
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c111" >
		<para id="s3b36c111p">
			<remark  id="s3b36c111l1" />	[๔๖] บุคคลชื่อว่าสัทธานุสารี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c111l2" />	สัทธินทรีย์ของบุคคลใดผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มีประมาณยิ่ง อบรม
			<remark  id="s3b36c111l3" />อริยมรรคมีสัทธาเป็นเครื่องนำมา มีสัทธาเป็นประธานให้เกิดขึ้น บุคคลนี้เรียกว่า สัทธานุสารี
			<remark  id="s3b36c111l4" />บุคคล ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผลชื่อว่าสัทธานุสารี ผู้ตั้งอยู่แล้วในผล ชื่อว่า
			<remark  id="s3b36c111l5" />สัทธาวิมุต
			<remark  id="s3b36c111l6" />	[๔๗] บุคคลชื่อว่าสัตตักขัตตุปรมะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c111l7" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งสัญโญชน์ทั้ง ๓ เป็นโสดาบัน มีอัน
			<remark  id="s3b36c111l8" />ไม่ไปเกิดในอบายเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง จะได้ตรัสรู้ในเบื้องหน้า บุคคลนั้นจะแล่นไป
			<remark  id="s3b36c111l9" />ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ๗ ชาติ แล้วทำที่สุดทุกข์ได้ บุคคลนี้เรียกว่า สัตตักขัตตุปรมะ
			<remark  id="s3b36c111l10" />	[๔๘] บุคคลชื่อว่าโกลังโกละ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c111l11" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งสัญโญชน์ทั้ง ๓ เป็นโสดาบัน มีอัน
			<remark  id="s3b36c111l12" />ไม่ไปเกิดในอบายเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงจะได้ตรัสรู้ในเบื้องหน้า บุคคลนั้นจะแล่นไปท่องเที่ยว
			<remark  id="s3b36c111l13" />ไปสู่ตระกูลสองหรือสาม แล้วทำที่สุดทุกข์ได้ บุคคลนี้เรียกว่า โกลังโกละ
			<remark  id="s3b36c111l14" />	[๔๙] บุคคลชื่อว่าเอกพิชี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c111l15" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งสัญโญชน์ทั้ง ๓ มีอันไม่ไปเกิดใน
			<remark  id="s3b36c111l16" />อบายเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง จะได้ตรัสรู้ในเบื้องหน้า บุคคลนั้นเกิดในภพมนุษย์อีกครั้งเดียว
			<remark  id="s3b36c111l17" />แล้วทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ บุคคลนี้เรียกว่าเอกพิชี
			<remark  id="s3b36c111l18" />	[๕๐] บุคคลชื่อว่าสกทาคามี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c111l19" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งสัญโญชน์ทั้ง ๓ เพราะทำราคะ โทสะ
			<remark  id="s3b36c111l20" />โมหะ ให้เบาบางลง เป็นสกทาคามี ยังจะมาสู่โลกนี้คราวเดียวเท่านั้น แล้วทำที่สุดทุกข์ได้
			<remark  id="s3b36c111l21" />บุคคลนี้เรียกว่าสกทาคามี
			<remark  id="s3b36c111l22" />	[๕๑] บุคคลชื่อว่าอนาคามี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c111l23" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งโอรัมภาคิยสัญโญชน์ทั้ง ๕ มีกำเนิด
			<remark  id="s3b36c111l24" />เป็นอุปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้น มีอันไม่กลับมาจากโลกนั้นเป็นธรรมดา
			<remark  id="s3b36c111l25" /> บุคคลนี้เรียกว่า อนาคามี
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c112" >
		<para id="s3b36c112p">
			<remark  id="s3b36c112l1" />	[๕๒] บุคคลชื่อว่าอันตราปรินิพพายี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c112l2" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งโอรัมภาคิยสัญโญชน์ทั้ง ๕ มีกำเนิด
			<remark  id="s3b36c112l3" />เป็นอุปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้น มีอันไม่กลับมาจากโลกนั้นเป็นธรรมดา
			<remark  id="s3b36c112l4" /> บุคคลนั้น ย่อมยังอริยมรรคให้เกิดขึ้นเพื่อละสัญโญชน์อันมีในเบื้องบน ในระยะเวลาติดต่อกับ
			<remark  id="s3b36c112l5" />ที่เกิดบ้าง ยังไม่ถึงท่ามกลางกำหนดอายุบ้าง บุคคลนี้เรียกว่า อันตราปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c112l6" />	[๕๓] บุคคลชื่อว่าอุปหัจจปริพพายี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c112l7" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งโอรัมภาคิยสัญโญชน์ทั้ง ๕ มีกำเนิด
			<remark  id="s3b36c112l8" />เป็นอุปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้นมีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา
			<remark  id="s3b36c112l9" />บุคคลนั้น ย่อมยังอริยมรรคให้เกิดขึ้น เพื่อละสัญโญชน์อันมีในเบื้องบน เมื่อล่วงพ้นท่ามกลาง
			<remark  id="s3b36c112l10" />กำหนดอายุบ้าง เมื่อใกล้จะทำกาลกิริยาบ้าง บุคคลนี้เรียกว่า อุปหัจจปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c112l11" />	[๕๔] บุคคลชื่อว่าอสังขารปรินิพพายี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c112l12" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งโอรัมภาคิยสัญโญชน์ทั้ง ๕ มีกำเนิด
			<remark  id="s3b36c112l13" />เป็นอุปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้น มีอันไม่กลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา
			<remark  id="s3b36c112l14" />บุคคลนั้นย่อมยังอริยมรรคให้เกิดขึ้นโดยไม่ลำบากเพื่อละสัญโญชน์อันมีในเบื้องบน บุคคลนี้
			<remark  id="s3b36c112l15" />เรียกว่า อสังขารปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c112l16" />	[๕๕] บุคคลชื่อว่าสสังขารปรินิพพายี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c112l17" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบ แห่งโอรัมภาคิยสัญโญชน์ทั้ง ๕ มี
			<remark  id="s3b36c112l18" />กำเนิดเป็นอุปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้นมีอันไม่กลับมาจากโลกนั้น
			<remark  id="s3b36c112l19" />เป็นธรรมดา บุคคลนั้น ย่อมยังอริยมรรคให้เกิดขึ้นโดยลำบาก เพื่อละสัญโญชน์อันมีในเบื้องบน
			<remark  id="s3b36c112l20" />บุคคลนี้เรียกว่า สสังขารปรินิพพายี
			<remark  id="s3b36c112l21" />	[๕๖] บุคคลชื่อว่าอุทธังโสโตอกนิฏฐคามี เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c112l22" />	บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะความสิ้นไปรอบแห่งโอรัมภาคิยสัญโญชน์ทั้ง ๕ มีกำเนิด
			<remark  id="s3b36c112l23" />เป็นอุปปาติกะ ปรินิพพานในเทวโลกชั้นสุทธาวาสนั้น มีอันไม่กลับมาจากโลกนั้นเป็นธรรมดา
			<remark  id="s3b36c112l24" />บุคคลนั้น จุติจากอวิหาไปอตัปปา จุติจากอตัปปาไปสุทัสสา จุติจากสุทัสสาไปสุทัสสี
			<remark  id="s3b36c112l25" />จุติจากสุทัสสีไปอกนิฏฐา ย่อมยังอริยมรรคให้เกิดขึ้นในอกนิฏฐา เพื่อละสัญโญชน์เบื้องบน
			<remark  id="s3b36c112l26" />บุคคลนี้เรียกว่า อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c113" >
		<para id="s3b36c113p">
			<remark  id="s3b36c113l1" />	[๕๗] บุคคลชื่อว่าโสดาบัน ชื่อว่าปฏิบัติแล้วเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล
			<remark  id="s3b36c113l2" />เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c113l3" />	บุคคลผู้ปฏิบัติแล้วเพื่อละสัญโญชน์ ๓ ปฏิบัติแล้วเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สัญ
			<remark  id="s3b36c113l4" />โญชน์ ๓ อันบุคคลใดละได้แล้ว บุคคลนั้นเรียกว่าโสดาบัน
			<remark  id="s3b36c113l5" />	บุคคลปฏิบัติแล้วเพื่อความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท ปฏิบัติแล้วเพื่อทำให้แจ้ง
			<remark  id="s3b36c113l6" />ซึ่งสกทาคามิผล เพราะราคะและพยาบาทของบุคคลใดเบาบางแล้ว บุคคลนี้เรียกว่า สกทาคามี
			<remark  id="s3b36c113l7" />	บุคคลปฏิบัติแล้วเพื่อละไม่ให้เหลือ ซึ่งกามราคะและพยาบาท ปฏิบัติแล้วเพื่อทำให้แจ้ง
			<remark  id="s3b36c113l8" />ซึ่งอนาคามิผล กามราคะและพยาบาทอันบุคคลใดละได้หมดไม่มีเหลือ บุคคลนั้นเรียกว่า
			<remark  id="s3b36c113l9" />อนาคามี
			<remark  id="s3b36c113l10" />	บุคคลปฏิบัติแล้ว เพื่อไม่ให้เหลือซึ่งรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชา
			<remark  id="s3b36c113l11" />ปฏิบัติแล้วเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล รูปราคะ อรูปราคะมานะ อุทธัจจะ อวิชชา อันบุคคลใด
			<remark  id="s3b36c113l12" />ละได้หมดไม่มีเหลือ บุคคลนี้เรียกว่าอรหันต์
			<remark  id="s3b36c113l13" />			   เอกกนิทเทส จบ
			<remark  id="s3b36c113l14" />			     ทุกนิทเทส
			<remark  id="s3b36c113l15" />	[๕๘] บุคคลผู้มักโกรธ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c113l16" />	ความโกรธ ในข้อนั้นเป็นไฉน ความโกรธ กิริยาที่โกรธ ภาวะที่โกรธ โทสะ ความ
			<remark  id="s3b36c113l17" />ประทุษร้าย ภาวะที่ประทุษร้าย ความพยาบาท กิริยาที่พยาบาท ภาวะที่พยาบาท ความพิโรธ
			<remark  id="s3b36c113l18" />ความพิโรธตอบ ความดุร้าย ความเกรี้ยวกราด ภาวะที่จิตไม่ยินดีอันใด นี้เรียกว่าความโกรธ
			<remark  id="s3b36c113l19" />ความโกรธนี้อันบุคคลใดละไม่ได้ บุคคลนั้นเรียกว่า ผู้มักโกรธ
			<remark  id="s3b36c113l20" />	บุคคลผู้ผูกโกรธ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c113l21" />	ความผูกโกรธ ในข้อนั้นเป็นไฉน ความโกรธมีในเบื้องต้น ความผูกโกรธมีในภายหลัง
			<remark  id="s3b36c113l22" />ความผูกโกรธ กิริยาที่ผูกโกรธ ภาวะที่ผูกโกรธ การไม่หยุดโกรธ การตั้งความโกรธไว้ การ
			<remark  id="s3b36c113l23" />ดำรงความโกรธไว้ การไหลไปตามความโกรธ การตามผูกพันธ์ความโกรธไว้ การทำความโกรธให้
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c114" >
		<para id="s3b36c114p">
			<remark  id="s3b36c114l1" />มั่นเข้าไว้อันใดเห็นปานนี้ นี้เรียกว่าความผูกโกรธ ความผูกโกรธนี้ อันบุคคลใดละไม่ได้
			<remark  id="s3b36c114l2" />บุคคลนั้นเรียกว่า ผู้ผูกโกรธ
			<remark  id="s3b36c114l3" />	[๕๙] บุคคลผู้มักลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c114l4" />	ความลบหลู่ ในข้อนั้นเป็นไฉน ความลบหลู่ กิริยาที่ลบหลู่ ภาวะที่ลบหลู่ ความ
			<remark  id="s3b36c114l5" />ไม่เห็นคุณของผู้อื่น การกระทำที่ไม่เห็นคุณของผู้อื่น นี้เรียกว่าความลบหลู่ ความลบหลู่นี้ อัน
			<remark  id="s3b36c114l6" />บุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่าผู้มักลบหลู่บุญคุณของผู้อื่น
			<remark  id="s3b36c114l7" />	บุคคลผู้ตีเสมอ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c114l8" />	การตีเสมอ ในข้อนั้นเป็นไฉน การตีเสมอ กิริยาที่ตีเสมอ ภาวะที่ตีเสมอ ธรรมที่
			<remark  id="s3b36c114l9" />เป็นอาหารแห่งการตีเสมอ ฐานะแห่งวิวาท การถือเป็นคู่ว่าเท่าเทียมกัน การไม่สละคืนอันใด
			<remark  id="s3b36c114l10" /> นี้เรียกว่าการตีเสมอ การตีเสมอนี้อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่าผู้ตีเสมอ
			<remark  id="s3b36c114l11" />	[๖๐] บุคคลผู้มีความริษยา เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c114l12" />	ความริษยา ในข้อนั้นเป็นไฉน ความริษยา กิริยาที่ริษยา ภาวะที่ริษยา ความไม่
			<remark  id="s3b36c114l13" />ยินดีด้วย กิริยาที่ไม่ยินดีด้วย ภาวะที่ไม่ยินดีด้วยในลาภสักการะ การเคารพ ความนับถือ การไหว้
			<remark  id="s3b36c114l14" />การบูชาของผู้อื่น อันใด นี้เรียกว่าความริษยา ก็ความริษยานี้ อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคล
			<remark  id="s3b36c114l15" />นี้เรียกว่า ผู้มีความริษยา
			<remark  id="s3b36c114l16" />	บุคคลผู้มีความตระหนี่ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c114l17" />	ความตระหนี่ ในข้อนั้นเป็นไฉน ความตระหนี่มี ๕ อย่าง คือ ตระหนี่ที่อยู่ ตระหนี่
			<remark  id="s3b36c114l18" />ตระกูล ตระหนี่ลาภ ตระหนี่วรรณะ ตระหนี่ธรรมความตระหนี่ กิริยาที่ตระหนี่ ภาวะที่ตระหนี่
			<remark  id="s3b36c114l19" />ความอยากไปต่างๆ ความเหนียวแน่นความตระหนี่ถี่เหนียว ความที่จิตไม่เผื่อแผ่ อันใด
			<remark  id="s3b36c114l20" />เห็นปานนี้ นี้เรียกว่าความตระหนี่ ความตระหนี่นี้ อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่า
			<remark  id="s3b36c114l21" /> ผู้มีความตระหนี่
			<remark  id="s3b36c114l22" />	[๖๑] บุคคลผู้โอ้อวด เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c114l23" />	ความโอ้อวด ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้อวดความโอ้อวด
			<remark  id="s3b36c114l24" /> ภาวะที่โอ้อวด กิริยาที่โอ้อวด ภาวะที่แข็งกระด้าง กิริยาที่แข็งกระด้าง ความพูดยกตน กิริยา
			<remark  id="s3b36c114l25" />ที่พูดยกตน อันใด ในข้อนั้น นี้เรียกว่าความโอ้อวด ความโอ้อวดนี้ อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว
			<remark  id="s3b36c114l26" /> บุคคลนี้เรียกว่า ผู้โอ้อวด
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c115" >
		<para id="s3b36c115p">
			<remark  id="s3b36c115l1" />	บุคคลผู้มีมารยา เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c115l2" />	มารยา ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติทุจริตด้วยกาย ประพฤติ
			<remark  id="s3b36c115l3" />ทุจริตด้วยวาจา ประพฤติทุจริตด้วยใจแล้ว เพราะเหตุจะปกปิดทุจริตนั้น จึงตั้งความปรารถนาอัน
			<remark  id="s3b36c115l4" />ลามก ปรารถนาว่าใครๆ อย่ารู้เรา ดำริว่าใครๆ อย่ารู้เรา พูดว่าใครๆ อย่ารู้เรา พยายามด้วย
			<remark  id="s3b36c115l5" />กายว่าใครๆ อย่ารู้เรามายา ภาวะที่มายา ความวางท่า ความหลอกลวง ความตลบแตลง
			<remark  id="s3b36c115l6" /> ความมีเลห์เหลี่ยม ความทำให้ลุ่มหลง ความซ่อน ความอำพราง ความผิดความปกปิด การ
			<remark  id="s3b36c115l7" />ไม่ทำให้เข้าใจง่าย การไม่ทำให้จะแจ้ง การปิดบังกิริยาลามกเห็นปานนี้ อันใด นี้เรียกว่า มายา
			<remark  id="s3b36c115l8" />มายานี้ อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่า มีมายา
			<remark  id="s3b36c115l9" />	[๖๒] บุคคลผู้ไม่มีหิริ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c115l10" />	ความไม่มีหิริ ในข้อนั้นเป็นไฉน ธรรมชาติใดไม่ละอายสิ่งที่ควรละอาย ไม่ละอาย
			<remark  id="s3b36c115l11" />การถึงพร้อมแห่งธรรมอันเป็นบาปอกุศล นี้เรียกว่า ความไม่มีหิริ บุคคลประกอบแล้วด้วยความ
			<remark  id="s3b36c115l12" />ไม่มีหิรินี้ เรียกว่าผู้ไม่มีหิริ
			<remark  id="s3b36c115l13" />	บุคคลผู้ไม่มีโอตตัปปะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c115l14" />	ความไม่มีโอตตัปปะ ในข้อนั้นเป็นไฉน ธรรมชาติใดไม่กลัวสิ่งที่ควรกลัว ไม่กลัว
			<remark  id="s3b36c115l15" />การถึงพร้อมแห่งธรรมที่เป็นบาปอกุศล นี้เรียกว่าความไม่มีโอตตัปปะ บุคคลประกอบแล้วด้วย
			<remark  id="s3b36c115l16" />ความไม่มีโอตตัปปะนี้ชื่อว่า ผู้ไม่มีโอตตัปปะ
			<remark  id="s3b36c115l17" />	[๖๓] บุคคลผู้ว่ายาก เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c115l18" />	ความเป็นผู้ว่ายาก ในข้อนั้นเป็นไฉน ความเป็นผู้ว่ายาก กิริยาที่เป็นผู้ว่ายาก ภาวะ
			<remark  id="s3b36c115l19" />ที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ถือเอาโดยปฏิกูล ความเป็นผู้ยินดีโดยความเป็นข้าศึก ความไม่เอื้อเฟื้อ
			<remark  id="s3b36c115l20" />ภาวะที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพความไม่เชื่อฟัง ในเมื่อสหธรรมิกว่ากล่าวอยู่ นี้เรียกว่า
			<remark  id="s3b36c115l21" />ความเป็นผู้ว่ายาก บุคคลประกอบแล้วด้วยความเป็นผู้ว่ายากนี้ ชื่อว่าผู้ว่ายาก
			<remark  id="s3b36c115l22" />	บุคคลผู้มีมิตรชั่ว เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c115l23" />	ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลเหล่านั้นใด เป็นผู้ไม่มีศรัทธา เป็น
			<remark  id="s3b36c115l24" />ผู้ทุศีล มีสุตะน้อย เป็นผู้ตระหนี่ มีปัญญาทราม การเสวนะการเข้าไปเสวนะ การซ่องเสพ
			<remark  id="s3b36c115l25" />การคบ การคบหา การภักดี การภักดีด้วยความเป็นผู้คบหาสมาคมกับบุคคลเหล่านั้น อันใด
			<remark  id="s3b36c115l26" />นี้เรียกว่า ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว บุคคลประกอบด้วยความเป็นผู้มีมิตรชั่วนี้ เรียกว่าผู้มีมิตรชั่ว
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c116" >
		<para id="s3b36c116p">
			<remark  id="s3b36c116l1" />	[๖๔] บุคคลผู้มีทวารอันไม่คุ้มครอง แล้วในอินทรีย์ทั้งหลายเป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c116l2" />	ความเป็นผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ในข้อนั้นเป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c116l3" />บุคคลบางคนในโลกนี้ เห็นรูปด้วยตา เป็นผู้ถือเอาซึ่งนิมิตร เป็นผู้ถือเอาซึ่งอนุพยัญชนะ
			<remark  id="s3b36c116l4" />อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก คืออภิชฌาและโทมนัสพึงซ่านไปตามบุคคลผู้ไม่สำรวมอินทรีย์
			<remark  id="s3b36c116l5" />คือจักษุนี้อยู่ เพราะการไม่สำรวมอินทรีย์ คือจักษุใด เป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์
			<remark  id="s3b36c116l6" />คือจักษุนั้น ย่อมไม่รักษาอินทรีย์ คือจักษุ ย่อมไม่ถึงความสำรวมในอินทรีย์ คือจักษุ ฟังเสียงด้วยหู
			<remark  id="s3b36c116l7" />ฯลฯ สูดกลิ่นด้วยจมูก ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์
			<remark  id="s3b36c116l8" />ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ถือเอาซึ่งนิมิต เป็นผู้ถือเอาซึ่งอนุพยัญชนะ อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก คือ
			<remark  id="s3b36c116l9" /> อภิชฌา และโทมนัส พึงซ่านไปตามบุคคลผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ คือใจนี้อยู่ เพราะการไม่สำรวม
			<remark  id="s3b36c116l10" />อินทรีย์ คือใจใดเป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์ คือใจนั้น ย่อมไม่รักษาอินทรีย์
			<remark  id="s3b36c116l11" />คือใจย่อมไม่ถึงความสำรวมอินทรีย์ คือใจ การไม่คุ้มครอง การไม่ปกครอง การไม่รักษา
			<remark  id="s3b36c116l12" /> การไม่สำรวมอินทรีย์ทั้ง ๖ เหล่านี้อันใด นี้ชื่อว่า ความเป็นผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์
			<remark  id="s3b36c116l13" />ทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยความเป็นผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลายนี้ชื่อว่า
			<remark  id="s3b36c116l14" />ความเป็นผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย
			<remark  id="s3b36c116l15" />	บุคคลไม่รู้จักประมาณในโภชนะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c116l16" />	ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะ ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้
			<remark  id="s3b36c116l17" />ไม่พิจารณาแล้วโดยแยบคาย บริโภคซึ่งอาหารเพื่อเล่น เพื่อมัวเมา เพื่อประดับ เพื่อตกแต่ง
			<remark  id="s3b36c116l18" /> ความเป็นผู้ไม่สันโดษ ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะนั้น ความไม่พิจารณาในโภชนะอันใด
			<remark  id="s3b36c116l19" />นี้เรียกว่า ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะ บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้ไม่รู้จัก
			<remark  id="s3b36c116l20" />ประมาณในโภชนะนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะ
			<remark  id="s3b36c116l21" />	[๖๕] บุคคลผู้มีสติหลง เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c116l22" />	ความเป็นผู้มีสติหลง ในข้อนั้นเป็นไฉน ความระลึกไม่ได้ ความตามระลึกไม่ได้
			<remark  id="s3b36c116l23" />ความไม่มีสติ ความระลึกไม่ได้ความทรงจำไม่ได้ ความหลงใหล ความฟั่นเฟือน อันใด นี้เรียกว่า
			<remark  id="s3b36c116l24" /> ความเป็นผู้มีสติหลง บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้มีสติหลงนี้ ชื่อว่าผู้มีสติหลง
		</para>
	</section>
	<section id="s3b36c117" >
		<para id="s3b36c117p">
			<remark  id="s3b36c117l1" />	บุคคลผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็นไฉน
			<remark  id="s3b36c117l2" />	สัมปชัญญะ ในข้อนั้นเป็นไฉน ความไม่รู้ ความไม่เห็น ความไม่ตรัสรู้ ความ
			<remark  id="s3b36c117l3" />ไม่รู้ตาม ความไม่รู้พร้อม ความไม่แทงตลอด ความไม่รับท
