Saturday, January 07, 2006
Friday, January 06, 2006
วันนี้ไปเที่ยวมาค่ะ
เนื่องจากว่า วันพรุ่งนี้ คุณพ่อคุณแม่ของคุณอี้ จะเดินทางกลับแล้วค่ะ
วันนี้ เราเลยออกไปขับรถเที่ยวกัน แถวๆใกล้ๆนี่เอง
ออกกันเช้ามากกกกค่ะ สิบโมง
ที่แรกที่เราแวะไป คือ State forest ค่ะ เขาเขียนไว้ว่า
เป็นป่าสนที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เลยไปลองดูซะหน่อย
ปรากฏว่า มีแต่ต้นสน และ ต้นสน จริงๆ ค่ะ ไม่มีสิ่งอื่นใดให้ชื่นชมเลย ^^"

ไป Mount Yarrowyck Natural Reserve ต่อดีกว่า
ขับรถออกไปทาง Bundarra road เป็นระยะทาง 27 กม.
ขับไปจนเกือบถึงที่ เจอสามแยกแล้วเลี้ยวขวาไปตาม Thunderbolt way
แป๊บเดียวก็ถึงค่ะ ถนนดีมาก ไม่กว้างเท่าไหร่ แต่ก็ขับสบาย
ที่ Mt Yarrowyck มีเส้นทางสำหรับคนเดิน
ไม่ไกลเท่าไหร่ ระยะ 1.8 กม. กับระยะ 3 กม.
แต่พวกเราไม่ได้เดินค่ะ เนื่องจากเวลาไม่พอ
เลยเดินอยู่แถวๆ ใกล้ๆทางเข้า
และถ่ายรูปกับหินแกรนิตกองเบ้อเริ่มที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น

ออกมาตั้งไกล ก็ยังอุตส่าห์มาเจอแมงวันยักษ์ ตัวเกือบจะเท่านิ้วชี้อ้วนๆ ของคุณอี้ (- -" )

จุดหมายต่อไป ก็คือ Rocky River
ขับมุ่งหน้าไปทาง Thunderbolt way เหมือนกัน
แต่คนละทิศกับ Mt Yarrowyck
ขับไปจนเกือบถึงเมือง Uralla แล้ว ก็ยังไม่เจอทางเข้า ^^"
เลยขับเลยไปกินพายที่ร้าน Thunderbolt Pie
ที่อยู่เยื้องๆ กับศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว

เป็นครั้งแรกที่กินพายฝรั่ง แล้วรู้สึกว่ามันอร่อยค่ะ
ปกติ พายเนื้อวัวที่นี่ จะมีกลิ่นเหม็นของเนื้อวัวติดมาด้วย
แต่พายที่นี่ ทั้งเนื้อ แกะ และหมู ไม่มีกลิ่นที่ว่าเลย อร่อยมากด้วย
มารู้ตัวอีกที ก็หมดเกลี้ยงอย่างที่เห็น

พิซซ่าก็อร่อยเหมือนกันค่ะ มีหน้า smoked trout ด้วย โฮมเมด ร้อนๆ นุ่มๆ อร่อยยยยย

กินเสร็จก็ขับรถต่อไปที่สนามบินอามิเดล
ไม่ได้จะไปส่งใครหรอกค่ะ ที่เข้าสนามบิน ก็เป็นเพราะว่า
ทางเข้า Saumarez Homestead อยู่ทางเดียวกับทางเข้าสนามบิน
เจ้า Saumarez Homestead นี่มันเป็นบ้านโบราณเก่าแก่
ที่ถูกรักษาให้อยู่ในสภาพเดิม ทั้งโครงสร้าง เฟอร์นิเจอร์ อะไรต่างๆ
ระยะทางนับจากทางเข้าสนามบิน 3 กม. ค่ะ
แต่เวลาขับจริง กิโลแม้วสุดๆ เพราะขับได้ 20 กม.ต่อชม.
ขับเร็วกลัวรถพังค่ะ เพราะถนนมันไม่มียาง มีแต่ดินและกรวด
พอไปถึงบริเวณตัวบ้าน กำลังจะก้าวเข้าไปชมภายใน
ก็ดันเจอป้าย 8 เหรียญต่อหนึ่งท่าน เสียก่อน
เลยได้ถ่ายรูปจากแถวที่จอดรถแทน ^^"
เอาตังค์ไปกินอะไรอร่อยๆ ดีกว่า

วันนี้เลยได้อานิสงค์จากการพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยว ได้ไปที่ที่ไม่เคยไป
ได้กินพายและพิซซ่าแสนอร่อย
อยากให้คนมาเที่ยวหาอีกจังเลย ^^"
Wednesday, January 04, 2006
เขาคนนั้น กับวันข้างหน้า
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้อ่านเมล์ที่ส่งมาจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
เธอเพิ่งให้กำเนิดทารกเพศชาย เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
เธอเขียนบันทึกช่วงเวลาตั้งครรค์ของเธอไว้
เธอเพิ่งส่งมาให้อ่านหลังคลอดแล้ว
เธอเล่าตั้งแต่ ความฝันตั้งแต่ยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์
เธอเล่าว่า ฝันว่า มีพระเอาสร้อยทองคำเส้นโตมาให้ และเธอก็รับไว้
เธอเลยไปตรวจกับหมอ และผลปรากฏว่าเธอตั้งครรภ์
เธอเล่าว่า ทุกครั้งที่ไปหาหมอตรวจครรภ์ เธอไปทำอะไรมาบ้าง และเด็กในครรภ์มีพัฒนาการอย่างไร
เธอเล่าถึง ทุกครั้งที่เธอไปตามที่ต่าง ๆ เช่น ไปไหว้พระ หรือไปไหน
รวมถึง ทุกตอนที่มีผู้ชายแสนดี ที่รักเธอมากคนหนึ่งคอยกุมมือและดูแลเธอตลอดระยะเก้าเดือนที่ผ่านไป
อ่านแล้ว ก็รู้สึกดีใจและปลื้มใจไปกับเธอด้วย
รู้สึกดีใจ ที่เพื่อนรักอีกหนึ่งคน มีความสุข
มีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีคนรัก และมีคนให้รักเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
เธอช่างเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่โชคดีเหลือเกิน
@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~@~
ยังไม่เห็นหน้าหลานเลยค่ะ แต่ได้ยินมาว่า หน้าเหมือนเด็กเกาหลี
แบบนี้โตมา ต้องหล่อมาก แน่ๆเลย ^^
(รูปประกอบไม่เกี่ยวกับเรื่อง)
In my dream
ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้เก็บมาฝัน
เลย ฝันออกมาประหลาดๆ อย่างนี้

จำได้ไม่หมดหรอกนะคะ แค่จำได้คร่าวๆ ว่า
ไปทำอะไรมาสักอย่าง แล้วจู่ก็มีแก๊งอะไรก็ไม่รู้บุกมาที่บ้าน (- -" )
ส่วนจะพังประตูเข้ามา หรือมีกุญแจไข หรือประตูมันเปิดทิ้งไว้ อันนี้ก็จำไม่ได้เลย
จู่ๆ หัวหน้าแก๊งก็มาถามว่า "เธอมีส่วนรู้เห็นกับการหายไปของเด็กผู้หญิงคนนี้ใช่มั๊ย"
ว่าแล้ว หัวหน้าแก๊งก็ควักรูปเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งออกมาโชว์ให้ดู

แปลกแต่จริง(ในฝัน) ที่ฉันเคยเห็นเด็กคนนี้ที่ไหนมาก่อน
นึกไปนึกมา ก็นึกออกว่า เคยเห็นในความฝัน
เป็นไงล่ะค่ะ ฝันซ้อนฝัน ใครเคยทำอย่างนี้ได้มั่งเนี่ย
ต่อจากนั้น ก็โดนหัวหน้าแก๊ง ใช้ปืนขู่ให้บอกความจริง (- -" )
ฉันเลยต้องรีบต่อรอง ว่า ขอเวลาให้ฉันคิดก่อนว่า เคยเจอเด็กคนนี้ที่ไหน
เพราะว่า ปกตินั้น ฉันเป็นคนความจำสั้น ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
แปลว่า เหตุการณ์เมื่อ ห้านาที หรือ ห้าปีก่อน ก็จะมีค่าพอกันในสมองอันน้อยนิดของฉัน คือ ลืมได้หมด (^^" )

ปรากฏว่า หัวหน้าแก๊งก็ดันเชื่อ ปล่อยให้ฉันไปค้นหาความจริงต่อไป
เรื่องราวหลังจากนี้ ไม่รู้เลยว่ามันลงเอยยังไง
ก็ดันโดนปลุกให้ตื่นก่อนน่ะสิคะ /(^^" )
ใครแปลความฝันเป็น ความหมาย หรือ เป็นเลขได้ ช่วยบอกด้วยนะคะ ^^
ถึงบ้านแล้ว
กลับมาถึงอามิเดลแล้วค่ะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
คราวหน้า หวังว่าคงจะได้ใช้เวลาที่บริสเบนนานกว่านี้
ขอบคุณ คุณช้าง และ คุณหนุงหนิง ที่น่ารักมากๆ เอื้อเฟื้อตลอดการเดินทาง
ขอให้ผลแห่งความดี จงทำให้ทั้งคู่ถูกหวยงวดสามสิบล้านครั้งต่อไปนะคะ ^^
Monday, January 02, 2006
Brisbane in a day
อย่างที่คุณหนุงหนิงเล่าถึงเลยค่ะ
เที่ยวบริสเบนภายในหนึ่งวัน ด้วยวิธีการเดินเอา เนี่ย ทำให้สูญเสียพลังงานได้อย่างเหลือเชื่อ
นี่ขนาดเดินไม่ค่อยจะเต็มวัน
วันที่ 1 มกราคม หนึ่งวันหลังจากนับถอยหลังวันปีใหม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำบริสเบน
เราทั้งสี่ มีฉัน คุณอี้ และคุณพ่อ คุณแม่ ก็ได้ใช้เวลาหลังอาหารเที่ยง เที่ยวตัวเมืองบริสเบน ด้วยการนั่งใช้เรือเป็นพาหนะเดินทาง เราซื้อตั๋ววัน ที่นั่งเรือกี่รอบก็ได้ จ่ายคนละ 3.80 เหรียญ

ถึงแม้ว่าการเดินทางด้วยเรือจะเป็นไปอย่างง่ายดาย แต่การเดินเที่ยวท่ามกลางอากาศร้อนระอุ นี่สิคะ - -" ทำให้ทัวร์เดินเท้าอย่างเราแทบจะเป็นลม
พูดถึงการขึ้นเรือ ไม่ว่าจะเป็นที่บริสเบน หรือ ซิดนีย์ หรือ ที่เมืองไหนในประเทศนี้ ก็จะคล้ายๆกัน คือ คนจะลงเรือ ก็จะต้องต่อแถวเพื่อลงเรือ และจะลงได้เมื่อพนักงานท้ายเรือบอก ส่วนคนจะขึ้น จะไปยืนจ่อทางขึ้นเหมือนบ้านเราก็ไม่ได้ และก็ไม่เห็นใครทำกัน ก็จะต้องยืนรอที่จุดรอ และรอให้พนักงานท้ายเรือบอกให้เดินมาขึ้นเรือ ถึงจะขึ้นได้
เห็นแล้ว รู้สึก อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้จัง เค้าจะรู้กันมั๊ยนะ ว่าการแย่งกันขึ้นเรือ เบียดกัน มันทำให้เวลาในการเดินทางของเค้า ช้ากว่าแบบที่ต่อแถวเดินกันดีดี นี่ซะอีก
กลับมาต่อกันที่ทริป
หลังจากอิ่มอร่อยกับเป็ด ข้าวหมูกรอบ ที่ไชน่าทาวน์ คุณช้างและคุณหนุงหนิง ก็พาพวกเรามาส่งที่ท่าเรือนิวฟาร์ม จุดหมายแรกที่แวะ ก็คือ QUT (Queensland University of Technology) เดินดูๆ มหาวิทยาลัยเล็กน้อย แล้วก็นั่งเรือไปลงที่ South Bank บริเวณริมฝั่งแม่น้ำบริสเบนที่คนนิยมไปเดินเที่ยวกันเยอะๆ ต่อจากนั้นก็นั่งเรือไปลงที่ UQ (University of Queensland) ไปชมมหาวิทยาลัยอีกที่
เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก ห้าโมงกว่าแล้ว ประกอบกับสภาพร่างกายที่อิดโรย เพราะอากาศสุดร้อน เลยต้องรบกวนคุณช้างและคุณหนุงหนิงมารับไปกินข้าวเย็น โชคดีที่จองร้านอาหารเวียดนามไว้แล้ว ทำให้มั่นใจว่ามื้อนี้มีของอร่อยให้กินแน่นอน
แล้วก็ไม่ผิดหวังแต่อย่างใด ร้าน Cam Ranh ที่เมือง Darra (หน้าร้านมีสถานีรถไฟด้วย) เป็นร้านที่ดังมากเรื่องการปรุงรสอาหารที่ใช้ปูทำ หันไปโต๊ะไหน ก็มีแต่ปูจานเบ้อเริ่ม บางโต๊ะ ถึงกับกินแต่ปูอย่างเดียว สามคน มีปูสามจาน
โต๊ะพวกเราก็มีปูเหมือนกัน คุณช้างบอกว่า ปูแห้ง (ปูผัดเกลือพริกไทย) กับ กับปูเปียก(ปูผัดพริกไทยดำ) อร่อย เลยสั่งมาทั้งคู่
อยากบอกว่า ตั้งแต่อยู่ประเทศนี้มา มื้อนี้มีปูที่อร่อยที่สุด
ให้ห้าดาวเต็มเลยค่ะ ร้านนี้
โปรแกรมวันนี้ จบด้วย คุณช้างและคุณหนุงหนิงพาขึ้นไปชมวิวเมืองตอนกลางคืนบนจุดชมวิว ของ Mt. Cootha
วิวกลางคืนเมืองบริสเบนนี่สวยจริงๆค่ะ

ขอบคุณ คุณช้างและคุณหนุงหนิง มากๆ เลย ทั้งพลุ พาไปกิน พาไปชมวิว ฯลฯ
อยากไปบริสเบนอีกรอบจัง
แต่ตอนนี้ต้องทำงานก่อนนะคะ ^^" (เหงื่อไหลซิกๆ)
Sunday, January 01, 2006
ปีใหม่ที่บริสเบน
ปี 2004 ฉลองปีใหม่ที่ซิดนีย์
ปี 2005 ฉลองปีใหม่ที่ซิดนีย์ อีกครั้ง
ปี 2006 ฉลองปีใหม่ที่บริสเบน
ปี 2007 ยังไม่รู้ว่าจะไปฉลองปีใหม่ที่ไหน
ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มานับถอยหลังวันปีใหม่ ที่บริสเบน
ด้วยความใจดีของ คุณช้าง และ คุณหนุงหนิง ทำให้เราได้ที่พัก และไกด์พาเที่ยวบริสเบน
แถมยังพาไปดูพลุปีใหม่อีก น่ารักจริงๆ
เรื่องความสวยงามของพลุ บรรดาเหล่าคนไทยเห็นพ้องต้องกันว่า พลุที่บ้านเราสวยกว่าเยอะ เพียงแต่พลุที่นี่ เค้าจะจุดในบริเวณที่จุดสำคัญของเมือง ซึ่งตามเมืองใหญ่ ก็จะเป็นริมทะเล หรือริมแม่น้ำ ทำให้นอกจากจะได้ดูพลุ ยังได้ดูวิวสวยๆ ตอนกลางคืนริมน้ำอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นเมือง(ใหญ่)ไหน ก็จะมีพลุสองรอบ คือ รอบที่จุดให้เด็กดูตอน 9 โมง (สามทุ่ม) และรอบนับถอยหลัง ตอนเที่ยงคืน
ที่ ซิดนีย์ พลุจะถูกจุดขึ้นตรงบริเวณ Harbour Bridge (สะพานฮาร์เบอร์บริดจ์) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันกับ Opera House (โอเปร่าเฮาส์) พอหมดพลุบนฟ้า ก็จะมีดอกไม้ไฟรูปน้ำตกร่วงลงมาจากสะพาน
ที่บริสเบน พลุจะถูกจุดบริเวณแม่น้ำบริสเบนตรงส่วนที่เรียกว่า South Bank (เซ้าท์แบงค์) คนก็จะรอดูพลุกันตรงริมแม่น้ำ หรือขึ้นไปดูบนสะพานข้ามแม่น้ำ
เท่าที่เห็นมา พลุทั้งสองเมือง จะถูกจุดจากบนเรือ ที่บริสเบนปีนี้ มีเรือจุดพลุสามลำ จอดห่างกันพอประมาณ พลุจะถูกจุดขึ้นพร้อมๆ กันจากเรือแต่ละลำ เพื่อให้คนที่อยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำได้ดูกันอย่างทั่วถึง
แม้จะสวยสูพลุที่บ้านเราไม่ได้ แต่ก็ได้ความประทับใจในอีกรูปแบบ ที่ได้รับการบันทึกเป็นภาพเก็บไว้
เมื่อใดที่รูปนี้ถูกหยิบขึ้นมาดู ความทรงจำช่วงปีใหม่ที่บริสเบน ก็จะคงอยู่มิรู้จาง ^^"
ชมภาพบรรยากาศการจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ปี 2006 ที่บริสเบน ด้านล่างเลยค่ะ
พลุรอบสามทุ่ม จากจุดชมพลุบนสะพานวิคตอเรีย (แสงแดงๆ ตัดขวางรูป จริงๆ แล้วมันคือ ไฟจากรถเมล์ที่แล่นผ่าน - -" แสดงให้เห็นถึงทำเลดูพลุ ที่ไม่ค่อยจ๊าบสักเท่าไหร่) ถ่ายมาได้ไม่กี่รูป เพราะถ่ายบนสะพานคนละฝั่งกับที่เค้าจุดพลุกัน แถมยังมีรถแล่นไปมา ทำเอาภาพสั่นไหว ไม่ค่อยจะชัด
หลังจากดูพลุรอบเด็ก(ตอนสามทุ่ม)เสร็จ เราก็เดินลงมาตรงริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อหาทำเลที่ดีกว่าเก่า
วิวริมฝั่งอีกด้านของแม่น้ำบริสเบน มองเห็นคาสิโน (ตึกที่มีไฟสีออกม่วงๆ) ด้วย
รวมรูปพลุ
สุขสันต์ปีใหม่ และมีความสุข กาย สบายใจ กันทุกคนนะคะ












