Saturday, December 24, 2005

Merry Christmas

สุขสันต์วันคริสมาสจ้า



ที่มา (from)
http://www.fremontdads.com/archives/2004/12/index.php

Friday, December 23, 2005

กลับแล้ว

16 ธันวาคม 2548

ในที่สุด ก็ได้ฤกษ์เดินทางกลับอามิเดลแสนรักเสียที
แต่กว่าจะได้ออกจากเมลเบิร์นจริงๆ ก็ปาเข้าไปราวสิบเอ็ดโมง แต่เราก็ยังสามารถทำเวลาได้ดีเช่นเคย

กินข้าวเที่ยงที่เมือง Euroa แล้วก็ขับต่อไปจนถึงเมือง Goulburn ตอนทุ่มกว่าๆ
ฟ้าก็ยังไม่มืด เลยมีเวลาให้เลือกที่พัก

จากหนังสือ Budget model ที่หยิบมาจากศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว
Hillview motel เป็นที่ที่ราคาถูกที่สุด ห้องคู่ 55 เหรียญ
เลยแวะดูสภาพห้องที่นี่ก่อน แต่ปรากฏว่า ห้องเก่ามาก กลิ่นก็ค่อนข้างอับ
เลยต้องขับรถเข้าไปในเมือง หาที่พักต่อไป
ในที่สุดก็มาลงตัวที่ Clinton Lodge Motel
ราคาต่างกันสิบสี่เหรียญ แต่ที่พักดีกว่าเยอะเลย





เลยเอารายละเอียดมาฝากนิดนึง เผื่อใครจะสนใจ

80 Clinton Street
(Old Hume Highway)
GOULBURN NSW 2580

Ph (02) 4821 4488
Fax (02) 4821 8442

หลังจากได้ที่พักแล้ว เราก็ออกไปทานอาหารเย็นในเมือง
กลับมานอนหลับ สบายใจ พร้อมเดินทางวันต่อไปแล้ว ^^

Thursday, December 22, 2005

ก่อนจะลาจากเมลเบิร์น

15 ธันวาคม 2548

เดิมทีเดียว เราวางแผนกันไว้ว่า วันนี้จะเดินทางออกจากเมลเบิร์นกลับบ้าน
แต่เนื่องจากในคืนก่อนหน้า เราได้ตกลงกันใหม่ว่าจะขับรถพาคุณอี้ ผู้ซึ่งไม่เคยไปเยือน Great ocean road



ถนนสายนี้ เป็นถนนเลียบทะเลที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมลเบิร์น นิยมขับรถไปดูความงามของทะเล และสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่าง twelve apostles ซึ่งเป็นเสาหินปูนที่เกิดขึ้นมาจากการกัดเซาะของน้ำทะเล หินเหล่านี้ตั้งอยู่ในบริเวณริมชายฝั่งทะเลในเขตของอุทยานแห่งชาติ Port Campbell



Great ocean road ถนนเส้นนี้ เริ่มต้นจากเมืองที่ชื่อ Torquay ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเมลเบิร์น ถนนเส้นนี้มีความยาวเกินกว่า 200 กิโลเมตร ใช้เวลาในการขับรถราวสามชั่วโมง จากตัวเมืองเมลเบิร์นเพื่อไปให้ถึงจุดที่มีเสาหินปูน

ครั้งแรกของฉันบนถนนสายนี้ เป็นการมากับทัวร์ค่ะ จ่ายเงินไปราวหนึ่งร้อยเหรียญได้ สำหรับทัวร์หนึ่งวัน สำหรับคนที่ไม่มีรถ และไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง ก็ถือว่าง่ายดี แต่ถ้าใครมีรถ และมาเป็นกลุ่ม ขับรถไปเที่ยวเอง ก็ดีตรงที่ สามารถแวะได้ตามใจ

ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ห่างกันหกปี ^^;

หลังจากชมวิวจนพอใจ เราทั้งหมดก็ขับรถกลับเมลเบิร์นกัน แต่เนื่องจากเปลี่ยนแผนกันเมื่อวาน เราเลยไม่ได้จองที่พักไว้ล่วงหน้า ก็ใช้วิธีเปิดหาในสมุดแนะนำที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว และมาลงตัวที่ tourisk park ชื่อ Apollo ที่อยู่ห่างจากเมลเบิร์นไปเกือบครึ่งชั่วโมง ถึงจะไกลไปหน่อย แต่ที่พักไม่ผิดหวังเลยค่ะ สมกับ สี่ดาวครึ่ง ที่ให้ไว้ในหนังสือแนะนำ มีครบทุกอย่างสำหรับคนเดินทาง ครัว เครื่องครัว ทีวี เรื่องเล่นดีวีดี ตู้เย็น ไมโครเวฟ และสารพัด ใครขับรถมาเที่ยวเมลเบิร์น สนใจก็ลองไปดูที่พักได้นะคะ

Wednesday, December 21, 2005

รูปตามคำขอ



ช่วงนี้ พื้นที่บล๊อก อุทิศให้หนุ่มฮอต คนนี้ค่ะ (^^)V

เมลเบิร์นวันที่ 4

14 ธันวาคม 2548

วันนี้เป็นวันรับปริญญาของดร.อู้ ค่ะ
แต่เนื่องจากงานถูกจัดขึ้นใสช่วงเย็นหลังหกโมง เราจึงมีเวลาว่างในตอนเช้า
ที่ที่เราเลือกใช้เวลาในตอนเช้าของวัน ก็คือ St. Kilda (เซ้นท์ กิลดา)

เซ้นท์ กิลดา เป็นย่านที่มีชื่อเสียงในเรื่องร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านเค้ก ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน หลายสิบร้าน นอกจากนั้นยังมีร้านขายของที่เรียกว่าเอาท์เล็ทมากมาย เซ้นท์ กิลดา จึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหน้าร้อน ที่มีคนมากมายมาล่องเรือและขี่จักรยานชมวิว

เซ้นท์ กิลดา ตั้งอยู่ในเขต Port Phillip Bay (พอร์ทฟิลิปเบย์) ที่มีระยะห่างจากเมลเบิร์นไปทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร

หลังจากเดินดูเค้กมาหลายร้าน เราก็ตกลงเลือกเค้กจากร้าน Le Bon Cake Shop



มีตัวอย่างหน้าตาเค้กที่ไปหม่ำมาให้ดูด้วย ^^



ใกล้ๆ ช่วงเย็น เราก็ออกเดินทางไปยังเทลสตราโดม บริเวณที่จัดการรับปริญญาของ RMIT
เมื่อวานก็มีขบวน วันนี้ก็มีรับปริญญานอกสถานที่ ในสนามกีฬาใหญ่

ภายในบริเวณโดม ก็จะประกอบด้วย ปรัมพิธีกลาง ที่ตั้งอยู่ตรงกลางของสนาม ล้อมรอบไปด้วย กลุ่มบัณฑิตที่แบ่งออกไปเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ประมาณหนึ่งร้อยคน มีตั้งแต่ กลุ่ม A ถึง กลุ่ม N

แต่ละกลุ่มจะมีจอยักษ์ตั้งไว้ให้ผู้ปกครองและนักศึกษาดูว่าตอนนี้ใครรับปริญญาบัตรอยู่ ในสาขาใด
ดูอลังการ และยิ่งใหญ่จริงๆ เลยค่ะ



พิธีเริ่มด้วยบรรดาประธานในพิธีและอาจารย์ เดินเข้ามาในสนาม ตามหลังด้วยดุษฏีบัณฑิ ซึ่งจะแยกย้ายกันไปยังจุดที่จัดไว้ เช่น ปริญญาทางด้านเทคโนโลยี จะอยู่ในกลุ่ม C ก่อนจะขึ้นรับ ก็จะมีการประกาศชื่อออกทางไมโครโฟน ว่าดุษฏีบัณฑิตท่านนี้มีชื่อเรียงเสียงใด และฉายภาพออกจอให้ประชาชนในโดมได้รับรู้ทั่วกัน เป็นการให้เกียรติเขาเหล่านั้น

พอมาถึงคราวปริญญาโท และปริญญาตรี คราวนี้ แต่ละกลุ่ม จะเริ่มรับในเวลาเดียวกัน ตรงด้านหน้าของแต่ละกลุ่มจะมีเวทีเล็ก ให้อาจารย์ที่ได้รับมอบหมายเป็นคนแจกใบปริญญา โดยไม่มีการเอ่ยชื่อให้รู้กันทั่วโดม เพราะว่าเป็นการรับแบบไพพ์ลายนิ่ง (pipelining) (อยากรู้ว่าแปลว่าอะไร ถามคนที่จบวิศวะคอมพ์แล้วกันนะคะ) ส่วนใครกำลังรับอยู่ ก็สามารถดูรูป และชื่อได้จากจอยักษ์ ที่จัดไว้ให้ในแต่ละกลุ่ม ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ก็ต้องคอยจับตาดูว่า จะถึงคิวลูกหลาน เพื่อนของตัวเองหรือยัง พอถึงคิวจะมีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี ให้ได้ยินกันเป็นระยะๆ

กว่าจะเสร็จพิธีก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า นี่ถ้ารับทีละคน ไม่แยกกลุ่ม สงสัยจะยาวไปถึงตีหนึ่งตีสอง

ถ้าเป็นบ้านเราคงต้องนั่งเงียบ เรียบร้อย
แต่ไม่ว่าแบบไหน ก็สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้กันเลยค่ะ ^^
ยินดีด้วยมากๆ เลยนะ ดร. อู้

~@~@~@~@~@~@~@~@~@





เพลงพี่ ติ๊ก ชิโร่ ชุดใหม่ ค่ะ
อัลบั้ม : โบราณแมนเพลง
เพลง : รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

Tuesday, December 20, 2005

เมลเบิร์น วันที่ 3

วันนี้มหาวิทยาลัย RMIT จัดเดินให้บัณฑิตเดินขบวนจากมหาวิทยาลัย ไ
ปยัง town hall ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณสองร้อยเมตร
นำหน้าขบวน คือ ปี่สก๊อต ตามด้วยรถของบรรดาผู้ทรงเกียรติจากมหาวิทยาลัย
ตามด้วยขบวนบัณฑิตประมาณสองร้อยคน
รู้สึกว่า RMIT จะมีรูปแบบงานที่ แปลกตา และดูหรูดีทีเดียว
เพราะเคยคุยกับเพื่อนที่ซิดนีย์ เพื่อนก็บอกว่า ที่ UTS
ก็จัดงานกันในตัวมหาวิทยาลัย ไม่ได้ออกไปเดินขบวน หรือจัดรับปริญญานอกสถานที่ แต่อย่างใด

ข้างล่างนี้ เป็นรูปงานเดินขบวนตอนเช้าค่ะ



ตอนบ่ายก็พอดร.อู้ไปถ่ายรูปที่ RMIT Bundoora campus ออฟฟิศเก่าของ ดร.อู้ ที่อยู่ห่างจากเมืองออกไปหลายสิบนาที


ตกเย็น เรามีนัดกับครอบครัว Hill ชาวออสซี่ที่รู้จักมักคุ้นกับครอบครัวคุณอี้เป็นอย่างดี
หลังจากร่วมรับประทานอาหาร และแสดงความยินดีกับดุษฏีบัณฑิตคนใหม่ เป็นที่เรียบร้อย
ก็แยกย้ายกันกลับที่พัก

หมดไปแล้วอีกหนึ่งวัน ในเมลเบิร์น ^^

เมลเบิร์น วันที่ 2

วันที่สอง เราออกไปในเมืองตอนเช้า ไปรับชุดครุยของน้องอู้ที่ RMIT
แล้วก็เดินเล่นในเมืองนิดหน่อย ก็กลับเข้ามาพักผ่อนในที่พัก

วันนี้ไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะว่ารู้สึกปวดท้อง ไม่ค่อยสบายตัว
เลยขอตัวนอน(ทำงาน)อยู่ในที่พัก เอาแรงไว้เดินต่อวันถัดไป
คุณอี้ ก็อาสาอยู่เป็นเพื่อนกัน

ส่วนคุณพ่อคุณแม่และน้องอู้ ก็ออกไปเดินเล่นในเมืองต่อ