โกอินเตอร์ วันที่ 3
และแล้วก็ถึงวันที่ต้องขึ้นเวที อากาศแจ่มใสฝนไม่ตก แต่ก็ยังมองไม่เห็นท้องฟ้าอยู่ดีเพราะหมอกควันเยอะเหลือเกิน
ตอนเช้าก็ลงไปที่โรงอาหารของโรงแรม ได้กิน Chinese Breakfast มีปาท่องโก๋ ซาลาเปา ข้าวต้ม ผักดอง และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกกัน แปลกและอร่อยดีครับ
ระหว่างทางเดินมามหาวิทยาลัยนี่ รู้สึกว่ามหาวิทยาลัยร่มรื่นมากเลยครับ ต้นไม้เขียวครึ้มเต็มไปหมด ต่างกับ มช. ของเราที่นับวันต้นไม้จะหายไปเรื่อยๆ
รถในมหาวิทยาลัยก็มีไม่เยอะ มีจักรยานและคนเดินเท้าเป็นประชากรส่วนใหญ่ครับ
รอบนำเสนองานของผมอยู่ช่วงบ่าย ตอนเช้าๆ ก็เลยไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ เพราะไม่ได้พูดหน้าชั้นมานานแล้ว แถมครั้งนี้ยังเป็นภาษาอังกฤษซะอีก
เท่าที่สังเกตดู นักวิจัยชาวจีนพูดภาษาอังกฤษได้คล่องกันพอสมควรทีเดียว กลายเป็นพวกฝรั่งซะอีกที่พูดติดๆ ขัดๆ
แต่ที่ว่าคนจีนพูดได้คล่องนี่ใช่จะฟังรู้เรื่องนะครับ คล่องก็จริงแต่ฟังไปฟังมาเหมือนฟังงิ้วไปซะงั้น ^^"
เนื่องด้วยบทความของผมเป็น Short Paper ก็เลยได้เวลาบรรยายแค่ 15 นาที แล้วก็มีคนมาฟังไม่มากเท่าไหร่
การซ้อมเรียกความมั่นใจเป็นสิบรอบช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ พอถึงเวลาพูดก็พูดตามที่ซ้อม จบลงไปไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น
แต่หลังจบก็โดนแซวนิดหน่อยว่างานวิจัยไม่ค่อยเป็นวิศวะเลย ออกแนวบริหารหรือหลงไปสังคมซะมากกว่า
ก็ไม่เป็นไรครับมุมใครมุมมัน ^^
เสร็จงานเรียบร้อยแล้วผมก็บอกจี๊ว่าพรุ่งนี้ดีไม่ดีอาจจะหนีประชุมช่วงเช้านะ เพราะดูท่าทางจะฟังไม่รู้เรื่อง จี๊ก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่าตามใจยังไงก็ได้
ตกเย็นก็มีงานเลี้ยง ได้กินโต๊ะจีนของจริงเป็นครั้งแรก
โต๊ะจีนที่นี่ต่างกับบ้านเรานิดหน่อยครับ มีกับข้าววางตรงกลางเหมือนกันก็จริง แต่ก็มีกับข้าวเสิร์ฟถึงจานต่างหากอีกด้วย
กับข้าวที่เสิร์ฟถึงจานก็ต้องรีบกินให้หมด เพราะถ้าไม่หมดพอจานใหม่มาก็จะถูกดึงจานเก่าไปเก็บเลย
อาหารที่หนานจิงอร่อยดีครับ เพื่อนคนจีนโม้ให้ฟังว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่อาหารอร่อยที่สุดเมืองนึงในประเทศจีนเลย
หลังอาหารหมดก็มีผลไม้ตามมา แปลกใจอยู่นิดหน่อยที่จานผลไม้มีแตงกวากับมะเขือเทศปนมากับแตงโม
กินกันแปลกๆ แฮะ ^^"
พอแตงโมหมดก็แยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมัน ก่อนกลับจี๊ก็บอกผมว่าพรุ่งนีเจอกันตอนเช้านะ
สรุปว่าจะบอกเป็นนัยๆ ว่าห้ามหนีเที่ยวใช่มั้ยครับเนี่ย ^^"
ตอนเช้าก็ลงไปที่โรงอาหารของโรงแรม ได้กิน Chinese Breakfast มีปาท่องโก๋ ซาลาเปา ข้าวต้ม ผักดอง และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกกัน แปลกและอร่อยดีครับ
ระหว่างทางเดินมามหาวิทยาลัยนี่ รู้สึกว่ามหาวิทยาลัยร่มรื่นมากเลยครับ ต้นไม้เขียวครึ้มเต็มไปหมด ต่างกับ มช. ของเราที่นับวันต้นไม้จะหายไปเรื่อยๆรถในมหาวิทยาลัยก็มีไม่เยอะ มีจักรยานและคนเดินเท้าเป็นประชากรส่วนใหญ่ครับ
รอบนำเสนองานของผมอยู่ช่วงบ่าย ตอนเช้าๆ ก็เลยไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ เพราะไม่ได้พูดหน้าชั้นมานานแล้ว แถมครั้งนี้ยังเป็นภาษาอังกฤษซะอีกเท่าที่สังเกตดู นักวิจัยชาวจีนพูดภาษาอังกฤษได้คล่องกันพอสมควรทีเดียว กลายเป็นพวกฝรั่งซะอีกที่พูดติดๆ ขัดๆ
แต่ที่ว่าคนจีนพูดได้คล่องนี่ใช่จะฟังรู้เรื่องนะครับ คล่องก็จริงแต่ฟังไปฟังมาเหมือนฟังงิ้วไปซะงั้น ^^"
เนื่องด้วยบทความของผมเป็น Short Paper ก็เลยได้เวลาบรรยายแค่ 15 นาที แล้วก็มีคนมาฟังไม่มากเท่าไหร่
การซ้อมเรียกความมั่นใจเป็นสิบรอบช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ พอถึงเวลาพูดก็พูดตามที่ซ้อม จบลงไปไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น
แต่หลังจบก็โดนแซวนิดหน่อยว่างานวิจัยไม่ค่อยเป็นวิศวะเลย ออกแนวบริหารหรือหลงไปสังคมซะมากกว่า
ก็ไม่เป็นไรครับมุมใครมุมมัน ^^
เสร็จงานเรียบร้อยแล้วผมก็บอกจี๊ว่าพรุ่งนี้ดีไม่ดีอาจจะหนีประชุมช่วงเช้านะ เพราะดูท่าทางจะฟังไม่รู้เรื่อง จี๊ก็ยิ้มๆ แล้วบอกว่าตามใจยังไงก็ได้
ตกเย็นก็มีงานเลี้ยง ได้กินโต๊ะจีนของจริงเป็นครั้งแรก
โต๊ะจีนที่นี่ต่างกับบ้านเรานิดหน่อยครับ มีกับข้าววางตรงกลางเหมือนกันก็จริง แต่ก็มีกับข้าวเสิร์ฟถึงจานต่างหากอีกด้วย
กับข้าวที่เสิร์ฟถึงจานก็ต้องรีบกินให้หมด เพราะถ้าไม่หมดพอจานใหม่มาก็จะถูกดึงจานเก่าไปเก็บเลย
อาหารที่หนานจิงอร่อยดีครับ เพื่อนคนจีนโม้ให้ฟังว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่อาหารอร่อยที่สุดเมืองนึงในประเทศจีนเลย
หลังอาหารหมดก็มีผลไม้ตามมา แปลกใจอยู่นิดหน่อยที่จานผลไม้มีแตงกวากับมะเขือเทศปนมากับแตงโม
กินกันแปลกๆ แฮะ ^^"
พอแตงโมหมดก็แยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมัน ก่อนกลับจี๊ก็บอกผมว่าพรุ่งนีเจอกันตอนเช้านะ
สรุปว่าจะบอกเป็นนัยๆ ว่าห้ามหนีเที่ยวใช่มั้ยครับเนี่ย ^^"



3 Comments:
จี๊หักหลัง สงสัยอดเที่ยว
By
linli, at June 21, 2008 7:25 PM
โชคดีจี๊มาสาย เลยได้หนีเที่ยวสมใจเนาะพวก
By
Anonymous, at June 21, 2008 7:36 PM
อ่านจนมึน เลย post ผิดวัน ฮะฮา
By
linli, at June 21, 2008 7:38 PM
Post a Comment
<< Home