โกอินเตอร์ วันที่ 2
ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือปลุก ผมก็งัวเงียขึ้นมาดูเวลา
เจ็ดโมงเช้าแล้ว งานประชุมเริ่มแปดโมงครึ่ง เดี๋ยวขอนอนนิ่งๆ อีกซักพักละกัน
หลับไปอีกงีบนึงสิบห้านาที เจ็ดโมงสิบห้า เดินเข้าห้องน้ำแปรงฟันล้างหน้า แล้วก็เดินไปหยิบนาฬิกาข้อมือ
แปดโมงครึ่ง!
ฉิบหอยแล้ว ลืมเปลี่ยนเวลาที่โทรศัพท์มือถือ เวลาเมืองจีนเร็วกว่าบ้านเราไปหนึ่งชั่วโมง นี่ก็สายแล้วสิ
กระหืดกระหอบแต่งตัวแล้ววิ่งลงไปจากโรงแรม ข้าวเช้าไม่ต้องกินมันแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่างานประชุมจัดที่ไหน ก็เลยเดินออกมาดูลาดเลาหน้าโรงแรม
แล้วผมก็ได้เจอป้ายเล็กๆ พิมพ์ด้วยกระดาษ A4 ชี้ว่า ไปงานประชุมทางนี้นะ
ค่อยยังชั่วที่มีป้าย ก็เลยเดินตามไปได้ซักพัก พอถึงสามแยกก็ปรากฏว่าป้ายนำทางหายไป
อ้าวแล้วจะต้องเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวานี่ -"-
ตัดสินใจวัดดวงเลี้ยวซ้าย เดินไปซักพักก็เริ่มใจแป้ว เพราะไม่เจอป้ายอีกเลยเป็นระยะประมาณสองร้อยเมตร
ก็เลยเดินกลับมาที่สามแยกแล้วไปอีกทาง เดินไปประมาณสองร้อยเมตรก็ไม่เจอป้ายอีกเช่นกัน
ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยตัดสินใจเดินกลับโรงแรม เผื่อจะมีข้อมูลอะไรบ้าง
พอถามเจ้าหน้าที่โรงแรม แม่คุณก็ควักแผนที่งานประชุมขึ้นมาให้ มีป้ายมีทางเดินบอกไว้ชัดเจน
อ้าวแล้วทำไมไม่ให้ตั้งแต่แรกฟะ ก็รู้อยู่แล้วว่าแขกมาพักเพื่อจะเข้าร่วมประชุม แสดดดด -"-
สรุปว่างานประชุมจัดที่อาคารหนึ่งในมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างโรงแรมราคาถูก (ที่ผมพัก) และโรงแรมราคาแพง (ที่จัดเลี้ยงอาหารเที่ยง) นั่นเองครับ ใช้เวลาเดินทางก็ประมาณ 15 นาที พอรับได้
ได้แผนที่มาผมก็รีบวิ่งไปที่งานประชุม สายไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง แล้วก็รีบจัดการเรื่องจ่ายเงินลงทะเบียนให้เรียบร้อย
เนื่องจากธนาคารของจีนเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่าง เลยไม่สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ก็เลยต้องมาจ่ายเงินที่งานแทน
ค่าลงทะเบียน $650 (เกือบๆ สองหมื่นบาท) ผมก็ควักบัตรเครดิตขึ้นมา ก็ปรากฏว่าเจอปัญหาเดิม
ไม่รับบัตรอีกแล้ว -"-
แหม่ นักศึกษาธรรมดานะเฟ้ยไม่ใช่พานทองแท้ จะให้พกเงินสดอะไรมากมายกันขนาดนั้น
เมื่อรูดบัตรเครดิตไม่ได้ ก็เลยต้องกระเสือกกระสนไปเบิกเงินสดจากธนาคาร ซึ่งงานนี้ขาดทุนแน่ๆ เพราะคงโดนชาร์จค่าเบิกข้ามประเทศบาน
โชคดีที่นักศึกษาผู้ประสานงานใจดีพาไปส่งที่ธนาคารใกล้ๆ มหาวิทยาลัย แล้วก็ช่วยเป็นล่ามให้ ไม่งั้นคงอดร่วมประชุมเป็นมั่นคง
วิ่งไปหลายธนาคาร ในที่สุดก็เบิกเงินได้ โดนโขกค่าเบิกไปห้าร้อยกว่าบาท ก็ถือว่ายังโอเคพอรับได้ครับ
จ่ายเงินเรียบร้อย ได้เป้มาหนึ่งใบ หนังสือรวมบทความหนึ่งเล่ม สมุดจด แล้วก็คูปองกินข้าว 4 มื้อ
ประชุมไปได้ไม่ทันไร ฝนก็ตกลงมา แล้วก็ตกต่อทั้งวัน
งานวิจัยแต่ละอันที่ได้รับคัดเลือกเข้ามา มีแต่พวกเน้นคณิตศาสตร์หรือแนวคิดทฤษฏีจ๋าทั้งนั้น อุดมไปด้วยอักษรกรีกและสมการคณิตศาสตร์ชั้นสูง ฟังไม่รู้เรื่องซักอัน
ช่วงเช้าคนแน่น ช่วงบ่ายคนหาย แม้แต่คนเสนอผลงานก็หาย จากโปรแกรมที่น่าจะเลิกหกโมงครึ่งก็เลยเลิกตั้งแต่ห้าโมงเย็น
สรุปว่าจบการประชุมวันแรกแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย คาดว่าประชุมวันที่สองก็คงไม่ต่างกัน เลยทำให้อยากหนีเที่ยวขึ้นมาตะหงิดๆ
ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ซาจี๊ก็มาประชุมวิชาการครั้งนี้ด้วย ก็เลยทำให้ไม่สามารถหนีได้ ^^"
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จผมก็เดินกลับโรงแรม แต่นึกพิเรนทร์อยากเดินดูเมืองซักหน่อยก็เลยวางแผนเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง กะว่าจะวนเป็นวงกลมแล้วกลับมาที่เดิม
ที่ไหนได้ เดินไปเดินมาดูเหมือนถนนจะวนไม่ถึงกัน ก็เลยต้องเดินย้อนกลับทางเก่าย้อนไปย้อนมากว่าจะกลับถึงโรงแรม
ฝนก็ตกเฉอะแฉะทั้งวัน กลับถึงห้องนอนกางเกงยีนส์ก็เปียกจนถึงน่อง
แต่ถึงจะเหนื่อยยังไงก็ต้องเตรียมตัวเสนอผลงานก่อนนอนซักหน่อยครับ เพื่อความเนียนของการนำเสนอผลงานในวันรุ่งขึ้น
แล้วก็ต้องไม่ลืมปรับเวลาที่โทรศัพท์มือถือด้วย ไม่งั้นพรุ่งนี้ได้กระหืดกระหอบวิ่งไปห้องประชุมอีกแน่เลย ^^"
เจ็ดโมงเช้าแล้ว งานประชุมเริ่มแปดโมงครึ่ง เดี๋ยวขอนอนนิ่งๆ อีกซักพักละกัน
หลับไปอีกงีบนึงสิบห้านาที เจ็ดโมงสิบห้า เดินเข้าห้องน้ำแปรงฟันล้างหน้า แล้วก็เดินไปหยิบนาฬิกาข้อมือ
แปดโมงครึ่ง!
ฉิบหอยแล้ว ลืมเปลี่ยนเวลาที่โทรศัพท์มือถือ เวลาเมืองจีนเร็วกว่าบ้านเราไปหนึ่งชั่วโมง นี่ก็สายแล้วสิ
กระหืดกระหอบแต่งตัวแล้ววิ่งลงไปจากโรงแรม ข้าวเช้าไม่ต้องกินมันแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่างานประชุมจัดที่ไหน ก็เลยเดินออกมาดูลาดเลาหน้าโรงแรม
แล้วผมก็ได้เจอป้ายเล็กๆ พิมพ์ด้วยกระดาษ A4 ชี้ว่า ไปงานประชุมทางนี้นะ
ค่อยยังชั่วที่มีป้าย ก็เลยเดินตามไปได้ซักพัก พอถึงสามแยกก็ปรากฏว่าป้ายนำทางหายไป
อ้าวแล้วจะต้องเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวานี่ -"-
ตัดสินใจวัดดวงเลี้ยวซ้าย เดินไปซักพักก็เริ่มใจแป้ว เพราะไม่เจอป้ายอีกเลยเป็นระยะประมาณสองร้อยเมตร
ก็เลยเดินกลับมาที่สามแยกแล้วไปอีกทาง เดินไปประมาณสองร้อยเมตรก็ไม่เจอป้ายอีกเช่นกัน
ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยตัดสินใจเดินกลับโรงแรม เผื่อจะมีข้อมูลอะไรบ้าง
พอถามเจ้าหน้าที่โรงแรม แม่คุณก็ควักแผนที่งานประชุมขึ้นมาให้ มีป้ายมีทางเดินบอกไว้ชัดเจน
อ้าวแล้วทำไมไม่ให้ตั้งแต่แรกฟะ ก็รู้อยู่แล้วว่าแขกมาพักเพื่อจะเข้าร่วมประชุม แสดดดด -"-
สรุปว่างานประชุมจัดที่อาคารหนึ่งในมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างโรงแรมราคาถูก (ที่ผมพัก) และโรงแรมราคาแพง (ที่จัดเลี้ยงอาหารเที่ยง) นั่นเองครับ ใช้เวลาเดินทางก็ประมาณ 15 นาที พอรับได้
ได้แผนที่มาผมก็รีบวิ่งไปที่งานประชุม สายไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง แล้วก็รีบจัดการเรื่องจ่ายเงินลงทะเบียนให้เรียบร้อย
เนื่องจากธนาคารของจีนเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่าง เลยไม่สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ตได้ ก็เลยต้องมาจ่ายเงินที่งานแทน
ค่าลงทะเบียน $650 (เกือบๆ สองหมื่นบาท) ผมก็ควักบัตรเครดิตขึ้นมา ก็ปรากฏว่าเจอปัญหาเดิม
ไม่รับบัตรอีกแล้ว -"-
แหม่ นักศึกษาธรรมดานะเฟ้ยไม่ใช่พานทองแท้ จะให้พกเงินสดอะไรมากมายกันขนาดนั้น
เมื่อรูดบัตรเครดิตไม่ได้ ก็เลยต้องกระเสือกกระสนไปเบิกเงินสดจากธนาคาร ซึ่งงานนี้ขาดทุนแน่ๆ เพราะคงโดนชาร์จค่าเบิกข้ามประเทศบาน
โชคดีที่นักศึกษาผู้ประสานงานใจดีพาไปส่งที่ธนาคารใกล้ๆ มหาวิทยาลัย แล้วก็ช่วยเป็นล่ามให้ ไม่งั้นคงอดร่วมประชุมเป็นมั่นคง
วิ่งไปหลายธนาคาร ในที่สุดก็เบิกเงินได้ โดนโขกค่าเบิกไปห้าร้อยกว่าบาท ก็ถือว่ายังโอเคพอรับได้ครับ
จ่ายเงินเรียบร้อย ได้เป้มาหนึ่งใบ หนังสือรวมบทความหนึ่งเล่ม สมุดจด แล้วก็คูปองกินข้าว 4 มื้อ
ประชุมไปได้ไม่ทันไร ฝนก็ตกลงมา แล้วก็ตกต่อทั้งวัน
งานวิจัยแต่ละอันที่ได้รับคัดเลือกเข้ามา มีแต่พวกเน้นคณิตศาสตร์หรือแนวคิดทฤษฏีจ๋าทั้งนั้น อุดมไปด้วยอักษรกรีกและสมการคณิตศาสตร์ชั้นสูง ฟังไม่รู้เรื่องซักอัน
ช่วงเช้าคนแน่น ช่วงบ่ายคนหาย แม้แต่คนเสนอผลงานก็หาย จากโปรแกรมที่น่าจะเลิกหกโมงครึ่งก็เลยเลิกตั้งแต่ห้าโมงเย็น
สรุปว่าจบการประชุมวันแรกแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย คาดว่าประชุมวันที่สองก็คงไม่ต่างกัน เลยทำให้อยากหนีเที่ยวขึ้นมาตะหงิดๆ
ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ซาจี๊ก็มาประชุมวิชาการครั้งนี้ด้วย ก็เลยทำให้ไม่สามารถหนีได้ ^^"
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จผมก็เดินกลับโรงแรม แต่นึกพิเรนทร์อยากเดินดูเมืองซักหน่อยก็เลยวางแผนเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง กะว่าจะวนเป็นวงกลมแล้วกลับมาที่เดิม
ที่ไหนได้ เดินไปเดินมาดูเหมือนถนนจะวนไม่ถึงกัน ก็เลยต้องเดินย้อนกลับทางเก่าย้อนไปย้อนมากว่าจะกลับถึงโรงแรม
ฝนก็ตกเฉอะแฉะทั้งวัน กลับถึงห้องนอนกางเกงยีนส์ก็เปียกจนถึงน่อง
แต่ถึงจะเหนื่อยยังไงก็ต้องเตรียมตัวเสนอผลงานก่อนนอนซักหน่อยครับ เพื่อความเนียนของการนำเสนอผลงานในวันรุ่งขึ้น
แล้วก็ต้องไม่ลืมปรับเวลาที่โทรศัพท์มือถือด้วย ไม่งั้นพรุ่งนี้ได้กระหืดกระหอบวิ่งไปห้องประชุมอีกแน่เลย ^^"



1 Comments:
ดีนะที่ไม่ใช่ที่ญี่ปุ่น ไม่งั้นสายกว่านี้อีกชั่วโมง
By
linli, at June 21, 2008 7:19 PM
Post a Comment
<< Home