โกอินเตอร์ วันที่ 1
งานวิจัยของผมได้รับการตีพิมพ์ในงานประชุมวิชาการนานาชาติเป็นครั้งแรก ก็เลยสบโอกาสขอทุนจากมหาวิทยาลัยไปนำเสนองานครับ
เนื่องด้วยเรียนมาตั้งเกือบสามปีแล้วยังไม่เคยเบิกเงินไปซ่าที่ไหนเลย หัวหน้าภาควิชาก็เลยใจดีอนุมัติงบประมาณให้อย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นอันว่าได้โกอินเตอร์กับเค้าซักทีครับ
งานประชุมวิชาการครั้งนี้ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 มิถุนายน ที่เมืองหนานจิง ประเทศจีน
เมืองหนานจิง (Nanjing) เป็นเมืองหลวงเก่า สมัยสามก๊กชื่อว่าเมืองเกี๋ยนเงียบ (Jian Ye) เป็นเมืองหลวงของง่อก๊ก อยู่ใกล้ๆ กับเซี่ยงไฮ้ มีแม่น้ำแยงซีไหลผ่าน
จินตนาการไว้ว่าคงเป็นเมืองขนาดซักเชียงรายหรือลำปาง แต่พอมาถึงจริงๆ ผิดคาดไปเยอะเลย
ก่อนจะเล่าถึงเมือง ก็ต้องย้อนไปถึงเรื่องเดินทางกันซักหน่อยดีกว่า
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับที่บินสายการบิน Cathay Pacific กับ Dragon Airlines บริการก็ถือว่าใช้ได้ ที่นั่งก็สะดวกสบาย อาหารก็โอเค
บินมาหลายสายการบินแล้ว ยกให้ Singapore Airlines เป็นอันดับหนึ่งครับ
ไม่ใช่ว่าอาหารหรือบริการอะไรดีนักหนาหรอก ประทับใจที่แอร์มากกว่า
ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ก็ต้องบอกว่า ประทับใจที่ชุดของแอร์มากที่สุด เวลาก้ม เวลาเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำทีนี่ ลูกค้าน้ำลายหก
แอร์ก็คงงงเหมือนกันว่า ทำไมเวลาเดินมาแถวนี้ ไอ้ลูกค้าคนนี้ทำปากกาตกขอช่วยเก็บให้หน่อยทุกที แฮ่ แฮ่
นอกเรื่องไปไกลเหลือเกิน กลับเข้าเรื่องดีกว่า แต่ก่อนกลับเข้าเรื่องก็ขอแนะนำนะครับว่าถ้าได้บินสิงค์โปรแอร์ ให้เลือกนั่งติดทางเดินไปเลยท่านชายทั้งหลาย
เพราะอะไร ไว้คอยดูตอนแอร์เสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าที่นั่งริมหน้าต่างกันเองละกันนะครับ แฮ่ม
ผมบินๆ พักๆ มาทั้งวันจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพไปฮ่องกงแล้วมาลงที่หนานจิง ออกจากบ้าน 6 โมงเช้ากว่าจะถึงที่หมายก็ปาเข้าไปสามทุ่ม
มืดแล้วแต่ก็มีหมอกคลุมทั่วไปหมดเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันหมอกหรือควันกันแน่ แต่น่าจะเป็นหมอกมากกว่าเพราะค่ำแล้วคงเป็นเพราะอากาศเย็น
เดินออกมาหาแท๊กซี่ก็หาใม่เจอ ป้ายก็มีแต่ภาษาจีน เดินงงเป็นกะเหรี่ยงตกดอยอยู่พักนึง
ซักพักก็มีคนเดินมาถามจับใจความได้ว่า "Taxi Taxi" ก็เลยเอาที่อยู่โรงแรมให้ดู แล้วชายคนนั้นก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้ดู แล้วกดเลข 140
หมายความว่า 140 หยวนนั่นเอง (ประมาณ 700 บาท) ซึ่งอยู่ในงบประมาณที่ผู้จัดประชุมแจ้งไว้ว่าไม่น่าเกิน 150 หยวน ก็ถือว่าใช้ได้
ผมก็เลยตกลงไป ชายคนนั้นก็ยกโทรศัพท์มือถือโทรล้งเล้งล้งเล้งซักพัก ก็มีแท๊กซี่มิเตอร์โคตรสกปรกหนึ่งคันวิ่งฝ่าความมืดขึ้นมา
คนขับเปิดประตูออกมาเป็นป้าคนนึงอ้วนๆ หน้าตาคล้ายฮิปโปโบราณ ลงมาคุยกับชายคนนั้นแล้วก็จ่ายเงินไปนิดหน่อย
อ้าว นี่มันนายหน้าแท๊กซี่ป้ายดำนี่หว่า เอาไงดีฟะเนี่ย
คิดไปคิดมา นี่มันก็มืดแล้ว ราคาก็อยู่ในงบที่น่าจะเป็น คนขับก็เป็นผู้หญิง คงไม่ได้จะโกงอะไรหรอก ก็เลยตกลงวัดดวงขึ้นรถไป
ป้าฮิปโปขับรถเร็วพอสมควร แหกไฟแดงเป็นว่าเล่น ขับไปซักพักก็หันมาถามล้งเล้งล้งเล้งเต้าเจี้ยวเก๋าเจ้งอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออก จนสุดท้ายก็ยอมพูดภาษาอังกฤษออกมาว่า "Hotel Hotel"
อ้าวเวรละ ป้าขับมาตั้งนานแล้วตกลงไม่รู้เรอะว่าจะไปโรงแรมไหน
เริ่มรู้สึกมึนเล็กน้อยแต่ก็แข็งใจหยิบเลขที่โรงแรมให้ป้าดู ป้าดูแล้วก็ร้อง ฮ่อ ฮ่อ ฮ่อ แล้วก็ทำหน้าดีใจเหยียบฝ่าไฟแดงพุ่งไปอีกครั้ง
ขับไปได้อีกซักพักก็แวะจอดข้างทางคุยกับสาวน้อย ขาว สวย หมวย เซ็กซ์ คนนึง คุยเสร็จก็เปิดประตูให้สาวน้อยคนนั้นขึ้นมา แต่นั่งข้างหน้ากับป้า ผมก็เริ่มงงแล้วว่ามันจะเอายังไงเนี่ย
หรือว่ามีบริการพิเศษขายเหล้าพ่วงเบียร์ มีเด็กมานั่งดริ้งค์ในรถด้วย คิดไปพลางก็ค้นๆ กระเป๋าดูพลางหาอะไรที่พอจะเป็นอาวุธได้หากรูปการณ์ไม่ดี
เอาเข้าจริงป้าขับไปอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จอด หมวยน้อยก็ลงรถไปโดยไม่เกิดอะไรขึ้น สรุปว่ามันรับน้องไปส่งป้ายหน้าแค่นั้นเอง ปล่อยให้ตูนั่งมึนอยู่ตั้งนาน
ในที่สุดก็ถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพครับ รวมระยะเวลาลุ้นประมาณหนึ่งชั่วโมง สนามบินนี่มันไกลจากโรงแรมจริงๆ เลยนะเนี่ย
โบกมือลาป้าฮิปโป เดินเข้าที่พักปุ๊บก็เจอกับปัญหาใหม่ โรงแรมไม่รับบัตรเครดิต
ค่าที่พัก 4 วันรวม 800 หยวน (ประมาณ 4,000 บาท) มันไม่ได้เยอะอะไรแต่ผมไม่ได้พกเงินสดมามากมายนี่นา
ยังดีที่มีเงินสดมาพอจ่ายได้ ก็เลยจ่ายไปก่อน ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้นอนข้างถนนหรือเปล่า
ขึ้นมาถึงห้องพัก ก็เจอกับความประทับใจในความสะอาดของโรงแรมราคาถูก
โรงแรมก็ใหม่ใช้ได้ โต๊ะตู้ก็ดูใหม่ค่อนข้างสะอาด มีทีวี ตู้เย็น แอร์ใหม่ๆ ให้ใช้งาน
แต่กลางห้องดันมีศพแมงมุม ในห้องน้ำมีหวีใช้แล้ววางทิ้งไว้ พอเลื่อนเตียงก็เจอนามบัตรใครก็ไม่รู้ เศษฝุ่นเศษขยะจำนวนหนึ่ง และเศษห่อหมากฝรั่งใช้แล้วตกอยู่
สะอาดสมกับเป็นโรงแรมราคาถูกจริงจริ๊ง ^^"
ทำความสะอาดเล็กน้อย อาบน้ำ ปรับเวลานาฬิกาข้อมือให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงตามเวลาประเทศจีน แล้วก็ตั้งปลุกมือถือเจ็ดโมงเช้า
วันแรกของการโกอินเตอร์ เข้านอนอย่างทุลักทุเลตอนห้าทุ่มกว่าๆ ครับ
เนื่องด้วยเรียนมาตั้งเกือบสามปีแล้วยังไม่เคยเบิกเงินไปซ่าที่ไหนเลย หัวหน้าภาควิชาก็เลยใจดีอนุมัติงบประมาณให้อย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นอันว่าได้โกอินเตอร์กับเค้าซักทีครับ
งานประชุมวิชาการครั้งนี้ จัดขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 มิถุนายน ที่เมืองหนานจิง ประเทศจีน
เมืองหนานจิง (Nanjing) เป็นเมืองหลวงเก่า สมัยสามก๊กชื่อว่าเมืองเกี๋ยนเงียบ (Jian Ye) เป็นเมืองหลวงของง่อก๊ก อยู่ใกล้ๆ กับเซี่ยงไฮ้ มีแม่น้ำแยงซีไหลผ่าน
จินตนาการไว้ว่าคงเป็นเมืองขนาดซักเชียงรายหรือลำปาง แต่พอมาถึงจริงๆ ผิดคาดไปเยอะเลย
ก่อนจะเล่าถึงเมือง ก็ต้องย้อนไปถึงเรื่องเดินทางกันซักหน่อยดีกว่า
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับที่บินสายการบิน Cathay Pacific กับ Dragon Airlines บริการก็ถือว่าใช้ได้ ที่นั่งก็สะดวกสบาย อาหารก็โอเค
บินมาหลายสายการบินแล้ว ยกให้ Singapore Airlines เป็นอันดับหนึ่งครับ
ไม่ใช่ว่าอาหารหรือบริการอะไรดีนักหนาหรอก ประทับใจที่แอร์มากกว่า
ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ก็ต้องบอกว่า ประทับใจที่ชุดของแอร์มากที่สุด เวลาก้ม เวลาเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำทีนี่ ลูกค้าน้ำลายหก
แอร์ก็คงงงเหมือนกันว่า ทำไมเวลาเดินมาแถวนี้ ไอ้ลูกค้าคนนี้ทำปากกาตกขอช่วยเก็บให้หน่อยทุกที แฮ่ แฮ่
นอกเรื่องไปไกลเหลือเกิน กลับเข้าเรื่องดีกว่า แต่ก่อนกลับเข้าเรื่องก็ขอแนะนำนะครับว่าถ้าได้บินสิงค์โปรแอร์ ให้เลือกนั่งติดทางเดินไปเลยท่านชายทั้งหลาย
เพราะอะไร ไว้คอยดูตอนแอร์เสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าที่นั่งริมหน้าต่างกันเองละกันนะครับ แฮ่ม
ผมบินๆ พักๆ มาทั้งวันจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพไปฮ่องกงแล้วมาลงที่หนานจิง ออกจากบ้าน 6 โมงเช้ากว่าจะถึงที่หมายก็ปาเข้าไปสามทุ่ม
มืดแล้วแต่ก็มีหมอกคลุมทั่วไปหมดเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันหมอกหรือควันกันแน่ แต่น่าจะเป็นหมอกมากกว่าเพราะค่ำแล้วคงเป็นเพราะอากาศเย็น
เดินออกมาหาแท๊กซี่ก็หาใม่เจอ ป้ายก็มีแต่ภาษาจีน เดินงงเป็นกะเหรี่ยงตกดอยอยู่พักนึง
ซักพักก็มีคนเดินมาถามจับใจความได้ว่า "Taxi Taxi" ก็เลยเอาที่อยู่โรงแรมให้ดู แล้วชายคนนั้นก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้ดู แล้วกดเลข 140
หมายความว่า 140 หยวนนั่นเอง (ประมาณ 700 บาท) ซึ่งอยู่ในงบประมาณที่ผู้จัดประชุมแจ้งไว้ว่าไม่น่าเกิน 150 หยวน ก็ถือว่าใช้ได้
ผมก็เลยตกลงไป ชายคนนั้นก็ยกโทรศัพท์มือถือโทรล้งเล้งล้งเล้งซักพัก ก็มีแท๊กซี่มิเตอร์โคตรสกปรกหนึ่งคันวิ่งฝ่าความมืดขึ้นมา
คนขับเปิดประตูออกมาเป็นป้าคนนึงอ้วนๆ หน้าตาคล้ายฮิปโปโบราณ ลงมาคุยกับชายคนนั้นแล้วก็จ่ายเงินไปนิดหน่อย
อ้าว นี่มันนายหน้าแท๊กซี่ป้ายดำนี่หว่า เอาไงดีฟะเนี่ย
คิดไปคิดมา นี่มันก็มืดแล้ว ราคาก็อยู่ในงบที่น่าจะเป็น คนขับก็เป็นผู้หญิง คงไม่ได้จะโกงอะไรหรอก ก็เลยตกลงวัดดวงขึ้นรถไป
ป้าฮิปโปขับรถเร็วพอสมควร แหกไฟแดงเป็นว่าเล่น ขับไปซักพักก็หันมาถามล้งเล้งล้งเล้งเต้าเจี้ยวเก๋าเจ้งอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออก จนสุดท้ายก็ยอมพูดภาษาอังกฤษออกมาว่า "Hotel Hotel"
อ้าวเวรละ ป้าขับมาตั้งนานแล้วตกลงไม่รู้เรอะว่าจะไปโรงแรมไหน
เริ่มรู้สึกมึนเล็กน้อยแต่ก็แข็งใจหยิบเลขที่โรงแรมให้ป้าดู ป้าดูแล้วก็ร้อง ฮ่อ ฮ่อ ฮ่อ แล้วก็ทำหน้าดีใจเหยียบฝ่าไฟแดงพุ่งไปอีกครั้ง
ขับไปได้อีกซักพักก็แวะจอดข้างทางคุยกับสาวน้อย ขาว สวย หมวย เซ็กซ์ คนนึง คุยเสร็จก็เปิดประตูให้สาวน้อยคนนั้นขึ้นมา แต่นั่งข้างหน้ากับป้า ผมก็เริ่มงงแล้วว่ามันจะเอายังไงเนี่ย
หรือว่ามีบริการพิเศษขายเหล้าพ่วงเบียร์ มีเด็กมานั่งดริ้งค์ในรถด้วย คิดไปพลางก็ค้นๆ กระเป๋าดูพลางหาอะไรที่พอจะเป็นอาวุธได้หากรูปการณ์ไม่ดี
เอาเข้าจริงป้าขับไปอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จอด หมวยน้อยก็ลงรถไปโดยไม่เกิดอะไรขึ้น สรุปว่ามันรับน้องไปส่งป้ายหน้าแค่นั้นเอง ปล่อยให้ตูนั่งมึนอยู่ตั้งนาน
ในที่สุดก็ถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพครับ รวมระยะเวลาลุ้นประมาณหนึ่งชั่วโมง สนามบินนี่มันไกลจากโรงแรมจริงๆ เลยนะเนี่ย
โบกมือลาป้าฮิปโป เดินเข้าที่พักปุ๊บก็เจอกับปัญหาใหม่ โรงแรมไม่รับบัตรเครดิต
ค่าที่พัก 4 วันรวม 800 หยวน (ประมาณ 4,000 บาท) มันไม่ได้เยอะอะไรแต่ผมไม่ได้พกเงินสดมามากมายนี่นา
ยังดีที่มีเงินสดมาพอจ่ายได้ ก็เลยจ่ายไปก่อน ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้นอนข้างถนนหรือเปล่า
ขึ้นมาถึงห้องพัก ก็เจอกับความประทับใจในความสะอาดของโรงแรมราคาถูก
โรงแรมก็ใหม่ใช้ได้ โต๊ะตู้ก็ดูใหม่ค่อนข้างสะอาด มีทีวี ตู้เย็น แอร์ใหม่ๆ ให้ใช้งาน
แต่กลางห้องดันมีศพแมงมุม ในห้องน้ำมีหวีใช้แล้ววางทิ้งไว้ พอเลื่อนเตียงก็เจอนามบัตรใครก็ไม่รู้ เศษฝุ่นเศษขยะจำนวนหนึ่ง และเศษห่อหมากฝรั่งใช้แล้วตกอยู่
สะอาดสมกับเป็นโรงแรมราคาถูกจริงจริ๊ง ^^"
ทำความสะอาดเล็กน้อย อาบน้ำ ปรับเวลานาฬิกาข้อมือให้เร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงตามเวลาประเทศจีน แล้วก็ตั้งปลุกมือถือเจ็ดโมงเช้า
วันแรกของการโกอินเตอร์ เข้านอนอย่างทุลักทุเลตอนห้าทุ่มกว่าๆ ครับ



2 Comments:
ดีจัง ได้ผจญภัย
By
Mujira, at June 20, 2008 12:46 AM
แท๊กซี่แถมพริตตี้ ไอเดียเข้าท่าแฮะ
By
linli, at June 21, 2008 7:10 PM
Post a Comment
<< Home