Biggest Loser
สถิติน้ำหนักตัวของผมที่ทำไว้มากที่สุด ประมาณ 106 กิโลเมื่อประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้วครับ เรียกได้ว่า ต้องเปลี่ยนมาตรวัดจากกิโลเป็นตันได้เลย
น้ำหนักมากเกินไปก็มีปัญหา เสื้อคับ ส่วนกางเกงยิ่งไปใหญ่ เหลือตัวที่ใส่ได้แค่ตัวเดียว
ก็เลยจัดการลดน้ำหนักซักหน่อย ยิ่งประสบโอกาสดีตอนที่อยู่คนเดียว มีเวลาว่างเยอะ เข้าคอร์สลดน้ำหนักที่คิดขึ้นมาเองซะเลย
เมื่อตอนเรียนที่อังกฤษ จำได้ว่าช่วงเดือนแรก น้ำหนักลดลงไปประมาณ 10 กิโล จาก 88 เป็น 78 เนื่องจากซื้ออาหารไม่ลงเพราะมันแพงมาก
แต่นั่นมันก็สิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำได้อย่างนั้นหรือเปล่า เพราะแก่ขึ้นกว่าเดิมตั้งสองปี
เอาเข้าจริงช่วงตุลาคมถึงธันวาคม ระยะเวลาประมาณสองเดือน ลดได้ 10 กิโลครับ ^^
กลับไปที่ภาควิชาฯ ก็ปรากฏว่าอาจารย์เจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็กำลังแข่ง Biggest Loser กัน เพราะหลายคนเริ่มออกอาการเอวหาย
เดือนธันวาคม ผมเป็นคนที่น้ำหนักมากที่สุดในภาควิชา ชั่งได้ 96 กิโลกรัม
ก็เลยตั้งใจว่า เดี๋ยวกลับออสเตรเลียจะลดต่ออีกซักหน่อยเผื่อจะได้เป็น Biggest Loser แห่งภาควิชา ฮ่าฮ่า
ใช้วิธีง่ายๆ ไม่ต้องอดอาหารเลย แค่ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตแต่ละมื้อลง พูดง่ายๆ ว่าเลิกกินข้าว เปลี่ยนเป็นเน้นอาหารพวกผัก เช่นจับฉ่าย สุกี้ กินวนกันไปเรื่อยๆ เบื่อหน่อยแต่ก็พยายามทนเอา
แต่ก็ยังไม่วายแอบกิน KFC อาทิตย์ละสองมื้อ ฮาฮา
แล้วก็วิ่งออกกำลังกายหน้าบ้านช่วยนิดหน่อย วันละประมาณ 15-20 นาที จากวันแรกจำได้ว่าวิ่งไปแค่ 400 เมตรก็หอบซี่โครงบาน มาวันนี้วิ่งได้ประมาณ 2 กิโล ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ไกลอะไรมากมาย แต่ก็ไกลกว่าเก่ามาก
พอออกกำลังกายช่วยก็ดูเหมือนจะฟิตและแข็งแรงกว่าเดิมด้วย
มาถึงวันนี้ ผ่านมาอีก 4 เดือนก็คิดว่าพอจะโม้ได้แล้ว
รวม 6 เดือนลดไปได้ประมาณ 28 กิโล ตอนนี้น้ำหนักเหลือประมาณ 78 กิโลครับ
แต่ก็กลับเข้าสู่ปัญหาเดิม กางเกงที่มีอยู่ใส่ไม่ได้อีกแล้ว ต้องไปขุดกางเกงเก่ามาใส่ ซึ่งตอนนี้ก็เหลืออยู่ใส่ได้ตัวเดียวอีกเหมือนกัน
แถมปัญหาเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยที่แหวนหลวมจนใส่ไม่ได้แล้วไปสองวง อีกวงที่เป็นแหวนแต่งงานยังใส่ได้อยู่ แต่ก็หลวมจะหลุดมิหลุดแหล่อยู่ทุกวันรองเท้าแตะยังหลวมเลย เดินไปสะดุดถนนบ่อยมาก ^^"
งวดนี้คิดว่าไม่น่าจะมีโยโย่ เพราะผ่านมาตั้งหกเดือนแล้ว มีกินเยอะบ้างบางมื้อ น้ำหนักก็ยังไม่ขึ้น หรือถ้าขึ้นก็ลงได้ภายในเวลาไม่นานนัก
แต่ยังไงเดี๋ยวกลับเมืองไทยรอบหน้า เจอแต่อาหารอร่อยๆ ไม่รู้จะขึ้นมากี่กิโลน๊า ^^"



10 Comments:
ไม่ต้องผอมอีกแล้วก็ได้ แค่นี้ก็ผอมพอแล้วจ้า
By
Mujira, at April 23, 2008 9:40 PM
อู้ ฮู ... ลงเยอะจังเลยเนอะคะ
ต้องไปบอกแฟนนกให้เอาอย่างบ้าง ^ ^
By
nok, at April 24, 2008 3:38 AM
พี่อี้สุดยอดเลย ว่าจะทักอยู่เห็นรูปที่ถ่ายกับน้องอาร์มมา ผอมลงเยอะเลย (หน้าเด็กขึ้นด้วยนะคะ) ช่วงนี้นุ้ยกำลังน้ำหนักขึ้น เดี๋ยวลองเอาสูตรพี้อี้ไปใช้ดีก่าขอลงมาสัก 3กิโลเท่านั้น -/\-
By
เป็ดน้อย, at April 24, 2008 1:59 PM
โอ้!!!!
By
NungNing, at April 24, 2008 8:04 PM
หลวมอย่าง..คับอย่าง
อืมมม....มม เห่อะๆๆๆ^^"
พี่อี้ลดได้เยอะจังค่ะ
เจอภาพแรก...(ตอนยังไม่อ่าน)นึกว่าจะโฆษณากางเกงยีนส์ค่ะ จะว่าไปก็คล้าย..จะโษณา
กกน.รุสโซ่ล่ะ^^"
แบบนี้ตัวหลวมๆเอาไว้ใส่ที่เมืองไทยค่ะ
ตัวคับพอดีๆก็ใส่ที่โน้นล่ะ แห่ะๆ:D
By
NA, at April 28, 2008 2:31 PM
ปาฏิหาริย์มีจริง!!!
แต่เชื่อเหอะ คนอย่างท่านอี้ผอมได้ไม่นาน
By
linli, at April 29, 2008 3:19 AM
โอ๊!! เจ๋งมากๆเลย....น่าเอาเยี่ยงอย่าครับ
แต่ว่า..พี่แก่ขึ้นจากเมื่อสิบปีก่อนแค่สองปีเองเหรอครับ..
เจ๋งอีกแล้ว ^^''
ปล.พี่ผญบ.สบประมาทแบบนี้ พี่อี้ว่าไงคร้าบ??
By
Minkyblue_eye, at May 03, 2008 4:35 AM
ผอมเยอะจริงๆ พี่อี้ ทำได้ไงอ่ะ
จำเกือบไม่ได้เลย 555+
By
siwawong, at May 04, 2008 7:35 PM
ก่อนเข้ามาอ่านเรื่องลดน้ำหนักของอี้
เพิ่งพูดกะอู้ไปหยกๆว่าอี้ดูผอมลงมั่กๆๆๆๆๆๆๆ ไปทำอะไรมา
เพิ่งได้คำตอบ
แถมในรูปเนี่ย เอว เป็นเอวเลยนะ อี่ๆ
By
rc, at May 05, 2008 6:34 PM
มุ
กลับมาไม่กี่วัน เริ่มขึ้นแล้วดูสิ อิอิ
นก
อยู่เมืองนอกทำไม่ยากเพราะอาหารมันไม่น่าอร่อย แต่อยู่เมืองไทยพี่ก็ทำไม่ได้เหมือนกันอะครับ ^^"
นุ้ย
ลองกินแต่จับฉ่ายสลับสุกี้ไม่ต้องแตะข้าวซักอาทิตย์น่าจะเห็นผลเลยหละ
หนิง
แหะ
นา
ตัวหลวมๆ ก็เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวอ้วนเหมือนเดิมค่อยกลับไปใส่ครับ
พฤกษ์
รู้ใจจริงเว้ย
มิ้งค์
พี่กลุ้มนะเนี่ย ทำไมไม่แก่ลงซักที -"-
เต้
เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความหล่อของแต่ละคน
รุ่ง
นึกว่าเป็นเอดส์ใช่มะล่า ^^"
By
E, at May 11, 2008 6:55 PM
Post a Comment
<< Home