The Intersect

23 April 2008

Biggest Loser

สถิติน้ำหนักตัวของผมที่ทำไว้มากที่สุด ประมาณ 106 กิโลเมื่อประมาณเดือนตุลาคมปีที่แล้วครับ เรียกได้ว่า ต้องเปลี่ยนมาตรวัดจากกิโลเป็นตันได้เลย

น้ำหนักมากเกินไปก็มีปัญหา เสื้อคับ ส่วนกางเกงยิ่งไปใหญ่ เหลือตัวที่ใส่ได้แค่ตัวเดียว

ก็เลยจัดการลดน้ำหนักซักหน่อย ยิ่งประสบโอกาสดีตอนที่อยู่คนเดียว มีเวลาว่างเยอะ เข้าคอร์สลดน้ำหนักที่คิดขึ้นมาเองซะเลย

เมื่อตอนเรียนที่อังกฤษ จำได้ว่าช่วงเดือนแรก น้ำหนักลดลงไปประมาณ 10 กิโล จาก 88 เป็น 78 เนื่องจากซื้ออาหารไม่ลงเพราะมันแพงมาก

แต่นั่นมันก็สิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำได้อย่างนั้นหรือเปล่า เพราะแก่ขึ้นกว่าเดิมตั้งสองปี

เอาเข้าจริงช่วงตุลาคมถึงธันวาคม ระยะเวลาประมาณสองเดือน ลดได้ 10 กิโลครับ ^^

กลับไปที่ภาควิชาฯ ก็ปรากฏว่าอาจารย์เจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็กำลังแข่ง Biggest Loser กัน เพราะหลายคนเริ่มออกอาการเอวหาย

เดือนธันวาคม ผมเป็นคนที่น้ำหนักมากที่สุดในภาควิชา ชั่งได้ 96 กิโลกรัม

ก็เลยตั้งใจว่า เดี๋ยวกลับออสเตรเลียจะลดต่ออีกซักหน่อยเผื่อจะได้เป็น Biggest Loser แห่งภาควิชา ฮ่าฮ่า

ใช้วิธีง่ายๆ ไม่ต้องอดอาหารเลย แค่ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตแต่ละมื้อลง พูดง่ายๆ ว่าเลิกกินข้าว เปลี่ยนเป็นเน้นอาหารพวกผัก เช่นจับฉ่าย สุกี้ กินวนกันไปเรื่อยๆ เบื่อหน่อยแต่ก็พยายามทนเอา

แต่ก็ยังไม่วายแอบกิน KFC อาทิตย์ละสองมื้อ ฮาฮา

แล้วก็วิ่งออกกำลังกายหน้าบ้านช่วยนิดหน่อย วันละประมาณ 15-20 นาที จากวันแรกจำได้ว่าวิ่งไปแค่ 400 เมตรก็หอบซี่โครงบาน มาวันนี้วิ่งได้ประมาณ 2 กิโล ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้ไกลอะไรมากมาย แต่ก็ไกลกว่าเก่ามาก

พอออกกำลังกายช่วยก็ดูเหมือนจะฟิตและแข็งแรงกว่าเดิมด้วย

มาถึงวันนี้ ผ่านมาอีก 4 เดือนก็คิดว่าพอจะโม้ได้แล้ว

รวม 6 เดือนลดไปได้ประมาณ 28 กิโล ตอนนี้น้ำหนักเหลือประมาณ 78 กิโลครับ

แต่ก็กลับเข้าสู่ปัญหาเดิม กางเกงที่มีอยู่ใส่ไม่ได้อีกแล้ว ต้องไปขุดกางเกงเก่ามาใส่ ซึ่งตอนนี้ก็เหลืออยู่ใส่ได้ตัวเดียวอีกเหมือนกัน

แถมปัญหาเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยที่แหวนหลวมจนใส่ไม่ได้แล้วไปสองวง อีกวงที่เป็นแหวนแต่งงานยังใส่ได้อยู่ แต่ก็หลวมจะหลุดมิหลุดแหล่อยู่ทุกวัน

รองเท้าแตะยังหลวมเลย เดินไปสะดุดถนนบ่อยมาก ^^"

งวดนี้คิดว่าไม่น่าจะมีโยโย่ เพราะผ่านมาตั้งหกเดือนแล้ว มีกินเยอะบ้างบางมื้อ น้ำหนักก็ยังไม่ขึ้น หรือถ้าขึ้นก็ลงได้ภายในเวลาไม่นานนัก

แต่ยังไงเดี๋ยวกลับเมืองไทยรอบหน้า เจอแต่อาหารอร่อยๆ ไม่รู้จะขึ้นมากี่กิโลน๊า ^^"

10 Comments:

  • ไม่ต้องผอมอีกแล้วก็ได้ แค่นี้ก็ผอมพอแล้วจ้า

    By Blogger Mujira, at April 23, 2008 9:40 PM  

  • อู้ ฮู ... ลงเยอะจังเลยเนอะคะ
    ต้องไปบอกแฟนนกให้เอาอย่างบ้าง ^ ^

    By Blogger nok, at April 24, 2008 3:38 AM  

  • พี่อี้สุดยอดเลย ว่าจะทักอยู่เห็นรูปที่ถ่ายกับน้องอาร์มมา ผอมลงเยอะเลย (หน้าเด็กขึ้นด้วยนะคะ) ช่วงนี้นุ้ยกำลังน้ำหนักขึ้น เดี๋ยวลองเอาสูตรพี้อี้ไปใช้ดีก่าขอลงมาสัก 3กิโลเท่านั้น -/\-

    By Blogger เป็ดน้อย, at April 24, 2008 1:59 PM  

  • โอ้!!!!

    By Blogger NungNing, at April 24, 2008 8:04 PM  

  • หลวมอย่าง..คับอย่าง
    อืมมม....มม เห่อะๆๆๆ^^"

    พี่อี้ลดได้เยอะจังค่ะ
    เจอภาพแรก...(ตอนยังไม่อ่าน)นึกว่าจะโฆษณากางเกงยีนส์ค่ะ จะว่าไปก็คล้าย..จะโษณา
    กกน.รุสโซ่ล่ะ^^"

    แบบนี้ตัวหลวมๆเอาไว้ใส่ที่เมืองไทยค่ะ
    ตัวคับพอดีๆก็ใส่ที่โน้นล่ะ แห่ะๆ:D

    By Anonymous NA, at April 28, 2008 2:31 PM  

  • ปาฏิหาริย์มีจริง!!!
    แต่เชื่อเหอะ คนอย่างท่านอี้ผอมได้ไม่นาน

    By Anonymous linli, at April 29, 2008 3:19 AM  

  • โอ๊!! เจ๋งมากๆเลย....น่าเอาเยี่ยงอย่าครับ

    แต่ว่า..พี่แก่ขึ้นจากเมื่อสิบปีก่อนแค่สองปีเองเหรอครับ..

    เจ๋งอีกแล้ว ^^''

    ปล.พี่ผญบ.สบประมาทแบบนี้ พี่อี้ว่าไงคร้าบ??

    By Blogger Minkyblue_eye, at May 03, 2008 4:35 AM  

  • ผอมเยอะจริงๆ พี่อี้ ทำได้ไงอ่ะ

    จำเกือบไม่ได้เลย 555+

    By Blogger siwawong, at May 04, 2008 7:35 PM  

  • ก่อนเข้ามาอ่านเรื่องลดน้ำหนักของอี้
    เพิ่งพูดกะอู้ไปหยกๆว่าอี้ดูผอมลงมั่กๆๆๆๆๆๆๆ ไปทำอะไรมา
    เพิ่งได้คำตอบ
    แถมในรูปเนี่ย เอว เป็นเอวเลยนะ อี่ๆ

    By Anonymous rc, at May 05, 2008 6:34 PM  

  • มุ
    กลับมาไม่กี่วัน เริ่มขึ้นแล้วดูสิ อิอิ

    นก
    อยู่เมืองนอกทำไม่ยากเพราะอาหารมันไม่น่าอร่อย แต่อยู่เมืองไทยพี่ก็ทำไม่ได้เหมือนกันอะครับ ^^"

    นุ้ย
    ลองกินแต่จับฉ่ายสลับสุกี้ไม่ต้องแตะข้าวซักอาทิตย์น่าจะเห็นผลเลยหละ

    หนิง
    แหะ

    นา
    ตัวหลวมๆ ก็เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวอ้วนเหมือนเดิมค่อยกลับไปใส่ครับ

    พฤกษ์
    รู้ใจจริงเว้ย

    มิ้งค์
    พี่กลุ้มนะเนี่ย ทำไมไม่แก่ลงซักที -"-

    เต้
    เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความหล่อของแต่ละคน

    รุ่ง
    นึกว่าเป็นเอดส์ใช่มะล่า ^^"

    By Blogger E, at May 11, 2008 6:55 PM  

Post a Comment

<< Home