วินนิ่ง
ลอกกระทู้ยอดฮิตมาจากราชดำเนินพันธ์ทิพย์ครับ อาจจะไม่ update ทันสถานการณ์ล่าสุดซักเท่าไหร่เพราะต้นฉบับถูกเขียนตั้งแต่หลายเดือนที่ผ่านมา แต่อ่านแล้วก็ยังฮาเหมือนเดิมครับ
-------------------------------------------------------
เด็กชายแม้ว กำลังเล่นวินนิ่งกับเพื่อนคู่อริอีกกลุ่ม ใช้กฏใครแพ้ออก ถ้าชนะอยู่ต่อ ปรากฏว่าเด็กชายแม้วมีทักษะที่เหนือกว่าเพื่อนยิงเด็กชายชวนไป 2-0 ถล่มเด็กชายหยัด 4-0
พอมานัดที่สามเจอกับเด็กชายมาร์ค ที่ดูแล้วบุคลิกท่าทางจะเป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ และน่าหวั่นใจแทนเด็กชายแม้วเป็นอย่างยิ่งแต่เมื่อเกมเริ่มต้น เด็กชายมาร์คเอาแต่ดำเนินกลยุทธ์ ทำสงครามน้ำลาย พร่ำบ่นว่าเด็กชายแม้วเอาเปรียบเพราะนั่งเก้าอี้สบายกว่า แสงแยงตา จอยของตนไม่ดี พัดลมไม่เย็น ไม่คิดที่จะตั้งสมาธิเล่นเกมด้วยความมุ่งมั่นเลย เด็กชายแม้วรำคาญก็เลยยอมให้ทั้งแลกเก้าอี้ แลกจอย หันพัดลม ปิดหน้าต่าง แต่สุดท้ายก็มักจะมีข้ออ้างใหม่ๆ จากเด็กชายมาร์คเสมอหลังจากโดนยิงประตู บางครั้งเด็กชายแม้วหงุดหงิดก็ตอบโต้เป็นบางครั้งตามประสาคนปากไว
จบครึ่งแรกเด็กชายแม้วต้อนเด็กชายมาร์ค 6-0 เด็กชายมาร์คจึงประกาศก้องกลางร้านว่า กติกาวินนิ่งไม่ดี พวกเราในกลุ่มต้องแก้ไขโดยเร็วหลังจบเกมนี้แต่เด็กชายแม้วบอกว่าควรเรียกเพื่อนกลุ่มอื่นที่เล่นไม่เก่งแต่ชอบวินนิ่งมาคุยด้วยก่อน เหล่าคนดูในร้านเริ่มมีการถกเถียงกันบ้างก็ว่าควร บ้างก็ว่าไม่ควร เด็กชายมาร์คยื่นคำขาดว่าไม่ได้ ต้องเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้น เป็นอันว่าการเจรจาล้มเหลว ทำให้เด็กชายมาร์ค เด็กชายหนั่น และ เด็กชายเติ้ง ยืนยันการบอยคอตไม่เล่นด้วย สุดท้ายเด็กชายแม้วต้องเล่นครึ่งหลังคนเดียว จึงเผาเครื่องฝั่งเด็กชายมาร์คที่มีแต่จอยเปล่าไป 20-0
ตามกติกาเด็กชายมาร์คต้องออกจากเกมแต่เด็กชายมาร์คพยายามไปฟ้องเจ้าของร้านบอกว่า เป็นการชนะที่ไม่สมศักดิ์ศรีควรเป็นโมฆะ เจ้าของร้านเห็นด้วย จึงตัดสินใจเข้ามากดปุ่มรีเซ็ต เพื่อให้ทั้งคู่เล่นใหม่ พอเล่นไปได้ไม่นานเด็กชายมาร์คโดนไปอีก 2-0 เด็กชายมาร์คคิดว่าทำยังไงก็ไม่ชนะมันเสียทีอย่ากระนั้นเลยประณามหาว่ามันแอบใช้สูตรโกงเราดีกว่า
พอได้ไอเดียแล้วเด็กชายมาร์คจึงวิ่งแจ้นเข้าไปหาเจ้าของร้าน บอกว่าเห็นเด็กชายแม้วแอบเอาโปรแกรมโกงเกมมาลงเมื่อวันก่อนทำให้กรรมการตาถั่วตัดสินลำเอียงเข้าข้างเด็กชายแม้วเสมอ เจ้าของร้านเชื่อจึงสั่งให้ไปเล่นเครื่องอื่นแทนกระนั้นเด็กชายมาร์คก็ยังคงเล่นได้อย่างน่าผิดหวังเช่นเคยตาม 0-3 และทำท่าจะแพ้อยู่รอมร่อ คนดูก็โต้คารมกันไปมาเสียงดังลั่นร้านบ้างก็ว่าเด็กชายแม้วหาช่องทางโกงอย่างโน้นอย่างนี้ และไร้จริยธรรม แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ข้างเด็กชายแม้วเพราะข้อกล่าวหามักจะเลื่อนลอยและขัดกับสามัญสำนึก เช่น เด็กชายทิที่มีปัญหาสติไม่สมประกอบมักจะบอกว่าเด็กชายแม้วจ้างตีนแมวงัดหน้าต่างเข้ามาตอนกลางคืนเพื่อลงโปรแกรมโกงเกมในร้านทุกเครื่อง แต่ก็น่าแปลกที่ยังมีคนหลงเชื่อ อาจจะเป็นเพราะบ้านเด็กชายแม้วรวยทำให้คนที่คิดวิเคราะห์ไม่เป็นมักจะมองว่าทุกคนที่เข้าข้างเด็กชายแม้วถูกซื้อได้ด้วยเงิน ไร้ปัญญา และไม่ทันคนทั้งนั้น ฝ่ายที่เกลียดเด็กชายแม้วมักจะใช้ข้อกล่าวหานี้โจมตีและยั่วโมโหเมื่อหาเหตุผลที่ดีมาสนับสนุนคำพูดตนเองไม่ได้ (แต่เมื่อถูกตั้งคำถามว่าพวกเขาเหล่านั้นเชื่อเด็กชายทิหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” ทั้งที่เป็นข้อกล่าวหาเดียวกับที่เด็กชายทิบอก เป็นไปได้ว่าหากบอกว่า“เชื่อ” จะทำให้ถูกมองว่าสติไม่สมประกอบเหมือนเด็กชายทิ และสังคมอาจรังเกียจเพื่อนจะเลิกคบได้)
ระหว่างที่สถานการณ์ในร้านระอุไปด้วยการโต้เถียง เด็กชายแม้วเกิดติดธุระต้องออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก พอดีกับที่เด็กชายบังที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบในร้าน และใกล้ชิดสนิทสนมกับญาติผู้ใหญ่ของเด็กชายมาร์ค ใส่ชุดเขียวพร้อมพวกหลายคนแอบอยู่ใกล้ๆจึงฉวยโอกาสเข้ามานั่งแทนที่ พอเด็กชายแม้วจะกลับมาเพื่อทวงจอยคืน แต่เด็กชายบังตะโกนบอกว่าไม่ยอมคืนให้ ปากก็บอกเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า “สมานฉันท์ เดี๋ยวเพื่อนทะเลาะกัน” (ดังนั้น เอ็งออกไปให้กรูเล่นแทน 555)
เด็กชายแม้วจึงต้องจำใจเดินออกจากร้านพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของกลุ่มเด็กชายมาร์ค ทว่าเหล่าคนดูส่วนใหญ่ต่างสุดแสนเสียดายที่จะอดเห็นฝีมือของเด็กชายแม้วอีกต่อไปแต่ไม่ปริปากบ่นอะไรด้วยความกลัวคนของเด็กชายบังจะหาเรื่องปล่อยให้คนดูที่เกลียดเด็กชายแม้วซึ่งบางคนก็เคยคับแค้นใจเนื่องจากเคยพ่ายแพ้เด็กชายแม้วแบบหมดรูปมาหลายคราได้กระดี๊กระด๊าเริงร่า บ้างก็ขอเล่นเกมด้วย
หลังจากนั้นเด็กชายบังจึงตัดสินใจเรียกเด็กชายสุที่ดูท่าทางสุภาพ อ่อนโยน สุขุมลุ่มลึกเยือกเย็น และมีจริยธรรมอันเต็มเปี่ยม มาเล่นแทน เหล่าคนดูต่างหวังว่าจะได้เห็นฟอร์มอันไร้เทียมทานของเขา เด็กชายสุนั่งหน้าจอคอมด้วยความองอาจ และโทรศัพท์ไปถามญาติผู้ใหญ่ของเด็กชายมาร์คคำแรกที่เอ่ยคือ “เฮีย ปุ่มไหนส่ง ปุ่มไหนยิง ปุ่มไหนสไลด์ ฮะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนดูหลายคนในร้านต่างส่ายหน้าและถอนหายใจเดินออกจากร้าน บ้างก็เดินไปดูเครื่องอื่นแทนด้วยความเซ็ง



7 Comments:
ไม่เกท สองคนสุดท้าย
ป.ล การเมืองไม่ยุ่งมุ่งแต่นักร้อง :P
(จาก ปุ๋ย แม่งยุ่งยากล็อคอินไรของมัน ล็อคแล้วล็อคอีก เคืองอย่างแรง)
By
Anonymous, at December 31, 2006 1:39 AM
นามีความรู้สึกว่าบางทีการเมืองไทย
มันดูฮาอินเตอร์ดีค่ะพี่
แต่บางทีก็เหมือนเค้าเล่นเกมส์เพื่อความอยู่รอดของตัว
ประมาณว่าแต่ละคนเล่นบทตลกผิดหน้าที่อันดีอันควรจะกระทำหรือที่พึงจะทำให้ชาติพัฒนาเนอะ
By
na, at December 31, 2006 11:33 AM
นั่นสิ ไม่ค่อยเก็ทเรื่องการเมือง รู้แต่ว่า แย่งกันใหญ่ แค่นั้นแหละ หึหึ
By
mujira, at January 01, 2007 9:14 AM
แล้วเด็กคนไหนเอาลูกน้อยหน่า 7-8 ลูก มาขว้างเล่นในร้านวะเนี๊ยะ
By
พฤกษ์, at January 02, 2007 4:46 AM
ปุ๋ย
สองคนสุดท้ายก็บิ๊กบังกับนายกคนปัจจุบันไง เค้าแซวว่าอยากมีอำนาจแต่ทำงานไม่เป็น ^^
นา
พี่ว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรกนะ ช่วงนี้ก็แค่เป็นช่วงการเปลี่ยนขั้ว+รักษาอำนาจแค่นั้นแหละ ที่ว่าเพื่อประชาชน-พอเพียง-จริยธรรมทั้งหลายมันก็แค่ข้ออ้างหาความชอบธรรมให้ตัวเอง ทั้งอำนาจเก่าอำนาจใหม่ไม่มีใครสนใจประชาชนจริงๆ หรอกครับ
มุ
แบ่งเค้กกันสนุกเลยหละ
พฤกษ์
ไม่รู้เด็กคนไหนเหมือนกันว่ะ รู้แต่ว่าอยากให้ใครก็ได้จับเด็กมือบอนคน (หรือกลุ่ม) นี้มาประหารซะให้รู้แล้วรู้รอดเลย เลวที่สุดแล้ว
By
E, at January 02, 2007 12:13 PM
อ่านะครับ...สถานะการณ์มันสับสนจริง ๆ
ตอนนี้ใครมีอำนาจก็โดนต่อต้านแหละครับ เราประชาชนตาดำๆ ก็ต้องดูกันต่อไป...
ปล. Merry X'Mas & Happy New Year 2007 นะครับพี่อี้
By
siwawong, at January 02, 2007 5:58 PM
แย่งกันไปแย่งกันมา...ประชาชน เฮ้ยย คนเชียร์ปวดหัว....
สวัสดีปีหมู อู๊ดๆ ขอให้พี่อี้ พี่ตุ๋ม น้องอาร์ม มีแต่ความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะก๊ะ...รวยๆๆ สาตุ๊ๆๆ อิอิ
By
Jujoop, at January 03, 2007 1:53 PM
Post a Comment
<< Home