ปิ๋ว
อาทิตย์ก่อนมีอีเมล์ร่อนมาหานักศึกษาบัณฑิตศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัยครับ
"มีบริษัทต้องการจ้างนักศึกษาทำงานนอกเวลาในส่วนของ Programming และ Web Design ผู้มีความสามารถด้านภาษา Perl และ PHP จะได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ"
งานคือเงิน เงินคืองาน ผมก็เลยไม่รอช้าที่จะส่ง CV ของตัวเองไปลองสมัครดู กะว่าถ้าได้งานนี้มาจะได้เก็บเงินซื้อนมให้ลูกกิน
จบมาแล้ว 10 ปี ทำงานมาแล้ว 5 บริษัท เริ่มตั้งแต่วิศวกรต๊อกต๋อยชงกาแฟยกจอคอมพิวเตอร์ มาถึงเป็นผู้จัดการโครงการฐานข้อมูลหลายล้านบาท ก่อนจะย้ายมาเป็นอาจารย์ เรียกว่าประสบการณ์ก็เยอะพอดู
แต่ประสบการณ์จะออกแนวจับฉ่าย รู้ไปเกือบทุกเรื่องแต่ไม่เก่งซักเรื่อง อาศัยบริหารปัญหาและความกะล่อนส่วนตัวเอาตัวรอดไปได้วันๆ ^^
ส่ง CV ไปแค่วันเดียว ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้น แล้วก็เป็นดั่งที่คาดไว้ครับ ปลาติดเบ็ดโทรมาขอให้ไปสัมภาษณ์งานเช้าวันศุกร์
พอถึงเวลานัด ผมก็ลากคุณภรรยาลงจากเตียง ขับรถออกไปทางนอกเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงบริษัทที่นัดหมายกันไว้
จริงๆ มันคือบ้านคนนั่นเอง เจ้าของบริษัทก็เจ้าของบ้าน ส่วนนักวิเคราะห์ระบบก็ควบสองเก้าอี้เป็นแม่บ้านไปด้วย
โอ้ นี่มัน... อุตสาหกรรมในครัวเรือน ชัดๆ
ที่ตั้งบริษัทอยู่ชั้นสองครับ จริงๆ มันก็คือห้องทำงานธรรมดาห้องหนึ่ง ระหว่างเดินขึ้นบันไดก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้ดังออกมาจากหลังประตูฝั่งตรงข้าม
โอ้ นี่มัน... อุตสาหกรรมในครัวเรือน ชัดๆ
หลังจากแนะนำตัวกันเล็กน้อย เจ้าของบริษัทก็เริ่มซักถามว่าเป็นไงมาไง เคยทำงานประเภทไหน เขียนโปรแกรมอะไรเป็นมั่ง ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงมั่งโม้มั่งก็ตอบเค้าไป
คุยจบ เจ้าของบริษัทเผยอมุมปากยิ้มอย่างเลือดเย็น แล้วยื่นกระดาษให้แผ่นนึง บอกว่า ลองเขียนโปรแกรมให้ดูหน่อยนะ อยากรู้ว่าเก่งแค่ไหน
เจอแบบนี้ก็จ๊ากสิครับ สไตล์การเขียนโปรแกรมของผมมันคือเอาของเดิมที่ดีอยู่แล้วมาแก้มาแปะ มีปัญหาอะไรก็เปิดเน็ตหาวิธีแก้ ไม่เคยเปลืองที่ว่างในสมองเก็บ command อะไรทั้งสิ้น
โชคยังดีที่เจ้าของบริษัทเห็นท่าทางไปไม่รอด ก็เลยเอาคู่มือให้เปิดอ่าน ผมก็เลยพอถูๆ ไถๆ ไปได้บ้าง
เขียนเสร็จก็มีการถามคำถามตลบหลังนิดหน่อย ประมาณว่าถ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลด้วยจะแก้ไขยังไงให้ดีขึ้น
เอ่อ ประทานโทษครับพี่ กรูไม่รู้ -"-
ยังไม่พอ มีการถามคำถามตบท้ายด้วยการเอาชุด command ประหลาดๆ มาให้ดู แล้วถามว่ามันเอาไว้ทำอะไร
เอ่อ ประทานโทษครับพี่ กรูไม่รู้ -"-
จริงๆ คำถามพวกนี้ก็ไม่ถึงกับโหดนรกแตกอะไร ถ้าเป็นเทพอย่าง ปื๊ด หรือ พฤกษ์ คงจะตอบได้ไม่ยาก แต่เนื่องจากผมเป็นพวกจับฉ่ายอย่างที่บอกไว้ข้างต้น ก็เลยออกอาการงืด
ก่อนร่ำลา เจ้าของบริษัทบอกว่า ตอนนี้กำลังสัมภาษณ์อยู่หลายคน ไว้อาทิตย์หน้าจะสรุปว่าจะจ้างใคร แล้วจะติดต่อกลับอีกทีนะ
ความหมายการพูดแบบนี้สามารถสร้างความหวังได้ แต่จากประสบการณ์ที่เคยใช้มุขนี้มาเหมือนกัน มันแปลว่า ไปหางานที่อื่นเหอะน้อง
แถมท้ายอีกนิดด้วยประโยคสุดท้ายของการร่ำลาที่จบด้วย "Bye bye" ไม่ใช่ "See you later"
จึงสรุปได้ประมาณว่า งานนี้ ปิ๋ว ครับ ^^"
"มีบริษัทต้องการจ้างนักศึกษาทำงานนอกเวลาในส่วนของ Programming และ Web Design ผู้มีความสามารถด้านภาษา Perl และ PHP จะได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ"
งานคือเงิน เงินคืองาน ผมก็เลยไม่รอช้าที่จะส่ง CV ของตัวเองไปลองสมัครดู กะว่าถ้าได้งานนี้มาจะได้เก็บเงินซื้อนมให้ลูกกิน
จบมาแล้ว 10 ปี ทำงานมาแล้ว 5 บริษัท เริ่มตั้งแต่วิศวกรต๊อกต๋อยชงกาแฟยกจอคอมพิวเตอร์ มาถึงเป็นผู้จัดการโครงการฐานข้อมูลหลายล้านบาท ก่อนจะย้ายมาเป็นอาจารย์ เรียกว่าประสบการณ์ก็เยอะพอดู
แต่ประสบการณ์จะออกแนวจับฉ่าย รู้ไปเกือบทุกเรื่องแต่ไม่เก่งซักเรื่อง อาศัยบริหารปัญหาและความกะล่อนส่วนตัวเอาตัวรอดไปได้วันๆ ^^
ส่ง CV ไปแค่วันเดียว ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้น แล้วก็เป็นดั่งที่คาดไว้ครับ ปลาติดเบ็ดโทรมาขอให้ไปสัมภาษณ์งานเช้าวันศุกร์
พอถึงเวลานัด ผมก็ลากคุณภรรยาลงจากเตียง ขับรถออกไปทางนอกเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงบริษัทที่นัดหมายกันไว้
จริงๆ มันคือบ้านคนนั่นเอง เจ้าของบริษัทก็เจ้าของบ้าน ส่วนนักวิเคราะห์ระบบก็ควบสองเก้าอี้เป็นแม่บ้านไปด้วย
โอ้ นี่มัน... อุตสาหกรรมในครัวเรือน ชัดๆ
ที่ตั้งบริษัทอยู่ชั้นสองครับ จริงๆ มันก็คือห้องทำงานธรรมดาห้องหนึ่ง ระหว่างเดินขึ้นบันไดก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้ดังออกมาจากหลังประตูฝั่งตรงข้าม
โอ้ นี่มัน... อุตสาหกรรมในครัวเรือน ชัดๆ
หลังจากแนะนำตัวกันเล็กน้อย เจ้าของบริษัทก็เริ่มซักถามว่าเป็นไงมาไง เคยทำงานประเภทไหน เขียนโปรแกรมอะไรเป็นมั่ง ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงมั่งโม้มั่งก็ตอบเค้าไป
คุยจบ เจ้าของบริษัทเผยอมุมปากยิ้มอย่างเลือดเย็น แล้วยื่นกระดาษให้แผ่นนึง บอกว่า ลองเขียนโปรแกรมให้ดูหน่อยนะ อยากรู้ว่าเก่งแค่ไหน
เจอแบบนี้ก็จ๊ากสิครับ สไตล์การเขียนโปรแกรมของผมมันคือเอาของเดิมที่ดีอยู่แล้วมาแก้มาแปะ มีปัญหาอะไรก็เปิดเน็ตหาวิธีแก้ ไม่เคยเปลืองที่ว่างในสมองเก็บ command อะไรทั้งสิ้น
โชคยังดีที่เจ้าของบริษัทเห็นท่าทางไปไม่รอด ก็เลยเอาคู่มือให้เปิดอ่าน ผมก็เลยพอถูๆ ไถๆ ไปได้บ้าง
เขียนเสร็จก็มีการถามคำถามตลบหลังนิดหน่อย ประมาณว่าถ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลด้วยจะแก้ไขยังไงให้ดีขึ้น
เอ่อ ประทานโทษครับพี่ กรูไม่รู้ -"-
ยังไม่พอ มีการถามคำถามตบท้ายด้วยการเอาชุด command ประหลาดๆ มาให้ดู แล้วถามว่ามันเอาไว้ทำอะไร
เอ่อ ประทานโทษครับพี่ กรูไม่รู้ -"-
จริงๆ คำถามพวกนี้ก็ไม่ถึงกับโหดนรกแตกอะไร ถ้าเป็นเทพอย่าง ปื๊ด หรือ พฤกษ์ คงจะตอบได้ไม่ยาก แต่เนื่องจากผมเป็นพวกจับฉ่ายอย่างที่บอกไว้ข้างต้น ก็เลยออกอาการงืด
ก่อนร่ำลา เจ้าของบริษัทบอกว่า ตอนนี้กำลังสัมภาษณ์อยู่หลายคน ไว้อาทิตย์หน้าจะสรุปว่าจะจ้างใคร แล้วจะติดต่อกลับอีกทีนะ
ความหมายการพูดแบบนี้สามารถสร้างความหวังได้ แต่จากประสบการณ์ที่เคยใช้มุขนี้มาเหมือนกัน มันแปลว่า ไปหางานที่อื่นเหอะน้อง
แถมท้ายอีกนิดด้วยประโยคสุดท้ายของการร่ำลาที่จบด้วย "Bye bye" ไม่ใช่ "See you later"
จึงสรุปได้ประมาณว่า งานนี้ ปิ๋ว ครับ ^^"



4 Comments:
>> โอ้ นี่มัน... อุตสาหกรรมในครัวเรือน ชัดๆ
- ฟังดูคุ้นๆแฮะ -
>> เจอแบบนี้ก็จ๊ากสิครับ สไตล์การเขียนโปรแกรมของผมมันคือเอาของเดิมที่ดีอยู่แล้วมาแก้มาแปะ มีปัญหาอะไรก็เปิดเน็ตหาวิธีแก้ ไม่เคยเปลืองที่ว่างในสมองเก็บ command อะไรทั้งสิ้น
- สไตล์เดียวกันเลยวะ -
>> จริงๆ คำถามพวกนี้ก็ไม่ถึงกับโหดนรกแตกอะไร ถ้าเป็นเทพอย่าง ปื๊ด หรือ พฤกษ์ คงจะตอบได้ไม่ยาก
- ถ้านรกแตกจริงๆ ก็ไม่มีใครตอบได้ -
By
พฤกษ์, at September 01, 2006 12:48 PM
เราเป็นพวกจับมาประยุกต์ ไม่ใช่สร้างทุกอย่างมากับมือเนอะ
By
Mujira, at September 01, 2006 3:07 PM
สอบยากจัง ไอ้บริษัทครอบครัวนี้...
ฝรั่งเค้าไม่ถือเรื่องบริษัท กับบ้าน เป็นที่เดียวกันเหรอครับ...คนไทย ทำไมถือโคตร ๆ เพราะเค้าบอกว่า แบบนี้มันดูไม่ prof. เท่าไหร่???
By
siwawong, at September 01, 2006 4:31 PM
(^^") ไม่แน่นี่นา อาจจะได้งานก็ได้
By
NungNing, at September 01, 2006 6:47 PM
Post a Comment
<< Home