Thursday, November 30, 2006

แสงและเสียง




Black & White Project #1

มันยังไม่ตาย

Thursday, November 09, 2006

เป้าหมายชีวิต

เวลามีคนแปลกหน้ามาถามว่า ผมเรียนจบมาทางด้านไหน
ผมจะตอบว่า
ผมจบปริญญาโท ทางจิตวิทยาบริหาร

ไม่รู้ทำไม
คงเพราะ มันดูเก๋า ๆ ดี มั้ง

เทอมแรกในการเรียนจิตวิทยานั้น ได้การบ้านแปลก ๆ

เช่นให้เขียนคำบรรยาย ในการเดินเท้าเปล่าเหยียบน้ำค้างบนยอดหญ้าตอนหกโมงเช้า
ให้ไปพบกันที่อ่างแก้ว (แทนห้องเรียน)ในตอนเช้า แล้วไปรำท่าแปดเหลี่ยม พร้อมหัวเราะใส่ภูเขา
ให้อ่านหนังสือประมาณสิบเล่ม แล้วมาสอบปากเปล่ากับครู ว่าได้อะไรจากหนังสือนั้นบ้าง
ตัวอย่างหนังสือ เช่น กลยุทธ์ซุนวู โอวาทสี่เหลียวฝาน เจ้าพ่อ wallmart การตลาดของแคนอน ฯลฯ
มีข้อสอบท้ายภาคให้เขียนว่าตัวเองมีความสามารถในการเป็นผู้นำอย่างไรบ้าง
หรือถูกอาจารย์สังเกตุพฤติกรรมตอนทำงานกลุ่มในห้องเรียน และโดนอภิปรายว่าเป็นคนอย่างไรซึ่งไม่เกี่ยวกับงานกลุ่มทีทำ
ฯลฯ

หลังจากเรียนไปได้เทอมกว่า ๆ
อาจารย์(หัวหน้าโปรแกรม) ไล่ถามนักเรียน แต่ละคนในห้องเรียน ว่า มาเรียนจิตวิทยากันทำไม
หลายคนตอบว่าเรียนเพราะอยากเอาไปใช้ในงาน HR ที่ทำอยู่

ผมตอบเกริ่น ๆ ว่า
อยากเรียน เพื่อจะได้ไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ว่าทำงานอะไรก็หนีการติดต่อกับคนไม่พ้น
ขนาดว่าผมหนีมาทำงานด้านคอมพิวเตอร์แล้ว ก็ยังต้องทะเลาะกับคนเป็นปรกติ

ประโยคเด็ดซึ่งเป็นจุดประสงค์ในการเรียนที่ผมพูดออกมา ก็คือ

อยากมีความสุขในชีวิตประจำวัน

อยากดำเนินชีวิตด้วยความเข้าใจตัวเอง และผู้อื่นอย่างมีความสุข
สามารถที่จะนำแนวคิดด้านการบริหารจัดการ ไปบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้



ผมเคยนั่งตั้งเป้าหมายให้ชีวิตตัวเอง ตั้งวิสัยทัศน์ วิเคราะห์ SWAT ตัวเอง
และแน่นอน ไม่ลืมที่จะวาง Position การตลาดให้ตัวเองด้วย

เคยคิดว่า

ถ้าคุณต้องการผู้ชายหน้าตาดี มั่นใจตัวเองสูง แข็ง ๆ และนำคุณอย่างเดียว ไม่ต้องหาที่นี่
แต่ถ้าต้องการผู้ชายใจดี อ่อนโยน คอยประคับประคอง จับมือก้าวไปด้วยกันให้มาทางนี้
(โปรดสังเกตุ: หน้าตาไม่ใช่จุดขาย)

slogan:
เป็นเพื่อนชีวิต คู่คิด คู่บ้าน

ha ha
บ้า ๆ บอ ๆ


ขายออกบ้าง ขายไม่ออกบ้าง ไปตามประสา
เพราะ package รูปลักษณ์ผลิตภัณพ์ไม่เตะตากลุ่มเป้าหมาย
ส่วนใหญ่ ต้องทำ ลดกระหน่ำ Summer Sale ให้ไปลองก่อน
ลูกค้าถึงจะติดใจ แล้วกลับมาใช้ใหม่
ค่าความ loyalty สูงมาก
(แต่เมื่อไหร่ ที่ลูกค้าไปบอกต่อกันเอง อ่ะ ตาย ครับ ตาย)
เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ถูกลูกค้าผูกตลาด ขายแล้วขายเลย ขายคนอื่นอีก แก ตาย !



เรื่องที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของการทำงานด้านจิตวิทยาก็คือ
หลังจากไปเป็นลูกมือเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาโรงงานแห่งหนึ่งแล้ว

หมดสัญญา ผมกำลังเดินออกจากบริษัท
ท่านเจ้าของบริษัทซึ่งกำลังประชุมอยู่ หยุดการประชุม

และเดินมาดักทางผม
บอกว่า ขอให้มาทำงานด้วยกันเถอะ
ผมบอกว่าไม่ได้ ผมกำลังจะกลับบ้านที่กรุงเทพฯ
ท่านเจ้าของบริษัทก็ยังย้ำว่า
อย่าลืมบริษัทของเรานะครับ กลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ เราจะรอคุณ


ช่างเป็นช่วงเวลาที่หอมหวานครับ
และคงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวหล่ะมั้งครับในชีวิตนี้

ถึงวันนี้กลับไป ไม่รู้ท่านจะจำกันได้หรือเปล่า


สองสามวันนี้จู่ ๆ ก็มานั่งคิดประโยคเดิม

" อยากมีความสุขในชีวิตประจำวัน "

เป้าหมายไม่เปลี่ยน

แต่เหมือนการกระทำห่างจากเป้าหมายไปทุกที


นี่หล่ะครับ

ที่มาของบันทึกบ๊อง ๆ
สองวันที่ผ่านมา

ซตพ.

Tuesday, November 07, 2006

ธาตุไฟแตก (1.2)

นอนตีสาม
ตื่นหกโมงครึ่ง
ลุกไม่ไหว
แต่งานไม่เสร็จ
จะลุกไปก็ทำอะไรไม่ได้ หมดแรง
นอนหลับตาคิดไปเรื่อย ๆ

เจ็ดโมงครึ่ง
คิดออกไม่หมด นอนไม่หลับ
ตัดใจลุกไปเขียนอะไรสักหน่อยดีกว่า
ทำได้ถึงเก้าโมง
ง่วง
นอนก่อน
ตื่นมาเก้าโมงสี่สิบ
ตาย! มีประชุมสิบโมง
อาบน้ำแต่งตัว (ชุดเมื่อวาน จะได้ไม่ต้องคิดว่าต้องใส่อะไรบ้าง)
วิ่งไปประชุม

สิบโมง ประชุม

สิบเอ็ดโมงก็ ประชุม อยู่
เที่ยง อาจารย์มีนัดที่อื่น เลยได้โอกาสหนีไปกินข้าว

ก่อนกินข้าวโทรกลับเมืองไทย
ไถ่ถามว่า วันศุกร์แล้ว ไม่ไปเที่ยวไหนเหรอ
ฝั่งนู้นตอบกลับมาว่า วันนี้ที่เมืองไทยเป็นคืนวันอังคารต่างหาก

คิดอีกสองวิ
เอ๋ ทำไมวันที่เมกา กับวันที่เมืองไทย ต่างกันตั้งหลายวัน
ที่เมกาเป็นวันศุกร์ ที่เมืองไทยเป็นวันอังคาร ต่างกันตั้งห้าวันตั้งแต่เมื่อไหร่
หรือเพิ่งปรับเวลาแล้วเราไม่รู้
งง อึ้งไป คำนวณ ชั่วโมงที่ต่างกันอยู่

สามวิผ่านไป
อ๋อ เราเบลอเอง
วันนี้วันอังคาร
มีประชุมทุกวันอังคารและวันศุกร์
วันนี้เป็นวันอังคาร ไม่ใช่วันศุกร์
แต่ก็มีประชุมได้

ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ มั่วฉิบเลยตู


เดินไปโรงอาหาร

อาหารที่กินวันนี้:
ผลไม้ในกระป๋อง
นมสตรอเบอรี่
หมูอบกับถั่วต้ม

เพื่อนถามว่าทำไมกิน นมสตรอบอรี่ กับ ผลไม้กระป๋องเหมือนกันทุกวัน
เราตอบว่า เพราะจำได้แล้วว่ามันอยู่ตรงไหน เปิดประตูตู้แช่ปั๊บหยิบได้เลย ไม่ต้องหา ไม่ต้องเลือกอีก


บ่ายโมง กลับมานั่งคิดงานต่อ

บ่ายสองก็ยังคิดไม่ออก
คิดไม่ออกไปถาม Domain Expert ( พี พ)
คุยกันไม่รู้เรื่อง
เหมือนยุงบินข้างๆ หู แต่รู้ว่าเป็นยุ่งที่ฉลาดมาก
เพราะจับไม่ได้ ไล่ไม่ทันสักที


บ่ายสามประชุม

บ่ายสี่ประชุม

บ่ายห้าประชุม
ช่วย โชโนะ เรื่อง Z-test, F-test, t-test และ Anova
โฮะ ๆ เพื่อน ๆเรียกว่า เป็น ไอ่ Math Guy ไปแล้ว

ไม่รู้กันมาก่อนเหรอ Z-test กับ T-test นะ มันมาจาก Distribution คนหล่ะแบบ
Anova มันขจัด Type I Error ไปแล้ว และทำได้หลาย sample groups
ในขณะที่ t-test จำกัด sample groups แค่สองกลุ่ม
ถ้ามีหลายกลุ่มก็ต้องทำ t-test หลายรอบ พอทำหลายรอบค่าความมั่วก็จะมากขึ้น
เหมือนควงกิ๊กวันเดียว กับควงกิ๊กหนึ่งเดือน ควงกิ๊กหนึ่งเดือนก็มีโอกาสเกิดรถไฟชนกันมากกว่า

และถึงแม้ว่าชื่อมันจะเป็นการวิเคราะห์ความแปรปรวน แต่มันเป็นความแปรปรวนของค่าเฉลี่ยนะเฟ้ย

งงกันหล่ะ สิ

อธิบายเนิ่นนาน อาจารย์ ถามเด็ดๆ ว่า ทำไมมันชื่อ F ชื่อ T test มันมาจากไหนเหรอ

ฮา งง อุตสาห์อธิบายไปตั้งเยอะ สงสัยแค่เนี้ย


หกโมงก็ประชุมอยู่ เปลี่ยนมือเป็น pC present เรื่อง Co-Evolution
เสนอไปสามไอเดีย ตกหนึ่งผ่านไปสอง
แต่มันโคตรซับซ้อนเลย ไม่รู้จะเขียนอธิบายยังไง (เขียนไทยยังยาก)
คุยปรึกษาอาจารย์
อาจารย์ก็อึ้งไป เอามือทุบหัวตัวเอง ก้มหน้ามองโตะ แปลเป็นไทยว่า "กูก็ปวดกบาลกับเอ็งเหมือนกัน"

เจ็ดโมง
อาจารย์บอกว่า เดี๋ยวอาจารย์ไปเขียนเอง เอ็งไปไหนก็ไป
ให้ You เขียนเรื่องนี้ ก็เหมือนกับ I เขียนเองทั้งหมดนั่นแหล่ะ
I เขียนเองจะไวกว่า
นับเป็นคำกล่าวที่น่าสรรเสริญยิ่ง ข้าน้อยขอคารวะ

ha ha ดีวุ้ย ไม่ต้องทำงาน


เจ็ดโมง(ทุ่มนึง)
ไปคุม Lab Java เด็ก
มีเด็กมาถามเรื่อง ? : (ไอ่ If then) อย่างย่อ
เอ่อ จำไม่ได้ ไม่เคยใช้เว้ย เลยบอกเด็กว่า ใช้ If then ปรกติดีกว่า
แล้วสอนเด็กไปว่า เขียน if then ดีกว่าครับ เข้าใจง่ายดี
มั่วอีกแล้วตู


สองทุ่มครึ่งเดินกลับบ้าน

วันนี้ฝนตก November Rain ของแท้
หนาวฉิบ

หลังจาก Axyl Rose ลอกเพลงของครูไพบูลย์ไปแล้ว
คนไทยก็แก้คืน ด้วยการแปลงเนื้อมาเป็นไทยอีกรอบ
ความว่า

ฝนเดือนสิบสอง
ล่องลอยจากนภาปลุกฉันจากนิทรา ชื่นชมฝนฉ่ำ
และไม่ว่าฝนตกมาสักเท่าใด จะมาอีกเมื่อไรก็ยังรับได้ รอฝนกระหน่ำ
(yeah yeah)

เฝ้ารอวันฟ้าเป็นใจ ปล่อยระบายฝนเย็นฉ่ำ
มากเกินไปน้อยเกินไป จะมาแค่ไหนก็สวยงาม
ผิดเวลาหรือนาที ผิดเดือนปีก็ยังชุ่มฉำ
หากเธอมาหาวันไหน ในใจก็สวยสดงดงาม


ถือว่าเป็นการ แปลงกลับเป็นเนื้อไทยได้อย่างสมศักดิ์ศรี
เพราะเดือน November คือเดือนสิบสองของไทย


ถึงบ้าน ตาโนะ และ พี พ
รออยู่แล้ว
วันนี้กินหมูกระทะเกาหลีแท้ ๆ (เพราะทำโดยคนเกาหลีแท้ ๆเลย)
อร่อยมาก

ห้าทุ่ม นั่ง Up Blog

Monday, November 06, 2006

ชีวิตประจำวัน

นอน 5.00a
ตื่น 9.30a
ใช้น้ำยาลิสเตอรีนสูตรใหม่ ที่ผสมเกลือและมีสารทำให้ฟันขาว
แปรงฟันด้วย แปรงสีฟันไฟฟ้า
ลงไปต้มน้ำ
กินไข่ต้มสองใบ
คุยกับแฟน

11.30 ติดต่อ สนร จะเอาเงินเดือน (เงินเดือนผมอยู่หน่ายยยยยย)
12.00 เขียนจดหมายถึง กพ จะเอาเงินเดือน

จองรถเช่า

12.30 ไปเอารถ
ขับรถไปเอาพัสดุที่ไปรษณีย์
14.00 แวะซื้อของ นิดหน่อยไหน ๆก็มีรถแล้ว

14.30 อาบน้ำ โกนหนวด
(วันนี้เปลี่ยนใบมีดใหม่หลังจากที่ไม่ได้เปลี่ยนเลยตั้งแต่เดือน กค ที่แล้ว)
แต่งตัว

15.00 ถึงโรงเรียน
15.30 กินข้าวเที่ยง (บ่าย)
ผลไม้รวมในกระป๋อง $2.25
ซูชิ Salmon $4.95
นม Strawberry $1.15

16.00 เรียนหนังสือ
16.30 Saitou & Nei Algorithm ( for generation tree analysis)
เรียนไม่รู้เรื่อง อะไรหว่า ไม่มีภาษาคน มีแต่ math Symbol

17.30 กลับมาพักผ่อน เขียนโปรแกรม GA หา optimization ของระบบ SCADA เล่น ๆ ฆ่าเวลา
นึกขึ้นได้ ว่า ต้องอ่าน Queuing Theory เพิ่ม เลยจะเอาหนังสือ Optimization กลับบ้านด้วย

นั่งเล่น web หาว่ากินยา วิตามินเสริมอะไรดี จะได้ไม่ง่วง ไม่เพลีย
แอบงีบที่โต๊ะทำงาน

19.00 เรียน หนังสือ Computer Architecture
เรียน Pipeline เอ่อ เคยสอนเด็กนี่หว่า จำได้ว่า เคยยกตัวอย่างโรงงานทำสัปปะรดกระป๋อง
ถ้าเป็นเวอร์ชั่นเมกา เขาจะยกตัวอย่าง เครื่อง Washer และ Dryer (เครื่องซักผ้าและอบผ้า)
ง่ายจังวุ้ย
หลับ

20.20 เลิกเรียน แวะ ATM เอาเช็กพี่ พ ไปเข้าบัญชี

20.40 กินกับข้าว ที่พี่ พ ทำเหลือทิ้งไว้เมื่อวาน
เป็น แกงเขียนหวาน

เกร็ดความรู้:
แกงเขียวหวานกินวันที่สองจะอร่อยกว่ากินวันแรกทุกครั้ง
ครั้งหน้าถ้าทำเสร็จไม่ต้องกิน เอามันเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วกินอีกวันดีกว่า


21.00 ล้างจาน
ต้มชากินพร้อมกับพายราสเบอร์รี่

21.30 อาบน้ำ

22.00 ทำงานต่อ
วันนี้ต้องได้ Model Co Evolution GA, เขียนคำบรรยายประกอบหนึ่งหน้า
เขียนโปรแกรม GA เล่น ๆ ให้เสร็จ
พรุ่งนี้จะได้โชว์เก๋า


คาดว่าคงนอน ตีห้าเหมือนเดิม


วงจรชีวิต(แย่ ๆ )ของข้าพเจ้า ณ วันที่ 6 November 2006

ปล.
คิดถึงเพลง November Rain จัง

So if you want to love me
then darlin' don't refrain

Or I'll just end up walkin'
In the cold November rain
Ohh...........

เห็นเขาว่า Rose เอาเนื้อหาจากเพลงไทยไปแต่งเป็น
November Rain
ก็เนื้อหาออกจะเหมือนกันขนาดนี้


โอ๊บ โอ๊บ

พอเข้าเดือนหก ฝนก้อตกพรำ พรำ
กบมันก็ร้องงึมงำ
ระงมไปทั่ว ท้องนา

แม่ดอกโสน บ้านนา น้องเคยเรียกข้า พ่อดอกสะเดา

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตก โปรยโปรย
หัวใจพี่ร้อง โอยโอย คิดถึงแม่ดอก บานเช้า

ฝนตกลงมา คิดถึงขวัญตา น้องเจ้า
ไม่เจอะหน้าน้อง แม้เงา หรือลืมรักเราเสียแล้วแก้วตา

เพลงฝนเดือนหก
แต่งโดยครูไพบูลย์ บุตรขัน
ร้องโดย รุ่งเพชร แหลมสิงห์