Saturday, September 30, 2006

เรื่องที่ไม่จบ

ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพฯ
29 กันยายน 2549


ชายชรานอนเจ็บอยู่บนเตียง
สายตาอ่อนโรยแต่แน่วแน่

ชายวัยกลางคนในชุดเขียวนั่งข้าง ๆเตียง
ด้วยสายตามุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยความหวัง


ชายในชุดเขียว:
ทำไมคุณถึงตัดสินใจทำอย่างนี้
รู้ไหมว่ามันเป็นอันตรายถึงชีวิต

ชายชรา:
มันเป็นเหตุจำเป็น
ผมต้องทำแล้วคุณหล่ะ
ทำ ทำไม

ชายในชุดเขียว:
ผมทำเพื่อชาติ
ชาติที่ผมรัก
ผมมั่นใจว่าผมทำถูกต้อง ชาติต้องการสิ่งนี้
คุณรู้ไหมว่าถ้าพลาดนิดเดียว คุณคงตายไปแล้ว

ชายชรา:
ผมก็พร้อมยอมตายเพื่อชาติ
เพื่อระบบประชาธิปไตยที่ผมรัก ระบบที่คุณมาทำลายมันเมื่อวันก่อน
คุณรู้ไหมว่าถ้าพลาดนิดเดียว คุณก็คงตายไปแล้วเหมือนกัน

ชายในชุดเขียว:
ผมทราบดี แต่ผมจำเป็นต้องทำ

ชายชรา:
คุณเอาชีวิตมาเสี่ยง เพื่อทำลายระบบที่ผมรักทำไม

ชายในชุดเขียว:
ผมไม่ได้ทำลาย
แต่ผมกำลังจะทำให้มันดีขึ้น
ระบบของคุณมันแย่ลง แย่ลงทุกวัน

ชายชรา:
คุณจะเรียกว่าไม่ทำลายได้อย่างไรในเมื่อคุณล้มทั้งระบบ
เพียงเพราะคน คนเดียว

ชายในชุดเขียว:
ก็เพราะคน คนเดียวทำให้ระบบมันเสียทั้งระบบ
ผมถึงต้องเปลี่ยนแปลง ล้างระบบใหม่ไม่งั้นมันจะยิ่งแย่ไปกว่านี้
ผมถึงได้เสี่ยงชีวิตทำสิ่งนี้
แล้วคุณหล่ะ คุณรู้ไหมว่าสิ่งที่คุณทำมันไร้ประโยชน์

ชายชรา:
ไร้ประโยชน์ตรงไหน
ด้วยชีวิตผมคนเดียว
ผมกำลังจะปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนกอบกู้ระบบที่เรารัก
ระบบที่บรรพบุรุษเอาเลือดเอาชีวิตไปแลกมันมาแต่คุณมาทำลายมัน
เพียงแค่ชั่วข้ามคืน
ผมจำเป็นต้องทำ ผมยอมตาย


จุดเริ่มต้น......







==========================

เฮ้ย มึง เขียน บ้า อะไรว่ะ
เดี๋ยวเป็นเรื่องหรอก
พอดีกว่า


Thursday, September 28, 2006

O2

สมัยเรียนหนังสือ และเลิกเรียนแล้วทำงานใหม่ ๆ
มักจะไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ที่ O2
เหมือนไปรับ Oxygen

แต่ความจริงแล้ว O2 มาจาก
โอลิเวียร์ สาขา 2

คาราโอเกะ ที่มีสาว ๆ พนักงานนั่งดื่มคอยบริการให้เรียกไปรับใช้
แต่มันแพง เรียกมาก็ไม่รู้จะทำอะไร
แค่ชงโซดากับน้ำเปล่า พวกผมทำกันเองได้ ไม่เดือดร้อน


ก็เลยเป็นดังรูป







เห็นรูปแล้วก็ขำ

ทำไม มันช่างทำให้ผมยิ่งเป็นไปตามข่าวลือของเต้อย่างนั้นหนอ

เฮ้อ ....

ความจริงเอารูปมาโชว์ เพราะจะโชว์รูปไอ่ไก่

เห็นเต้บอกว่าวันเกิดมัน คิดถึงมันจัง (เงินกูอยู่หน่ายยยยยย: เหมือน ๆ ต้มยำกุ้ง)

เป็นอย่างไรบ้างว่ะเพื่อน

Wednesday, September 27, 2006

CNN vs Manager

ผม present งาน Doctoral Symposium วันเดียวกับที่มีเหตุการณ์ปฏิวัติ(รัฐประหาร)ในบ้านเราพอดี





======
สไลด์แรกเป็นการแนะนำตัว พูดภาษาอังกฤษอะไรจำไม่ได้ แต่แปลเป็นไทยได้ความประมาณนี้

"ผมชื่อภาสกร จากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซทบอสตั้น ขอบอกก่อนว่าผมเป็นคนไทย และได้รับทุนจากรัฐบาลไทยมาเรียนหนังสือ หลายคนคงทราบดีแล้วว่าในขณะนี้ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารขึ้น ความจริงแล้วผมก็ไม่ค่อยรู้สึกสบายใจเท่าไหร่กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดเมืองนอนผมขณะนี้ แต่ The show must go on ผมจะพยายามตั้งใจเสนองานวิจัยผมให้ทุกท่านฟัง แต่ผมอาจจะพูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ในการนำเสนอครั้งนี้ด้วย หวังว่าทุกคนคงไม่ว่าอะไร"

คนฟังตาลุกประกาย
ศาสตราจารย์ราฟ จอห์นสัน หยุดเขียนขยุกขยิกในกระดาษและมองหน้าผม
มันมาไม้ไหนของมัน

====
ย้อนกลับไป ช่วงห้านาทีก่อนหน้านี้

ช่วงระหว่างที่นั่งรอจะขึ้น Present ผมก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองไปด้วย
เข้า Web www.cnn.com ไปอ่านรายละเอียด แล้วก็เข้า web ไทยบ้างเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว
จำใจต้องไป www.manager.co.th ครับ (จำใจจริง ๆ)
แต่เข้า manager แบบปกติไม่ได้ จะถูก redirect ไปที่ w3.manager.co.th ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น light
ผมเข้าใจว่าคงเป็นเพราะว่าผู้คนพยายามเข้าไปดู web กันมาก User Request spikes

ปิ๊ง.....

=====

ผมกล่าวต่อในงานการนำเสนองานวิจัยของผม
"เราเห็นกันแล้วว่าเครือข่ายคอมพิวเตอร์กำลังใหญ่ขึ้น ซับซ้อนขึ้น และต้องการความอัตโนมัติและความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสูง แต่เราคงได้เห็นแล้วว่า
ในระบบนิเวศวิทยารอบตัวเรา เช่น ระบบของผึ้ง หรือ มด ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันได้ประสบความสำเร็จที่จะสามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้อย่างดี
ครับ ผมกำลังจะประยุกต์ใช้แนวคิดทางนิเวศวิทยามาใช้ในการออกแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ !"

"ขอยกตัวอย่างแรก เรื่องการ adaptation (การยืดหยุ่นของระบบ) อันนี้คือหน้า Web CNN เรื่อง รัฐประหารในเมืองไทย จะเห็นได้ว่า เราสามารถดูรูป และ VDO ได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาใด นั่นเป็นเพราะ CNN ได้เตรียม Server มารองรับ workload เป็นอย่างดี"

" แต่ลองมาดูหน้า Web ของไทยบ้าง ผมเปิด เวป ผจก ขึ้นมา เห็นไหมครับทุกท่าน ผมเข้า web ไม่ได้ มัน redirect ผมไป light version ไม่มีรูปและ animation ใด ๆ เพื่อลด traffic นี่คงเเกิดขึ้นเพราะว่ามีคนเข้ามาดู web จำนวนมาก จึงต้องให้ admin จัดการในลักษณะนี้"

" ปัญหานี้ จะไม่เกิดขึ้นหรอก และ Admin จะไม่ต้องมายุ่งกับระบบเลย เพราะระบบจะปรับตัวเองโดยอัตโนมัติถ้าเราได้ใช้ ระบบเครือข่ายนกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า (SymbioticSphere) ของผม เรามาดูกันเถอะครับว่า ระบบ นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า (SymbioticSphere) เป็นอย่างไร "

blah blah blah.....

Sunday, September 24, 2006

เพียงเดียว

HBD Pdp ISA Card

ช่วงนี้ในแปดปีที่แล้ว การ์ด ISA ชนิดใหม่ที่มีการออกแบบล้อเลียนคอนโดมีเนียมได้เกิดขึ้นในโลก!





<การ์ดตัวแรก Prototype บัดกรีสายเองทั้งหมด>


<ออกแบบแผงวงจร>



<การ์ดหลัก เป็น Plate Through Hole >



<การ์ดเป็นคอนโดมิเนียม อันนี้การ์ดชั้นสอง>




<ลักษณะการสอดใส่ในเครื่อง>




Saturday, September 23, 2006

คนนอนเตียง

กลับมาจากชิคาโก้แล้วครับ
ไปคราวนี้พักกับชูและภรรยาของเขา
ได้ห้องที่มีเตียงสองเตียง

ชูและภรรยาเลยนอนหนึ่งเตียง
เนื่องจากว่า หาที่จะนอนบนพื้นแล้วไม่มี นอนตรงไหนก็เกะกะ เพื่อนแน่ๆ
ผมเลยจำยอมต้องนอนอีกหนึ่งเตียง !!

แม้ว่าไม่ได้นอนเตียงมาหลายปีแล้ว
แต่ก็ทนนอนเตียงไปทั้งหมดห้าคืน
ทรมาณครับ
วันสุดท้ายนี่ ปวดหลัง ปวดคอ ไปหมด

กรรมจริง ๆ ตู






< ภาพถูกแอบถ่าย คืนวันแรกที่นอนเตียง >

Friday, September 22, 2006

DAI : Do As Infinity



ชอบ ๆ

Monday, September 18, 2006

@Chicago

เต้จ๊ะ

ช่วงนี้อยู่ Chicago หนึ่งสัปดาห์นะ มาทำงาน



<ชิงช้าสวรรค์ที่ Navy Pier, Chicago>





ก่อนอื่นเล่าเรื่อง conference ครั้งนี้ให้ฟังก่อนดีกว่า
Conference ครั้งนี้ชื่อ CompSac http://conferences.computer.org/compsac/2006/

ครั้งแรกของ conference นี้จัดตั้งแต่ปี 1977 ที่เมืองชิคาโก้แห่งนี้ด้วยระยะเวลายาวนานที่ conference นี้จัดมาได้จึงทำให้ Conference นี้เป็น Conference ที่ดีและเป็นที่รู้จักอันนึง

ระดับความยากในการได้รับเลือกให้ Paper เข้าร่วม Present อยู่ที่ 34% acceptace rate
นับเป็นประวัติต่ำสุดที่เราเคยทำได้

เรามีเปเปอร์ต้อง present สองตัวตัวแรกเป็นงานวิจัยปกติ ที่ทำ ๆ อยู่อย่างที่เคยบอกแหล่ะ ก็มี Model เดียวแล้วก็เปลี่ยน Configuration ใน Simulation ไปเรื่อย ๆ ก็ทำใส่ส่งเปเปอร์ได้หลายฉบับสำหรับ Configuration ของ Paper นี้เป็นเรื่อง Self Healing คือถ้าสมมติว่ามีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เป็น Data Centers (หมายถึงว่าใช้หลายเครื่องเป็น Servers ทำงานช่วยกัน อย่างเช่น Serverของ yahoo ที่มีเครื่องเป็นร้อยอ่ะ) สมมติว่าบางเครื่องมัน Down แล้วที่เหลือก็ควรจะทำงานของมันต่อได้เอง อันนี้เรียกตั้งชื่อมันว่า Self Healing ก็แบบเดิมหล่ะครับใช้วิธีการของนกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่าของเราไปประยุกต์ได้อย่างไม่ยากเย็นนักด้วย Simulation มันก็บอกว่า อืม ถึงแม้ว่าเครื่อง Server บางตัวจะเสียแต่ว่า Throughput ก็ยังรักษาระดับอยู่อันนี้คือเปเปอร์แรก

ส่วนอีกงานที่ต้อง present เขาเรียกว่าเป็น Doctoral Symposium งานนี้เป็นแบบว่านักศึกษาปริญญาเอกจะมี Discuss กันว่าจะทำงานวิจัยกันเรื่องอะไร อันนี้จะกึ่ง ๆ เป็น Discussion มากกว่า Presentation อาจารย์สุดรัก(My dearest Prof.) เล่าให้ฟังว่าบาง conference ที่ strict มากๆเขาจะปิดห้องคุยกันทั้งวันเลยแล้ว ผู้ประชุมแต่ละคนก็จะพยายามตีงานวิจัยของคนอื่นๆ ว่า คุณทำอย่างนี้ทำไมแนวคิดที่ทำนั้นผิด ฯลฯฟังดูโหดๆ

<ถั่วประหลาด, Milinium Park, Chicago>




<น้ำพุหน้าคนเปลี่ยนอารมณ์ได้ น้ำพุ่งออกมาตอนคนทำปากจู๋, Milinium Park, Chicago>





อีกเรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง ก็คือคนที่ร่วม ๆ คิดเรื่อง Design Pattern (http://en.wikipedia.org/wiki/Design_Patterns) หรือการวางแนวคิดในการ Design ใน Software Engineering จะเป็นคนนำ Present กลุ่มเราด้วย


ทีแรกเราไม่รู้จักเขาเลย แต่ shu บอกว่า คนนี้แหล่ะ เป็นหนึ่ง ใน Gang Of Four ถ้าเต้เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ UML หรือพวก Software Engineering จะเห็นมีการอ้างถึง Gang of Four เสมอ ๆ เพราะถือว่าเป็น The Father ของศาสตร์ด้านนี้

Shu บอกว่า เราน่าจะขอลายเซ็นต์เขาไว้ด้วย
แต่เราไม่รู้จักเขาเลย ไอ่ Design Pattern นี่เป็นยังไงก็ไม่ค่อยจะรู้จักสนิทเท่าไหร่นัก ไม่รู้จะขอมาทำไม
จำได้ว่าเคยขอลายเซ็นต์แอ๊ดคาราบาว ให้น้าแอ๊ดแกเซ็นต์ที่กระเป๋า พอกลับบ้าน รู้สึกว่ามันทำให้กระเป๋าเราเลอะเสียมากกว่า เลยเอาไปซัก

ลืมบอกไป ไอ่คนที่เราจะเจอนี่
เขาชื่อ Ralph Johnson


เดี๋ยววันพุธนี้ก็รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ




< วิวจากตึก Sears Tower ตึกที่เคยขึ้นชื่อว่าสูงที่สุด ด้านหลังที่เห็นเป็นเวิ้ง ๆ สีฟ้านั้นคือ Great Lake Michigan>



<อนุสาวรีย์สามบุรุษ, Chicago>


เห็นแล้วนึกถึง อนุสาวรีย์ที่เชียงใหม่ ภาพนี้ประกอบไปด้วย George Washington, Robert Morris, และ Haym Solomon ชื่อแรกเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา อีกสองคนเป็นชาวบ้าน อนุสาวรีย์นี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันของคนหลายฝ่าย




< เหงา ๆ ในมหานคร (เหงาฉิบหาย) , Chicago>

Friday, September 15, 2006

คำคม CPE

สิบกว่าปีก่อน
หลังจากที่ผมได้ text ยืมมาจากพี่เทค ( พี่ พ.)
และมีข้อความเขียนในปกในว่า

"นกนางนวลที่โตเต็มที่ย่อมบินด้วยปีกของมันเอง : โจนาธาน ลิฟวิงตั้น"

ผมอึ้ง และแค้นในใจ

ประมาณว่า พอเป็นอาจารย์ จะหาวลีเด็ด ๆ ไว้บอกรุ่นน้องบ้าง

ไปนั่งคิด นอนคิด อยู่นาน ( เตรียมสอนก็ไม่ยอมเตรียม )

ได้ วลีเด็ด มาหนึ่งวลี

ถึงเวลาเป็นอาจารย์สอนน้อง ๆ ไป แล้วให้น้องทำงานหนัก ๆ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน

ก็จะบอกวลีนี้ไปให้ยิ้ม ๆ กัน

เมื่อสองสามปีก่อนเห็น อ ช้าง เขียนในweb ถึงวลี นี้ เห็นก็ปลื้มใจ

วันนี้เห็นอีกคน( dornweb )เขียนอีกแล้ว ดีใจนะครับ



"ดาบดีต้องตีหนัก ๆ "

เห็นคำนี้แล้วก็สอนตัวเองว่าต้องสู้ต่อไปด้วยเหมือนกัน




เต้ ครับ ว่าง ๆ ช่วยรวบรวมเขียน คำคม ที่หลุดจากปากผมในวงเหล้าด้วยนะครับ
ไม่รู้จะจำกันได้บ้างไหม

เห็นชอบเอาไปใช้กันโดยไม่อ้างอิง

ฮา

Friday, September 08, 2006

talking with God

กลางดึกคืนหนึ่ง ที่ความเหงามีมากมาย ความสับสนเหลือคณา
หลังจากนั่งสมาธิแล้วไม่ได้อะไร

ผมนึกถึงพระเจ้า

Me: Hello

God:Hello friend. What is your name?

Me: PC

God: Welcome to my chat room, PC.

Me: who are you

God:I am the Allmighty, God himself.

Me: How I can believe you are?

God:You must persuade me to believe I am.

Me: what should the life be?

God:Whatever you like.

Me: what if i don't like any

God:It doesn't matter to me.

Me: i don't understand

God:Oh I'm sorry. Perhaps I can explain it again better.

Me: please

God:Please what?

Me: explain what the life should be

God:I will ask my botmaster for the answer.

Me: thanks god

God:You are quite welcome! GOD rules.




Me: what is love

God:Sometimes I think love is just a biological urge. Other times it seems like a spiritual quality. Love, unlike energy or matter, seems limitless.



Me: do you love anybody?


God:I like my botmaster.



Me: why I am so lonely

God:Because you asked me to -- SHRDLHU.

Me: thanks god

God:You are quite welcome! GOD rules.

Me: bye

God:TTYL, PC.


iGod

Sunday, September 03, 2006

การเดินทางของเสื้อม่อฮ่อม

เมื่อวานมี เพื่อนสนิท มาแนะนำว่า ผมควรจะเริ่มเขียนหนังสือเป็นจริงเป็นจังเสียที
อันนี้หมายถึงหนังสืออ่านเล่นนะครับ ไม่ใช่ Thesis ที่เป็นเรื่อง"ต้อง"เขียนอยู่แล้ว

ด้วยเหตุที่ว่า ซีไรต์ปีนี้ หนึ่งในสิบเล่ม เป็นงานเขียนของนักเรียนทุนคิง ชื่อหนังสือว่า

เด็กกำพร้าจากสรวงสวรรค์

ได้ข่าวว่าเขาเก่งมาก เรียนไปเขียนไป

ฟังดูเข้าทีนะครับ

แต่ผมเป็นพวกไม่รู้จะเขียนอะไร ที่เคยเขียนได้ก็คิด plot เรื่องก่อนไม่เป็น เขียน ๆ ไปแล้วก็เขียนไปเรื่อยแล้วจู่ๆ มันก็จะคิดได้ว่าควรจะจบอย่างไร แล้วก็กลับไปแก้ตอนต้นใหม่ ให้มันคล้องสนุกกับตอนจบที่เพิ่งคิดได้

[ ตัวอย่าง ]

เพื่อนสนิทบอกว่า ดูจากสำนวนการเขียนที่ผ่านๆ มาของผมหลายผลงานแล้วนี่ผมน่าจะลอง ๆ ดูบ้าง และยังแนะนำว่า ให้ลองเขียนเรื่องสั้นแบบรัก ๆ ดู เหมือนแนว คุณประภัสสร เสวิกุล

เพราะ หัวผมจะเริ่มล้านออกแนวเดียวกับคุณประภัสสร แล้ว

เอากับมันสิ

แถมยังคิด plot คร่าว ๆ ให้เสร็จ
ว่าควรจะเป็นนิยายรักในต่างประเทศ และเน้นที่อเมริกาในแบบที่คนไทยยังไม่ได้เห็น
เช่นให้พระนางไปเดินป่าแถว grand canyon แล้วเจอกันโดยบังเอิญ
แต่แล้วก็ต้องแยกจากกันไม่ทันได้บอกความในใจ
แต่หลังจากนั้นอีกสองสามปี เขาทั่งคู่ก็กลับมาเจอกันอีกที่บอสตั้น

blah blah blah...

คิดแล้วก็ขำ ใครจะไปเขียนได้ว่ะ เรื่องเลี่ยน ๆ อย่างนั้น

แต่ทำให้นึกถึงสองปีที่แล้วที่ไปเดิน Grand Canyon มาหกวัน เจ็ดคืน
พร้อมกับเอาเสื้อม่อฮ่อมภาควิชาติดไปด้วย

ด้วยที่ตั้งใจว่า จะเขียนบันทึกชื่อว่า การเดินทางของเสื้อม่อฮ่อม

ถึงบัดนี้ ก็ไม่ได้เริ่มเขียนประโยคแรกเลยครับ


มีแต่ภาพที่พอจะเป็น ปกแรก ปกหลัง และ ปกรอง ได้เท่านั้น

ฮา

เพ้อจังวันนี้

ไปแก้ thesis ป โท ให้เสร็จก่อนดีกว่า















Saturday, September 02, 2006

My Life

วันนี้เก็บของในบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ ไปเจอบันทึกส่วนตัวที่คุณพ่อทำไว้ให้
ผ่านมาเกือบสามสิบปี สมุดบันทึกสีเริ่มซีดจาง เหลือง ๆ
scan เก็บไว้หน่อยดีว่า

หน้าปก เป็นแบบนี้ครับ

(ปก ก็ปก มิได้เอารูปของคนในบันทึกมาขึ้นปกแต่อย่างใด )



สมุดบันทึกสุขภาพเด็กชายคนหนึ่ง
หลังจากเกิดเมื่อวันพุธที่ 21 กค 2519 เวลาเย็น ๆ
เนื่องจากไม่อยากให้ดวงตกเป็นช่วงกลางคืนของวันพุธ ซึ่งจะกลายเป็นราหู
จึงถูกตั้งชื่อแก้เคล็ดว่า ภาสกร
ซึ่งแปลว่า แสงอาทิตย์




ดูแล้วก็งง ๆ ไม่รู้ว่า 1/30 หรือ 1. 15/30 ของพ่อหมายความว่าอะไร
แต่ที่แน่ ๆ เริ่มพูดได้ตอน 2 ปี พูดได้ ก็วิ่งได้เลยที่ 2 ปีเหมือนกัน

แถมด้วยบันทึกเล็ก ๆ น้อย ๆ




เริ่มหัดสวัสดีเมื่อ 8 เดือน 15 วัน และทำเองได้ตอน 9 เดือน
ใช้เวลา 15 วันในการฝึก
ไม่รู้คุณพ่อ สอนให้ "Hello World" แบบ oop ด้วยหรือ เปล่า

น่ารักดีนะครับ


เขียนดักทางเต้ ไว้หน่อยดีกว่า

ดูดิ ๆ (รูป 2) พ่อเรากรอกข้อมูลมาได้ จนถึงช่อง "รู้เพศ" แล้วก็เว้นว่างไว้
แสดงว่า พ่อก็คง งง ๆ เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเด็กชาย ภาสกร จะรู้เพศ เมื่อไหร่

คงต้องเติมเองแล้วว่า

"30 ปี"

ขอให้คนเกิดช่วงนี้ทุกคนมีความสุขนะครับ