Monday, July 31, 2006
Friday, July 28, 2006
Japan
กำลังจะไปญี่ปุ่นจันทร์ที่จะถึงนี้ครับ
ไม่เคยไปครับ
พูดญี่ปุ่น ไม่เป็นเลยนอกจาก ซูชิ ซาซิมิ เทมปุระ ชิชูโกะ โนบีตะ มิยาบิ และ เซมากูเตะ
ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นมาก่อนเลย โตเกียวอยู่ตรงไหน นาริตะอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
ขึ้นรถยังไง มีรถไฟอะไรบ้างก็ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่
หนึ่งเหรียญ เท่ากับกี่เยน เงินเยนหน้าตาเป็นยังไง ก็ไม่เคยเห็น
แต่ต้องไป present งานให้บริษัทในโตเกียวฟัง
และจะพักอยู่ย่านชินจูกุ
แล้วก็ต้องไปพบอาจารย์ตามจุดนัดพบ (ใกล้ ๆ บริษัทที่จะ present) เอง
อยู่ ญี่ปุ่น 1-7 Aug นะครับ
ถึงเมืองไทย 7 Aug บ่ายแก่ๆ ?
วันที่ 8 หยุดอยู่บ้าน
วันที่ 9 ฤกษ์ดีจะไปทำ visa เป็น J-1 ครับ
ที่เหลือจากนั้นก็ว่าง ตั้งใจว่าจะกลับมาเมกาวันที่ 20
ว่าแต่ว่า จะได้ไปถึงเมืองไทยหรือเปล่า ไม่รู้นะ
อาจจะติดอยู่แค่ญี่ปุ่นก็ได้
ไม่เคยไปครับ
พูดญี่ปุ่น ไม่เป็นเลยนอกจาก ซูชิ ซาซิมิ เทมปุระ ชิชูโกะ โนบีตะ มิยาบิ และ เซมากูเตะ
ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นมาก่อนเลย โตเกียวอยู่ตรงไหน นาริตะอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
ขึ้นรถยังไง มีรถไฟอะไรบ้างก็ยิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่
หนึ่งเหรียญ เท่ากับกี่เยน เงินเยนหน้าตาเป็นยังไง ก็ไม่เคยเห็น
แต่ต้องไป present งานให้บริษัทในโตเกียวฟัง
และจะพักอยู่ย่านชินจูกุ
แล้วก็ต้องไปพบอาจารย์ตามจุดนัดพบ (ใกล้ ๆ บริษัทที่จะ present) เอง
อยู่ ญี่ปุ่น 1-7 Aug นะครับ
ถึงเมืองไทย 7 Aug บ่ายแก่ๆ ?
วันที่ 8 หยุดอยู่บ้าน
วันที่ 9 ฤกษ์ดีจะไปทำ visa เป็น J-1 ครับ
ที่เหลือจากนั้นก็ว่าง ตั้งใจว่าจะกลับมาเมกาวันที่ 20
ว่าแต่ว่า จะได้ไปถึงเมืองไทยหรือเปล่า ไม่รู้นะ
อาจจะติดอยู่แค่ญี่ปุ่นก็ได้
Thursday, July 27, 2006
Wednesday, July 26, 2006
เรื่องเกย์ ๆ ของข้าพเจ้า

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับผมก็คงหาอ่านได้ที่นี่ http://siwawongw.blogspot.com/2006/07/pc.html
ไปอ่าน Link ที่ให้ให้จบก่อน แล้วกลับมาอ่านเรื่องวันนี้
ก็จะรู้ว่าทำไมผมต้องเขียนเรื่องนี้นะครับ
วันเกิดผมวันที่ 21 ก.ค. นะครับ (พ.ศ. อะไรคงไม่ต้องบอก) ก็รู้อายุกันอยู่แล้วนี่นะ ว่าแก่พอสมควรแล้ว
วันที 21 ที่ผ่านมาผมอยู่ที่ San Jose นะครับ ก็เป็นเมืองในย่าน silicon Valley ใกล้ ๆ Sanfrancisco.
ก็ไปพรีเซ้นต์งานวิจัยแหละครับ คงเห็นรูปเที่ยวไปแล้ว วันนี้มาคุยเรื่องพรีเซ้นต์งานบ้างดีกว่า
ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ ผมได้พรีเซ้นต์ ในเช้าวันที่ 21 พอดี
ก่อนหน้านั้นก็เลยต้องเตรียมตัว
วันที่ 20 นั้นก็ไปพรีเซ้นต์เหมือนกันแต่เป็นพรีเซ้นต์ให้กับบริษัทใน Sillicon Valley ฟัง
วันนั้นใส่เสื้อเชิ้ต และกางเกงสแล๊ก (หลังจากที่ไม่ได้ใส่มานาน) ก็ดูเนียบทีเดียวเชียว
ตามปรัชญาประจำตัวที่เคยบอกเพื่อน ๆ เสมอว่า กูพูดอาจจะไม่รู้เรื่องนะ แต่ขอดูดีไว้ก่อน
อย่างน้อยคนฟัง ฟังไม่รู้เรื่อง ก็ยังได้เห็นภาพดี ๆ ไม่อุจจาดเกินไป
ก่อนจะพรีเซ้นต์ ก็ขอเข้าห้องน้ำเสียหน่อย
ทำธุระเสร็จก็รูดซิบ
ซิบติด
เฮ้ย ซิบติด
ต้องพรีเซ้นต์ แล้วนะ ต้องรีบออกไป
ผมเลยกระชากซิบปิด
แต่
ซิบถูกกระชากขาด
รูดไม่ได้ครับ
เลยหนีเข้าไปในห้องน้ำ(ส้วม) เพื่อหาวิธีแก้ไข
ทั้งยัด ทั้งเม้ม ทั้งหาวิธีกลบเกลื่อน
ทำยังไงมันก็ไม่เข้าที่เข้าทาง
เปิดหวอ เสียอย่างนั้น
เลยได้แต่ทำใจ เดินกุม กลับเข้าห้องประชุม
ภาวนา ว่า อย่าให้ต้องยืนพรีเซ้นต์นะโว้ย
แจกของแน่ ๆ
พระเจ้ายังเข้าข้าง
ได้นั่งพรีเซ้นต์ครับ
ก็เลยนั่งเข้าไปลึก ๆ
สามารถพรีเซ้นต์ได้จนจบโดยไม่มีใครสังเกต
หลังจากพรีเซ้นต์เสร็จ ก็แยกไปนั่งที่โต๊ะ
แล้วก็เอามือขยุกขยิก ที่เป้ากางเกง ใต้โต๊ะ
พยายามยัดซิบให้มันกลับเข้าที่
โชคดี ที่ไม่มีใครสนใจ
ยกเว้น พี่ พ ที่หันมามอง
แล้วถามว่า
"มึงทำไร ว่ะ"
ถ้าเป็นไอ่เต้มันคงถามต่อว่า
"กำลังแสดงความจริงใจในที่ประชุมหรือไงฟ่ะ"
ประชุมเสร็จ รีบกลบเกลื่อนเอากระเป๋าปิด
แล้วชวนทุกคนกลับที่พัก
ถึงที่พัก เลยได้โอกาสเปลี่ยนชุด
รอดไปหนึ่งวัน (วันที่ 20 กค)
แต่ วันที่ 21 ต้องมีพรีเซ้นต์อันนี้เป็น Conference หนีหลบไปนั่งไม่ได้แน่ ๆ
คืนวันที่ 20 กค (22.00-23.45 น)
พยามจัดชุดเพื่อเตรียม ไป พรีเซ้นต์วันรุ่งขึ้น เพราะดันเอากางเกงสแล๊ก มาตัวเดียว
มียีนส์อีกหนึ่งตัว และกางเกงสามส่วน เสื้อเชิ้ตสีเข้ม และสูต
(ไม่มีเน็คไทน์)
พยายามอยู่นานมาก เพื่อจะหาวิธีแต่งตัวให้ดูได้
เช่น กางเกงยีนส์ เสื้อเชิต, กางเกงยีนส์ เสื้อยืด สูต, กางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ต สูต, กางเกงสามส่วน เสื้อเชิ้ต, ฯลฯ
ทุกแบบทุกสไตล์ มันไม่เวอร์ก ครับ
ลืมบอกไป ในโรงแรมห้องผมนอนกันสามคนครับ
มีผม พี่ พ. และ โชโนะ
ผมมนอนพื้นเหมือนเคย
หาชุดไม่ได้ เลยเริ่มหาตัวช่วยครับ
ยืมกางเกงพี่ พ ดีไหมหว่า เอ๋ หรือจะยืมเสื้อดี
อืม ... ดูจากขนาดตัวแล้วคิดว่าคงยาก
เลยแบกหน้าไปยืม โชโนะ
ผมถามว่าใส่กางเกงไซส์เท่าไหร่ เขาตอบมาว่าสามสิบถึงสามสอง
อืม เท่ากันเลย
เยี่ยม....
เฮ้ย ๆ แคน ไอ โบโร่ว์ ยัวร์ แพนตส์
โชโนะ บอกว่า ชัวร์
ผมดีใจ
แล้วมันก็ไปหยิบ กางเกง underwear (กางเกงใน) มาให้
เฮ้ย !!!
ไม่ใช่เว้ย ไอ หมายถึง กางเกงขายาวอ่ะ ไอ จะใส่เพื่อพรีเซ้นต์วันพรุ่งนี้
< มันคิดได้ไงฟ่ะ ^_^ หยิบกางเกง underwear มาให้ยืม สงสัยคงเห็นว่ากำลังจะนอน >
ในที่สุดก็เลยได้ กางเกงขายาวมาใส่ ได้เป็นชุดอย่างที่เห็นด้านล่าง
หลังจากที่จัดการเรื่องชุดเรียบร้อย ก็เตรียมซ้อมพูดอีกนิดหน่อย
และเมื่อกำลังจะนอน (ผมนอนพื้น พี่ พ นอนเตียง โชโนะ นอนอีกเตียง)
ขณะที่ผมกำลังจัดเตรียมปูที่นอนบนพื้น
โชโนะ ผู้หวังดี ก็บอกว่า พรุ่งนี้ยูต้องพรีเซ้นต์นี่ คืนนี้นอนดี ๆ สักคืนดิ จะนอนพื้นทำไม มานอนเตียงดีกว่า
แล้วเขาก็เบี่ยงตัวไปนอนครึ่งหนึ่งของเตียง เหลืออีกครึ่งเตียงเว้นให้ผม
เพลง หมอนสองใบกับใจเหงา ๆ ดังก้องในหัวใจผม
อ้อ !!! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง เพลงนี้
ผมบอกว่า ไม่เอาอ่ะ ชอบนอนพื้นมากกว่า
แล้ว ผมก็นอนหงายหนีบผ้าห่มแน่น เหมือนเมื่อสี่ปีเก่อนที่เคยทำในห้องเพื่อนสนิท
(@21 กค 00.03 น.)
นี่แหล่ะครับชีวิตเริ่มต้นวัยสามสิบของผม
No cake No party No HBD
(เหมือน No stunt, No string ช้างกูอยู่หน่ายยยยย)
ตอนพรีเซ้นต์
(ฮ่ะ ฮ่ะ มองไม่เห็นใช่ไหมหล่ะครับ ... ช่างมันเถอะ มีรูปเดียว จินตนาการเอาว่ามันดูดีก็แล้วกัน)
หลังจากคืนนั้น
ผมก็เลยต้องนอนโชว์แบบนี้

เพื่อบอกว่า กูแมน กูแมนนะโว้ย.....
Tuesday, July 25, 2006
Me @ 30

30 แล้วครับ
รูปนี้ มีสาว(แหม่ม) วาดให้บนเครื่องบิน
ที่เดินทางจากบอสตั้นไปซานฟรานครับผม
เรื่องมันเริ่มต้นที่ว่า ผมไปขึ้นเครื่องสาย
ที่นั่งของผมมีคนอื่นมานั่งแทน เพราะว่าคนนี้ไม่อยากนั่งที่ของตัวเอง
เขาเลยถามว่าแลกกันไหม ผมก็เอาแลกก็แลก คิดว่าคงไม่มีอะไรเสียหาย
นู้น...
ได้ไปนั่งแถวหลังสุด ที่แคบ ๆ
สาวนั่งข้าง ๆ ยิ้มให้ และแนะนำตัว
ผมยิ้มให้ แล้วหลับตา (ตูจะนอน เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลย)
หลับไปได้ครึ่งชั่วโมงสักพักก็ตื่น เพราะคนเดินมาเข้าห้องน้ำ เดินชนตลอด
พอตื่น สาวนั่งข้าง ก็เลยชวนคุยอีก
เริ่มต้นที่ว่า คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
ผมตอบว่า ไม่ค่อยได้หรอกครับ ผมเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน
หล่อนฟังผมตอบแล้วบอกว่า อ้าวไหนบอกว่าไม่ได้ไง พูดได้ดีออก
อ้าว...
แล้วเราก็เริ่มคุยกัน
เลยรู้ว่า หล่อนเพิ่งเรียนจบทาง Art ตอนนี้ได้งานทำแล้ว กำลังจะเริ่มชีวิตการทำงาน
ก่อนทำงานเลยขอไปเที่ยว Mexico กับเพื่อนก่อน
ฯลฯ
แล้วหล่อนก็โชว์ diary ให้ดู เป็นรูปภาพที่วาดสเก็ตช์ตามที่ต่างๆ และบันทึกเล็กน้อยประจำวัน
แล้ว
หล่อนก็เลยขอวาดรูปหน้าผม ลง diary
โคตร อาย
โตป่านนี้ไม่เคยมีใครมาวาดหน้าผมนะครับ
ให้ถ่ายรูปผมคนเดียว ยังอาย ให้ถ่ายวิวเปล่า ๆ ไปดีกว่า
นี่ต้องนั่งปั้นหน้าให้คนอื่นวาด
หล่อนบอกว่าไม่ต้องเกร็ง ทำเป็นทำงาน หรืออ่านอะไรไปก็ได้
แล้วหล่อนก็วาด ๆ ๆ ๆ ลบ ๆ ๆ ๆ วาด ๆ ๆ ๆ
15 นาทีผ่านไป พวกแอร์โฮสเตจเริ่มสนใจและมายืนดู
คนที่เดินมาเข้าห้องน้ำก็เริ่มให้ความสนใจ
20 นาทีผ่านไป..
ผมได้เห็นรูปตอนช่วงที่เครื่องบินกำลังจะลงที่สนามบิน
พร้อม ชื่อและ e-mail account ของคนวาดด้านหลังภาพ
หล่อนบอกว่า เป็นครั้งแรกที่วาดหน้าคนเอเชีย
ผมบอกว่า เป็นครั้งแรกที่ให้คนวาดหน้าผม
ก่อนออกจากเครื่อง หล่อนบอกว่า งานที่หล่อนกำลังจะทำนั้นเป็นบริษัททำกรอบรูปแบบทำตามสั่ง
ถ้าอยากได้กรอบรูปสำหรับรูปนี้โดยเฉพาะให้ติดต่อเธอนะ
นี่แหล่ะครับ ชีวิตของผู้ชายที่ย่างเข้าวัยสามสิบต้น ๆ
Monday, July 24, 2006
Monday, July 17, 2006
Sunday, July 16, 2006
ภาพไม่เหมือน (กำลังสอง)
< แทรกก่อนขึ้นไปดูชั้นบน >
น้องสาวมาหาครับ
วันนี้เห็น Note Book คุณน้องสาว
เลยจับได้ว่า คุณน้องสาวแอบเอารูปผมที่ถ่ายไปเป็น Wall Paper
รูปนี้ครับ
น้องสาวมาหาครับ
วันนี้เห็น Note Book คุณน้องสาว
เลยจับได้ว่า คุณน้องสาวแอบเอารูปผมที่ถ่ายไปเป็น Wall Paper
รูปนี้ครับ
น้องสาวกับเพื่อนถ่ายด้วยกัน
ช่างเป็นภาพที่ไม่เหมือน(กำลังสอง) เสียจริง ๆ
ไม่เหมือนกำลังสอง เป็นยังไงเหรอครับ
ก็คือ....
ไม่เหมือนที่หนึ่ง ก็คือ ภาพวาดในรูปนี่เป็นภาพล้อสองสาวนะครับ นั่งมองตั้งนาน เพื่อทายว่าในภาพเป็นภาพใคร ก็แทบจะทายไม่ถูก
ไม่เหมือนที่สอง ก็คือ ในภาพถ่าย ทั้งสองคนดูดีกว่าตัวจริงมากเกินไปครับผม
Saturday, July 15, 2006
พาทัวร์บ้าน
วันนี้พามาทัวร์บ้านครับ หลังจากซื้อเฟอร์นิเจอร์มาบ้าง
อันนี้ห้องรับแขก มีโซฟาเบ้ด และทีวีให้ดูนะครับ
อันนี้ห้องรับแขก มีโซฟาเบ้ด และทีวีให้ดูนะครับ
ออกมาหน่อยก็จะเป็นห้องครัวนะครับ เหมือนห้องครัวทั่วไปมี ตู้เย็น เตา ไมโครเวฟ ฯลฯ
แต่ที่หาที่อื่นไม่ได้คงเป็นหน้าต่างครับ มองไปนอกหน้าต่างเห็นหญ้าเขียว ๆ
ให้มองออกนอกหน้าต่างนะครับ อย่ามองในหน้าต่าง เดี๋ยวจะมึน
ต่อพรุ่งนี้ครับ
รูปมันไม่ยอม Up...
Thursday, July 13, 2006
Tuesday, July 11, 2006
Monday, July 10, 2006
โต๊ะใหม่
เมื่อวานตั้งใจว่าจะซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน
อย่างน้อยให้มีเก้าอี้เพิ่มอีกสักสี่ตัวก็ยังดี เวลาคนมากินข้าวด้วยจะได้ไม่ต้องยืน
เลยตัดสินใจเช่ารถขับไป K-Mart
ปรากฎว่า K-mart มันเจ้ง เลยลดแลกแจกแถม ประมาณ 60% จากราคาปรกติ
แต่....
ของหมดห้างแล้ว ของดี ๆ คนอื่นเขาเอาไปหมดแล้ว
หันไปเห็นโต๊ะเสียบร่ม สำหรับตั้งกลางสนาม
จาก เจ็ดสิบ ลดเหลือยี่สิบห้า
พี่ พ "อืม เอาไปทำไรดีว่ะ ไม่รู้เว้ยถูกดี ซื้อมาก่อนแล้วกัน"
ก็เลยได้เป็นโต๊ะชาอย่างที่เห็น
(จุดที่กาวางอยู่ วางปิดรูเสียบร่ม ครับ)
อย่างน้อยให้มีเก้าอี้เพิ่มอีกสักสี่ตัวก็ยังดี เวลาคนมากินข้าวด้วยจะได้ไม่ต้องยืน
เลยตัดสินใจเช่ารถขับไป K-Mart
ปรากฎว่า K-mart มันเจ้ง เลยลดแลกแจกแถม ประมาณ 60% จากราคาปรกติ
แต่....
ของหมดห้างแล้ว ของดี ๆ คนอื่นเขาเอาไปหมดแล้ว
หันไปเห็นโต๊ะเสียบร่ม สำหรับตั้งกลางสนาม
จาก เจ็ดสิบ ลดเหลือยี่สิบห้า
พี่ พ "อืม เอาไปทำไรดีว่ะ ไม่รู้เว้ยถูกดี ซื้อมาก่อนแล้วกัน"
ก็เลยได้เป็นโต๊ะชาอย่างที่เห็น
(จุดที่กาวางอยู่ วางปิดรูเสียบร่ม ครับ)
Sunday, July 09, 2006
บ้านใหม่
ย้ายบ้านแล้วนะครับ
บ้านใหม่เป็นบ้านสองชั้น
สองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น
บ้านใหม่มีสนามหญ้าหน้าบ้าน
มีสนามหลังบ้านส่วนตัว ให้เราไปทำ BBQ และจัดปาร์ตี้นอกบ้านได้
บ้านใหม่เดินไปโรงเรียนถึงห้องทำงานได้ภายในแปดนาที
เดินหกนาทีจะถึงสนามเทนนิส สระว่ายน้ำ และ ลาน ice skate
เดินไปสิบนาทีก็จะถึงชายทะเล(มหาสมุทร) สามารถไปนั่งตกปลาเล่นได้
แต่ ...
ที่บ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลยครับ
โล่ง ๆ อย่างที่เห็น

ใครหนอ จะมาช่วยเติมเต็ม...
ผู้ใดสงสาร click บริจาคได้ที่ ปุ่มข้างขวานะครับ
บ้านใหม่เป็นบ้านสองชั้น
สองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น
บ้านใหม่มีสนามหญ้าหน้าบ้าน
มีสนามหลังบ้านส่วนตัว ให้เราไปทำ BBQ และจัดปาร์ตี้นอกบ้านได้
บ้านใหม่เดินไปโรงเรียนถึงห้องทำงานได้ภายในแปดนาที
เดินหกนาทีจะถึงสนามเทนนิส สระว่ายน้ำ และ ลาน ice skate
เดินไปสิบนาทีก็จะถึงชายทะเล(มหาสมุทร) สามารถไปนั่งตกปลาเล่นได้
แต่ ...
ที่บ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลยครับ
โล่ง ๆ อย่างที่เห็น
ใครหนอ จะมาช่วยเติมเต็ม...
ผู้ใดสงสาร click บริจาคได้ที่ ปุ่มข้างขวานะครับ
