Friday, March 31, 2006

ตั้งสติ

ช่วงนี้ทำงานไม่ทันใจอีกแล้วครับ

ความจริง thesis น่าจะส่งไปตั้งนานแล้ว เพราะต้อง Present ต้นเดือนหน้า (May) แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เสร็จ
แถมเจอแจ๊กพ๊อตเหมือนตอน ป ตรี อีกแล้ว

ต้องเปลี่ยน Code กระทันหัน เหมือน ๆ กับต้องเปลี่ยน การ์ดให้เป็นสองชั้น นั่นแหล่ะ

อ่ะ เอาไง ก็เอา

ก็เลยพยายามทำอะไรหลายอย่างที่คิดว่าน่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นบ้าง

Online MSN น้อยลง
พูดน้อยลง
กินไอติมน้อยลง
นอนน้อยลง
และ
ทำงานหนักขึ้น และคิดมากขึ้น

ก็เลยกะว่าช่วงนี้ คงเขียนอะไรระบาย ลง blog เรื่อย ๆ เพราะอึดอัด ไม่ค่อยได้คุยกับใคร

ผ่านไปหนึ่งวันแล้วครับ
เมื่อวาน
นั่งสมาธิตอนเที่ยงคืน
เริ่มหลับตอนตีหนึ่ง
ตื่นตีห้าครึ่ง
ไปถึงโรงเรียนเจ็ดโมงเช้า
นั่งทำงาน
สิบโมงประชุม
บ่ายโมงเลิกประชุม
นั่งทำงาน เขียนโปรแกรม แต่ผลไม่เป็นดั่งใจ
ห้าโมงครึ่ง นั่งเล่น เกมกระดานกับพี่ พ สามเกมส์ ชนะไปสอง
หนึ่งทุ่มกลับบ้าน
ทำกับข้าว วันนี้ได้กินข้าวคลุกกระปิ
นั่งดูหนัง และเขียนโปรแกรม พร้อมกับพยายามย้ายเครื่องทำงานมาทำงานที่เครื่อง Server (AMD แรงควาย) ที่บ้าน

ห้าทุ่มครึ่งเขียน Blog
เขียนเสร็จคงไปอาบน้ำและทำงานต่อ

ไม่รู้จะนอนเมื่อไหร่?


นี่ ๆ เปเปอร์ผ่านอีกหนึ่งตัวแล้วนะ ACC06
มีเรื่อง Shock ๆ เล่าให้ฟังนิดนึง เป็นอุทาหรณ์ตัวเอง
เพราะพอมันผ่านแล้วก็สบายใจ ค่อย ๆ ไปกะว่า เดี๋ยวค่อยส่ง CameraReady Paper
วันนี้เฉลียวใจ เข้าไปดูใน web ปรากฎว่า

CameraReady Paper due 3/17/06

อ่าว ตายห้า !!!

ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ดันไม่ส่งเปเปอร์ตัวจริง
นั่งเหงื่อแตกไปสิบห้านาที

ค่อย ๆ หาวิธี หาข้อมูลไปเรื่อยๆ

ปรากฎว่า การพิจารณาเปเปอร์มัน late
เขาก็เลยให้ส่ง Late ไปถึง 4/14/06

อืม คราวนี้ ถ้าลืมส่งอีก

แกตาย แน่ !!

Sunday, March 26, 2006

ยัยตัวร้ายกับพี่ชายเจี๋ยมเจี้ยม

(เรื่องนี้เป็นภาคต่อ จาก ตัวอยู่กับเธอแต่ใจอยู่กับเขา

http://project-ile.net/TheFireFly/2006/01/happy-new-year.html )
[rate GSG24]
สามเดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก


เสาร์ที่ผ่านมา คุณน้องสาวเดินทางจากนิวยอร์กมาป่วนคุณพี่ชายที่บอสตั้นนะครับ

มาถึงบอสตั้น นั่งที่บ้านกำลังจะบ่นเรื่องรถบัส เรื่องการทำงานที่แสนจะยาก และชีวิตที่แสนลำบากในมหานครนิวยอร์ก

แต่ก็บ่นไม่ออก เพราะเจออาหารเหลือ ที่ พี่ พ ทำเหลือไว้

กินคำแรก อึ้งไปพูดไม่ออก ก็เจอ พะแนงกุ้งไข่เจียว เชียวนะครับ

ส่วนผมเองก็เบื่อ ๆ กับงานวิจัย กับการสอน การเรียน ที่แสนเครียด [วันศุกร์ที่ผ่านมาก็เพิ่งเจอ เหตุการณ์ Shock Cinema จาก
my dearest Prof. ไปหยก ๆ ]

เลยตั้งใจว่าขอพักผ่อน พาน้องสาวไปเที่ยวบ้างจะดีกว่า

สำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้เป็นขาประจำ และไม่ยอม Click ไปดูภาคแรก
และไม่รู้ว่าคุณ ๆ จำหน้าตัวละคร ของเรื่องได้หรือเปล่า

หน้าตาก็เป็นอย่างนี้อ่ะนะ

อันนี้คือคุณน้องสาว







อ้าวไม่ใช่
ลืมใส่หน้าน้องสาวเข้ามาในเฟรม เอาใหม่ ๆ



ทุกคนคงรู้สึกเหมือนผมนะครับว่ารูปแรกสวยกว่า

ส่วนอันนี้ก็เป็นผมเอง



คงจำหน้ากันได้อยู่แล้วนะครับ ก็มโนภาพกันเอาเอง แล้วก็ดูส่วนพุงประกอบกันนะครับ

พยายามเปลี่ยน look ตัวเองอยู่
เชิ้ตดำผ้ามัน เสื้อข้างในสีส้ม (เสื้อยืดตัวแรกของผมที่ไม่ใช่สีขาว หรือ สีดำ) ข้อมือขวาใส่ Boston Budharan Wristband (สายสิญจ์จากวัดบอสตั้น) เป็นแฟชั่นใหม่ที่เพิ่งจะคิดเองได้
แมน นะครับ แมน อย่าคิดเป็นอื่น
ส่วนคนที่มาจาก blog เต้ ได้ฟังเพลงและอ่านเรื่อง

shutter ผสมเพื่อนสนิทแล้วก็ อย่าไปเพ่งพิศ พิจารณา อย่างอื่นหล่ะครับ

ให้ดูพุงครับพุง พุงใหญ่ ยักษ์มากๆ
เดินทางครั้งนี้ใช้ Zip Car www.zipcar.com อีกแล้วนะครับ




Figure 3 How to open zipcar's door



[
Fig 3., ชายในภาพกำลังเปิดประตูรถ โดยใช้การ์ดถูบัตรที่กระจกหน้า
เครื่องจะอ่านบัตรสมาชิก จำไว้ เปิดประตูรถให้ แล้วมาเก็บเงินทีหลังว่าใช้รถไปกี่ชั่วโมง
(Thesis Style)

(ฝันร้าย)
เสียง My Dearest Prof. แว่วมาใส่หัวอีกแล้วว่า you เขียนไม่เคลียร์อีกแล้ว เขียนอย่างนั้นแล้วใคร
จะไปเข้าใจ ไป กลับไปแก้ อย่างนี้คงต้องแก้กันอย่างน้อยสิบรอบ
]


[กลับมาเรื่องเที่ยวต่อดีกว่า]

ทีแรกว่าหลอกน้องไปพายเรือ แล้วผมจะได้หาโอกาสยิงเรือบ้าง

แต่ด้วยอุณหภูมิรอบกายอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส [อันเป็นจุดที่น้ำจะมีปริมาณมากที่สุด (เกี่ยวอะไร) ]
และมีพยากรณ์ว่า อาจจะมีหิมะหรือฝนตก [ในความเป็นไปได้ 20% อย่างมีนัยสำคัญ ]


เราจึงเลือก [Approach ว่าจะแก้ปัญหาด้วยการ] ไป ดู ทะเล แทน

ผม Start รถ Toyata พร้อมเตรียมออกเดินทาง



ต้องยอมรับว่า ในรถสวยครับ หน้าปัทม์กลม มีวิทยุ XM มีไฟ 110 V ให้ใช้ ทันสมัยน่าขับมาก ๆ




รถยังไม่ทันออกตัว ยัยตัวร้ายก็ถามว่า "ถ้า ก ไก่ แล้วไม่ตามด้วย ข ไข่ พี่ชายคิดว่าจะเป็นอะไร ? "



ผมบอกว่า



ขอขวด

>ไม่ใช่<

ขอไปที

>ไม่ใช่<

อืม..... ขอไปเรื่อย

>ไม่ใช่<

>ไม่ใช่<

>ไม่ใช่<

แล้วก็ ตะแง้ว ๆ เฉลยบอกว่า

>ขอขับ ขอขับ<

อยากลองขับรถในอเมริกา น้องไม่เคยขับรถฝั่งซ้ายมือ ขอลองหน่อยนะ

ไหน ๆ ก็ไม่ได้พายเรือแล้ว ขอลองขับรถแทนแล้วกันนะ


^_^"" เอาจริงๆ เหรอ






แล้วความสนุกตื่นเต้น ก็เกิดครับ

ใครที่เคยขับรถกลับด้านครั้งแรกจะเข้าใจดี
คุณจะเปิดที่ปัดน้ำฝน เพื่อเลี้ยวซ้ายขาว แทนทีจะเปิดไฟเลี้ยว
คุณจะงงว่าเอามือซ้ายไปไว้ไหนดี เพราะไม่มีกระปุกเกียร์ข้าง ๆ แต่ต้องใช้มือขวาไปเปลี่ยนเกียร์แทน
คุณจะงง ว่าเวลาเลี้ยวขวาจะต้องดูรถทางซ้ายหรือไม่
หรือเมื่อเลี้ยวซ้ายไปแล้ว คุณจะต้องไปขับตรงไหน

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ
คุณจะขับรถตกถนน ไปทางด้านขวาเสมอๆ เพราะติดความรู้สึกว่านั่งอยู่ทางด้านขวาของรถอยู่




ออกจากรถแล้วเข่าอ่อนเลยครับ น่ากลัว

อันนี้เป็นที่เที่ยวอันแรกครับ แวะกินหอยทอดก่อน ร้านชื่อ clam box ร้านโปรดผมหล่ะครับ




หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็เที่ยวทะเลหล่ะครับ

หนาวครับหนาว


ส่วนเธอ หนาวแค่ไหน หนูก็สวยซึ้งกับธรรมชาติ


ไหน ทำซึ้งกับพี่ชายบ้าง




เหมือนคุณหนู กับคนขับรถเลยนะ

ทำไมหัวตูกระเซิงขนาดนั้นฟ่ะ

เอาใหม่ ๆ ถ่ายใหม่ครับ






เดี๋ยว ๆ ไอ่หมอนี่มาจากไหน ผ่านมาตั้งหลายซีน ไม่เห็นมีบทนี่หว่า มาเที่ยวครั้งนี้ด้วยเหรอ แถม มาบังซีนตูอีก

แล้วมันก็ทำซื้ง






เอาหน้าเข้าหาพระอาทิตย์ตก ด้วยสายตามาดมั่น แล้วถามผมว่า "I จีบน้องสาว U ได้ไหม"

ถ้าไม่ได้ จะไปกระโดดน้ำทะเลตาย เหมือน RINGU





ผมบอกว่า

"If you jump I jump"

"Jump Rose! Jump"

อ้าว.... ^_^"

ผิดเรื่องครับ อันนี้ไม่ใช่ Titanic

ต้องซีนนี้

"If you want to jump





pass it with you own risk."

จบ

แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่เร็ว ๆ นี้

Coming Soon

ปล. เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องแต่งทั้งสิ้น

Rate: Graduate Student Guide GSG24 นะครับ

ถ้าท่านไม่มี Graduate Student อยู่ข้าง ๆ สามารถอ่านใหม่ ได้โดยตัดข้อความใน [ ] จะได้อรรถรสดีขึ้น

ขำ ขำ ขอบคุณคร้าบบบบ ที่อ่าน





ขอขอบคุณ Zip Car สำหรับการท่องเที่ยวในครั้งนี้ นะครับ

(โปรดสังเกตมือของชายในภาพถือบัตร Zip Car อยู่)


Friday, March 24, 2006

Friday Party

ข้อดีของการอยู่กับพี่ พ นะครับ

พอมีสาว ๆ มาบ้าน พี่ พ ก็ทำกับข้าวใหญ่เลย

ที่เห็นบนโต๊ะนี่ ฝีมือพี่ พ ทั้งนั้นเลยนะครับ



Wednesday, March 22, 2006

ค้านด้วยภาพ

เต้ชอบบอกผมและโปรโมตใครต่อใครว่าที่นี่เป็นBlogเกย์

วันนี้ก็เลยขอเอาภาพมาค้านยันนะครับ ว่ามันไม่จริง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นั่งดื่มเบียร์อยู่ที่บ้าน


กึ่ม ๆ ได้ที หลังจากมีสุราก็ หานารี

ก็เลยไปจีบสาวออนไลน์อย่างที่เห็น


แหม เพลย์บอย เป็นบ้า....

ภาพมันฟ้อง นะครับ



[เพลงประกอบ ไม่อยากให้เธอไว้ใจ:มาช่า]

Tuesday, March 21, 2006

ข้อสอบ

หลังจากผ่านช่วง spring Break ก็เข้าสู่ช่วงสอบนะครับ

เทอมนี้ผมลงเรียนสามตัว (สามวิชาเรียน) แล้วก็ต้องเขียน Thesis ส่งด้วย
คาดว่าคง Present ประมาณเดือน May
ก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร เพราะยังเขียนได้ไม่ถึงไหน อาจารย์บอกว่าเขียนให้เสร็จแล้วส่งมาเถอะ
คงต้องแก้กันไปมาอย่างน้อยสิบรอบ

จึ๋ย

พรุ่งนี้ก็มีสอบอีกหนึ่งตัว

วันนี้ได้ข้อสอบคืนหนึ่งตัว
คงจะเป็นครั้งแรกของการสอบในเมกานะครับที่ได้คะแนนดี

ขออนุญาตประจานหน่อยเถอะ ทุกทีเท่า ๆ Mean มาตลอด






ขอตัวไปไหว้พระ เตรียมสอบก่อนหล่ะครับ

Monday, March 20, 2006

ชิโกะกุ


"ชิโกะกุ แรงรักจากปรภพ " เป็นหนังสือที่ซื้อมาจากเมืองไทย ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าเรื่องเป็นอย่างไร คนแต่งดังไหม
ที่ซื้อก็เพราะมีคำว่า Best Seller ที่หน้าปก และเปิดดูข้างใน เห็นเขาเขียนว่า

ออกแบบปก โดย ปราบดา หยุ่น

เท่านั้นเอง หนังสือเล่มนี้ก็เลยติดตัวมาอยู่เมกาด้วย และก็ไม่เคยได้อ่าน

ไม่มีอะไรทำ เลยเอาหนังสือเล่มนี้ไปไว้ในห้องน้ำเพื่อเป็นวิทยาทานแก่พวกพี่ๆ รูมเมต

ส่วนตัวเองก็อ่านได้วันละหน้าสองหน้าตอนทำธุระ ผ่านไปหนึ่งเดือนก็อ่านจบ

ในขณะที่นิยายจีนใช้ข้อความรวบรัดแล้วมีประโยคนิเสธซ้อนนิเสธ เช่น
"วันนี้เห็นทีจะไม่ล่วงเกินท่านมิได้"
"วันนี้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า"

แต่ ตัวอย่างคำเขียนเด็ด ๆในหนังสือนิยายญี่ปุ่นเล่มนี้ เป็น

1) " ฮินะโกะไม่ต่างจากขี้ปลาทองของซะโยริหรอก "
เห็นภาพเลยไม่ครับคุณผู้อ่าน คนญี่ปุ่นมันคิดคำด่าเปรียบเปรยอย่างนี้ได้ยังไงนะ

2) "สัมพันธ์ระหว่างหญิงชายไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่ที่ใดที่หนึ่ง มันจะดำเนินต่อไปราวขบวนรถไฟ แม้ความรักจะสมหวัง ขบวนรถยังแล่นต่อไปไม่หยุดยั้งเพราะอารมณ์ของผู้หญิงคือเชื้อเพลิง ผู้หญิงมักแสวงหาสถานที่ใหม่เสมอ เนื่องจากพวกหล่อนเชื่อว่าทิวทัศน์ข้างหน้าสวยงามกว่าของปัจจุบัน จวบจนเมื่อฝันสลายกิบทิวทัศน์ในช่วงสุดท้ายของการเดินทาง จึงเปลี่ยนขบวนรถและคาดหวังว่าคราวนี้จะได้พบทัศนียภาพอันงดงามเสียที.... "

3) "การมีชีวิตอยู่ก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ ต้องเดินแบกปัญหาซึ่งกองสุมราวภูเขาเลากาไว้บนหลัง เปรียบได้กับกระดองเต่า คนเราต่างแบกกระดองในการดำเนินชีวิต ส่วนจะรู้ตัวหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง การอุ้มกระดองเต่าไว้คือเครื่องพิสูจน์ว่าคนคนนั้นยังมีชีวิต อันเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะคนเป็นเท่านั้น.... "


ฯลฯ

โดยรวมเนื้อเรื่องสนุกดี ไม่น่ากลัวเลย ไม่รู้สึกถึงความระทึกขวัญเท่าไหร่
ที่อ่านได้จนจบเห็นจะเป็นความ Erotic ของเรื่องเสียมากกว่า เช่น
ผีเล่นมาหลอกตอนพระนางกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันพอดี หรือ
พระเอกดันไปมีอะไรกับผี เสียอย่างนั้น

....

จึ๋ย

....


ตอนนี้เปลี่ยนหนังสือในห้องน้ำเล่มใหม่แล้ว เป็น Davinchi Code ฉบับภาษาอังกฤษ อ่านได้แค่วันละสามย่อหน้า แถมไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก
ก็เลยต้องเอา Dictionary ไปไว้ในห้องน้ำด้วย


หวังว่าวิทยาทานครั้งนี้ ผมคงได้กุศลแรงนะครับ....




-_-""

Sunday, March 19, 2006

ตาการ๊อกแรป

ฟังเพลงนี้อยู่นาน แต่ฟังไม่ออกเป็นช่วงๆ ทำไมภาษาอังกฤษเราแย่อย่างนี้เชียวเหรอ อะไร คาโย่ คาโย่ ฟ่ะ
เลยต้องไปหาเนื้อมา ถึงรู้ว่ามันร้องอย่างนี้
แล้วก็เลยไปหารูปมาเข้ากับเพลง (รูปล่าสุดก่อนมาเมกาเมื่อสามปีที่แล้ว)
ฟังเล่น ๆ ครับ
ปล. เดี๋ยวนี้คิดมากนะครับ เวลาจะ post blog ต้องเขียนนิยามไว้ว่า
"เด็ก สตรี และสตรีมีครรภ์ กรุณาทำใจดี ๆ ก่อนเข้า" ครับผม
กลัวน้องตกใจ


[Chorus in Tagalog]Lapit mga kaibigan at makinig kayoAko'y may dala-dalang, balita galing sa bayan koNais kong ipamahagi ang mga kwentoAng mga pangyayaring nagaganapSa lupang pinangako


[English Translation:](Come closer my friends and everyone listenI brought news from my homelandI'll tell you how we live and what goes onFrom my beloved homeland.)
[Verse one, Apl.De.Ap]Every place got a ghetto this is my versionCheck it out...Listen closely yo, I got a story to tellA version of my ghetto where life felt for realSome would call it hell but to me it was heavenGod gave me the grace, amazin' ways of livingHow would you feel if you had to catch your meal?Build a hut to live and to eat and chill in.Having to pump the water outta the groundThe way we put it down utilizing what is aroundLike land for farming, river for fishingEveryone helpin' each other whenever they canWe makin' it happen, from nothin' to somethin'That's how we be survivin' back in my homeland


[Chorus]
[Verse two, Apl.De.Ap]Yo, its been a while but...I been back home to my homeland, (check it out) to see what's going onMan it feels good to be back at homeAnd it's been a decade, on the journey all aloneI was fourteen when I first left PhilippinesI've been away half my life, but it felt like a dayTo be next to my mom with her home cooked mealMeant I felt complete, my emotions I feel!Now life has changed for me in the U.SBut back at home man, life was a mess...I guess sometimes life's stresses gets you downOn your knees, oh brother I wish I could have helped you out...

[Chorus]

Thursday, March 16, 2006

พี่ พ. (1) ?

เอามั่ง ๆ อ่าน blog ช้าง http://project-ile.net/chang แล้วสนุกดี เลยมาเขียนบ้าง

เริ่มต้น:
ความจริงแล้วพี่ พ เป็น พี่ Take เมเจอร์แท้ๆ ของผม ในขณะที่คนอื่นมีพี่ take พาไปเลี้ยงไปคุยสารทุกข์สุกดิบ แต่พี่ พ หายหัวสีท่าคงจะหงุดหงิดใจที่มีน้องเทคเป็น ช เลยไมสนใจใยดีน้องเทค ด้วยความสงสารพี่ ตุลย์ เลยเก็บผมไป take บอกว่าพี่ พ ไม่เทคกูเอาไปเทคเองก็ได้แล้วก็พาไปกินข้าวหนึ่งมื้อ!

ถึงคราวจำเป็นต้องยืมหนังสือ (Electromanetic field and Wave) เลยต้องกล้ำกลืนไปยืมหนังสือพี่เทคตัวจริง (คงเป็นครั้งแรกที่คุยกัน)พี่ พ นั่งอยู่หลังห้องเธอร์ อ่านนิยายจีนอยู่ ผมบอกว่าจะเอาหนังสือ แกก็คุ้ย ๆ หนังสือในลิ้นชักมาให้

ไม่ได้คุยไรกัน

จนไปเข้าเรียนวันแรก เปิดหนังสือออกมาจึงเห็นว่าที่ปกในหนังสือเขียนว่า "นกนางนวลที่โตเต็มที่ย่อมบินด้วยปีกของมันเอง โจนาธานลิฟวิงตั้น"
อุ๊บ แม่ง(1)

พอผมอยู่สักปีสาม (เริ่มกล้าคุยกับพี่ ๆ) เห็นพี่ พ งานกิจกรรมยุ่ง ๆ เลยเข้าไปถามว่า"มีอะไรให้ทำไหมพี่"
พี่ พ บอกว่า "วิดพื้น ยี่สิบที"
อุ๊บ แม่ง(2)

พอผมขึ้นปีสี่ พี่ พ ก็กลายเป็นอาจารย์ปีแรกสอนไรก็ไม่รู้ พูดก็ไวเคยมีคนบอกว่า ไม่ใช่แค่ว่าผมเรียนกับพี่ พ ไม่รู้เรื่องนะ แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย เหมือนยุงบินหึ่ง ๆ อยู่แถวหูพอเด็ก (แจ๊กตุ้ย) ถามว่า ไม่ค่อยเข้าใจเลยอธิบายใหม่ได้ไหมพี่ พ ตอบว่า เป็นหน้าที่ของนักเรียนที่ต้องอ่านหนังสือมาก่อนเข้าเรียน ถ้าไม่เข้าใจก็กลับไปอ่านด้วย
อุ๊บ แม่ง(3)

ไม่รู้อะไรมาดลใจ ผมกับโดมไปทำโปรเจกกับพี่แกไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็เลยให้โจทย์พี่แกว่า ผมอยากทำ Hardware เขียน Software นิดหน่อย แล้วก็มี Network ด้วยนะ ทำไรดี เลยได้ทำโปรเจค "ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่าน Internet" ทำ ISA card ทำ web server บน Linux เขียนโปรแกรม cgi และ java นิดหน่อยได้นั่งทำ ISA card เองสมใจ (สมัยนั้นมันเป็นเรื่องโอเวอร์มากที่จะทำ ISA card เอง) เครื่องมือก็ไม่มี ยากนะนั่น
แต่พี่ พ บ(หล)อกว่า ง่ายนิดเดียว

ก็นั่งทำไปจนจะส่งโปรเจกอยู่อีกสองอาทิตย์ ISA Card work แล้ว (ใช้ บอร์ด Prototype บัดกรีสายยุ่งสุด ๆ)แล้วพี่ พ ก็มาบอกว่า ให้ทำการ์ดเป็นสองชั้น ทำการ์ดคอนโดมิเนี่ยมเถอะ ก็เลยต้องรื้อทำใหม่
อุ๊บ แม่ง(4)

แต่ก็ได้เป็นการ์ด Mother board- daughter board ที่ผมเอามาทำมาหากินต่อจากนั้น หลอกน้อง ๆ ทำโปรเจกได้อีกหลายปี
เลยตั้งชื่อ การ์ดนั้นว่า PDp ย่อจาก Pas-Dome-pruet

แล้วผมก็เรียนจบ

คืนหนึ่งไม่มีอะไรทำ เลยไปนั่งคุยเล่นกับพี่ พ ที่ห้อง multi ตึก high voltจู่ ๆ ไม่รู้นึกอะไรได้
ถามพี่ พ ไปว่า จบแล้วไปไหนดี
พี่ พ บอกว่าเป็นอาจารย์ดิ
สามเดือนหลังจากนั้นผมก็กลายเป็นอาจารย์
อุ๊บ แม่ง(5)

สรุปแล้ว
ช่วงนั้นพี่ พ เป็นคนปากร้ายมาก กินเหล้าเก่ง และมีอิทธิพลในการอ่านหนังสือ (จีนกำลังภายใน นิยายclassic) กับพวกน้อง ๆ มาก
พี่ พ เป็นอาจารย์รุ่นผมที่ไม่มีชื่อแฝง ไม่ใช่ป้าบ้วย ไม่ใช่ป๋าคัน ไม่ใช่พี่คิด เพราะคึดยาก


ส่วนรายละเอียดเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ อ่าน Blog ไอ่เต้ดีกว่าครับ

ปล. ไม่รู้ทำบุญร่วมกันแต่ชาติปางไหน
ถึงตอนนี้ พี่ พ ก็มาอยู่บ้านเดียวกับผม และอยู่ห้องวิจัยเดียวกับผมอีก

Sunday, March 05, 2006

บิดเบือน

หลังจากที่ผมไม่ยอมพูดอะไรมานาน (เพราะเขาไม่ให้พูดมาก)

ก็มีข่าวต่าง ๆ ของผมบิดเบือนทาง Web ต่าง ๆ เช่น
http://siwawongw.blogspot.com/

ไม่จริ้ง ไม่จริงนะครับทั่นผู้อ่าน

อย่าไปเชื่อครับ

สงสัยคงต้องเปิดแถลงการณ์เร็ว ๆ นี้

(คุ้น ๆ ไหม ครับ เหมือนกับเหตุการณ์ช่วงนี้เลย)


อย่างไรก็ดี


ออกไป...ออกไป....


ออกไปเลือกตั้งกันดีกว่านะครับ 2 เม ย

Thursday, March 02, 2006

สะท้อน