ช่วงจะปีใหม่ปีนี้ของหายเยอะมากครับ
สงสัยว่าจิตใจจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
หายไปแล้วหงุดหงิด มีผลต่อการดำเนินชีวิตเยอะมาก ๆ
มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1)
ไปสอบวิชาคอมไพเลอร์ ทำไม่ค่อยทัน เลยถอดนาฬิกาข้อมือมาวางตั้งบนโต๊ะ
กระตุ้นตัวเองให้ทำเร็ว ๆ และรู้เวลาที่เหลือ
สอบเสร็จก็ไป นิวยอร์ก หาน้องเลย
ไปถึงนิวยอร์กจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า นาฬิกาหายไปแล้ว
โอ้! อัศจรรย์จริงๆ
หายไปไหนหว่า.....

(โชคดี มีซานต้าซื้อนาฬิกาให้ใหม่แล้ว .... ^_^
แต่ก็ยังอยากได้นาฬิกาเก่าคืนอยู่ดี ชอบเรือนเก่ามาก ๆ ซื้อมาตั้งสองร้อยห้าสิบบาท เรือนใหม่นี่ก็ราคาแค่ครึ่งของเก่า เพียงแต่เปลี่ยนจาก บาท เป็น เหรียญ อุ๊แม่เจ้า! ไม่กล้าใช้อ่ะ )
2)
ซื้อมือถือมาใหม่ ได้ของแถมเป็น หูฟัง Bluetooth
มือถือฟรีถ้าใช้บริการหนึ่งปี เห็นว่าแถมหูฟังฟรี ก็เลยซื้อ
เพราะอยากได้หูฟังBluetooth มาเล่น
เห็นว่าหูฟังมันกินถ่านมากแถมเป็นถ่าน AAA อีก
ก็เลยเอาถ่านชาร์ต ที่ใช้ประจำกับ mp3 มาใส่
คือว่าผมมีถ่าน AAA ชาร์ตได้สองก้อนอ่ะครับ
ใส่ให้ mp3 หนึ่งก้อน แล้วก็ใส่ให้ หูฟังมือถือหนึ่งก้อน
แล้วจู่ ๆ หูฟังมือถือมันก็หาย ทั้งที่ไม่ค่อยได้ใช้
อันนี้หายแบบไร้ร่องรอย
ไม่รู้ว่า ครั้งสุดท้ายเห็นที่ไหน
หูฟังมือถือ Bluetooth อ่ะไม่เสียดายสักนิด
แต่ที่เสียดาย คือ ถ่านชาร์ต

เพราะตอนนี้ฟัง mp3 ไม่ได้แล้ว เหลือถ่านก้อนเดียว
พอมันหมดแล้วชาร์ตใหม่ ไม่ได้
เพราะเครื่องชารต์มันรับถ่านทีละสองก้อน

กลายเป็นว่า หูฟังฺBluetoothมือถือหาย ทำให้ฟังเพลง MP3 ไม่ได้
ฟังเพลงไม่ได้ ก็เซ็งสุด ๆ ไม่มีไรทำเวลานั่งรถไฟใต้ดิน (สองชั่วโมงต่อวัน)
3)
อันนี้ไม่หาย แต่ใช้ไม่ได้
แว่นแตก ! (อีกแล้ว)
ไม่รู้ว่าอยู่อเมริกานี่ทำแว่นแตกไปกี่สิบอันแล้ว
เป็นผลมาจากการใช้แว่นไม่มีกรอบอ่ะครับ แตกง่าย
อันนี้แตกเพราะใช้งานหนัก ครับโดนลูกแรกเก็ตไปทีสองที
เล่น ๆ อยู่ แว่นหลุดตกบ้าง
ก็เห็นวันแรก มันก็แค่กระเทาะด้านข้างนะครับ
พอมารู้สึกอีกที มีรอยร้าวไปแล้ว

ก็เลยต้องไปควักคอนแทกเลนส์มาใส่
เป็นเวรเป็นกรรมในชีวิตอย่างยิ่ง
ตอนเช้าก็ต้องยืนทิ่มตาตัวเองหน้ากระจกเพื่อจะยัดคอนแทคเลน์ให้ติดกับตา
พอออกนอกบ้าน มันก็จะปลิ้นไปมาในลูกตาเรา
เมื่อวานก็ตาก็เบลอ ๆ ทั้งวัน
ก็คิดในแง่ดีว่า เป็นเพราะไม่ชินกับคอนแทคเลนส์มันคงชัดเกินไป
จนไปเดินหาซื้อของขวัญให้อาจารย์ด้วยกันกับเพื่อน ๆ
แล้วทนไม่ไหว เคืองตาเหลือเกิน
ต้องขอแยกตัวไปเข้าห้องน้ำ ถึงได้รู้ว่า
คอนแทคเลนส์หายไปข้างนึง
หายไปไหน ? หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
ควานหาตั้งนาน จึงรู้ว่า
มันไปซ่อนอยู่ในเปลือกตาด้านล่าง
มิน่าหล่ะ ถึงเคืองตาทั้งวัน
ปริศนาทุกอย่างกระจ่างแล้ว
ฮา ฮา
4)
อันสุดท้ายนี่สำคัญที่สุดเลย
จะปีใหม่แล้ว
ปีนี้ 2005 ปีหน้า 2006
ปีนี้อายุ 29 ปีหน้าก็เข้า 30 แล้วดิ
คิดแล้วก็ ....
ใจหาย !