Monday, July 25, 2005
Thursday, July 21, 2005
น้ำลาย
" สรุปว่าฉันนั้นดูไม่ดี ทั้งที่เธอไม่ดู
พอท้าให้เธอได้ดู เธอก็ดันรู้ดี
ว่าฉันเป็นอย่างไร จากน้ำลายของใครต่อใคร
แปลกแต่จริงที่เธอจะทิ้งกันไปเพราะเหตุนั้น
แปลกแต่จริงที่เราตัดสินกันไปอย่างนั้น "
Silly Fools :: น้ำลาย
ปล ทำไงดี ผมเป็นโรคติดเพลงไทย
อยากจะเลิกฟังเพลงไทย แล้วไปฟังเพลงฝรั่งแทน แต่มันก็ไม่เพลินใจเลย
จากการวิจัยส่วนตัวพบว่า
คนที่ยังฟังเพลงภาษาแม่ (Mother's Language) อยู่เสมอ
จะทำให้การพัฒนาการของภาษาที่สอง (English) ช้ามาก
ว้า.... แย่จริง
ไป ถ้ำกระบอก จะหายไหม ?
แต่มัน มันส์ เหลือเกินนี่นะ
ใครมีทั้งอัลบั้ม บอกด้วยนะครับจะ Download
" สรุปว่าฉันนั้นดูไม่ดี ทั้งที่เธอไม่ดู
พอท้าให้เธอได้ดู เธอก็ดันรู้ดี
ว่าฉันเป็นอย่างไร จากน้ำลายของใครต่อใคร"
พอท้าให้เธอได้ดู เธอก็ดันรู้ดี
ว่าฉันเป็นอย่างไร จากน้ำลายของใครต่อใคร
แปลกแต่จริงที่เธอจะทิ้งกันไปเพราะเหตุนั้น
แปลกแต่จริงที่เราตัดสินกันไปอย่างนั้น "
Silly Fools :: น้ำลาย
ปล ทำไงดี ผมเป็นโรคติดเพลงไทย
อยากจะเลิกฟังเพลงไทย แล้วไปฟังเพลงฝรั่งแทน แต่มันก็ไม่เพลินใจเลย
จากการวิจัยส่วนตัวพบว่า
คนที่ยังฟังเพลงภาษาแม่ (Mother's Language) อยู่เสมอ
จะทำให้การพัฒนาการของภาษาที่สอง (English) ช้ามาก
ว้า.... แย่จริง
ไป ถ้ำกระบอก จะหายไหม ?
แต่มัน มันส์ เหลือเกินนี่นะ
ใครมีทั้งอัลบั้ม บอกด้วยนะครับจะ Download
" สรุปว่าฉันนั้นดูไม่ดี ทั้งที่เธอไม่ดู
พอท้าให้เธอได้ดู เธอก็ดันรู้ดี
ว่าฉันเป็นอย่างไร จากน้ำลายของใครต่อใคร"
พัฒนาการ ?
ควรจะสร้าง Look ตัวเองแบบไหน ที่นี่มีคำตอบ Face Analyzer
ปีที่แล้ว
ปีที่แล้ว
จากผลการวิเคราะห์ พบว่า รายได้ ความฉลาด และความทะเยอทะยาน และความสำส่อน (Promiscuity) สูงขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อชาติ(Race)อาจเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อยตาม Look แต่ปัจจัยความเป็นเกย์ (Gay Factor) เสมอต้น เสมอปลาย
สรุปแล้ว ผมทรงใหม่ที่ไปตัดมาก็โอเค แล้วหล่ะ
ฮา
การเดินทางอีกครั้ง
ช่วงนี้ยุ่ง ๆ นะครับ หลังจากกลับมาจาก conference ก็สรุปและเตรียมงานสำหรับ Conference ครั้งหน้า
เพราะวันที่ 15 Aug นี้ส่งอีกหนึ่ง Paper CIIT ก็เตรียมเขียนโปรแกรม เขียนเปเปอร์กันอีกยก
สัปดาห์หน้าผมจะขับรถไป Colorado แล้วนะครับ ก็เป็นรถพ่วง หมายถึงเอารถยนต์เราพ่วงรถลาก ใส่ของไป Colorado คงเดินทางทั้งหมดอย่างน้อย ห้าวัน นอนเต้นท์และพักตาม rest Area ตลอดเพื่อความประหยัด เสร็จแล้วก็จะบินกลับมา boston วันที่ 4 Aug ครับ ก็เหลือเวลาอีกประมาณ 10 วันมาเตรียม paper อีกหนึ่งฉบับ
สนุก ๆ
เพราะวันที่ 15 Aug นี้ส่งอีกหนึ่ง Paper CIIT ก็เตรียมเขียนโปรแกรม เขียนเปเปอร์กันอีกยก
สัปดาห์หน้าผมจะขับรถไป Colorado แล้วนะครับ ก็เป็นรถพ่วง หมายถึงเอารถยนต์เราพ่วงรถลาก ใส่ของไป Colorado คงเดินทางทั้งหมดอย่างน้อย ห้าวัน นอนเต้นท์และพักตาม rest Area ตลอดเพื่อความประหยัด เสร็จแล้วก็จะบินกลับมา boston วันที่ 4 Aug ครับ ก็เหลือเวลาอีกประมาณ 10 วันมาเตรียม paper อีกหนึ่งฉบับ
สนุก ๆ
Monday, July 18, 2005
บาป 7 ประการ
จาก e-mail ฉบับหนึ่ง
บาป 7 ประการในทรรศนะของ มหาตมะ คานธี
1. เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ
2. หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด
3. ร่ำรวยเป็นเอกนิจโดยไม่ต้องทำงาน
4. มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี
5. ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลหลักธรรม
6. วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์
7. บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ
บาป 7 ประการในทรรศนะของ มหาตมะ คานธี
1. เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ
2. หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด
3. ร่ำรวยเป็นเอกนิจโดยไม่ต้องทำงาน
4. มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี
5. ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลหลักธรรม
6. วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์
7. บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ
Sunday, July 17, 2005
Newport
คำถาม : รัฐที่เล็กที่สุดใน อเมริกา คือรัฐอะไร
วันนี้เป็นการเริ่มต้นทัวร์ New England รอบ ๆ แถวบอสตั้น เริ่มจากการขับรถไป New Port ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ทางด้านใต้ของ Massachusetts ใช้เวลาขับรถประมาณชั่วโมงก็ถึง วิ่งสาย 95Inter State ลงไปนะครับ เข้าไปเมืองที่ชื่อว่า Providence ก่อนแล้วก็ขับผ่านสะพานข้ามเกาะไปอีกสองทอด สวยมากครับ เป็นครั้งแรกครับที่ขับรถผ่านสะพานข้ามไปเกาะ สองข้างเป็นทะเล และมีเรือใบหลาย ๆ ลำลอยอยู่ไหว ๆ
ถึงเกาะ Newport ขับรถไปตาม ถนน Thames ก็จะมุ่งตรงเข้าสู่ Downtown รอบ ๆ เมืองมีที่จอดรถแบบ Private 15 เหรียญต่อวัน (แพงสุดขีด) ผมเลือกที่จะขับรถช้า ๆ แล้วรอรถที่จอดข้างถนนขับออกไปดีกว่า ในที่สุดก็ได้ไปจอดรถแทนคุณลุงคุณป้าที่เพิ่งจะออกไป กำลังจะไปหยอดเหรียญใส่มิเตอร์ โอ้ พระเจ้า
คุณลุงคุณป้า ทิ้ง เวลามิเตอร์ ให้สองชั่วโมง (ค่าหยอด ชั่วโมงละเหรียญ) สบายแฮ เดินเล่นสบายใจ
ใน Downtown มีสถานที่ให้เดินเล่น ผู้คนมากมาย สินค้าราคาไม่แพงนัก ไอติมร้านอิตาลี่อร่อยมาก บรรยากาศดี มีเรือ kayak ให้เช่าพาย
จากอากาศที่ boston ร้อน ๆ เพราะแดดแจ๋ มาถึงที่นี่อากาศเย็นสบายลมชื้น ๆ จากทะเลพัดผ่าน ที่สำคัญ หมอกลง
เสร็จจาก Downtown เดินเล่นไปเกือบสองชั่วโมง ก็ ขับรถวนเล่น รอบ ๆ เกาะ
แล้ว เราก็เห็น ความรวย
อภิอมตะมหารวย
บ้านที่ Evanstan ย่านคนรวยใน chicago ที่ว่าหรูแล้ว เจอบ้านที่นี่กลายเป็นบ้านคนขับรถไป
ถนน Lake Shoredrive ที่สวยๆ ของ chicago ก็ชิดซ้ายไป

บ้านใหญ่เป็นปราสาท หันหน้าติดทะเล หมอกจาง กลิ่นกรุ่นๆ ของดอกไม้
เหมือนกับเอาความครึกครี้นของ BarHarbor เกาะที่อยู่ในรัฐเมน
และความอาร์ต (ศิลป) ของ Province Town เมืองเกย์ที่ Cape Cod มารวมไว้ที่เดียวกัน
ด้วยระยะทางจาก Boston เพียงแค่ชั่วโมงนิด ๆ

อีกสถานที่ ที่ไม่ควรพลาด ใน New England ครับ
คำตอบ : Rhode Island ซึ่งมีเกาะชื่อว่า Newport ที่ผมไปมานี่หล่ะครับ
วันนี้เป็นการเริ่มต้นทัวร์ New England รอบ ๆ แถวบอสตั้น เริ่มจากการขับรถไป New Port ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ทางด้านใต้ของ Massachusetts ใช้เวลาขับรถประมาณชั่วโมงก็ถึง วิ่งสาย 95Inter State ลงไปนะครับ เข้าไปเมืองที่ชื่อว่า Providence ก่อนแล้วก็ขับผ่านสะพานข้ามเกาะไปอีกสองทอด สวยมากครับ เป็นครั้งแรกครับที่ขับรถผ่านสะพานข้ามไปเกาะ สองข้างเป็นทะเล และมีเรือใบหลาย ๆ ลำลอยอยู่ไหว ๆ
ถึงเกาะ Newport ขับรถไปตาม ถนน Thames ก็จะมุ่งตรงเข้าสู่ Downtown รอบ ๆ เมืองมีที่จอดรถแบบ Private 15 เหรียญต่อวัน (แพงสุดขีด) ผมเลือกที่จะขับรถช้า ๆ แล้วรอรถที่จอดข้างถนนขับออกไปดีกว่า ในที่สุดก็ได้ไปจอดรถแทนคุณลุงคุณป้าที่เพิ่งจะออกไป กำลังจะไปหยอดเหรียญใส่มิเตอร์ โอ้ พระเจ้า
คุณลุงคุณป้า ทิ้ง เวลามิเตอร์ ให้สองชั่วโมง (ค่าหยอด ชั่วโมงละเหรียญ) สบายแฮ เดินเล่นสบายใจ
ใน Downtown มีสถานที่ให้เดินเล่น ผู้คนมากมาย สินค้าราคาไม่แพงนัก ไอติมร้านอิตาลี่อร่อยมาก บรรยากาศดี มีเรือ kayak ให้เช่าพาย
จากอากาศที่ boston ร้อน ๆ เพราะแดดแจ๋ มาถึงที่นี่อากาศเย็นสบายลมชื้น ๆ จากทะเลพัดผ่าน ที่สำคัญ หมอกลง
เสร็จจาก Downtown เดินเล่นไปเกือบสองชั่วโมง ก็ ขับรถวนเล่น รอบ ๆ เกาะ
แล้ว เราก็เห็น ความรวย
อภิอมตะมหารวย
บ้านที่ Evanstan ย่านคนรวยใน chicago ที่ว่าหรูแล้ว เจอบ้านที่นี่กลายเป็นบ้านคนขับรถไป
ถนน Lake Shoredrive ที่สวยๆ ของ chicago ก็ชิดซ้ายไป
บ้านใหญ่เป็นปราสาท หันหน้าติดทะเล หมอกจาง กลิ่นกรุ่นๆ ของดอกไม้
เหมือนกับเอาความครึกครี้นของ BarHarbor เกาะที่อยู่ในรัฐเมน
และความอาร์ต (ศิลป) ของ Province Town เมืองเกย์ที่ Cape Cod มารวมไว้ที่เดียวกัน
ด้วยระยะทางจาก Boston เพียงแค่ชั่วโมงนิด ๆ
อีกสถานที่ ที่ไม่ควรพลาด ใน New England ครับ
คำตอบ : Rhode Island ซึ่งมีเกาะชื่อว่า Newport ที่ผมไปมานี่หล่ะครับ
Saturday, July 16, 2005
สรุป Conference
ออกเดินทางวันที่ 9 กค ตอนเย็น ถึง Orlando ตอนเกือบสี่ทุ่ม มีพายุ Dannis เพิ่งผ่านพ้น เข้าห้องพัก พร้อมขอเตียงเสริม
วันที่ 10 ไปเที่ยว Seawolrd สนุกดี
วันที่ 11 วันนี้เพื่อน present ก็เลยเข้าไปนั่งดูเป็นกำลังใจ
ตอนเย็น ๆ แวะเข้าไป Disney downtown
ไปกิน NY china buffet อร่อย คุ้ม
วันที่ 12 ไป Universal และ Adverture Island แต่เช้า และทั้งวัน
วันที่ 13 ถึงคราว PC กับ โชโนะ ขึ้นแท่น Present ใน Seession สุดท้าย PC นอกจาก Present วันที่ 13 แล้ว ยังได้ห้องหมายเลข 13 ด้วย มีคนฟังในห้องประมาณเจ็ดคน Present เสร็จไม่มีคนถาม คงจะงง ๆ กัน
ตอนเย็นไป Close Conference Party เลิกเสร็จ ไปเดินเที่ยวสั่งลา เพื่อนชาวอินเดียไปสัก (Tatoo)
วันที่ 14 กลับบ้าน
วันที่ 10 ไปเที่ยว Seawolrd สนุกดี
วันที่ 11 วันนี้เพื่อน present ก็เลยเข้าไปนั่งดูเป็นกำลังใจ
ตอนเย็น ๆ แวะเข้าไป Disney downtown
ไปกิน NY china buffet อร่อย คุ้ม
วันที่ 12 ไป Universal และ Adverture Island แต่เช้า และทั้งวัน
วันที่ 13 ถึงคราว PC กับ โชโนะ ขึ้นแท่น Present ใน Seession สุดท้าย PC นอกจาก Present วันที่ 13 แล้ว ยังได้ห้องหมายเลข 13 ด้วย มีคนฟังในห้องประมาณเจ็ดคน Present เสร็จไม่มีคนถาม คงจะงง ๆ กัน
ตอนเย็นไป Close Conference Party เลิกเสร็จ ไปเดินเที่ยวสั่งลา เพื่อนชาวอินเดียไปสัก (Tatoo)
วันที่ 14 กลับบ้าน
Wednesday, July 13, 2005
FL#2
วันที่สอง
ผมตื่นแต่เช้าเพราะโดนปลุกจากเพื่อนเมืองมะขามหวาน นึกว่าเมืองบอสตั้นเมืองเดียวในอเมริกาที่ดินดำปลูกมะขามหวานได้ติดกับเมืองเพชรบูรณ์บ้านเรานะ แต่คงไม่ใช่เสียแล้ว เพราะมาถึงฟลอริด้าก็ติดต่อมาได้เหมือนกัน เจ็ดโมงครึ่งผมดูนาฬิกา มุดหัวไปในผ้าห่มคุยงัวเงียงัวเงีย แล้วหลับต่อ
เก้าโมงครึ่งตื่นอาบน้ำแต่งตัวเป็นคนแรกของห้อง
ไปลงทะเบียน ง่าย ๆ สามนาทีเสร็จ เพราะจ่ายเงินผ่าน web มาเรียบร้อย
ผมต้อง Present วันสุดท้าย เวลาบ่ายสามครึ่ง คนคงไม่มีแล้วหล่ะ อิ อิ
ไปเที่ยว seaworld
เพิ่งรู้จักตัว shamu
อืม เขาฝึกไอ่ตัวพวกนี้กันยังไงนะ ฉลาดจัง
เล่น roller coster เป็นวันแรก
หัวใจแทบวาย ไม่เคยขึ้นมาก่อนในชีวิต
เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง instantly ด้วยวัยยังไม่ถึงสามสิบ
เหมือนจะเป็นนกรู้ ที่โทรมาแต่เช้า
ซื้อปลาโลมาไปฝากหนึ่งตัว
FL#1
มาถึง Florida ช่วงที่พายุเฮอริเคน Dannis เพิ่งจะผ่านพ้นไปได้เพียงแค่หนึ่งวัน สภาพอากาศไม่ค่อยจะสู้ดีนักสำหรับการท่องเที่ยว
ผม โชโนะ และมาดู (เพื่อนร่วมแลป ชาวอินเดีย) ออกจากสนามบินโลแกนแอร์พอร์ตตอนประมาณเกือบหนึ่งทุ่ม ด้วยสารการบิน Delta Song ไม่ค่อยรู้จักหรอก ก็เพิ่งเคยขึ้นครั้งนี้ ไม่รู้ว่า Delta Song ต่างกับ Delta ปกติอย่างไร แต่ก็ลองขึ้นดู ปรากฏว่าเป็นสายการบินสุดยอด สามารถดูทีวีฟังเพลงผ่านทีวีที่อยู่หลังเบาะคนข้างหน้า ดีเหมือนกับสายการบินระหว่างประเทศเลย อาหารบนเครื่องก็ราคาไม่แพง แค่สามสี่เหรียญ ระหว่างนั่งบนเครื่องก็ดูช่อง food network ไป เป็นการแข่งขัน Iron Chef ชอบมาก ๆ รายการนี้ ก็ดูได้จนจบ ฟังเพลง ดูหนัง ดูข่าวสนุกสนานเพลิน ๆ พอเครื่องเริ่มเข้าฟลอริด้านักบินเริ่มประกาศ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ไม่รู้ทำไม่ไม่พูดให้ฟังชัด ๆ พูดอะไรก็ไม่รู้ห้วน ๆ จับความได้ว่า เครื่องบินกำลังเข้าสู่พายุ มันอาจจะสั่น เพราะตกหลุมอากาศให้ทุกคนประจำที่ สักพักอากาศเครื่องบินบินเข้าหาพายุก็สำแดงผล เครื่องวูบ ๆ ขึ้น ๆ ลง ๆ เด็กเล็ก ๆ ที่นั่งข้างหลังผม หัวเราะเอิ้กอ๊าก เหมือนกำลังเล่นม้าหมุน สนุก สนุก
แต่ผม ไม่ขำ ด้วยนะ
ประมาณสี่ทุ่ม เครื่องแตะพื้นสนามบินได้อย่างปลอดภัย
ครั้งแรกครับ ที่ได้เห็นผู้โดยสารทั้งเครื่อง ปรบมือให้ ด้วยความยินดี
“รอดตายแล้วเรา นายแน่มาก กัปตัน”
ถึงฟลอริด้า ไปรอกระเป๋า ออกมาจากรางเลื่อน (Baggage Claim) เพื่อนชาวอินเดีย เลยท้าแข่งกระเป๋า ก็เหมือนแข่งม้านั่นแหล่ะครับ กระเป๋าใครออกมาก่อนชนะ ด้วยเงินเดิมพันห้าเหรียญ (คิดได้ไงฟ่ะ) ผมไม่รีรอ ขอต่อ เล่นกันเหรียญเดียวก็แล้วกันพี่ หนุกหนุก
ลุ้นครับ
ผ่านไปสิบสามนาทีสิบสี่วิ กระเป๋าของคุณมาดูก็ไหลออกมา ทิ้งห่างกระเป๋าผมแค่สามช่วงกระเป๋าแค่นั้นเอง
เหยียบฟลอริด้าปั๋บ ก็เสียเงินเลยตู ^_^"
เฮ้อ....
ถึงฟลอริด้า นั่ง Taxi หรือที่เขาเรียกกันว่า cab ไปที่โรงแรม Rosen Hotel ตรงข้ามกับ Convention Center ค่า Taxi ประมาณ สามสิบเหรียญ (อาจารย์ที่รักออก) ถึงที่พัก ได้ห้องนอนสองเตียง ทั้งที่จองห้องไว้เป็นห้องสามเตียงเขาเลยมีเตียงเสริม เป็นเตียงต่ำ ๆ เหมือนเตียงพับอ่ะครับมาว่างเกะกะทางเดินเล่น ๆ
อีกครั้งที่การขันต่อเกิดขึ้น
มาโยนเหรียญกัน คนแพ้สองครั้งนอนเตียงเสริม
เอาอีกแล้วมันคิดได้ไงฟ่ะ
รอบแรก ไทยกับเกาหลีพบกัน ไทยทาย ก้อย ดันออก หัว ถูกยิงนำไปก่อนหนึ่งศูนย์
รอบสอง ไทยตกรอบจากรอบแรกไปพบอินเดีย อินเดีย ทายหัว ออก หัว
ไทยตกรอบ ไปนอนเตียงเสริม…..
ผ่านไปสิบห้านาที
เพื่อนชาวอินเดีย ก็กล่อมด้วยเภาษากรน สำเนียง ฮินดี
ฮา ฮา
ฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ
แต่นอนไม่หลับ
กว่าจะหลับได้ ก็ ตีสามกว่า
Friday, July 08, 2005
ไปประชุม Conference
ครั้งแรกในชีวิตครับ (และไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งเดียวหรือเปล่า)
ที่จะได้ไปงานประชุมวิชาการ Conference WMSCI2005 ที่ Florida ครับ
วันอาทิตย์ลงทะเบียน วันจันทร์เปิดงาน ผมพูดวันพุธตอนบ่าย เดินทางกลับวันพฤหัสบ่าย
ที่เหลือ My Dearest Prof บอกว่าให้เที่ยวให้สนุก แล้วซื้อชอกโกแล๊ตกลับไปฝากด้วย ทุกอย่างฟรีเพราะ Dearest Prof ออกให้ทั้งหมด
ก็คงหายเพราะเหตุนี้ไปสักสัปดาห์นะครับ แล้วเจอกันใหม่
ว่าจะเล่าเรื่อง Visa ก็เลยไม่จบเสียที คั่น ไปหลายครั้งแล้ว
เอาเป็นว่า คงไม่ได้กลับเมืองไทยในปิดเทอมนี้แล้ว ก็แล้วกัน
อะไรกันเนี่ย ชีวิตฉัน ขนาดว่าไม่เอาอะไรแล้วขอแค่กลับประเทศ ก็ไม่ให้กลับอีก
ฮา ขำ ขำ ชีวิตก็คงเหมือนช๊อกโกแลตที่จะซื้อกลับไปฝากนั่นแหล่ะ ไม่รู้ว่าข้างในหน้าตามันจะเป็นยังไง
แล้วจะไปเที่ยว Disney World เผื่อนะครับ
ที่จะได้ไปงานประชุมวิชาการ Conference WMSCI2005 ที่ Florida ครับ
วันอาทิตย์ลงทะเบียน วันจันทร์เปิดงาน ผมพูดวันพุธตอนบ่าย เดินทางกลับวันพฤหัสบ่าย
ที่เหลือ My Dearest Prof บอกว่าให้เที่ยวให้สนุก แล้วซื้อชอกโกแล๊ตกลับไปฝากด้วย ทุกอย่างฟรีเพราะ Dearest Prof ออกให้ทั้งหมด
ก็คงหายเพราะเหตุนี้ไปสักสัปดาห์นะครับ แล้วเจอกันใหม่
ว่าจะเล่าเรื่อง Visa ก็เลยไม่จบเสียที คั่น ไปหลายครั้งแล้ว
เอาเป็นว่า คงไม่ได้กลับเมืองไทยในปิดเทอมนี้แล้ว ก็แล้วกัน
อะไรกันเนี่ย ชีวิตฉัน ขนาดว่าไม่เอาอะไรแล้วขอแค่กลับประเทศ ก็ไม่ให้กลับอีก
ฮา ขำ ขำ ชีวิตก็คงเหมือนช๊อกโกแลตที่จะซื้อกลับไปฝากนั่นแหล่ะ ไม่รู้ว่าข้างในหน้าตามันจะเป็นยังไง
แล้วจะไปเที่ยว Disney World เผื่อนะครับ
Mohegan Sun
วันนี้เราไป Casino มา สถานที่ชื่อ Mohegan sun ซึ่งเป็นชื่อชาวอินเดียเผ่าหนึ่งสถานที่อยู่ทางตะวันตก ของบอสตั้น ต้องนั่งรถบัส(รถทัวร์)ไป เรากับโชโนะไปกันสองคน เพราะพี่คนอื่นไม่เห็นความสนุกของการเล่นการพนันหรือเล่นตู้ slot machine วิธีไปก็แสนง่ายดายสามารถซื้อตั๋วได้ผ่าน Internet ค่าตั๋วแค่ 10 เหรียญเท่านั้นสำหรับการไปกลับ ซื้อแล้วก็ต้องเลือกเลยว่าจะไปกี่โมงและกลับกี่โมง (คือ fix ทั้งขาไปขากลับเปลี่ยนไม่ได้ ) ก็มีแบบเลือกไปนอนข้างคืนด้วย เราเลือกที่จะไปตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งไปถึงบ่ายโมงครึ่ง แล้วก็กลับตอนทุ่มนึง
ถึงเวลานัดเราก็ไปพบโชโนะที่ท่ารถใน ไชน่าทาวน์ ใช้เวลาเดินทาง สองชั่วโมงระหว่างทางในรถ โชโนะเอาแมกกาซีนญ๊ปุ่นมาให้ดูรูปเล่น สักพักเราก็ฟังซาวด์อะเบาต์หลับไป อืม ก่อนจะหลับ ขอบอกว่า คนที่เป็น Hostage หรือพนักงานต้อนรับบนรถทัวร์ สวยน่ารักมาก เป็นคนจีน และผู้โดยสารเกือบทั้งคันรถก็เป็นคนจีน
ไปถึงตอนเกือบบ่ายสอง พอลงจากรถปุ๊บก็ได้ คูปองกินบุฟเฟต์ฟรีราคา 15 เหรียญ แล้วก็ได้ คูปองเล่น Slot อีก 20 เหรียญ โห ได้มากกว่าค่ารถอีก อะไรจะขนาดนั้น ไปถึงก็กินบุฟเฟต์มีกุ้ง มีหอยแมลงภู่ มีไอศกรีม มีทุกอย่างให้กินนั่นแหล่ะ อร่อยมาก ๆ
หลังจากอิ่มก็ถึงเวลาเล่น ความจริงสถานที่นี้ก็มีที่ให้เดินเล่น ซื้อของที่ระลึกเยอะเหมือนกัน แต่เล่นเลยดีกว่า เหลืออีกแค่สี่ชั่วโมงเดี๋ยวมาแล้วจะไม่คุ้ม ก็ไปเลือกตู้ slot ยอดเงินเล่น ใส่ ไป 20 เหรียญ ห้ามเล่นมากกว่านี้
อืมมันมี Trick นิดนึงสำหรับคนที่ไปเล่น ตู้ slot นะครับ ให้เลือกตู้ที่เล่น 1 cent แล้วก็เลือกได้ 20 lines คือว่าปกติตุ้เก่า ๆ มันเลือกได้อย่างมาก line เดี่ยว line นี่หมายถึงว่า ขีดเส้นแล้วเจอรูปเหมือนกันอ่ะนะ แต่ความสนุกมันอยู่ตรงที่ พอรูปสำคัญออกตรงกัน แล้วเราจะได้ผ่านด่านเข้าไปเอา Bonus อย่างเช่น เกมส์เหมืองทองก็ได้ไป เลือกก้อนทอง ที่ข้างในมีเงินอยู่ หรือถ้าเป็นเกมส์เอเลี่ยนก็ไปเลือกปืนที่จะไปฆ่าเอเลี่ยน ถ้าเลือกปีนผิดชนิดเอเลียนฆ่าเรา Bonus ก็หยุด อะไรอย่างนั้นอ่ะนะ เล่นทีละ 1 cent ลง 20 lines ก็คือตาละ 20 cent นั่นเอง แต่ว่า lines มันเยอะโอกาสจะถูกและโอกาสจะเข้าไปเล่น bonus ก็มาก เล่นประมาณไม่เกินสิบห้าตา ควรจะได้เข้าไปเล่นฉากโบนัสหนึ่งครั้ง หลังจากเล่นฉาก Bonus ควรจะได้เงินคือมา อย่างน้อย 500 cent (5 เหรียญ) เล่นฉาก Bonus สองครั้งแล้วให้เปลี่ยนเครื่อง เพราะโอกาสจะออกโบนัสเป็นครั้งที่สามมักจะยากขึ้น
เล่นนานหน่อย ค่อยเป็นค่อยไป แต่สนุกกับโบนัสนะครับ เหมือนเล่มเกมส์ตู้อ่ะ แต่มันกินเงินเราจริง ๆ ผมเล่นไปสักพักใหญ่ เงินก็งอกขึ้นมาเป็น 22.33 เหรียญ
กล่าวถึงเพื่อนชาวเกาหลี หลังจากทิ้งมันไปจนเราได้เงินเพิ่ม 2.33 เหรียญ ก็เดินกลับไปหามัน ปรากฎว่ามันเสียไปแล้ว ยี่สิบเหรียญ
โอ๊ะ โอ
ส่วนคูปองที่เขาให้มาก็เอาไปเสี่ยงโชคกับวงล้อมหาสนุก หมุน ๆ แล้วดูว่าตกเลขอะไร (ไม่ใช่รูเล็ต) สักพักผมก็ได้มั้งเสียมั้ง ในที่สุดคูปองยี่สิบเหรียญก็หายไป
หลังจากนั้นก็เปลี่ยนตู้เล่น เดินเล่น ผมเล่น Slot วิธีผมไปเรื่อย ๆ โชโนะไปเล่น BlackJack ตาละ 5 เหรียญ บวก ทิป หนึ่งเหรียญ เราไปยืนดูอยู่พักใหญ่ จากเงินที่เขาลงไป สี่สิบเหรียญ พักเดียวมันก็งอก เป็น ร้อยกว่าเหรียญ
ว้าว
เราเลยขอตัวไปหาไรเล่นมั้ง ก็ไปเล่น Slot เหมือนเดิม สักพักเราได้เงินทั้งหมด 38 เหรียญ (หมายถึงกำไร 18 เหรียญ)
ระหว่างเล่นเพลิน ๆ โชโนะก็เดินมาหา เพราะบอกว่า เงินเขาหมด
หมดไปแล้วหนึ่งวัน เดินทางกลับตอนทุ่มครึ่ง รถทัวร์ออกที่เกต D ตรง Asain Buses นะครับ ถ้าใครไปอย่าเผลอไปรอตรง ที่จอดรถบัสปกติหล่ะ คนละที่กัน
ระหว่างเดินทางกลับ ไม่ได้หลับเหมือนขามาเพราะว่า ถนนขากลับแย่มาก ผมฟังเพลงเหมือนเคย สักพักโชโนะบอกขอฟังมั้ง คิดภาพดูแล้ว กัน ฟังเพลงหูฟังกันคนละหู
(เฮ้ย อะไรมันจะ Sweet กันอย่างนี้ แฟนกันยังไม่เคยทำอย่างนี้เลย)
ถึงบอสตั้นผมเลยพาเขาไปเลี้ยงอาหารไทยปลอบใจ ที่เขาเสียพนัน
เขาบอกว่ากลับมาถึงบอสตั้นให้บอกคนอื่นว่าค่ารถสิบเหรียญ ค่าข้าวกลางวันและข้าวเย็นของเขารวมกันแล้วร้อยนึง
^_^"
Thursday, July 07, 2005
Tuesday, July 05, 2005
America VISA (1)
ก็มาเล่าเรื่อง VISA ของผมดีกว่าครับ
ที่เขียนนี่ไม่ได้บ่นอะไรแต่อยากให้คนทั่วไปและตัวเองรู้ว่า Process การขอ Visa ในอเมริกาเป็นอย่างไร
ผมเข้าประเทศอเมริกา มาเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม 2002 (ความจริงตอนแรกจะเดินทางวันที่ 6 แต่ติดวันเกิดใครบางคน ก็เลยเลื่อนเป็นวันที่ 9) ส่วนใน Transcript ผมจะเขียนว่าผมจบ MS วันที่ 13 ธันวาคม 2002 (เอ่อ เกี่ยวกับ วีซ่าตรงไหนหว่า .......) คือจะบอกว่าผมเพิ่งสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเสร็จในราวเดือนตุลาคมแล้วก็แก้รูปเล่มส่งประมาณปลายเดือน สอบเสร็จตั้งใจว่าจะเข้ากรุงเทพฯ ไปหางานทำ
แต่เมื่อขนของทั้งหมดจากเชียงใหม่กลับบ้านยังไม่ทันได้เอาของออกจากกล่อง ก็ได้ความคิดว่าจะไปอเมริกา ด้วยการไปเรียนภาษาอังกฤษก่อน โดยภาษาอังกฤษเริ่มเรียนประมาณกลางเดือน มค. ผมก็เริ่มทำ Visa ที่เมืองไทยประมาณเดือน พย. เพื่อจะได้เดินทางภายในกลางเดือน ธค ก็หมายถึงว่า มีเวลาประมาณเดือนเดียวตั้งแต่เริ่มมีความคิดว่าจะมาอเมริกา เริ่มทำ Visa แล้วก็ทุก ๆ เรื่อง ....
ขั้นตอนแรก ก็สมัครเรียนภาษากับโรงเรียนภาษาอังกฤษ ก็ได้ I-20 จาก โรงเรียนสอนภาษาที่ CO มาเพื่อสมัครขอ visa ชนิด นักเรียน หรือที่เรียกว่า F-1 จากนั้นผมก็ส่งเอกสารทั้งหมดที่สถานฑูตต้องการเพื่อขอ Visa type F1 แต่ที่สำคัญเห็นจะเป็นเรื่องเงินสนับสนุน ในบัญชีที่บ้านไม่มีเงินเก็บสักเท่าไหร่ (ไม่ถึงแสน) ที่เหลือก็เป็นโฉนดที่ดิน โฉนดบ้าน รถยนต์ ก็ทำสำเนาแนบไป เพราะไม่รู้จะทำให้เขารู้ได้ยังไง ว่าบ้าน เรารวย แต่ไม่มีเงินสด ฮา ฮา
สองวันถัดไป ไปฟังผล เขาบอกว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ให้มาสัมภาษณ์ แสดงว่า เอกสารคงมีปัญหา เขาต้องการคุยด้วย ส่วนหลักฐานโฉนดที่ดิน รถยนต์ เขาคืนมาให้ทั้งหมด บอกว่าใช้ไม่ได้ คราวนี้ก็เลยต้องไปพึงพา ญาติน้า ๆ อา ๆ ที่มีเงินเก็บขอรับรองการเงินเพิ่ม ในที่สุดยอดเงินสนับสนุนก็พุ่งขึ้นไปถึง หลักล้าน โอ้ พระเจ้า ! แต่ในบัญชีครอบครัวจริง ๆ มีแค่ประมาณ สองแสน คือค่าที่ขายรถ และก็เป็นเงินพอดีกับที่จะไปจ่ายค่าเรียนนั่นแหล่ะ
พอไปถึงเจ้าหน้าที่ (ผุ้ชายฝรั่ง) ก็ถามแบบฝรั่งพูดไทยไม่ชัด จะไปทำอะไร ทำไมถึงจะไป เงินก้อนนี้มาจากไหนสองแสน ฯลฯ ผมใช้วิชาเสี่ยเช พูดในสิ่งที่ต้องการจะบอก ถามอะไรมาไม่รู้หล่ะ แต่ตอบไปเพื่อให้เขารู้สึกว่า เรากลับเมืองไทยแน่ ๆ เราจะเป็นอาจารย์ เราเป็นลูกคนเดียว ฯลฯ คือจะบอกว่า แน่นอน เราไม่ได้จะไปเป็น โรบินฮู้ด นะเว้ย.....
วันรุ่งขึ้นไปฟังผล ปรากฎว่าผ่าน ได้ Visa มาประมาณสองสัปดาห์ก่อนออกเดินทาง ตอนนั้นมั่ว ๆ งง ๆ กับชีวิตมาก เพื่อนที่เชียงใหม่บางส่วนมันรู้แล้วว่าเราจะไปเมกา เพราะไปซื้อตั๋วเครื่องบินที่เชียงใหม่ก่อนขอวีซ่า แต่เพื่อนที่กรุงเทพฯ อย่างไอ่เต้ มันไม่รู้ ก่อนเดินทางสามวันนัดเพื่อน ๆ มากินเหล้า ก็เจอ หน้าไอ่เต้ ไอ่ต้อม ไอ่นพ และสาวอีกหนึ่งคน(ขอสงวนนาม) ที่เพิ่งเจอกันวันนั้นวันแรก กินเหล้ากับพวกมันไป ไม่ได้บอกมันหรอกว่าอีกสามวันจะมาเมกา
พุทโธ่........ ก็ตอนนั้นคิดว่า ไปเมกา สามเดือน หมดหลักสูตรภาษาอังกฤษ แล้วก็กลับบ้านนี่ครับ
อีกสองวันก็เดินทาง วันที่ 9 ธันวาคม 2002 ถึงเมกา ปีใหม่ปีแรกในสหรัฐก็เริ่มนับหนึ่งจากนั้น
ถึงตอนนี้ผมก็เห็นพลุปีใหม่ในเมกามาสามครั้งแล้ว !!!
แล้วก็คงต้องนับต่อไปอย่างไม่รู้ว่าจะได้หยุดเมื่อไหร่....
(ติดตาม ตอนต่อไปพรุ่งนี้........ พักเดี๋ยวนึง นะคร้าบ ......)
ที่เขียนนี่ไม่ได้บ่นอะไรแต่อยากให้คนทั่วไปและตัวเองรู้ว่า Process การขอ Visa ในอเมริกาเป็นอย่างไร
ผมเข้าประเทศอเมริกา มาเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม 2002 (ความจริงตอนแรกจะเดินทางวันที่ 6 แต่ติดวันเกิดใครบางคน ก็เลยเลื่อนเป็นวันที่ 9) ส่วนใน Transcript ผมจะเขียนว่าผมจบ MS วันที่ 13 ธันวาคม 2002 (เอ่อ เกี่ยวกับ วีซ่าตรงไหนหว่า .......) คือจะบอกว่าผมเพิ่งสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเสร็จในราวเดือนตุลาคมแล้วก็แก้รูปเล่มส่งประมาณปลายเดือน สอบเสร็จตั้งใจว่าจะเข้ากรุงเทพฯ ไปหางานทำ
แต่เมื่อขนของทั้งหมดจากเชียงใหม่กลับบ้านยังไม่ทันได้เอาของออกจากกล่อง ก็ได้ความคิดว่าจะไปอเมริกา ด้วยการไปเรียนภาษาอังกฤษก่อน โดยภาษาอังกฤษเริ่มเรียนประมาณกลางเดือน มค. ผมก็เริ่มทำ Visa ที่เมืองไทยประมาณเดือน พย. เพื่อจะได้เดินทางภายในกลางเดือน ธค ก็หมายถึงว่า มีเวลาประมาณเดือนเดียวตั้งแต่เริ่มมีความคิดว่าจะมาอเมริกา เริ่มทำ Visa แล้วก็ทุก ๆ เรื่อง ....
ขั้นตอนแรก ก็สมัครเรียนภาษากับโรงเรียนภาษาอังกฤษ ก็ได้ I-20 จาก โรงเรียนสอนภาษาที่ CO มาเพื่อสมัครขอ visa ชนิด นักเรียน หรือที่เรียกว่า F-1 จากนั้นผมก็ส่งเอกสารทั้งหมดที่สถานฑูตต้องการเพื่อขอ Visa type F1 แต่ที่สำคัญเห็นจะเป็นเรื่องเงินสนับสนุน ในบัญชีที่บ้านไม่มีเงินเก็บสักเท่าไหร่ (ไม่ถึงแสน) ที่เหลือก็เป็นโฉนดที่ดิน โฉนดบ้าน รถยนต์ ก็ทำสำเนาแนบไป เพราะไม่รู้จะทำให้เขารู้ได้ยังไง ว่าบ้าน เรารวย แต่ไม่มีเงินสด ฮา ฮา
สองวันถัดไป ไปฟังผล เขาบอกว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ให้มาสัมภาษณ์ แสดงว่า เอกสารคงมีปัญหา เขาต้องการคุยด้วย ส่วนหลักฐานโฉนดที่ดิน รถยนต์ เขาคืนมาให้ทั้งหมด บอกว่าใช้ไม่ได้ คราวนี้ก็เลยต้องไปพึงพา ญาติน้า ๆ อา ๆ ที่มีเงินเก็บขอรับรองการเงินเพิ่ม ในที่สุดยอดเงินสนับสนุนก็พุ่งขึ้นไปถึง หลักล้าน โอ้ พระเจ้า ! แต่ในบัญชีครอบครัวจริง ๆ มีแค่ประมาณ สองแสน คือค่าที่ขายรถ และก็เป็นเงินพอดีกับที่จะไปจ่ายค่าเรียนนั่นแหล่ะ
พอไปถึงเจ้าหน้าที่ (ผุ้ชายฝรั่ง) ก็ถามแบบฝรั่งพูดไทยไม่ชัด จะไปทำอะไร ทำไมถึงจะไป เงินก้อนนี้มาจากไหนสองแสน ฯลฯ ผมใช้วิชาเสี่ยเช พูดในสิ่งที่ต้องการจะบอก ถามอะไรมาไม่รู้หล่ะ แต่ตอบไปเพื่อให้เขารู้สึกว่า เรากลับเมืองไทยแน่ ๆ เราจะเป็นอาจารย์ เราเป็นลูกคนเดียว ฯลฯ คือจะบอกว่า แน่นอน เราไม่ได้จะไปเป็น โรบินฮู้ด นะเว้ย.....
วันรุ่งขึ้นไปฟังผล ปรากฎว่าผ่าน ได้ Visa มาประมาณสองสัปดาห์ก่อนออกเดินทาง ตอนนั้นมั่ว ๆ งง ๆ กับชีวิตมาก เพื่อนที่เชียงใหม่บางส่วนมันรู้แล้วว่าเราจะไปเมกา เพราะไปซื้อตั๋วเครื่องบินที่เชียงใหม่ก่อนขอวีซ่า แต่เพื่อนที่กรุงเทพฯ อย่างไอ่เต้ มันไม่รู้ ก่อนเดินทางสามวันนัดเพื่อน ๆ มากินเหล้า ก็เจอ หน้าไอ่เต้ ไอ่ต้อม ไอ่นพ และสาวอีกหนึ่งคน(ขอสงวนนาม) ที่เพิ่งเจอกันวันนั้นวันแรก กินเหล้ากับพวกมันไป ไม่ได้บอกมันหรอกว่าอีกสามวันจะมาเมกา
พุทโธ่........ ก็ตอนนั้นคิดว่า ไปเมกา สามเดือน หมดหลักสูตรภาษาอังกฤษ แล้วก็กลับบ้านนี่ครับ
อีกสองวันก็เดินทาง วันที่ 9 ธันวาคม 2002 ถึงเมกา ปีใหม่ปีแรกในสหรัฐก็เริ่มนับหนึ่งจากนั้น
ถึงตอนนี้ผมก็เห็นพลุปีใหม่ในเมกามาสามครั้งแล้ว !!!
แล้วก็คงต้องนับต่อไปอย่างไม่รู้ว่าจะได้หยุดเมื่อไหร่....
(ติดตาม ตอนต่อไปพรุ่งนี้........ พักเดี๋ยวนึง นะคร้าบ ......)
Saturday, July 02, 2005
(คั่น2) โชคชะตา
ดาวเสาร์ คุณไปจากผมแล้วหรือ ?
ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องยุ่งหลายเรื่อง คิดอะไรไม่ออกก็หาหมอดู คุณ Susan บอกว่าดาวเสาร์เข้าชะตาคนเกิดราศรีกรกฏมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2003 คิดไปคิดมาก็เห็นจะจริง ผมก็เดินทางมาอเมริกาช่วงนั้นจริง ๆ แล้วก็มีเรื่องวุ่น ๆ ชีพจรลงเท้าอยู่ตลอด คุณ Susan บอกว่า ดาวเสาร์ทำให้ชีวิตแข็งแกร่งและสอนอะไรกับตัวเองได้เยอะ อย่างไรก็ดีดาวเสาร์กำลังจะออกไปช่วงกรกฎานี้ กลับมาอีกทีก็ปี 2032 ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีชีวิตถึงหรือเปล่า ^_^"
มาดูปรากฎการณ์ วันที่ 1 ก.ค. กันดีกว่า
วันที่ 1 เป็นวันศุกร์ ทุกวันศุกร์ต้องไปประชุม ศุกร์นี้ผมมีทั้งเรื่อง Conference Paper และเรื่อง เตรียมไป Present ที่ Florida ก็เลยมีกิจกรรมที่เรียกว่า Rehearsal ซ้อม Present พี่โนะ เริ่ม Solo ก่อน เพราะผมไม่ได้เตรียม (ก็แอบนั่งเตรียมตอนเพื่อน Present เหมือนพวกนักศึกษาที่เราชอบว่าเขาบ่อย ๆ ) เขา Present ดีมาก เหมือนท่องบทมา Grammar ไม่ผิด ภาษาลื่นไหล ก็เรียกว่าเนียน แต่พอจบก็โดน dearest Prof ยิ่งไปหลายดอก ประมาณว่า กลับไปเตรียมมาใหม่ ส่วนคุณ PC present ต่อ ดำน้ำบุ๊ง ๆ เบื่อตัวเองที่พูดผิด Grammar ทุกห้าประโยค แต่ก็มั่ว ฟรีสไตล์ไปได้จนจบด้วยเวลา 22 นาที 34 วิ (พี่โนะมันจับเวลาให้) ความจริงแล้วต้องพูด แค่ 15 นาทีนะ แต่ทำไม่ได้ หุหุหุ ลิ้นพันกัน นึกว่าจะโดนด่าสาดเสียเทเสียว่าไม่ได้เตรียม ไป ๆ มา ๆ ก็โดนว่าแบบไม่น่าเกลียด ประมาณว่าอาจารย์คงรักษาน้ำใจ แต่ก็คือต้องกลับไปทำ Slides ใหม่
จบ Present จาก Group Meeting ก็ไปตีกรรเชียง Individual Meeting ต่อ My dearest Prof ช่วยเยอะมาก ๆ สำหรับ Conf paper ที่จะส่งวันอาทิตย์นี้ แทบจะเรียกว่าแก้ให้เกือบทุกประโยค คุณ PC แค่อธิบาย Concept ให้เขาเข้าใจแค่นั้น ที่เหลือเหมือนเขาจะเอาไปเขียนให้หมด ออกมาได้แต่ซาบซึ้งใจ ทำไมถึงได้ดีกับเราขนาดนี้หนอ รู้สึกว่า มันจะดีเกินไปหรือเปล่า?
กลับบ้าน (ตอนนี้ ย้ายมาสิงอยู่ บ้านพี่โรเจอร์แล้วนะครับ) ของทุกอย่างย้ายหมดแล้ว ย้ายครั้งนี้นะตอนทำเสร็จดีใจยิ่งกว่าเดิน Grand Canyon ไปกลับ 6 วันเจ็ดคืนที่เคยทำมาอีก มันเหนื่อยเสียจนไม่นึกว่าจะทำได้ทัน แต่ก็ออกมาแบบเนี้ยบมาก บ้านสะอาดไม่ได้ทิ้งข้าวของไว้สักชิ้น ส่วนบ้านพี่เจอร์ตอนนี้อ่ะเหรอ รกสุดขีด เดี๋ยวพรุ่งนี้หลังจากส่ง Paper แล้วจะทำความสะอาดให้เนี้ยบ ๆ ตอนรับพี่เจอร์กลับมาจาก NY
ผมกลับไปบ้านเก่า เจอคนดูแลความสะอาดพอดี เขาชมว่าสะอาดดี เขาไม่ต้องทำอะไรเลย ผมไม่ต้องเสียค่าปรับ ของเสียหายสักเหรียญ คุณ Landlord คนนี้ใจดีจัง แล้วผมก็ไปเปิดดูตู้จดหมาย มีจดหมายสองฉบับ
1) จดหมายจากภาค ตอบกลับมาว่า ให้ผมเป็น TA หนึ่งปีข้างหน้า ไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องความตกต่ำของเกรดเราเทอมที่ผ่านมาหรือเปล่า กลัวเขารู้ทีหลังมันโมฆะไป แต่ถ้าได้จริงก็สบายเรื่องระยะเวลาทุนจากรัฐบาลไทยไปได้
2) จดหมายจากศาล จาก CO ไอ่เรื่องบ้านเฮงซวย ที่ CO จบไปเสียที จดหมายจากศาล ส่งมาว่า คดี ปิดแล้ว ก็แหงหล่ะ ลองไม่ปิดคดี หลังจากจ่ายเงินไปแล้วสิ น่าดู !! เอาว่ะถือว่า ฟาดเคราะห์ไปสี่พันกว่าเหรียญ
ตอนเย็น คุณมาดู เพื่อนชาวอินเดียพาไปเลี้ยงอาหารอินเดีย ฉลองเขาได้ Internship
กลับมานั่งทำงาน ทำ Paper ต่อ พรุ่งนี้ ต้องส่งก่อน บ่ายสี่
หุหุหุ มันยังไม่เสร็จหรอก ไม่ได้นอนอีกคืนคงไม่เป็นไร
พรุ่งนี้ค่ำ มี Pot Luck Party ที่บ้าน dearest Prof.
ขอให้ เดือน ก.ค. และต่อไปนี้มีแต่เรื่องดี ด้วยเถอะ
เจ้าพระคู้ณ.......
จะลุ้นอยู่อีกอย่างก็คือจะได้ กลับเมืองไทย หรือไม่ ?
ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องยุ่งหลายเรื่อง คิดอะไรไม่ออกก็หาหมอดู คุณ Susan บอกว่าดาวเสาร์เข้าชะตาคนเกิดราศรีกรกฏมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2003 คิดไปคิดมาก็เห็นจะจริง ผมก็เดินทางมาอเมริกาช่วงนั้นจริง ๆ แล้วก็มีเรื่องวุ่น ๆ ชีพจรลงเท้าอยู่ตลอด คุณ Susan บอกว่า ดาวเสาร์ทำให้ชีวิตแข็งแกร่งและสอนอะไรกับตัวเองได้เยอะ อย่างไรก็ดีดาวเสาร์กำลังจะออกไปช่วงกรกฎานี้ กลับมาอีกทีก็ปี 2032 ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีชีวิตถึงหรือเปล่า ^_^"
มาดูปรากฎการณ์ วันที่ 1 ก.ค. กันดีกว่า
วันที่ 1 เป็นวันศุกร์ ทุกวันศุกร์ต้องไปประชุม ศุกร์นี้ผมมีทั้งเรื่อง Conference Paper และเรื่อง เตรียมไป Present ที่ Florida ก็เลยมีกิจกรรมที่เรียกว่า Rehearsal ซ้อม Present พี่โนะ เริ่ม Solo ก่อน เพราะผมไม่ได้เตรียม (ก็แอบนั่งเตรียมตอนเพื่อน Present เหมือนพวกนักศึกษาที่เราชอบว่าเขาบ่อย ๆ ) เขา Present ดีมาก เหมือนท่องบทมา Grammar ไม่ผิด ภาษาลื่นไหล ก็เรียกว่าเนียน แต่พอจบก็โดน dearest Prof ยิ่งไปหลายดอก ประมาณว่า กลับไปเตรียมมาใหม่ ส่วนคุณ PC present ต่อ ดำน้ำบุ๊ง ๆ เบื่อตัวเองที่พูดผิด Grammar ทุกห้าประโยค แต่ก็มั่ว ฟรีสไตล์ไปได้จนจบด้วยเวลา 22 นาที 34 วิ (พี่โนะมันจับเวลาให้) ความจริงแล้วต้องพูด แค่ 15 นาทีนะ แต่ทำไม่ได้ หุหุหุ ลิ้นพันกัน นึกว่าจะโดนด่าสาดเสียเทเสียว่าไม่ได้เตรียม ไป ๆ มา ๆ ก็โดนว่าแบบไม่น่าเกลียด ประมาณว่าอาจารย์คงรักษาน้ำใจ แต่ก็คือต้องกลับไปทำ Slides ใหม่
จบ Present จาก Group Meeting ก็ไปตีกรรเชียง Individual Meeting ต่อ My dearest Prof ช่วยเยอะมาก ๆ สำหรับ Conf paper ที่จะส่งวันอาทิตย์นี้ แทบจะเรียกว่าแก้ให้เกือบทุกประโยค คุณ PC แค่อธิบาย Concept ให้เขาเข้าใจแค่นั้น ที่เหลือเหมือนเขาจะเอาไปเขียนให้หมด ออกมาได้แต่ซาบซึ้งใจ ทำไมถึงได้ดีกับเราขนาดนี้หนอ รู้สึกว่า มันจะดีเกินไปหรือเปล่า?
กลับบ้าน (ตอนนี้ ย้ายมาสิงอยู่ บ้านพี่โรเจอร์แล้วนะครับ) ของทุกอย่างย้ายหมดแล้ว ย้ายครั้งนี้นะตอนทำเสร็จดีใจยิ่งกว่าเดิน Grand Canyon ไปกลับ 6 วันเจ็ดคืนที่เคยทำมาอีก มันเหนื่อยเสียจนไม่นึกว่าจะทำได้ทัน แต่ก็ออกมาแบบเนี้ยบมาก บ้านสะอาดไม่ได้ทิ้งข้าวของไว้สักชิ้น ส่วนบ้านพี่เจอร์ตอนนี้อ่ะเหรอ รกสุดขีด เดี๋ยวพรุ่งนี้หลังจากส่ง Paper แล้วจะทำความสะอาดให้เนี้ยบ ๆ ตอนรับพี่เจอร์กลับมาจาก NY
ผมกลับไปบ้านเก่า เจอคนดูแลความสะอาดพอดี เขาชมว่าสะอาดดี เขาไม่ต้องทำอะไรเลย ผมไม่ต้องเสียค่าปรับ ของเสียหายสักเหรียญ คุณ Landlord คนนี้ใจดีจัง แล้วผมก็ไปเปิดดูตู้จดหมาย มีจดหมายสองฉบับ
1) จดหมายจากภาค ตอบกลับมาว่า ให้ผมเป็น TA หนึ่งปีข้างหน้า ไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องความตกต่ำของเกรดเราเทอมที่ผ่านมาหรือเปล่า กลัวเขารู้ทีหลังมันโมฆะไป แต่ถ้าได้จริงก็สบายเรื่องระยะเวลาทุนจากรัฐบาลไทยไปได้
2) จดหมายจากศาล จาก CO ไอ่เรื่องบ้านเฮงซวย ที่ CO จบไปเสียที จดหมายจากศาล ส่งมาว่า คดี ปิดแล้ว ก็แหงหล่ะ ลองไม่ปิดคดี หลังจากจ่ายเงินไปแล้วสิ น่าดู !! เอาว่ะถือว่า ฟาดเคราะห์ไปสี่พันกว่าเหรียญ
ตอนเย็น คุณมาดู เพื่อนชาวอินเดียพาไปเลี้ยงอาหารอินเดีย ฉลองเขาได้ Internship
กลับมานั่งทำงาน ทำ Paper ต่อ พรุ่งนี้ ต้องส่งก่อน บ่ายสี่
หุหุหุ มันยังไม่เสร็จหรอก ไม่ได้นอนอีกคืนคงไม่เป็นไร
พรุ่งนี้ค่ำ มี Pot Luck Party ที่บ้าน dearest Prof.
ขอให้ เดือน ก.ค. และต่อไปนี้มีแต่เรื่องดี ด้วยเถอะ
เจ้าพระคู้ณ.......
จะลุ้นอยู่อีกอย่างก็คือจะได้ กลับเมืองไทย หรือไม่ ?








