Tuesday, May 31, 2005

คิดถึงนะ

Monday, May 30, 2005

ยุ่ง ๆ เหงา ๆ

ดูรูป The Gang ไปพลาง ๆ นะครับ

Sunday, May 29, 2005

วันเสาร์หลังฝนตก

วันนี้เป็นวันเสาร์ หลังจากที่หนาวเพราะฝนตกมาทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา จู่ ๆ อากาศก็ร้อน แดดออก

เลยประกาศข้อความโชว์ไว้บน MSN ว่า "ไปตีเทนนิสกันเถอะ"

ไม่ถึงห้านาที เหยื่อก็ติดเบ็ด


rinda: Where/ When ?



ฟังก์ชั่นใหม่ของ MSN7.0 มันดีอย่างนี้นี่เอง


ก็เลยได้โอกาสไปตีเทนนิสช่วงบ่ายสี่ ที่ Harbor Point ติดกับ UMB พร้อมด้วย Rinda และ GG (เขาคือ ชายชาวกรีก Greek Guy เพื่อนหล่อน)

ผมก็ยังตีได้ สไตล์เดิม คือคุมทิศลูกได้ แต่ตีไม่แรง ตีแรงก็ติดเน็ต และท่าก็ผิด ๆ อยู่ แต่อาศัย ไม้เทนนิสสุดยอดของเรา

Head Is12


ไม้อัจฉริยะอมตะนิรันดร์กาล ไม้เบา ๆ ที่แค่จับวิ่ง ๆ แกว่งไม้นิดหน่อย ก็โดนลูกแล้ว ก็เลยทำให้ตีเหมือนเก่งทั้งที่ท่าผิดอยู่เหมือนเดิม

ไว้กลับไปเมืองไทยค่อยให้ My Project Man มันสอนดีกว่า สมัยก่อนตอนเรียนไม่กล้าให้มันสอนเพราะมันดุเหลือเกิน แต่ตอนนี้มันมีภรรยาแล้วความดุคงน้อยลง


เล่นไปสักพัก ก็มี สาวจีนมาขอแจม สักพัก ก็มีคนอีนเดียมาแจม

เล่นไปเล่นมา ก็ได้เบอร์โทรศัพท์สาวจีน เธอบอกว่าไว้วันหลังมาเล่นใหม่โทรตามด้วย
แถมยังบอกว่า You are so professional , Thank you my Prof ที่แนะนำวงสวิงให้

^_^''''


เป็นงั้นไป



เล่นเสร็จ ก็ถึงเวลาจ่ายตลาด ความจริงแล้วที่ผมไปแถว UMB เพราะว่า จะไป Super88 ซื้อข้าวสารด้วย ข้าวสารที่บ้านหมด


ด้วยความ Nice ของคนไทย หนุ่มกรีก สาวจีน ก็เลยได้ไป Super88 ด้วย เพื่อซื้อกับข้าวกับมาทำกินกัน


จานหลักของวันนี้ ที่รินด้าอยากกินก็คือ ต้มจับฉ่าย เพราะเพิ่งได้สูตรวิธีทำจากคุณแม่หล่อนมา

ส่วนผมก็ซื้อกับข้าวเข้าบ้านตามปกติ

แต่แถมจะทำผัดผักให้เหมือนเดิม

ต้มจับฉ่ายทำนานนะครับ มันต้องเอาผักไปผัดก่อน แล้วต้องต้มเคี่ยวสักนิด กว่าจะได้กินก็เกินครึ่งชั่วโมง

ส่วนผมอ่ะ ผัดผัก เหมือนเดิมครับ ตามสไตล์พ่อบ้านผัดผัก

ผัก Chive กับตับ
และ ผัดผักกวางตุ้งน้ำมันหอย


สาวจีนกินแล้วชม บอกว่าอร่อย เหมือนอยู่บ้าน(เมืองจีน)เลย ไม่ได้กินอาหารอย่างนี้มาเป็นปี ๆ แล้ว

ก็ปลื้มไปอีกหนึ่งเรื่อง




ผมกลับถึงบ้านแทบเป็นลม


ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นน้ำมัน

อาบน้ำแล้วไปนอนดีกว่า.....



พรุ่งนี้ Agent และ Platform as bilogical entites ของผมค่อยหายใจนะจ๊ะ
วันนี้ขี้เกียจเขียนโปรแกรมแล้ว....


ปล. Conference GridNets Paper Due June 15th !

ถ้าพรุ่งนี้มันยังไม่หายใจ เอ็งก็ตาย.... (เสียง my dearest Prof แว่ว ๆ เข้ามาในหัว)

Friday, May 27, 2005

งานจิตอุตฯ

ผมมีเพื่อนประกอบกิจการส่วนตัว เป็นเจ้าของบริษัทครับ บริษัทใหญ่โตทีเดียวรายได้มากมาย

จู่ ๆ มันก็มามาขอคำปรึกษากับผม ว่า ทำไงดีว่ะ ลูกน้องที่เป็นผู้บริหารระดับกลางในบริษัท เหมือนจะเป็น เกย์

แถมพาผู้ชายไปเที่ยวนั่นเที่ยวที่นี่ ควงกัน จนลูกน้อง เอามาล้อ นินทา
และจะเริ่มไม่ได้รับความเคารพยำเกรง เสียแล้ว

ระบบการปกครองก็เสียไปหมด
และเริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่อย่างคิดไม่ถึง
งานไม่เดิน ลูกน้องไม่เชื่อฟัง ตามงานกันไม่ได้แล้ว

มันเลยถามผมว่าเอาไงดี ให้มันออกดีไหม


ผมอึ้งไปพักใหญ่



และแล้ว ทฤษฎีการกินก๊วยเตี๋ยว ผมก็เกิดขึ้นในหัว


ผมถามเพื่อนที่เป็นเจ้าของบริษัท ว่าเอ็งเคยกินก๊วยเตี๋ยวไหม

ถ้าเอ็งมีลูกน้อง ที่มันกินก๊วยเตี๋ยวทางจมูก แกจะทำยังไง

แกจะไล่มันออกไหม







แค่คนมันมีพฤติกรรมแตกต่างออกไป แต่มันชอบกินก๊วยเตี๋ยวทางจมูก แค่นั้นเอง

ก็ปล่อยให้จมูกมันแสบร้อนไปดิ จะไปยุ่งอะไรกับมันได้

ส่วนถ้าอยากจะปรามกึ่งรักษาน้ำใจลูกน้องคนนี้ ก็ถามสารทุกข์มันหน่อยก็ได้

ระวังนะ กินก๊วยเตี๋ยววิธีนี้บ่อยๆ จมูกจะบานและแสบเกินไป


ส่วนลูกน้องระดับล่างคนอื่น
เอ็งก็บอกให้มันรู้สิว่า คนกินก๊วยเตี๋ยวทางจมูก ก็ปล่อยเขาไปเถอะ
ไม่เห็นต้องมานั่งนินทากันเลย ก็เป็นเรื่องปกติ มันก็กินกันทุกวันอยู่แล้ว
และถึงแม้เขาจะกินก๊วยเตี๋ยววิธีแปลกออกไป เขาก็เป็นหัวหน้างานพวกเอ็งนะเฟ้ย
ไม่ทำงานเอาแต่นั่งมองคนอื่นกินก๊วยเตี๋ยว เดี๋ยวโดนไล่ออกหรอก

ถ้าหิวมากก็ไปหากินเองตามอัตภาพดิ ดูคนอื่นกินอยู่ได้ !


อันนี้หล่ะครับ งานที่ปรึกษา ชิ้นแรก หลังจากผม จบโท จิตอุตฯ


(จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร ไม่ใช่ จิตอุตริ)

Thursday, May 26, 2005

The CV

ขออวดอ้างสรรพคุณตัวเองสักวันนะครับ

วันนี้นั่งเขียน CV ให้ตัวเอง เสร็จแล้วส่ง ให้ พี่ พ อ่าน

พี่ พ อ่านใกล้จบ แล้วถามว่า ทั้งหมดนี้มันคนคนเดียวกันเหรอ


Research Interests มั่วมาก

++++

ก่อนอื่นขอบอกว่า
ผมมี ปริญญาสองใบนะครับ
B Eng Computer กับ MS Industrial and Organization Psychology


งานวิจัย
ทำ hardware interfacing (ISA Card)
เคยสอนหนังสือ เกี่ยวกับ Hardware Computer
และ Control System

แต่ไปได้รางวัลสิ่งประดิษฐ์ระดับชาติเกี่ยวกับ Laser และ Nano Tech

และไปมีผลงานตีพิมพ์ชิ้นแรก เกี่ยวกับ Network Computer


มีงานวิจัยจบ โท เรื่อง คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในองค์กรขนาดย่อม

เป็นผู้บริหารระดับกลาง เกี่ยวกับนโยบายและการวางแผนด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม

ไปเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาองค์กร ด้านการวางแผนทรัพยากรบุคคล และ การตลาด

กลับมาสอน คอมพิวเตอร์เบื้องต้นและสารสนเทศเชิงวิศวกรรมเป็นงานอดิเรก
พร้อมกับเป็นตัวแทนขายประกัน AIA


หนีไปเรียนต่อ ด้าน Engineering Technology Management เกี่ยวกับ Operation Research


แล้ว เปลี่ยนมา เป็น Computer Science
งานวิจัยเกี่ยวกับ Biologically Inspired Network Architecture


ผลงานได้รับผ่าน International Conference ชิ้นแรกชื่อ
" A Biologically-Inspired Symbiotic Architecture for Adaptive Networking"

+++++


^_^ ""



เออ นั่นดิ
แกเป็นใคร

และ แกกำลังจะเป็นอะไร.....

Miracle

ช่วงนี้ งง งง กับชีวิตตัวเองอยู่นะ

ไม่รู้ ว่าควร จะร้องไห้ หรือ หัวเราะดี

ปัญหาเกิดขึ้นตามที่คาดคิดไว้ ที่จริงออกจะหนักเกินกว่าที่คาดการณ์นิดหน่อย
กำลังจะปิดเกมส์ ด้วยคำว่า Game Over


แต่มันก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ที่ไม่สามารถ เปิดเผย บน Blog ได้

ไม่สามารถบอกได้ว่า นี่คือเรื่องดี หรือ มันกำลังจะดึงเราให้ไปเจอกันปัญหาหนักหนากว่าเดิม


อีกอย่าง ก็อาจเป็นเพราะว่า ผมยังไม่เข้าใจ กับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงก็ได้



โดนนำก่อน 3-0 ครึ่งแรก ยังตีเสมอได้ในครึ่งหลัง และยิงลูกโทษชนะได้

ทำนองเดียวกัน เหตุการณ์ทุกอย่างก็พลิกผันได้ตลอดเวลา

แต่ที่ แน่ ๆ ตอนนี้ ขอกลับเมืองไทย ก่อนแล้วกัน

ถึง ดอนเมือง 23.00 20 July เป็นตั๋วไปกลับ ขากลับออกเดินทางวันที่ 25 Aug

12p

เมื่อวานซืน รับอาสาเป็นพลเมืองดีที่มีรถยนต์ส่วนตัว ไปส่งคนอื่นไปสนานบิน เพื่อกลับประเทศ(ไต้หวัน)

ก่อนจะออกเดินทาง มิวาย ต้องมีกิจกรรมกลุ่มเพื่ออำลา

โชโนะ ร่ำร้องจะดู Start War E3 ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังสอบไม่เสร็จเลยขอเลื่อนมาเป็นวันจันทร์
หลังจาก สาว ๆ กลับจาก แคนาดา (วันอาทิตย์) ส่วนสาวไต้หวันมีโปรแกรมกลับประเทศวันจันทร์ด้วยสายการบิน NWA เครื่องออกจากสนามบิน Logan Airport (สนามบินที่บอสตั้น) เวลาเที่ยงคืน หล่อนบอก

กลัวหล่อน จะยุ่งไม่พอ และไม่ประทับใจก่อนจะกลับประเทศ

ทุกคนเลยนัดหมาย ดู Star War กันก่อน แล้วค่อยไปส่งหล่อนขึ้นเครื่อง

พี่โรเจอร์ โชโนะ รินด้า สาวไต้หวัน และผม ก็เลยได้โอกาสไปดูหนังร่วมกัน รอบ 17.45

เรื่องหนัง Star WarE3 และเหตุการณ์ในโรงหนัง ถ้ามีเวลาว่างจะมาเขียน เล่า ๆ อะไรให้ฟัง

หนังเลิกสองทุ่มกว่า อืมเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ ไปกินข้าวกันต่ออีก พี่โรเจอร์เปิดไวน์ฉลองด้วย
เสียดาย ภาสกร ดื่มไม่ได้เพราะต้องขับรถ ได้แต่เอามาดมๆ

กินเสร็จ ทุกคนขอติดตาม ไปส่งสนามบินกันหมด ก็กลับมาเอารถที่บ้าน และขับไปส่งสนามบิน

ถึงสนามบินประมาณ สี่ทุ่ม


ไม่ค่อยมีคน.....

ไม่มีพนักงาน .......

ไม่มีใครเลยที่สนามบิน .......

งง กันเล็กน้อย

ก่อนจะเอา E-boarding pass ของหล่อนมาเช็ก

เครื่องออก 12p









หมายความว่า เครื่องมันออกไปแล้ว ตั้งแต่ เที่ยงวัน ครับทั่น






เฮ้ย......!!!!

ปล สนามบิน Logan ขาออก ปิดตั้งแต่ สี่ทุ่มนะครับ ทั่นผู้อ่าน

Wednesday, May 18, 2005

Game Over

ปาฏิหารย์ไม่มีจริง


เซ็งบ่ะ

ขอกินเหล้าสักวัน





กลับถึงกรุงเทพฯ 19 กค


แล้วเจอกัน...

Tuesday, May 17, 2005

Final Exam

สอบอยู่เสร็จวันพุธนะครับ


อาการไม่ค่อยดี แต่ช่างมันเถอะ





<<< มีคำถาม ถามว่า >>>

ใน CPE3 (หรือ CPE ทั้งหมดก็ได้ที่รู้จัก)

ใครได้เกรดน้อยที่สุด โดยที่ไม่มี F สักตัว

ผมว่าคนที่ทำได้มันเก่งนะ รักษาระดับแต่ไม่ให้พลาด


ตอนแรก นึกถึง Eddy (พี่ควาย) เห็นมันไม่ค่อยเอาจริงเอาจัง แต่สอบทีไรก็เห็นไปได้ทุกที

รักษาระดับ เกรดไม่สูง แต่ก็ไปได้เรื่อย ๆ ตาม Concept

นึกชื่นชมอยู่นาน

เลย MSN ไปถามให้แน่ ใจ

กูเอง:: มึงเคยติด F ไหมว่ะ
.
.
.
.



Eddy:: เคยดิ
Eddy:: circuit 2 ไง

อ้าว.... เออ จริงด้วย ^_^''
เกือบเปอร์เพราะ เรียน Auto ไม่ได้เลยนี่นะ


ส่วนไอ่เต้ นี่ติดไรหว่า
จำได้ว่าเกี่ยวกับพวกทาง IE เชิงวิศวกรรมอ่ะ
เหมือนเมื่อก่อนจะชอบล้อเต้บ่อย ๆ ว่าใช้เครื่องมือช่างไม่เป็น



มิน่า .... ป่านนี้เลยหาแฟนไม่ได้สักที...

...เพราะใช้เครื่องมือไม่เป็น หรือใช้ผิดประเภทนี่เอง........


( 9_6 )( 9_6 )( 9_6 )( 9_6 )



ทิ้งท้าย
คำคมน้องช้าง

พี่เอง:: ช้างทำไมต้องไปล้างจานทำงานพิเศษด้วยครับ
ช้าง:: ความจริงก็ได้เงินนิดเดียวอ่ะครับ แต่ผมอยากเปลี่ยนตัวเอง
พี่เอง:: เปลี่ยนยังไงครับ ?
.
.
.
.


ช้าง:: อยากเลิกเป็น "เด็กที่ถูกสร้างมาเพื่อเรียน" อ่ะครับ


สุดยอดบ่ะเฮ้ย

Saturday, May 14, 2005

Battery Recharging

คืนวันศุกร์หลังจากกินอาหารไทย และไปคุยสัพเพเหระกันที่ Davis SQ แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ความรู้สึกดีขึ้นนะ โรค Depressed ของเราเริ่มหายไปแล้ว แห้งสบายไร้กังวลมากขึ้นทุกที ทั้ง ๆ ที่ วันจันทร์นี้ก็มีสอบ Compiler ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์จะตกอยู่รอมร่อ เอาน่า

(ชีวิตต้องสู้ หลับแล้วตื่นมาก็หายเหนื่อย ไอ่เต้บอก..... ว่าได้ยินจากไอ่ควายอีกที เราก็พยายามแล้วอ่ะ นายก็รู้นี่)


เริ่มเข้านอนตั้งแต่ เที่ยงคืนครึ่ง หวังจะตื่นเช้าแล้วมาทำงาน ตีสองก็แล้ว ตีสามก็แล้ว ทำไม มันไม่ง่วงว่ะ

เออ.... หลับไปเกือบตีสี่ ตื่นประมาณ แปดโมง

เก้าโมง แบกแบตเตอรี่รถยนต์ (ที่มันสตาร์ตไม่ติดมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว) ไปให้เขาชาร์จ เดินแบกออกไปที่ร้านที่ห่างจากบ้านไปประมาณครึ่งไมล์

เพิ่งรู้นะว่า แบตเตอรี่รถยนต์นี่มันหนัก กว่าจะถึงได้ก็แทบแย่ ทิ้งแบตไว้ให้เขาชาร์จ ช่างบอกใช้เวลา ชั่วโมงครึ่ง
ค่าใช้จ่าย 10 เหรียญ

เดินตัวปลิวกลับบ้าน


สักพัก ก็ถึงเวลานัด Lunch Time

วันนี้จะมีสาวไต้หวันมาทำกับข้าวที่บ้านครับ ด้วยเหตุที่ว่า:

landlady บ้านหล่อนไม่ชอบให้หล่อนทำอาหาร
อาหารสดครั้งสุดท้ายที่ซื้อกันอยู่ในตู้เย็นบ้านผม
กินข้างนอกมาหลายมื้อแล้วมันแพง
เราทั้งคู่อยากกำจัดอาหารในตู้เย็นให้หมด ๆ
และหล่อนต้องมา แถว Davis sq พอดี

(ข้ออ้าง (แก้ตัว) สารพัด หล่ะ นายภาสกร อ่ะ)

อืม ก็ดี มาทำอาหารกันประหยัดดี

มาถึง หล่อน ก็ cook ๆๆๆ

เออ.. ทำกับข้าวคล่องดีแฮะ แต่รสจืด ๆ ตาม style ไต้หวัน




กินเสร็จก็ได้เวลากลับไปเอาแบตพอดี

ช่างบอกว่า แบตมันเสื่อม ชาร์จแล้วควันขึ้นเลย เปลี่ยนใหม่ดีกว่า เอาก็เอา ซื้อใหม่ก็ได้ ไหน ๆ ก็แบก แบตไปเหนื่อยแทบแย่แล้ว

ไม่รู้จะไปเสียเวลาไปหาช่างอื่น หรือต้องแบกแบตเสียกลับบ้านทำไมอีก


ก็เลยได้แบตลูกใหม่กลับบ้าน หนักกว่าเดิมอีก แถมไม่มีหูหิ้ว

เดินอุ้มแบตกลับมา เหงื่อแตก พลัก ๆ


กลับมาต่อ แบตต์ เองตามประสา วิศวะคอมพิวเตอร์


ไม่มีปัญหาครับ........ หนู ทำได้

เสียงรถสตาร์ต ฟังแล้วชื่นใจ


ขับรถไปล้าง และ วนโชว์สาวสัก สองรอบ

ก็กลับมาบ้าน


มานอน หลับปุ๋ย..........



ภาสกร มีไฟ แล้ว



"ถ้ามันชาร์จไม่ได้ ก็เปลี่ยนสิ" ช่างบอก

ศุกร์ สิบสาม กับ ร้านอาหารไทย

วันศุกร์:
ไปกินข้าวร้านไทย กับ The Gang: โรเจอร์ รินด้า เจด และ โชโนะ โชโนะ จะมา Porter SQ อยู่แล้ว เพื่อซื้อข้าวสารอาหารแห้ง ก็เลยต้องนัดกันที่ Porter SQ ไปไหนนอกจากนั้นไม่ได้ ทีแรกว่าจะกิน อาหารญี่ปุ่น แต่สองในห้าเพิ่งกินมาเมื่อวาน ก็เลยไปกินร้านไทย ด้วยแรงยุของ

โชโนะ: I จะกินอาหารไทย I อยากกินต้มยำกุ้ง

ก็ได้ ไปกินอาหารไทยก็ได้

ต้องยอมผิดจรรยาบรรณ ของภาสกร ไปนิดนึงตรงที่

"ร้านไทยมีไว้สำหรับไปของานไม่ใช่ที่กินข้าว" ไปเสียแล้ว

Sugar and Spice เป็นร้านหนึ่งที่ภาสกรเดินตามท้องถนนไปขอสมัครงาน งานอะไรก็ได้ พร้อม กับประสบการณ์การทำงาน ว่าเคยเป็นคนล้างจานในโรงอาหารมาก่อน (ตอนอยู่ CO)ส่วนประสบการณ์การทำงานอื่น ๆ เมืองไทยอ่ะเหรอ พับเก็บไว้เลย นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ได้งานแล้ว ยังจะทำให้วางตัวลำบากเข้าไปใหญ่ แล้วร้านนี้ก็เป็นร้านเดียวที่ให้ภาสกรไปทำงาน เป็นคนเก็บจานอยู่กว่าสามเดือน ได้เงินสดมาซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านอยู่หลายชิ้น ช่วงหลังต้องเรียนทุกวันเลยต้องหยุดไป

แต่วันนี้เราไปในฐานะลูกค้า ที่เคยเป็นคนรู้จัก ทุกคนดูเป็นกันเองเหมือนเดิม ทักทายยิ้มแย้ม รู้สึกเหมือนมาเจอเพื่อน ReUnion กันอีกครั้ง ก็ดีครับ ทำงานร้านไทย ได้ความรู้สึกอย่างนี้เอง

ช่วงกินข้าวเพื่อน ๆ จับเรานั่งชิดติดหน้าต่าง(เพราะแดดมันร้อน) ตัวดำอย่างเธอไม่เป็นไรหรอก ทำให้ลุกไปไหนมาไหนไม่สะดวก ก็เลยไม่ได้ออกไปช่วยเก็บจาน แต่ก็ยังดี ทำให้คลายอึดอัดไปบ้าง มีข้ออ้างไม่ต้องลุก

กินกับข้าวหลายอย่างเหมือนกัน

โชโนะ กินไม่หยุด กินแล้วกินอีก อร่อย เหลือเกิน มันบอก

กินข้าวคนเดียวไปโถกว่า

อืม ดีแล้วที่ชอบ

ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง

ราคาทั้งหมด $76 ผมใจป้ำ ใส่ไป $90 เอาน่าไม่ถูกไม่แพง

คนไทยต้องช่วยเหลือกัน
มีบุญคุณต้องชดใช้ มีหนี้ต้องชำระ

Thursday, May 12, 2005

Alumni Party

วันพฤหัสที่ 12

เป็นตัวแทนนักศึกษา ป โท Present Poster งาน Research ให้ศิษย์เก่า

ที่ Umass นี่ดีนะ Print ทุกอย่างฟรีหมด ไม่คิดเงินเลย แถม Poster ที่พิมพ์ออกมาใหญ่เท่าฝาบ้าน เป็นภาพสีด้วย ก็ฟรี Print ไปก็ภาวนาไป อย่าให้มีคำผิดเลยนะ เพราะ Print ใหม่ก็ไม่ได้ แถมทำมารีบ ๆ อีก ตรวจเช็กก็ลำบาก เพราะมันใหญ่มาก ๆ ก็ Print ออกมาสวย Print แล้วเราก็อ่านข้อความเนื้อหาซ้ำไปซ้ำมา


อืม ... ไม่ผิด ดีใจจัง (^-^)


หลังจากเอาไปติดโชว์ได้สักพัก ขณะที่คุยกับ My dearest Prof.
มีสาวอินเดียเดินมาถาม

สาวอินเดีย:: อืม นี่ Poster ของ You เหรอ
Paskorn:: ใช่ มีอะไรให้อธิบายไหมครับ ?
สาวอินเดีย:: ไม่มี แต่ว่า You ทำกับ Prof คนไหนอ่ะ ?
My dearest Prof:: (รีบตอบ) อ้าวก็ทำกับ I ไง ไม่เห็นชื่อเหรอ

สาวอินเดีย: อืม แต่นั่นไม่ใช่ชื่อ You นี่นา มันเป็น ซูซุลิ ไม่ใช่ ซูซุกิ สักหน่อย


เฮ้ย ( -_- "'' ).....


my dearest Prof: Paskorn, you've got fired.
แถมเอามือมาบีบคอเราเหมือนในหนังการ์ตูนญี่ปุ่นอีกต่างหาก

Paskorn: ทำตัวเล็ก ก้มหน้า สำนึกผิด

Tuesday, May 10, 2005

How Can I Feel You

To me there's no more to keep running
I tried to get there you can see
Walls are too high and doors I can't find
Why do these happen to me
All of my hearts have been broken
All of my days have been filed
All of my life I'm feelin' so blind
To see all those days back alive

How Can I feel you, Where can I turn
One beg before I hit the ground
Give your love back to me now

The way of your smile like you're hidin'
Something down deep in your heart
More than your words and it's more than my way
Do all these break us apart
For me there's no way to hoping
Of having someone just like you
Isn't it true that I'm losing you
This love of mine why so untrue

Monday, May 02, 2005

ประกาศ สาปสูญ

มิตรรัก My Blog


ข้าพเจ้าจะหายสาปสูญ ไปอย่างน้อย เก้า วันนะครับ

ไม่ใช่ ว่า หนีหนี้รางวัลคุณหนุงหนิงตามกระทู้ด้านล่าง

ไม่ใช่ ว่า จะเดินทางท่องเที่ยวไปไหนไกล

ไม่ใช่ ว่า ไปหลงติดสาว ที่ไหน

อยู่แถวนี่แหล่ะ


แต่คราวนี้ โคตร Final Count Down จริง ๆ ของชีวิต แหล่ะ


เก้าวันเพื่อ ปาฏิหารย์

---> ได้ก็อยู่ต่อ ไม่ได้ก็กลับ <---

แค่นั้นจริง ๆ ครับ


เราจะมาดูกัน ว่า Miracle มีจริงสำหรับผมหรือไม่





ก็ไม่ต้อง เสียเวลาตามดู Blog จะ Up หรือไม่นะครับ อย่างน้อยก็หลัง 5/9/05 นั่นแหล่ะ


ฝากเพลงไว้ฟังเล่น ยามคิดถึงกัน ครับ


" อย่าแอบร้องไห้เมื่อไกลกัน "











ปล. for พี่ พ
มีอะไรที่ผมช่วยเหลือได้รีบบอกนะครับ ยังเช็กเมลล์อยู่
พี่ ควรจะให้ เรื่องถึงภาคผม ก่อน 15 นี้นะครับ หลังจากนั้น ปิดเทอมแล้วไม่มีใครอยู่พิจารณาแล้วนะครับ

ถ้าไม่มีใครตอบ (response) เฮีย ผมจะไปตามเอกสาร ให้เอง ..... (ถ้าทำได้)