วันพุธ
วันนี้เอาจักรยานมาให้เพื่อนแล้วครับ
ตอนนี้มันจอดอยู่ที่ห้อง lab รอเพื่อนมาเอาไป เห็นว่าจะเอาไปวันศุกร์นี้
วันนี้ยุ่งนิด ๆ เรื่องเอกสาร ของ พี่ พ
เดินเข้าเดินออก Grad Admin อยู่สองสามรอบ
หวังว่าคงจะทัน
พรุ่งนี้ ผมจะไปฟังผล Visa นะครับ
แล้วก็จะรวดขอ DS2019 ให้พี่ พ ด้วยเลย
โอ่มเพี้ยง สาธุ สาธุ.....
น้ำจิ้มอาหารสมอง:
อ่าน American Visa 1 ที่นี่
เรื่อง Visa นะครับ เหมือนว่าตอนนี้มีคนที่ผมรู้จักหลายคนกำลังจะมาอเมริกา
สำหรับการเข้าประเทศเพื่อมาศึกษาต่อแบบเป็นนักเรียน นั้นจะเรียกว่าเป็น Type F1 นะครับ
ส่วนถ้าเป็นนักเรียนทุน หรือพวกข้าราชการมาดูงาน นั้นจะเป็น J1 นะครับ F1 ใช้เอกสารประกอบชื่อว่า I-20 เราเรียกมันว่าเป็น Document Visaคือต้องมี I-20 ก่อนจึงจะขอ Visa ได้ แล้วเจ้า I-20 นี้ก็จะออกให้โดยสถานศึกษา แล้วก็มีกำหนดเวลาด้วย ซึ่งก็หมายถึงเวลาในการจบหลักสูตรที่มาเรียนนั่นเอง อย่างเช่นผมนั้นได้ใน Visa ในหน้า Passport จะเขียนว่า visa ผม Expire ในปี 2007 แต่ว่าใน I-20 นั้นถ้าเป็นฉบับแรก มันหมดไป ตั้งแต่สามเดือนหลังจากเข้าประเทศอเมริกา (ประมาณ เมย. 2003) เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำเรื่องขอต่อ I-20 กันมาเรื่อย ๆ ยิ่งสำหรับผมแล้วมีการเปลี่ยนสถานศึกษาหลายครั้ง ก็เลยมี I-2o หลายใบนะครับ หน้าที่เราก็คืออย่าให้ I-20 ขาดนะครับ ขาดเมื่อไหร่ ก็กลายเป็นคนผิดกฏหมายในสหรัฐทันที
สำหรับ J-1 นั้นใช้ Visa Document ชื่อ DS2019 นะครับ อันนี้เป็นแบบที่ พี่ พ และ ผมกำลังทำอยู่ ก็มีข้อกำหนดเหมือน ๆ กัน คือมีวันหมดอายุที่ไม่ตรงกับในหน้า Passport และเราจะต้องต่ออายุ DS2019 กันไป
ข้อแตกต่างระหว่าง F1 กับ J1 นั้นมีรายละเอียดเยอะพอสมควร อย่างเช่น J ต้องกลับประเทศหลังจากเรียนจบ แต่ F ขอฝึกงานต่อได้หนึ่งปี หรือภรรยาJ สามารถขอเป็น J2 แล้วเข้ามาทำงานได้ ส่วน F2 หรือภรรยา F1 นั้นจะต้องไปขอ work permit ก่อนซึ่งยากเย็นมาก ฯลฯ
เรื่องของผม
ผมถือ F1 มาสองปีครับ เพราะผมได้ทุนจากรัฐบาลไทยทีหลังจากเข้าประเทศอเมริกา คราวนี้พอย้ายมา Boston นี่เขาเห็นว่า รัฐบาลไทยต้องการให้เปลี่ยนเป็น J1 เขาก็บ้าจี้ให้ผมเปลี่ยน แบบว่าไม่ยอมให้ถือ F1 ต่อ
ก็เป็นเรื่องสิครับ
ก็ต้องทำหนังสือไปหา Home land Security Department (ขออภัยถ้าชื่อผิด ขี้เกียจเช็ก แม่ง...เปลี่ยนชื่อบ่อย ) ของสหรัฐ เพื่อจะขอเปลี่ยนจาก F เป็น J เราก็ส่งเอกสาร เขียนจดหมายไปให้หมดแล้วตั้งแต่ผมเริ่มจะเข้าเรียนที่ Umass ก็กลายเป็นว่า F1 ผมถูกถอนชื่อออกจากระบบจากโรงเรียนเดิมที่ CO แล้วก็ยังเข้าเป็น F หรือ J ใหม่ที่ Umass ไม่ได้ เลยอยู่ในสถานะที่เรียกว่า Pending คือรอคำตอบ
ผมรอคำตอบไป สี่เดือน
โทรไปถามก็ไม่ได้เรื่อง เพราะมันเป็นแค่เครื่องตอบรับ โทรไปก็กดรหัสเอกสาร แล้วมันก็บอกแค่ว่า ให้รอ ไม่ต้องทำอะไรอื่น
สี่เดือนผ่านไป มันตอบกลับมาว่า ไม่ผ่าน
แม่ง....
มันบอกว่าขอดูสัญญากับรัฐบาลไทย ทำไมต้องเปลี่ยน แล้วทำไมไม่ถือ J เข้าประเทศมันมาตั้งแต่แรก etc
ทั้ง ๆที่เอกสารทั้งหมด มันก็มีพร้อมอยู่แล้ว มีหนังสือ Financial Support จากเมืองไทยที่เขียนชัดเจนว่าต้องการให้ผม ถือ J
แต่มันคงไม่อ่าน
แล้วมันก็บอกว่า ถ้าอยากอุทรณ์ ก็ไปหาทนาย หรือ คนที่มีอำนาจตัวแทน ติดต่อแทน
ผมเข้าไปหา Inter office ที่ Umass โทรไปที่ สนร (ก็เหมือนเคย ไม่มีอำนาจทำอะไรได้)
คนทำงานที่ Inter office ของโรงเรียนบอกว่า กลับประเทศไปเลย เขาตอบปฏิเสธแล้ว ถ้าจะไปแก้เรื่องก็ไปแก้ที่ประเทศคุณแล้วกัน
อะไรฟ่ะ ตอนนั้นเปิดเรียนอยู่นะนั่น จะกลับได้ไง
โชคดีที่คนงานคนนี้ มันปัดความรับผิดชอบ ไปให้อีกคนนึง
อีกคนเขาช่วยครับ
เขาบอกว่า เขาจะเป็นคนอุทรณ์ให้เอง แล้วเขาก็ร่างหนังสือให้
แล้วเราก็ส่งเอกสารไปอุทรณ์ เมื่อสี่ห้าเดือนที่แล้ว
แล้วก็เพราะ ไอ่สถานะ pending นี่แหล่ะ ที่ทำให้ผม ออกนอกประเทศ อเมริกา ไม่ได้
เพระผมไม่ DS2019 ที่ Valid แล้วก็ใน passport ก็เขียนเป็น F อีก I-20 ก็ไม่มี (ของเก่าขาดอายุ)
เลยอดกลับเมืองไทยทั้งที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไปแล้ว อดไป Conference ที่อังกฤษ และ ญี่ปุ่น
ขอ แม่ง.... อีกสักที
พรุ่งนี้แล้วหล่ะ ที่จะรู้ ว่า ผลเป็นอย่างไร
ตอนนี้มันจอดอยู่ที่ห้อง lab รอเพื่อนมาเอาไป เห็นว่าจะเอาไปวันศุกร์นี้
วันนี้ยุ่งนิด ๆ เรื่องเอกสาร ของ พี่ พ
เดินเข้าเดินออก Grad Admin อยู่สองสามรอบ
หวังว่าคงจะทัน
พรุ่งนี้ ผมจะไปฟังผล Visa นะครับ
แล้วก็จะรวดขอ DS2019 ให้พี่ พ ด้วยเลย
โอ่มเพี้ยง สาธุ สาธุ.....
น้ำจิ้มอาหารสมอง:
อ่าน American Visa 1 ที่นี่
เรื่อง Visa นะครับ เหมือนว่าตอนนี้มีคนที่ผมรู้จักหลายคนกำลังจะมาอเมริกา
สำหรับการเข้าประเทศเพื่อมาศึกษาต่อแบบเป็นนักเรียน นั้นจะเรียกว่าเป็น Type F1 นะครับ
ส่วนถ้าเป็นนักเรียนทุน หรือพวกข้าราชการมาดูงาน นั้นจะเป็น J1 นะครับ F1 ใช้เอกสารประกอบชื่อว่า I-20 เราเรียกมันว่าเป็น Document Visaคือต้องมี I-20 ก่อนจึงจะขอ Visa ได้ แล้วเจ้า I-20 นี้ก็จะออกให้โดยสถานศึกษา แล้วก็มีกำหนดเวลาด้วย ซึ่งก็หมายถึงเวลาในการจบหลักสูตรที่มาเรียนนั่นเอง อย่างเช่นผมนั้นได้ใน Visa ในหน้า Passport จะเขียนว่า visa ผม Expire ในปี 2007 แต่ว่าใน I-20 นั้นถ้าเป็นฉบับแรก มันหมดไป ตั้งแต่สามเดือนหลังจากเข้าประเทศอเมริกา (ประมาณ เมย. 2003) เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำเรื่องขอต่อ I-20 กันมาเรื่อย ๆ ยิ่งสำหรับผมแล้วมีการเปลี่ยนสถานศึกษาหลายครั้ง ก็เลยมี I-2o หลายใบนะครับ หน้าที่เราก็คืออย่าให้ I-20 ขาดนะครับ ขาดเมื่อไหร่ ก็กลายเป็นคนผิดกฏหมายในสหรัฐทันที
สำหรับ J-1 นั้นใช้ Visa Document ชื่อ DS2019 นะครับ อันนี้เป็นแบบที่ พี่ พ และ ผมกำลังทำอยู่ ก็มีข้อกำหนดเหมือน ๆ กัน คือมีวันหมดอายุที่ไม่ตรงกับในหน้า Passport และเราจะต้องต่ออายุ DS2019 กันไป
ข้อแตกต่างระหว่าง F1 กับ J1 นั้นมีรายละเอียดเยอะพอสมควร อย่างเช่น J ต้องกลับประเทศหลังจากเรียนจบ แต่ F ขอฝึกงานต่อได้หนึ่งปี หรือภรรยาJ สามารถขอเป็น J2 แล้วเข้ามาทำงานได้ ส่วน F2 หรือภรรยา F1 นั้นจะต้องไปขอ work permit ก่อนซึ่งยากเย็นมาก ฯลฯ
เรื่องของผม
ผมถือ F1 มาสองปีครับ เพราะผมได้ทุนจากรัฐบาลไทยทีหลังจากเข้าประเทศอเมริกา คราวนี้พอย้ายมา Boston นี่เขาเห็นว่า รัฐบาลไทยต้องการให้เปลี่ยนเป็น J1 เขาก็บ้าจี้ให้ผมเปลี่ยน แบบว่าไม่ยอมให้ถือ F1 ต่อ
ก็เป็นเรื่องสิครับ
ก็ต้องทำหนังสือไปหา Home land Security Department (ขออภัยถ้าชื่อผิด ขี้เกียจเช็ก แม่ง...เปลี่ยนชื่อบ่อย ) ของสหรัฐ เพื่อจะขอเปลี่ยนจาก F เป็น J เราก็ส่งเอกสาร เขียนจดหมายไปให้หมดแล้วตั้งแต่ผมเริ่มจะเข้าเรียนที่ Umass ก็กลายเป็นว่า F1 ผมถูกถอนชื่อออกจากระบบจากโรงเรียนเดิมที่ CO แล้วก็ยังเข้าเป็น F หรือ J ใหม่ที่ Umass ไม่ได้ เลยอยู่ในสถานะที่เรียกว่า Pending คือรอคำตอบ
ผมรอคำตอบไป สี่เดือน
โทรไปถามก็ไม่ได้เรื่อง เพราะมันเป็นแค่เครื่องตอบรับ โทรไปก็กดรหัสเอกสาร แล้วมันก็บอกแค่ว่า ให้รอ ไม่ต้องทำอะไรอื่น
สี่เดือนผ่านไป มันตอบกลับมาว่า ไม่ผ่าน
แม่ง....
มันบอกว่าขอดูสัญญากับรัฐบาลไทย ทำไมต้องเปลี่ยน แล้วทำไมไม่ถือ J เข้าประเทศมันมาตั้งแต่แรก etc
ทั้ง ๆที่เอกสารทั้งหมด มันก็มีพร้อมอยู่แล้ว มีหนังสือ Financial Support จากเมืองไทยที่เขียนชัดเจนว่าต้องการให้ผม ถือ J
แต่มันคงไม่อ่าน
แล้วมันก็บอกว่า ถ้าอยากอุทรณ์ ก็ไปหาทนาย หรือ คนที่มีอำนาจตัวแทน ติดต่อแทน
ผมเข้าไปหา Inter office ที่ Umass โทรไปที่ สนร (ก็เหมือนเคย ไม่มีอำนาจทำอะไรได้)
คนทำงานที่ Inter office ของโรงเรียนบอกว่า กลับประเทศไปเลย เขาตอบปฏิเสธแล้ว ถ้าจะไปแก้เรื่องก็ไปแก้ที่ประเทศคุณแล้วกัน
อะไรฟ่ะ ตอนนั้นเปิดเรียนอยู่นะนั่น จะกลับได้ไง
โชคดีที่คนงานคนนี้ มันปัดความรับผิดชอบ ไปให้อีกคนนึง
อีกคนเขาช่วยครับ
เขาบอกว่า เขาจะเป็นคนอุทรณ์ให้เอง แล้วเขาก็ร่างหนังสือให้
แล้วเราก็ส่งเอกสารไปอุทรณ์ เมื่อสี่ห้าเดือนที่แล้ว
แล้วก็เพราะ ไอ่สถานะ pending นี่แหล่ะ ที่ทำให้ผม ออกนอกประเทศ อเมริกา ไม่ได้
เพระผมไม่ DS2019 ที่ Valid แล้วก็ใน passport ก็เขียนเป็น F อีก I-20 ก็ไม่มี (ของเก่าขาดอายุ)
เลยอดกลับเมืองไทยทั้งที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไปแล้ว อดไป Conference ที่อังกฤษ และ ญี่ปุ่น
ขอ แม่ง.... อีกสักที
พรุ่งนี้แล้วหล่ะ ที่จะรู้ ว่า ผลเป็นอย่างไร

1 Comments:
พี่ภาสไม่เคยได้อะไรมาง่าย ๆ เลยเนอะ
แต่งวดนี้น่าจะลำบากมาพอแล้ว ต้องผ่านสิ วีซ่าต้องผ่านสิ
Post a Comment
<< Home