สัมภาษณ์งานออนไลน์
เมื่อวานซืนระหว่างที่นั่งทำงานเพลิน ก็มีโอกาสได้คุยกับ MSN กับเพื่อนเจ้าของบริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่ง คุยกันถึงเรื่องเศรษฐกิจและสถานการณ์ธุรกิจ Software ของบริษัทขนาดย่อมในประเทศไทย สถานการณ์น่าเป็นห่วงครับ สรุปว่า สายป่านไม่ยาว อย่าไปเล่นเชียว จะหมดเนื้อหมดตัวได้ง่าย ๆ สู้เปิดร้านขายตุ๊กตาอยู่เพชรบูรณ์ไม่ได้ขายดีเหมือนแจก
เพื่อความสบายใจของผู้อ่าน และเชื่อทั่นผู้นำ ก็ไปอ่านงานเขียนนี้นะครับ ล้ำลึก
คุยไปคุยกันมา จู่ ๆ เพื่อนก็ท้าวความถึงสามเดือนก่อน ที่ตอนนั้นเขากำลังรับพนักงานใหม่เข้าบริษัท จังหวะที่พนักงานใหม่จะมารับการสัมภาษณ์ผมออนไลน์อยู่ที่บอสตั้นพอดี
คงจะเคยดูหนังเรื่อง Contact นะครับ ช่วงที่นางเอกของเรื่องไปเสนองานบริษัทเพื่อขอทุนวิจัย คนตัดสินใจจริง ๆ อยู่หลังกล้องครับ
สัมภาษณ์คราวนี้ก็เป็นอย่างนั้น ผมนั่งฟังเสียงถ่ายทอดทาง MSN ดูหน้าเพื่อนผ่าน Web Cam และคอยป้อนคำถามให้เป็นระยะ
คนถูกสัมภาษณ์ไม่รู้หรอกครับ ว่ามีผมฟังอยู่ด้วย
ผมปล่อยให้เพื่อนถามคำถามทางเทคนิคด้าน Software เป็นระยะ แล้วมานั่งคิดปัญหาเชิงจิตวิทยาพิมพ์ป้อนให้แทน
"คุณชอบงานท้าทาย หรือว่างานมั่นคง" <ผมพิมพ์ไปให้ทาง MSN>
เพื่อนเห็นยิ้มแล้วอ่านตามอย่างมั่นใจ
[คำถามข้อนี้ เหมาะสำหรับถามเพื่อรับพนักงานเข้าในบริษัทเล็ก ๆ ครับถ้าชอบงานมั่นคงก็ไปบริษัทใหญ่ ๆ เถอะครับ บริษัทเล็ก ๆ อย่างเรามันท้าทาย ต้องคิด สร้างสรรค์ Idea ใหม่ๆ อยู่เสมอ ดีไม่ดีร่วมหัวจมท้ายกันไปมาก ๆ เดือนบางเดือนอาจจะต้องอดเงินเดือนร่วมกันด้วย]
คนถูกสัมภาษณ์ ตอบอย่างไร ผมจำไม่ได้ แต่ผมก็ป้อนคำถามข้อใหม่ให้เพื่อนต่อ
"ระหว่างนั่งคิดวางแผน กับลงมือทำเลยชอบแบบไหน" <ผมพิมพ์ไปให้ทาง MSN>
เพื่อนเห็นยิ้มแล้วอ่านตามคำต่อคำ อีกครั้ง ผมเริ่มสนุก
[คำถามข้อนี้ แล้วแต่ตำแหน่งที่จะรับเข้ามาทำงานครับ ถ้าชอบลงมือทำแบบไม่วางแผนเลยก็ไม่ดี แต่วางแผนสักนิดแล้วก็ชอบตอนปฏิบัติมากกว่าอันนี้ก็ไปเป็นพวกปฏิบัติการ แต่ถ้าชอบวางแผนมาก ๆ ก็ไปเป็นผู้บริหารดีกว่า]
ผมป้อนคำถามเชิงจิตวิทยาให้เพื่อน อีกสองสามคำถาม เพื่อก็อ่านตามและถาม คนถูกสัมภาษณ์ก็ไม่รู้ตัว ว่ามีคนเฝ้าสังเกตุและร่วมสัมภาษณ์อยู่อีกคน ก็สนุกดีครับ
ผมนึกสนุกเลยพิมพ์เล่น ๆ ไปว่า
"คุณคิดอย่างไร ที่จะมีเพื่อนร่วมงานเป็นเกย์" <ผมพิมพ์ไปให้ทาง MSN>
ไม่ทันยั้งคิด เพื่อนผม อ่านตามอีกครั้ง
ผู้ถูกสัมภาษณ์นิ่งไปพักใหญ่ เอ่อ....... แล้วก็หาทางเอาตัวรอดไปจนได้
ส่วนผมทั้งฮา ทั้งตกใจ ไม่นึกว่าเพื่อนมันจะถามจริง ๆ
ก็ล้อเล่นกันอ่ะนะ
"พุดโธ่! ถามไปได้"
ขอโทษครับ คราวหลังไม่ทำอีกแล้วครับ
เพื่อความสบายใจของผู้อ่าน และเชื่อทั่นผู้นำ ก็ไปอ่านงานเขียนนี้นะครับ ล้ำลึก
คุยไปคุยกันมา จู่ ๆ เพื่อนก็ท้าวความถึงสามเดือนก่อน ที่ตอนนั้นเขากำลังรับพนักงานใหม่เข้าบริษัท จังหวะที่พนักงานใหม่จะมารับการสัมภาษณ์ผมออนไลน์อยู่ที่บอสตั้นพอดี
คงจะเคยดูหนังเรื่อง Contact นะครับ ช่วงที่นางเอกของเรื่องไปเสนองานบริษัทเพื่อขอทุนวิจัย คนตัดสินใจจริง ๆ อยู่หลังกล้องครับ
สัมภาษณ์คราวนี้ก็เป็นอย่างนั้น ผมนั่งฟังเสียงถ่ายทอดทาง MSN ดูหน้าเพื่อนผ่าน Web Cam และคอยป้อนคำถามให้เป็นระยะ
คนถูกสัมภาษณ์ไม่รู้หรอกครับ ว่ามีผมฟังอยู่ด้วย
ผมปล่อยให้เพื่อนถามคำถามทางเทคนิคด้าน Software เป็นระยะ แล้วมานั่งคิดปัญหาเชิงจิตวิทยาพิมพ์ป้อนให้แทน
"คุณชอบงานท้าทาย หรือว่างานมั่นคง" <ผมพิมพ์ไปให้ทาง MSN>
เพื่อนเห็นยิ้มแล้วอ่านตามอย่างมั่นใจ
[คำถามข้อนี้ เหมาะสำหรับถามเพื่อรับพนักงานเข้าในบริษัทเล็ก ๆ ครับถ้าชอบงานมั่นคงก็ไปบริษัทใหญ่ ๆ เถอะครับ บริษัทเล็ก ๆ อย่างเรามันท้าทาย ต้องคิด สร้างสรรค์ Idea ใหม่ๆ อยู่เสมอ ดีไม่ดีร่วมหัวจมท้ายกันไปมาก ๆ เดือนบางเดือนอาจจะต้องอดเงินเดือนร่วมกันด้วย]
คนถูกสัมภาษณ์ ตอบอย่างไร ผมจำไม่ได้ แต่ผมก็ป้อนคำถามข้อใหม่ให้เพื่อนต่อ
"ระหว่างนั่งคิดวางแผน กับลงมือทำเลยชอบแบบไหน" <ผมพิมพ์ไปให้ทาง MSN>
เพื่อนเห็นยิ้มแล้วอ่านตามคำต่อคำ อีกครั้ง ผมเริ่มสนุก
[คำถามข้อนี้ แล้วแต่ตำแหน่งที่จะรับเข้ามาทำงานครับ ถ้าชอบลงมือทำแบบไม่วางแผนเลยก็ไม่ดี แต่วางแผนสักนิดแล้วก็ชอบตอนปฏิบัติมากกว่าอันนี้ก็ไปเป็นพวกปฏิบัติการ แต่ถ้าชอบวางแผนมาก ๆ ก็ไปเป็นผู้บริหารดีกว่า]
ผมป้อนคำถามเชิงจิตวิทยาให้เพื่อน อีกสองสามคำถาม เพื่อก็อ่านตามและถาม คนถูกสัมภาษณ์ก็ไม่รู้ตัว ว่ามีคนเฝ้าสังเกตุและร่วมสัมภาษณ์อยู่อีกคน ก็สนุกดีครับ
ผมนึกสนุกเลยพิมพ์เล่น ๆ ไปว่า
"คุณคิดอย่างไร ที่จะมีเพื่อนร่วมงานเป็นเกย์" <ผมพิมพ์ไปให้ทาง MSN>
ไม่ทันยั้งคิด เพื่อนผม อ่านตามอีกครั้ง
ผู้ถูกสัมภาษณ์นิ่งไปพักใหญ่ เอ่อ....... แล้วก็หาทางเอาตัวรอดไปจนได้
ส่วนผมทั้งฮา ทั้งตกใจ ไม่นึกว่าเพื่อนมันจะถามจริง ๆ
ก็ล้อเล่นกันอ่ะนะ
"พุดโธ่! ถามไปได้"
ขอโทษครับ คราวหลังไม่ทำอีกแล้วครับ

5 Comments:
555555555555555
จำได้ว่าสมัยทำงานมีเปิดรับ Technician คนนึง
คนมาสมัครหลากหลาย
แต่มีคนเดียวเท่านั้นที่เขียนในใบประวัติช่วองความสามารถพิเศษว่า "เลียปลายจมูกตัวเองได้"
ตอนมัมภาษณ์งานเขาก็เลยให้เลียให้ดู
เลียได้จริง ๆ ด้วย
Manager รับเพราะ "มันบ้าดี"
พอเข้ามาทำงาน เนื่องจากรู้กันทั้งบริษัทว่าเขาเขียนใบสมัครยังไง
เจอหน้าใครครั้งแรกก็มีแต่คนบอกให้เลียจมูกให้ดู
วันหลังผมจะเอาอย่างหนุงหนิงบอกบ้างแล้วกัน...
ปล. ที่มันเขียน ๆ มาอย่าเชื่อมากนัก...ขอบอก...
ลืมไป...คำถามแรกสุด ถามว่า
"คิดอย่างไร กับการทำงานในองค์กรเล็ก ๆ"
ขอคำชี้แนะด้วย
"คิดอย่างไร กับการทำงานในองค์กรเล็ก ๆ"
[อันนี้เป็นคำถาม เปิดกว้าง ให้ผู้ตอบได้ตอบตามใจและแสดงทัศนคติ คือบางคนจะมีอคติในการทำงานในองค์กรเล็ก ๆ เหมือนกับที่เราจบมาแล้วก็ถูกฝังหัวว่าต้องทำงานบริษัทใหญ่โต ถ้าผู้ตอบติดภาพอย่างนี้ ก็จะตอบว่ารู้สึกไม่มั่นคง เงินเดือนน้อย ไม่ก้าวหน้า ฯลฯ ถ้าตอบอย่างนี้ ก็ไปทำ Amway เอ้ยไม่ใช่ ไปทำบริษัทใหญ่ ๆ ดีกว่า แต่ถ้าบอกว่า ท้าทายดี อบอุ่นและจะได้รู้จักเพื่อนร่วมงานอย่างสนิทสนม ก็รับเข้าองค์กรเล็ก ๆ ได้เลยครับ]
ภาส เก่งจัง
Post a Comment
<< Home