HR
กูเอง: เซ้งไรฟ่ะ
เซ็งวุ้ย ลูกน้อง
กูเอง: ไล่ออก
เซ็งวุ้ย ว่าจะ
เซ็งวุ้ย 5 เดือน กูเปลี่ยนลูกน้องมา 5 คนละเนี้ย
กูเอง: โห
กูเอง: อืม
เซ็งวุ้ย ไม่สิ 4 เดือนเอง
กูเอง: ตอน รับเข้ามามีคนมาสมัครเยอะหรือเปล่า
เซ็งวุ้ย หายากวะ
เซ็งวุ้ย ที่นี่มีราชภัฏนะ มีคณะวิทยาการคอมพ์
เซ็งวุ้ย แต่เด็กคุณภาพหายาก
เซ็งวุ้ย ที่รับเข้ามาก็ไม่มีความรับผิดชอบเล้ย อยากหยุดแม่งก็หยุด ไม่โทรมาบอก
กูเอง: เออ อย่างนี้หล่ะ
เซ็งวุ้ย จะออก มันก็ออกเลย
กูเอง: ฉะนั้นต้อง scan คนเข้าดี ๆ
กูเอง: บางทีนะ ยอมจ่ายเงินเดือนล่อใจแพง หน่อย แต่เอาเด็กดีๆ จากที่อื่นดีกว่า
เซ็งวุ้ย choice มันมีน้อยอ่ะวะ
กูเอง: จะได้ไม่เสีย over cost ค่าสอนงาน
เซ็งวุ้ย ก็ขอแค่ให้มันผ่าน pro ก่อน มันยังทำให้กูไม่ได้เลย แล้วจะมาเรียกร้องเงินเดือนสูงๆได้ไงวะ
กูเอง: ไม่ใช่
กูเอง: หมายถึงว่าต้องมี เงินเดือนให้เหมาะ กับคนคุณภาพสูงขึ้นอ่ะ
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: บางทีจ้าง วิศวะคอมพ์ คนเดียว ยังดีกว่าจ้างพวกนี้สองคนเลย
เซ็งวุ้ย ถ้ากูเจอที่ถูกใจจริงก็ให้ได้แหละ
เซ็งวุ้ย แต่ทีนี้มันเป็นเด็กจบใหม่ไง
กูเอง: อืม ก็นั่นอะสิ ถึงบอกจะบอกว่ามันเป็นการลงทุนทาง HR
เซ็งวุ้ย ช่วงทดลองงานกูก็อยากจะขอดูฝีมือไปก่อน
เซ็งวุ้ย เฮ้อ
กูเอง: ลองจากเด็ก มช ไหม เดี๋ยวหาให้
เซ็งวุ้ย ต้องบ้านอยู่อุตรดิตถ์นะ
เซ็งวุ้ย อย่าเลย
กูเอง: เออ มันต้องมีบ้างแหล่ะ
กูเอง: เออ รับเด็กฝึกงานไหมหล่ะ
เซ็งวุ้ย พวกนี้มันยังไม่อยากกลับมาอยู่บ้านหรอก
เซ็งวุ้ย กำลังจะรับอยู่ กลางเดือนนี้จะมีเข้ามา 2 คน
กูเอง: จากไหน
เซ็งวุ้ย ราชภัฎปี 3 ขึ้นปี 4
เซ็งวุ้ย มันมาขอฝึกเอง
กูเอง: จะได้เรื่องไหมนั่น
กูเอง: ลองดูแล้วกัน
เซ็งวุ้ย เท่าที่สัมภาษณ์ดู ก็พอได้นะ
กูเอง: มึงมีมือรองไหม
กูเอง: หมายถึง คนคุมงานต่อจากมึงอ่ะ
เซ็งวุ้ย ไม่มี
กูเอง: น่าจะหาคนนี้ให้ได้ก่อนนะ
เซ็งวุ้ย ตอนนี้กู all-in-one
กูเอง: จะได้มี Model
เซ็งวุ้ย ค่อยเป็นค่อยไปดิ
กูเอง: ให้คนอื่นๆ ทำงาน
เซ็งวุ้ย ตอนนี้งานมันเกือบเสร็จแล้วตัวนึง ถ้าเสร็จคงได้มีเงินทุกสักก้อนมาลงทุนด้านนี้ต่อ
กูเอง: ถ้าให้กูแนะนำ จากปัญญาที่พอมี
กูเอง: กูคิดว่าควรจะหา Model ลูกน้องไว้สักคน ที่มันทำงานขยัน ๆ หน่อย
กูเอง: ไว้เป็นมือรองมึง แล้วก็เอาไว้คุมลูกน้องคนอื่นๆ
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: ยอมจ้างมันแพงนิดหนึ่ง
กูเอง: แต่ ว่า มันจะทำให้วัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยนไป เยอะ
เซ็งวุ้ย กูอยากให้คนนี้เป็นคนที่อยู่กับกูมาแล้วสักพักก่อน
กูเอง: ตอนนี้ ถ้าไปแก้ที่ระบบรับสมัคร คือพยายามหาคนให้ดี จริง ๆ กูว่ามันยาก
กูเอง: อืม ก็นั่นแหล่ะ
กูเอง: ถ้าได้จากคนที่มีอยู่แล้วตอนนี้ก็ดี
กูเอง: แต่ถ้าไม่ได้ ก็อาจจะต้องหาพวกที่มีคุณภาพ มาเริ่มไปด้วยกัน
กูเอง: คือ หมายถึง รับเด็กจากมหาวิทยาลัย มีชื่อ ขึ้นไปหน่อย (ดีกว่า ราชภัฎ)
เซ็งวุ้ย แถวนี้อ่ะนะ
กูเอง: เออ ดิ
กูเอง: อย่าคิดแทน ลูกจ้าง
กูเอง: เงินมา ก็มีคนทำงาน
กูเอง: มันขึ้นกับปัจจัยหลาย อย่างนะ
กูเอง: สมมติว่าเป็นกูจบจาก มช เกรด น้อย ๆ
กูเอง: แต่ว่า จะได้ทำงาน กับมึง กูว่าก็น่าสนใจดี
กูเอง: เนื้องาน น่าสนุก
กูเอง: ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ
กูเอง: คิดถึงพวก sale ดิ
กูเอง: มันต้องตระเวนเรื่อย ๆ
กูเอง: มันก็ยังทำงานกัน เพราะว่า ได้เงิน
เซ็งวุ้ย แต่ชีวิตหลังการทำงาน ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยนะ
กูเอง: อย่าไปคิดแทน
เซ็งวุ้ย ok ok
กูเอง: คนอย่างกูก็มี ที่แบบไม่ต้องการอะไรมาก
กูเอง: อยากเก็บเงิน
กูเอง: สมมติว่ามึงให้เงินเดือน หมื่นสาม- หมื่นห้า
กูเอง: อะไรเรื่องไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรทำ งานไม่ดี งานหนัก
กูเอง: พวกนั้น กูก็ลืมไปเลย
กูเอง: เอาเงินดีกว่า
กูเอง: เหมือนกับพวก ถูกจ้าง ไปอยู่ กลางทะเล ขุดน้ำมันอ่ะ
กูเอง: สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
เซ็งวุ้ย สินค้ากูไม่ใช่น้ำมันนะ
กูเอง: เออ
กูเอง: รู้แล้ว
กูเอง: ไม่เอาเด็กฝึกงานจาก มช เหรอ
เซ็งวุ้ย โปรเจ็คกูยังไม่ใหญ่โตเหมือนพวกไอ่ไก่ ไอ่เต้มัน
เซ็งวุ้ย ได้ก็ดีนะ
กูเอง: เออ งั้นเดี๋ยวกูติดต่อให้
เซ็งวุ้ย แต่ปีนี้คงไม่ทันแล้ว
กูเอง: อยากได้อะไรอีก
กูเอง: มึงดูไอ่ไก่ กับ ไอ่เต้ นะ เรื่องสำคัญของพวกมัน ก็คือเรื่องคน นี่แหล่ะ
กูเอง: ไอ่เต้ ไปได้ดี เพราะมี โดมกับหนึ่ง และ ไก่ ช่วยตอนต้น
กูเอง: ส่วนลูกน้อง มันก็ลงทุนจ้าง เด็ก มช ก่อน เป็น ขโยง
กูเอง: เพื่อสร้างทุน ทาง HR และวัฒนธรรมองค์กร
กูเอง: หลังจากนั้น มันก็เปลี่ยนเป็นจากเด็ก เทคนิค ราคาถูกลง
กูเอง: แต่เด็ก เทคนิค มันเห็น โมเดล การทำงานของลุกน้องคนอื่นมาก่อนแล้ว
กูเอง: มันก็เลยลดปัญหาลง
กูเอง: ส่วนไอ่ไก่ นี่ไม่รู้
กูเอง: รู้แต่ว่าช่วงมันทำ ที่เชียงใหม่ ก็เอาใจลูกน้อง เหลือเกิน
เซ็งวุ้ย กูก็เอาใจมันนะ
เซ็งวุ้ย ไอ่คุณลูกน้องเนี้ย
กูเอง: มึงอ่ะ เป็นใคร
กูเอง: มึงเป็น owner นะ
กูเอง: ถ้ามึงยังลงไปทำทุกอย่างอยู่ มันก็ไม่ต่าง อะไรกับ manager
กูเอง: ไอ่ไก่ ตอนนั้น มันเล่นบน เป็นคนคุม
กูเอง: ส่วนไอ่เต้ อ่ะ คุม กับ เคี้ยว อย่างเดียว
กูเอง: แล้ว การที่มึงลงไปเอาใจนั่นแหล่ะ มันจะยิ่งทำให้ลูกน้องเหริง
กูเอง: คนเป็นเจ้าของกิจการ ทำงานหนักให้ลูกน้องเห็น กับคนเป็น manager ทำงานหนักให้ลูกน้องเห็น
กูเอง: มันได้ผลต่าง กันนะ
เซ็งวุ้ย ต่างกันไง
กูเอง: อ้าว ก็คนเป็น manager คือคนได้เงินเดือน ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย กับ องค์กร
กูเอง: แต่ถ้า manager ทำงานหนัก แสดง ว่ามันมี spirit ที่จะทำงาน
กูเอง: คนอื่น เห็นจะเกิด ความรู้สึกคล้อยตาม และก็เกิด วัฒนธรรมองค์กร ว่าเออ การทำงาน ควรเอาใจใส่นะ
กูเอง: ส่วน owner ทำงาน หนัก ลูกน้อง ไม่เห็นค่าเท่าไหร่ เพราะทำงานหนักไปก็เข้ากระเป๋าตนเอง
กูเอง: ยิ่ง owner ทำงานหนักเท่าไหร่ ทำงานเป็นมากเท่าไหร่ ลูกน้อง ก็พลอย จะลด บทบาทตัวเองลง
กูเอง: เป็น อัตราส่วน ผกผัน กัน
กูเอง: จริงไหม
เซ็งวุ้ย กูมองตัวเองในฐานะ manager อ่ะ ไม่ใช่ owner
กูเอง: อ้าว มึงมอง อย่างนั้น แล้วลูกน้อง เขามองอย่างนั้นด้วยหรือเปล่าหล่ะ
เซ็งวุ้ย ok ก็อยากให้มันเป็น model อย่างที่มึงพูดนั้นแหละ
เซ็งวุ้ย คงต้องกลับมานั่งคุยกับลูกน้องเพื่อวิเคราะห์ปัญหาอีกที
กูเอง: อืม ก็ลองดู
เซ็งวุ้ย มันอาจจะเป็นปัญหาที่ HR จริงๆ
กูเอง: อืม
เซ็งวุ้ย มีคนนึงนะ ฝีมือดี แต่กูเก็บมันไว้ไม่อยู่
เซ็งวุ้ย มันอ้างปัญหาครอบครัว, เรื่องส่วนตัว ฯลฯ
เซ็งวุ้ย แต่จริงๆอาจจะเป็นเรื่องเงินก็ได้
กูเอง: แล้วมึงถามเด็กที่จะออกยังไง
เซ็งวุ้ย ตอนนี้ไอ่ที่มันไม่มา กูยังไม่ได้ไล่มันออก
กูเอง: อ๋อ ไม่ ๆ เอา ไอ่คนที่มึงเก็บไม่อยู่ก่อน
เซ็งวุ้ย แม่น
กูเอง: มึงก็ไปถามมันว่าทำไม ถึงออก อย่างนี้เหรอ
เซ็งวุ้ย ป่าว
กูเอง: อ้าวแล้วรู้ได้ไง ว่ามันอ้างปัญหาครอบครัว
เซ็งวุ้ย มันเคยโทรกลับมาหากูอีกครั้งนึง
เซ็งวุ้ย ก็ก่อนออก มันลาบ่อยๆ เพราะปัญหาเรื่องครอบครัวมันอ่ะ
เซ็งวุ้ย สรุปตอนท้ายอ้างว่าต้องไปอยู่กับญาติต่างจังหวัด(แม่มันที่อุตรดิตถ์เพิ่งเสีย)
เซ็งวุ้ย ตอนโทรมาครั้งก่อนปรากฏว่ายังหางานทำอยู่เลย
กูเอง: เออ
กูเอง: แปลว่ามันออกด้วยเหตุผลอื่น
กูเอง: ฉะนั้น แนะนำอีกข้อ
กูเอง: ให้ทำ exit interview
กูเอง: คือ เวลาคนลาออก ให้ทำแบบ สอบถาม
เซ็งวุ้ย ถ้ามันกลับมาให้สอบถามนะ
กูเอง: เออ ไม่งั้นก็โทรจิก
กูเอง: ถามไปเลยว่าทำไมถึงออก
กูเอง: ถ้ามึงคิดว่า น่าจะเป็นเพราะเงิน ก็ถามมันไปเลยตรง ๆ
กูเอง: ว่าพี่ให้เงินน้อยไปเหรอ
เซ็งวุ้ย มันไม่กล้าบอกตรงๆอ่ะดิ
กูเอง: เออ นะ ถามไปเหอะ
กูเอง: นักเลง ๆ ถามกันตรง ๆ ไหน ๆ ก็จะออกอยู่แล้ว
เซ็งวุ้ย ทีนี่ถ้ากูบอกว่าจะให้เงินเพิ่มถ้ากลับมา นี่จะเป็นยังไง
กูเอง: บางทีมันอาจจะนึกว่ามึงจะขึ้นเงินเดือนให้
กูเอง: ห้ามบอกเด็ดขาด
กูเอง: ถ้ามันคิดจะออกไปแล้ว ก็ให้มันออกไป ห้ามไปง้อ โดยให้เงินเดือนเพิ่ม
กูเอง: เพราะมันจะทำอีก
กูเอง: เป็นการ ให้ การเสริมแรงที่ผิด
เซ็งวุ้ย ถ้ากูอยากได้ไอ่คนที่กูเก็บมันไม่อยู่นั่นละ
กูเอง: ที่กูให้ถาม เพื่อที่มึงจะได้มีข้อมูล ว่าทำไมคนถึงลาออก
กูเอง: เช่นให้มัน rank ความสำคัญ
กูเอง: แบบ order
กูเอง: 1 มีปัญหาครอบครัว 2 เงินเดือนน้อย 3 ไม่ชอบงาน 4 ได้งานใหม่
กูเอง: สักห้าข้อก็พอ ให้มัน rank ความสำคัญ
กูเอง: ส่วนคนที่มึงอยากได้กลับมาจริง ๆ อันนี้ก็แล้วแต่มึง
กูเอง: อาศัยจิตวิทยาส่วนบุคคลเอา
กูเอง: ไม่งั้นมันจะมีหัวหน้า HR ทำไม ในองค์กร
เซ็งวุ้ย องค์กรใหญ่ ภาพ HR มันชัดเจนกว่าองค์กรเล็กอย่างกูนี่
กูเอง: ก็เออ อ่ะดิ
เซ็งวุ้ย องค์กรเล็กอย่างกูเงินทุนน้อยอ่ะ
กูเอง: แต่ องค์กรเล็กอย่างมึงอ่ะ ปัญหา เรื่อง HR จะหนัก กว่า องค์กรใหญ่อีก
กูเอง: เพราะมันเป็นต้นทุนหลัก แค่ เปลี่ยนคนทำงานคนหนึ่ง มึงก็กระเทือนแล้ว
กูเอง: ฉะนั้น ต้องให้ความสำคัญมาก โดยใช้ ความสามารถ ของเจ้าของกิจการเอา
กูเอง: หรือ ไม่ก็ต้องมีเล่ห์ อุบาย อย่างที่บอก อย่างเช่น หา model มาประจำ
กูเอง: หรือ อะไรอื่น ๆ
เซ็งวุ้ย ตอนนี้เหมือนกูมาเริ่มต้นจาก 1 ใหม่ ทุกอย่างเริ่มเรียนรู้ใหม่เกือบหมดเลย
กูเอง: อืม ก็อย่างนี้แหล่ะ ใจเย็น ๆ
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: แต่ต้องเรียนรู้ และปรับตัว
กูเอง: กูเป็นห่วงมึง ก็เรื่องคนนี่แหล่ะ
กูเอง: กลัวจะเอาไม่อยู่
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: ถ้ามึงทำ ทุกอย่างคนเดียว ก็คงไม่มีปัญหา
เซ็งวุ้ย แต่จริงๆแล้วเป็นไปไม่ได้..
กูเอง: เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนรู้และปรับตัว
กูเอง: สนุก ๆ น่า
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่ม
เซ็งวุ้ย ท้าทาย
กูเอง: หาหนังสือ พวกจิตวิทยา บริหาร แบบ cook book มาอ่านเล่นๆ ดิ
เซ็งวุ้ย อืมๆ
เซ็งวุ้ย ไม่รู้กูทำห่าอะไร 3 เดือนนี้ไม่ได้อ่านหนังสือใหม่ๆเลย
เซ็งวุ้ย ซื้อมาก็วางทิ้งไว้
กูเอง: เออ อย่าเครียด
เซ็งวุ้ย ok thanx
กูเอง: เออ อีกนิด จากงานวิจัยของกู
กูเอง: สรุปว่า ความคิดสร้างสรรค์ และ มนุษยสัมพันธ์ ระหว่างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และ ล้มเหลว ไม่แตกต่างกันนะ
กูเอง: แสดงว่า ไอ่สองปัจจัยนี้ อาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จของเจ้าของกิจการ
กูเอง: ไปหล่ะ
เซ็งวุ้ย ลูกน้อง
กูเอง: ไล่ออก
เซ็งวุ้ย ว่าจะ
เซ็งวุ้ย 5 เดือน กูเปลี่ยนลูกน้องมา 5 คนละเนี้ย
กูเอง: โห
กูเอง: อืม
เซ็งวุ้ย ไม่สิ 4 เดือนเอง
กูเอง: ตอน รับเข้ามามีคนมาสมัครเยอะหรือเปล่า
เซ็งวุ้ย หายากวะ
เซ็งวุ้ย ที่นี่มีราชภัฏนะ มีคณะวิทยาการคอมพ์
เซ็งวุ้ย แต่เด็กคุณภาพหายาก
เซ็งวุ้ย ที่รับเข้ามาก็ไม่มีความรับผิดชอบเล้ย อยากหยุดแม่งก็หยุด ไม่โทรมาบอก
กูเอง: เออ อย่างนี้หล่ะ
เซ็งวุ้ย จะออก มันก็ออกเลย
กูเอง: ฉะนั้นต้อง scan คนเข้าดี ๆ
กูเอง: บางทีนะ ยอมจ่ายเงินเดือนล่อใจแพง หน่อย แต่เอาเด็กดีๆ จากที่อื่นดีกว่า
เซ็งวุ้ย choice มันมีน้อยอ่ะวะ
กูเอง: จะได้ไม่เสีย over cost ค่าสอนงาน
เซ็งวุ้ย ก็ขอแค่ให้มันผ่าน pro ก่อน มันยังทำให้กูไม่ได้เลย แล้วจะมาเรียกร้องเงินเดือนสูงๆได้ไงวะ
กูเอง: ไม่ใช่
กูเอง: หมายถึงว่าต้องมี เงินเดือนให้เหมาะ กับคนคุณภาพสูงขึ้นอ่ะ
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: บางทีจ้าง วิศวะคอมพ์ คนเดียว ยังดีกว่าจ้างพวกนี้สองคนเลย
เซ็งวุ้ย ถ้ากูเจอที่ถูกใจจริงก็ให้ได้แหละ
เซ็งวุ้ย แต่ทีนี้มันเป็นเด็กจบใหม่ไง
กูเอง: อืม ก็นั่นอะสิ ถึงบอกจะบอกว่ามันเป็นการลงทุนทาง HR
เซ็งวุ้ย ช่วงทดลองงานกูก็อยากจะขอดูฝีมือไปก่อน
เซ็งวุ้ย เฮ้อ
กูเอง: ลองจากเด็ก มช ไหม เดี๋ยวหาให้
เซ็งวุ้ย ต้องบ้านอยู่อุตรดิตถ์นะ
เซ็งวุ้ย อย่าเลย
กูเอง: เออ มันต้องมีบ้างแหล่ะ
กูเอง: เออ รับเด็กฝึกงานไหมหล่ะ
เซ็งวุ้ย พวกนี้มันยังไม่อยากกลับมาอยู่บ้านหรอก
เซ็งวุ้ย กำลังจะรับอยู่ กลางเดือนนี้จะมีเข้ามา 2 คน
กูเอง: จากไหน
เซ็งวุ้ย ราชภัฎปี 3 ขึ้นปี 4
เซ็งวุ้ย มันมาขอฝึกเอง
กูเอง: จะได้เรื่องไหมนั่น
กูเอง: ลองดูแล้วกัน
เซ็งวุ้ย เท่าที่สัมภาษณ์ดู ก็พอได้นะ
กูเอง: มึงมีมือรองไหม
กูเอง: หมายถึง คนคุมงานต่อจากมึงอ่ะ
เซ็งวุ้ย ไม่มี
กูเอง: น่าจะหาคนนี้ให้ได้ก่อนนะ
เซ็งวุ้ย ตอนนี้กู all-in-one
กูเอง: จะได้มี Model
เซ็งวุ้ย ค่อยเป็นค่อยไปดิ
กูเอง: ให้คนอื่นๆ ทำงาน
เซ็งวุ้ย ตอนนี้งานมันเกือบเสร็จแล้วตัวนึง ถ้าเสร็จคงได้มีเงินทุกสักก้อนมาลงทุนด้านนี้ต่อ
กูเอง: ถ้าให้กูแนะนำ จากปัญญาที่พอมี
กูเอง: กูคิดว่าควรจะหา Model ลูกน้องไว้สักคน ที่มันทำงานขยัน ๆ หน่อย
กูเอง: ไว้เป็นมือรองมึง แล้วก็เอาไว้คุมลูกน้องคนอื่นๆ
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: ยอมจ้างมันแพงนิดหนึ่ง
กูเอง: แต่ ว่า มันจะทำให้วัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยนไป เยอะ
เซ็งวุ้ย กูอยากให้คนนี้เป็นคนที่อยู่กับกูมาแล้วสักพักก่อน
กูเอง: ตอนนี้ ถ้าไปแก้ที่ระบบรับสมัคร คือพยายามหาคนให้ดี จริง ๆ กูว่ามันยาก
กูเอง: อืม ก็นั่นแหล่ะ
กูเอง: ถ้าได้จากคนที่มีอยู่แล้วตอนนี้ก็ดี
กูเอง: แต่ถ้าไม่ได้ ก็อาจจะต้องหาพวกที่มีคุณภาพ มาเริ่มไปด้วยกัน
กูเอง: คือ หมายถึง รับเด็กจากมหาวิทยาลัย มีชื่อ ขึ้นไปหน่อย (ดีกว่า ราชภัฎ)
เซ็งวุ้ย แถวนี้อ่ะนะ
กูเอง: เออ ดิ
กูเอง: อย่าคิดแทน ลูกจ้าง
กูเอง: เงินมา ก็มีคนทำงาน
กูเอง: มันขึ้นกับปัจจัยหลาย อย่างนะ
กูเอง: สมมติว่าเป็นกูจบจาก มช เกรด น้อย ๆ
กูเอง: แต่ว่า จะได้ทำงาน กับมึง กูว่าก็น่าสนใจดี
กูเอง: เนื้องาน น่าสนุก
กูเอง: ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ
กูเอง: คิดถึงพวก sale ดิ
กูเอง: มันต้องตระเวนเรื่อย ๆ
กูเอง: มันก็ยังทำงานกัน เพราะว่า ได้เงิน
เซ็งวุ้ย แต่ชีวิตหลังการทำงาน ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยนะ
กูเอง: อย่าไปคิดแทน
เซ็งวุ้ย ok ok
กูเอง: คนอย่างกูก็มี ที่แบบไม่ต้องการอะไรมาก
กูเอง: อยากเก็บเงิน
กูเอง: สมมติว่ามึงให้เงินเดือน หมื่นสาม- หมื่นห้า
กูเอง: อะไรเรื่องไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรทำ งานไม่ดี งานหนัก
กูเอง: พวกนั้น กูก็ลืมไปเลย
กูเอง: เอาเงินดีกว่า
กูเอง: เหมือนกับพวก ถูกจ้าง ไปอยู่ กลางทะเล ขุดน้ำมันอ่ะ
กูเอง: สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
เซ็งวุ้ย สินค้ากูไม่ใช่น้ำมันนะ
กูเอง: เออ
กูเอง: รู้แล้ว
กูเอง: ไม่เอาเด็กฝึกงานจาก มช เหรอ
เซ็งวุ้ย โปรเจ็คกูยังไม่ใหญ่โตเหมือนพวกไอ่ไก่ ไอ่เต้มัน
เซ็งวุ้ย ได้ก็ดีนะ
กูเอง: เออ งั้นเดี๋ยวกูติดต่อให้
เซ็งวุ้ย แต่ปีนี้คงไม่ทันแล้ว
กูเอง: อยากได้อะไรอีก
กูเอง: มึงดูไอ่ไก่ กับ ไอ่เต้ นะ เรื่องสำคัญของพวกมัน ก็คือเรื่องคน นี่แหล่ะ
กูเอง: ไอ่เต้ ไปได้ดี เพราะมี โดมกับหนึ่ง และ ไก่ ช่วยตอนต้น
กูเอง: ส่วนลูกน้อง มันก็ลงทุนจ้าง เด็ก มช ก่อน เป็น ขโยง
กูเอง: เพื่อสร้างทุน ทาง HR และวัฒนธรรมองค์กร
กูเอง: หลังจากนั้น มันก็เปลี่ยนเป็นจากเด็ก เทคนิค ราคาถูกลง
กูเอง: แต่เด็ก เทคนิค มันเห็น โมเดล การทำงานของลุกน้องคนอื่นมาก่อนแล้ว
กูเอง: มันก็เลยลดปัญหาลง
กูเอง: ส่วนไอ่ไก่ นี่ไม่รู้
กูเอง: รู้แต่ว่าช่วงมันทำ ที่เชียงใหม่ ก็เอาใจลูกน้อง เหลือเกิน
เซ็งวุ้ย กูก็เอาใจมันนะ
เซ็งวุ้ย ไอ่คุณลูกน้องเนี้ย
กูเอง: มึงอ่ะ เป็นใคร
กูเอง: มึงเป็น owner นะ
กูเอง: ถ้ามึงยังลงไปทำทุกอย่างอยู่ มันก็ไม่ต่าง อะไรกับ manager
กูเอง: ไอ่ไก่ ตอนนั้น มันเล่นบน เป็นคนคุม
กูเอง: ส่วนไอ่เต้ อ่ะ คุม กับ เคี้ยว อย่างเดียว
กูเอง: แล้ว การที่มึงลงไปเอาใจนั่นแหล่ะ มันจะยิ่งทำให้ลูกน้องเหริง
กูเอง: คนเป็นเจ้าของกิจการ ทำงานหนักให้ลูกน้องเห็น กับคนเป็น manager ทำงานหนักให้ลูกน้องเห็น
กูเอง: มันได้ผลต่าง กันนะ
เซ็งวุ้ย ต่างกันไง
กูเอง: อ้าว ก็คนเป็น manager คือคนได้เงินเดือน ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย กับ องค์กร
กูเอง: แต่ถ้า manager ทำงานหนัก แสดง ว่ามันมี spirit ที่จะทำงาน
กูเอง: คนอื่น เห็นจะเกิด ความรู้สึกคล้อยตาม และก็เกิด วัฒนธรรมองค์กร ว่าเออ การทำงาน ควรเอาใจใส่นะ
กูเอง: ส่วน owner ทำงาน หนัก ลูกน้อง ไม่เห็นค่าเท่าไหร่ เพราะทำงานหนักไปก็เข้ากระเป๋าตนเอง
กูเอง: ยิ่ง owner ทำงานหนักเท่าไหร่ ทำงานเป็นมากเท่าไหร่ ลูกน้อง ก็พลอย จะลด บทบาทตัวเองลง
กูเอง: เป็น อัตราส่วน ผกผัน กัน
กูเอง: จริงไหม
เซ็งวุ้ย กูมองตัวเองในฐานะ manager อ่ะ ไม่ใช่ owner
กูเอง: อ้าว มึงมอง อย่างนั้น แล้วลูกน้อง เขามองอย่างนั้นด้วยหรือเปล่าหล่ะ
เซ็งวุ้ย ok ก็อยากให้มันเป็น model อย่างที่มึงพูดนั้นแหละ
เซ็งวุ้ย คงต้องกลับมานั่งคุยกับลูกน้องเพื่อวิเคราะห์ปัญหาอีกที
กูเอง: อืม ก็ลองดู
เซ็งวุ้ย มันอาจจะเป็นปัญหาที่ HR จริงๆ
กูเอง: อืม
เซ็งวุ้ย มีคนนึงนะ ฝีมือดี แต่กูเก็บมันไว้ไม่อยู่
เซ็งวุ้ย มันอ้างปัญหาครอบครัว, เรื่องส่วนตัว ฯลฯ
เซ็งวุ้ย แต่จริงๆอาจจะเป็นเรื่องเงินก็ได้
กูเอง: แล้วมึงถามเด็กที่จะออกยังไง
เซ็งวุ้ย ตอนนี้ไอ่ที่มันไม่มา กูยังไม่ได้ไล่มันออก
กูเอง: อ๋อ ไม่ ๆ เอา ไอ่คนที่มึงเก็บไม่อยู่ก่อน
เซ็งวุ้ย แม่น
กูเอง: มึงก็ไปถามมันว่าทำไม ถึงออก อย่างนี้เหรอ
เซ็งวุ้ย ป่าว
กูเอง: อ้าวแล้วรู้ได้ไง ว่ามันอ้างปัญหาครอบครัว
เซ็งวุ้ย มันเคยโทรกลับมาหากูอีกครั้งนึง
เซ็งวุ้ย ก็ก่อนออก มันลาบ่อยๆ เพราะปัญหาเรื่องครอบครัวมันอ่ะ
เซ็งวุ้ย สรุปตอนท้ายอ้างว่าต้องไปอยู่กับญาติต่างจังหวัด(แม่มันที่อุตรดิตถ์เพิ่งเสีย)
เซ็งวุ้ย ตอนโทรมาครั้งก่อนปรากฏว่ายังหางานทำอยู่เลย
กูเอง: เออ
กูเอง: แปลว่ามันออกด้วยเหตุผลอื่น
กูเอง: ฉะนั้น แนะนำอีกข้อ
กูเอง: ให้ทำ exit interview
กูเอง: คือ เวลาคนลาออก ให้ทำแบบ สอบถาม
เซ็งวุ้ย ถ้ามันกลับมาให้สอบถามนะ
กูเอง: เออ ไม่งั้นก็โทรจิก
กูเอง: ถามไปเลยว่าทำไมถึงออก
กูเอง: ถ้ามึงคิดว่า น่าจะเป็นเพราะเงิน ก็ถามมันไปเลยตรง ๆ
กูเอง: ว่าพี่ให้เงินน้อยไปเหรอ
เซ็งวุ้ย มันไม่กล้าบอกตรงๆอ่ะดิ
กูเอง: เออ นะ ถามไปเหอะ
กูเอง: นักเลง ๆ ถามกันตรง ๆ ไหน ๆ ก็จะออกอยู่แล้ว
เซ็งวุ้ย ทีนี่ถ้ากูบอกว่าจะให้เงินเพิ่มถ้ากลับมา นี่จะเป็นยังไง
กูเอง: บางทีมันอาจจะนึกว่ามึงจะขึ้นเงินเดือนให้
กูเอง: ห้ามบอกเด็ดขาด
กูเอง: ถ้ามันคิดจะออกไปแล้ว ก็ให้มันออกไป ห้ามไปง้อ โดยให้เงินเดือนเพิ่ม
กูเอง: เพราะมันจะทำอีก
กูเอง: เป็นการ ให้ การเสริมแรงที่ผิด
เซ็งวุ้ย ถ้ากูอยากได้ไอ่คนที่กูเก็บมันไม่อยู่นั่นละ
กูเอง: ที่กูให้ถาม เพื่อที่มึงจะได้มีข้อมูล ว่าทำไมคนถึงลาออก
กูเอง: เช่นให้มัน rank ความสำคัญ
กูเอง: แบบ order
กูเอง: 1 มีปัญหาครอบครัว 2 เงินเดือนน้อย 3 ไม่ชอบงาน 4 ได้งานใหม่
กูเอง: สักห้าข้อก็พอ ให้มัน rank ความสำคัญ
กูเอง: ส่วนคนที่มึงอยากได้กลับมาจริง ๆ อันนี้ก็แล้วแต่มึง
กูเอง: อาศัยจิตวิทยาส่วนบุคคลเอา
กูเอง: ไม่งั้นมันจะมีหัวหน้า HR ทำไม ในองค์กร
เซ็งวุ้ย องค์กรใหญ่ ภาพ HR มันชัดเจนกว่าองค์กรเล็กอย่างกูนี่
กูเอง: ก็เออ อ่ะดิ
เซ็งวุ้ย องค์กรเล็กอย่างกูเงินทุนน้อยอ่ะ
กูเอง: แต่ องค์กรเล็กอย่างมึงอ่ะ ปัญหา เรื่อง HR จะหนัก กว่า องค์กรใหญ่อีก
กูเอง: เพราะมันเป็นต้นทุนหลัก แค่ เปลี่ยนคนทำงานคนหนึ่ง มึงก็กระเทือนแล้ว
กูเอง: ฉะนั้น ต้องให้ความสำคัญมาก โดยใช้ ความสามารถ ของเจ้าของกิจการเอา
กูเอง: หรือ ไม่ก็ต้องมีเล่ห์ อุบาย อย่างที่บอก อย่างเช่น หา model มาประจำ
กูเอง: หรือ อะไรอื่น ๆ
เซ็งวุ้ย ตอนนี้เหมือนกูมาเริ่มต้นจาก 1 ใหม่ ทุกอย่างเริ่มเรียนรู้ใหม่เกือบหมดเลย
กูเอง: อืม ก็อย่างนี้แหล่ะ ใจเย็น ๆ
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: แต่ต้องเรียนรู้ และปรับตัว
กูเอง: กูเป็นห่วงมึง ก็เรื่องคนนี่แหล่ะ
กูเอง: กลัวจะเอาไม่อยู่
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: ถ้ามึงทำ ทุกอย่างคนเดียว ก็คงไม่มีปัญหา
เซ็งวุ้ย แต่จริงๆแล้วเป็นไปไม่ได้..
กูเอง: เพราะฉะนั้น ก็ต้องเรียนรู้และปรับตัว
กูเอง: สนุก ๆ น่า
เซ็งวุ้ย อืม
กูเอง: ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่ม
เซ็งวุ้ย ท้าทาย
กูเอง: หาหนังสือ พวกจิตวิทยา บริหาร แบบ cook book มาอ่านเล่นๆ ดิ
เซ็งวุ้ย อืมๆ
เซ็งวุ้ย ไม่รู้กูทำห่าอะไร 3 เดือนนี้ไม่ได้อ่านหนังสือใหม่ๆเลย
เซ็งวุ้ย ซื้อมาก็วางทิ้งไว้
กูเอง: เออ อย่าเครียด
เซ็งวุ้ย ok thanx
กูเอง: เออ อีกนิด จากงานวิจัยของกู
กูเอง: สรุปว่า ความคิดสร้างสรรค์ และ มนุษยสัมพันธ์ ระหว่างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และ ล้มเหลว ไม่แตกต่างกันนะ
กูเอง: แสดงว่า ไอ่สองปัจจัยนี้ อาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความสำเร็จของเจ้าของกิจการ
กูเอง: ไปหล่ะ

0 Comments:
Post a Comment
<< Home